ชลนาน ศรีแกว หารือประเด็นการแก้ไขมาตรา 4 ของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้คณะกรรมาธิการถอนร่างกฎหมายดังกล่าวเพื่อกลับไปพิจารณาใหม่ เนื่องจากเกรงว่าการออกข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญจะกลายเป็นลักษณะเหมือนกฎหมายลูกที่ผ่านสภาแทนที่จะเป็นกฎกระทรวง และกังวลต่อความล่าช้าในการบังคับใช้กฎหมายซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานะทางกฎหมายและโครงสร้างทางการเมือง รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์การขาดความไว้วางใจในองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่พิจารณาเรื่องมหาชน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในมาตรา ๔ ของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ทางคณะกรรมาธิการได้ไปแก้ไขถ้อยคําซึ่งผมเองต้องขออนุญาตใช้สิทธิของสมาชิก ในการที่จะสอบถามแล้วก็แสดงความคิดเห็น กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านกรรมาธิการนะครับ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะลงในรายละเอียด ผมขออนุญาต ท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าจากการลงคะแนนโดยความเห็นชอบของสภาของเรา ในวันนี้ในมาตรา ๓ มันเปึนทิศทางที่ค่อนข้างจะมีแนวโน้มชัดเจนว่าสิ่งที่กรรมาธิการได้ไป แก้ไขมา ๕๐ มาตราถือเปึนเรื่องใหญ่ครับ เพราะฉะนั้นมาตรา ๔ จริง ๆ ที่ท่านแก้ไขมา ตรงนี้ก็คือเปลี่ยนลักษณะของการออกข้อกําหนดของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเสมือนเปึน กฎหมายลูกนะครับ เหมือนเปึนกฎกระทรวงกับกฎหมายอื่น ๆ ข้อกําหนดของ ศาลรัฐธรรมนูญให้เอามาผ่านสภาผู้แทนราษฎรหลังจากที่ได้รับความเห็นชอบของ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโดยท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญนําเสนอ ท่านประธานครับ โดยข้อเท็จจริงแล้วผมคิดว่าการแก้ไขลักษณะอย่างนี้จะสืบเนื่องไปมาตรา ๕ ไล่เรียงไป จนถึงมาตราเกือบสุดท้ายที่มีการแก้ไขทั้งหมด เปึนไปได้ไหมครับท่านประธานครับว่า ฝากท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าท่านจะถอนร่างฉบับนี้ไป พิจารณามาใหม่ เอาเสียงข้างมากมาใหม่ เพราะผมเห็นว่าขณะนี้เสียงข้างมากของ คณะกรรมาธิการกลายเปึนเสียงข้างน้อยไปแล้ว กระบวนการการพิจารณาในลักษณะ ของการแก้ไขของเสียงข้างมากที่มาเปึนเสียงข้างน้อยจากการโหวตมาตรา ๓ นะครับ ถ้าผลโหวตมาตรา ๓ ไม่เปึนอย่างนี้ผมจะไม่พูด การพิจารณาก็จะใช้เวลามาก ผมกราบเรียน ท่านประธานเลยครับ ในแต่ละมาตราจะมีการอภิปรายเฉพาะมาตรา ๓ นี้ ๒ วันนะครับ ท่านประธานไล่เรียงไปสิครับ โดยเฉพาะมาตราที่แก้สาระสําคัญ อย่างเช่น มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๐/๑ มาตรา ๑๑/๑ ผมคิดว่ามาตราเดียว ๒ วันเช่นกัน แล้วกฎหมายที่จ่ออยู่ ที่สภาแห่งนี้ได้เลื่อนขึ้นมาก็คือลักษณะปกครองท้องที่ที่มีท่านผู้ใหญ่บ้าน กํานันเขารออยู่ แก้ไขมาตราเดียวครับ แล้วเปึนวุฒิสภาแก้ไขด้วย ถ้าเราเห็นชอบผ่านเปึนกฎหมายได้ ในทันที เปึนไปได้ไหมครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพเลยว่าถ้าจะเปึนอย่างนี้ ต้องอภิปรายกันเยอะอย่างนี้ครับ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการที่เคารพครับ ท่านพิจารณาใหม่ไหมครับ ถอนไปครับ ถอนแล้วเอาไปพิจารณาแล้วกลับมารายงานสภาใหม่ เพราะอย่างไรก็แล้วแต่นะครับ มาตรา ๓๐๐ วรรคห้า ที่กําหนดไว้ให้ท่านต้องทํากฎหมายให้เสร็จภายใน ๑ ป้ นี่มันเกือบจะ ๒ ป้แล้วนะครับ นี่มันเดือนกันยายน ไม่ใช่เกือบครับ เลย ๒ ป้ด้วยซ้ําไป นี่กันยายน ๒๕๕๒ ครับ ตุลาคม ๒๕๕๒ มันครบ ๑ ป้เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๑ แล้วการกลับไปพิจารณาใหม่ ผมฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการด้วย ตอบคําถามด้วยนะครับว่าสถานะของกฎหมายฉบับนี้ เมื่อไม่เปึนไปตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ สภาพการบังคับของการพิจารณาของการใช้บังคับหลังจากวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๑ มีผลเปึนอย่างไร มีสภาพบังคับหรือไม่ ผมว่านั่นคือประเด็น ที่คณะกรรมาธิการจะต้องไปปรับแล้วไปแก้มาพร้อมกับเหตุผลที่มาชี้แจงกับสภาแห่งนี้ ไม่อย่างนั้นพิจารณากันตายท่านประธาน พวกผมเองอย่างไรก็ได้ ๑๓๐ ครับ ถึงแม้ มีทั้งหมด ๑๘๙ อย่างไรก็ไม่ได้ ๑๘๙ ถึงได้ ๑๘๙ ก็ไม่ชนะ ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ถ้าจะให้อภิปรายลงมาตรา ๔ ในรายละเอียด ผมมีคําถามครับว่า เหตุผลที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากแก้ไขมาเปึนลักษณะนี้ ผมก็พยายามศึกษา เอกสารของท่าน ขอบคุณที่ท่านทําเอกสารและค่อนข้างมีรายละเอียด ให้เหตุผลมาดีมาก ในเอกสาร แต่ผมเข้าใจว่าที่ท่านให้เหตุผลมาเนื่องจากท่านไม่มีความไว