เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ หารือเรื่องการผ่านพระราชบัญญัติและข้อกําหนดของศาลรัฐธรรมนูญ โดยแสดงความกังวลว่าสภาไม่ได้พิจารณาอย่างรอบคอบ และวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินการของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องเงินเดือน เงินประจําตําแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของผู้พิพากษาและตุลาการ โดยต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาให้ถ่องแท้และตัดข้อกําหนดที่ไม่เหมาะสมออก
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในแบบสัดส่วน ซึ่งอยู่ในกลุ่ม ๗ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วกระผมได้อภิปรายแสดงความคิดเห็น แสดงข้อกังวลในการที่สภาของเราจะผ่านพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปโดยไม่ได้พิจารณา ให้รอบคอบและถ่องแท้ โดยยกเอาการปฏิบัติงานของศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ๒ เรื่อง ที่ผมใช้คําว่า เปึนประติมากรรมที่ศาลรัฐธรรมนูญได้สร้างไว้ ผมขออนุญาตทบทวน สักนิดหนึ่ง
เรื่องแรกก็คือเรื่องที่ตัดสินการสิ้นสุดของการดํารงตําแหน่ง ของนายกรัฐมนตรี สมัยท่านสมัคร สุนทรเวช ต่อกรณีที่ไปทํากับข้าวออกทีวี และผม ได้เล่าเหตุการณ์ว่าสังคมได้มีข้อกังขาเรื่องนี้เปึนอย่างมาก ถ้าท่านประธานมีโอกาส เดินทางไปตามต่างจังหวัด ไปดูตามห้องน้ํา ห้องส้วม สถานีบริการปัูมน้ํามันจะเห็นครับ มีข้อความที่เขาเขียนกันว่า ทํากับข้าวถูกปลด เปึนกบฏถูกปล่อย นั่นเปึนประติมากรรมชิ้นที่ ๑ ชิ้นที่ ๒ ก็คือ การตัดสินยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตย เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๑ ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ให้ตัวแทนพรรคการเมืองไปแถลงป่ดคดี ท่านประธานคงจําได้ว่าตัวแทนพรรคการเมืองที่เข้าไปแถลงป่ดคดีในวันนั้น ประกอบด้วย พรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตย ซึ่งได้ใช้เวลาในการแถลงป่ดคดีค่อนข้างยาว เสร็จสิ้นประมาณ ๑๑.๐๐ นาฬิกาเศษ แล้วศาลก็สั่งให้มาฟังคําพิพากษาหรือคําวินิจฉัย ในตอนบ่าย ขณะที่เวลาสิ้นสุดการแถลงป่ดคดีนั้นไปถึงเวลาของการอ่านคําพิพากษานั้น มีเวลาเพียง ๑ ชั่วโมงเศษ ขนาดใช้เวลาในการอ่านคําพิพากษายุบพรรคการเมือง ทั้ง ๓ พรรค ใช้เวลาตั้งหลายชั่วโมง นั่นแสดงให้สังคมเห็นอย่างแจ้งชัดว่า มีการเขียน คําวินิจฉัยหรือคําพิพากษามาจากบ้าน มาจากศาล เปึนการล่วงหน้าแล้ว ทําไม ไม่ทําอย่างสง่างาม ทําไมไปให้เขามาแถลงป่ดคดีทําไม ทําไมไม่นัดอ่านไปเลยเสีย ตรงนี้อย่างไรเสียก็แก้ตัวไม่หลุด นี่คือประติมากรรมชิ้นที่ ๒ ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้กระทํา ในการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความศักดิ์สิทธิ์ของคําว่า ศาล ท่านประธานครับ สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ หลังจากประชุมวันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ ผู้แทนราษฎรทุกคนส่วนใหญ่จะลงพื้นที่ ผมเองในฐานะเปึน ส.ส. แบบสัดส่วน จึงมิได้อยู่เฉพาะพื้นที่จังหวัดราชบุรี เฉกเช่นในอดีตที่เคยเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา แต่ผมเดินทางไปจังหวัดต่าง ๆ หลายถิ่น หลายที่ สิ่งที่เกิดขึ้นที่ผมบอกว่า คําว่า ศาล นี้ลดความศักดิ์สิทธิ์ไป จากประติมากรรม ทั้ง ๒ ชิ้นของศาลรัฐธรรมนูญ ได้ส่งผลกระทบให้ประชาชนที่ประกอบอาชีพขาย ศาลพระภูมิ ไม่มีคนซื้อครับ ท่านประธานครับ เพราะคําว่า ศาล นี้ขาดความศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว เวลานี้ชาวบ้านเลยไม่ซื้อศาลพระภูมิมาตั้ง เมื่อก่อนนี้มีศาลพระภูมิตั้งไว้ แล้วยังมี ศาลตายาย เดี๋ยวนี้ร้านที่ทําศาลพระภูมิขาย ขายได้น้อยมาก สถิติการขายนี้ตกไป อย่างเห็นได้ชัดเลย นี่คือผลกระทบจากประติมากรรมที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ทําไว้ ส่งผลให้ ความศักดิ์สิทธิ์ของคําว่า ศาล นี้หายไป ท่านประธานครับ ที่ผมจําเปึนต้องอภิปราย ในวันนี้ก็คือว่า ข้อกังวลของผมว่าถ้าเรายื่น เราผ่านกฎหมายฉบับนี้ ให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีอํานาจในการออกข้อกําหนด ซึ่งเมื่อสักครู่สมาชิกท่านวรวัจน์ ผมขออภัยที่จะต้อง เอ่ยนามได้อภิปรายไปแล้วว่า คําว่า ข้อกําหนด นี้มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๐ ในช่วงที่ยังไม่มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณา ของศาลรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๓๐๐ ของรัฐธรรมนูญ ให้ใช้ข้อกําหนดไปพลาง บัดนี้ ข้อกําหนดนั้นไม่ควรที่จะมีอีกแล้ว ด้วยเหตุว่ารัฐธรรมนูญได้ประกาศใช้มาเปึนเวลา เกินกว่าที่กําหนดไว้ในบทบัญญัติว่าให้ใช้เวลาเท่าไรในการออกข้อกําหนดได้ ขณะนี้เรามี พระราชบัญญัติแล้ว เพราะฉะนั้นคําว่า ข้อกําหนด ตรงนี้ควรที่จะตัดออก นอกจากนั้น ผมมีข้อที่ห่วงใยว่าศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาบางครั้งได้ใช้อํานาจเลยเถิด ท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๐๒ ผมขออภัยที่จะต้องขออนุญาตท่านประธาน อ่านมาตรา ๒๐๒ สักนิดเดียวครับท่านประธานครับ มาตรา ๒๐๒ ได้บัญญัติไว้ว่า เงินเดือน เงินประจําตําแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของผู้พิพากษาและตุลาการ ให้เปึนไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ทั้งนี้ จะนําระบบบัญชีเงินเดือนหรือเงินประจําตําแหน่ง ของข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับมิได้ นี่คือกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งถือกันว่า เปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ ได้บัญญัติไว้ว่า บรรดาเงินเดือน เงินตอบแทน ของผู้พิพากษาหรือตุลาการ ให้เปึนไปตามที่กฎหมายกําหนด นั่นหมายความว่า ที่ต้องออกกฎหมายเปึนการเฉพาะว่าด้วยเงินเดือน เงินตอบแทน แล้วเราก็ได้ทํากัน ในสภาของเรานะครับ ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจําตําแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการ และกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประธานกรรมการและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๔๑ นี่ออกเปึนพระราชบัญญัติ เลยครับผ่านสภาว่า ตําแหน่งต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวงที่กระผมได้กล่าวชื่อพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ไปแล้วนั้น มีเงินตอบแทนเท่าไร มีเงินเดือน มีเงินประจําตําแหน่งเท่าไร ชัดเจนครับ ท่านประธาน ต่อมาในป้ พ.ศ. ๒๕๔๖ พระราชบัญญัติฉบับนี้ว่าด้วยเงินเดือนนี่ ประกาศใช้ตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๔๑ ในป้ พ.ศ. ๒๕๔๖ สภาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ รัฐบาลก็ไม่ได้ นิ่งนอนใจ เนื่องจากมีการปรับอัตราเงินเดือนของผู้พิพากษาศาลทั่วไป ศาลยุติธรรม จึงได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว ปรับอัตราเงินตอบแทน และเงินประจําตําแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้อยู่ในระดับเดียวกัน เพื่อความเปึนเกียรติยศของผู้ดํารงตําแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ท่านประธานครับ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ได้กระทําการ ใช้อํานาจซึ่งไม่มีกฎหมายใดให้อํานาจไว้ไปออกระเบียบในการตั้งตําแหน่งต่าง ๆ มากมาย ท่านประธาน เริ่มกันตั้งแต่มีการตั้งที่ปรึกษาประธานศาลรัฐธรรมนูญโดยกําหนด ค่าตอบแทน ๕๔,๙๑๐ บาท เงินประจําตําแหน่ง ๑๕,๐๐๐ บาท เท่ากับที่ปรึกษาประธาน ศาลรัฐธรรมนูญจะมีเงินเดือนละ ๖๙,๙๑๐ บาท แล้วยังมีตุลาการรัฐธรรมนูญอีก ๘ ท่าน ให้มีที่ปรึกษาอัตราเงินเดือน ๔๕,๐๐๐ บาท เงินประจําตําแหน่ง ๑๐,๐๐๐ บาท เปึน ๕๕,๐๐๐ บาท ๘ ท่าน อีก ๘ ตําแหน่ง ต่อมาได้ออกระเบียบว่าด้วย การตั้งเลขานุการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อีก ๙ อัตรา มีเงินตอบแทนเดือนละ ๔๒,๒๐๐ บาท เงินประจําตําแหน่ง ๔,๙๐๐ บาท รวมคนละ ๔๗,๑๐๐ บาท เท่านั้นยังไม่พอท่านประธานครับ ยังมีการตั้งผู้ช่วยเลขานุการ ประธานศาลรัฐธรรมนูญและผู้ช่วยเลขานุการของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยกําหนด เงินตอบแทนตามวุฒิ ถ้าต่ํากว่าปริญญาตรี ๑๖,๐๐๐ บาทต่อเดือน ปริญญาตรี ๑๙,๐๐๐ บาทต่อเดือน สูงกว่าปริญญาตรี ๒๒,๐๐๐ บาทต่อเดือน ตรงนี้ถ้าเทียบกับ บัญชีเงินเดือนข้าราชการ เด็กที่จบปริญญาตรีเข้ารับราชการนี่เงินเดือน ๗๙,๐๐๐ บาท สมัยนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร บอกว่าเงินเดือนของข้าราชการที่ไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท ให้จัดเงินเพิ่มไปเพื่อให้ได้ ๑๐,๐๐๐ บาท นี่คือมาตรฐานของเด็ก ที่จบปริญญาตรีเริ่มเข้ารับราชการ แต่ศาลรัฐธรรมนูญได้ไปออกระเบียบ กําหนดอัตรา เงินตอบแทนปริญญาตรี ๑๙,๐๐๐ บาท เห็นได้ชัดเจนว่ามันเกิดความแตกต่างกัน ในสังคมไทย ซึ่งเปึนสิ่งที่ไม่น่าจะกระทําได้ แต่ทุกวันนี้ไม่มีใครหยิบยกเรื่องนี้ไปให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็แน่นอนท่านทําของท่านเอง ใครส่งไปให้ท่านวินิจฉัย ท่านก็ต้องวินิจฉัยในลักษณะที่ว่าไม่ผิด ถ้าเทียบเคียงกับ เมื่อครั้งที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งเคยตัดสินลงโทษ จําคุกกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ป.ป.ช. ที่ขึ้นเงินตอบแทนให้แก่ตนเอง มันไม่ได้ต่างกันตรงไหนท่านประธานครับ ประมวล กฎหมายอาญาพูดถึงเรื่องการทุจริต ให้แปลความว่าแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ด้วยกฎหมาย สําหรับตนเองหรือผู้อื่น เพราะฉะนั้นการที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกระเบียบ ไปตั้งเจ้าหน้าที่ตําแหน่งต่าง ๆ ตั้งแต่ผู้เชี่ยวชาญ ที่ปรึกษา เลขานุการ ผู้ช่วยเลขานุการ ยังนะครับท่านประธาน ยังมีอีกระเบียบฉบับล่าสุดไปตั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ประจําประธานศาลรัฐธรรมนูญและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจําตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญอีก ๘ ท่าน ล้วนแต่ใช้เงินงบประมาณทั้งสิ้น ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๔๓ ของรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้แจ้งชัดว่าร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวด้วย การเงิน หมายความถึงร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่งดังต่อไปนี้ (๒) การจัดสรร รับ รักษา หรือจ่ายเงินแผ่นดิน หรือการโอนงบประมาณรายจ่าย ของแผ่นดิน นี่ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกระเบียบใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายแน่นอน จะต้องออกเปึนพระราชบัญญัติ และความบกพร่อง ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างที่หลาย ๆ ท่าน ได้เคยวิพากษ์วิจารณ์ไปแล้ว ไปบัญญัติให้องค์กรต่าง ๆ มีอํานาจในการเสนอกฎหมาย เข้าสู่การพิจารณาของสภา ปกติเสนอกฎหมายนั้นจะต้องกระทําโดยคณะรัฐมนตรี หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามจํานวนที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติ ในรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ผู้แทนราษฎรหนึ่งคนก็เสนอกฎหมายได้ ผู้แทนราษฎรต้องกี่คน ๆ บัญญัติไว้ว่า จึงมี อํานาจในการเสนอกฎหมาย นี่กลับไปเขียนให้องค์กรต่าง ๆ อย่างเช่น ผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็มีสิทธิที่จะเสนอกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร นี่ให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีอํานาจในการเสนอกฎหมายมาสู่การพิจารณา ดังนั้นคํากล่าวที่ว่า ชนชั้นใด ออกกฎหมายเพื่อประโยชน์ของชนชั้นนั้น จึงไม่มีข้ออธิบายหักล้างได้ นี่ศาลรัฐธรรมนูญ กําลังเสนอกฎหมายเพื่อเปึนประโยชน์ต่อตัวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและตัวประธาน ศาลรัฐธรรมนูญเอง ดังนั้นข้อกังวลของผม จึงจําเปึนต้องกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ก่อนที่ท่านจะผ่านกฎหมายฉบับนี้ ท่านคิดให้รอบคอบ ในอนาคตสภาจะมีสภาพไม่แตกต่างไปจากนางโมราที่ผ่านกฎหมาย ไปเสร็จแล้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพรรคการเมืองคือจันทโครพถูกฆ่าตายหมด ท่านประธานครับ นี่คือข้อกังวลของผมที่ขอฝากไว้ในที่นี้ ขอบคุณครับ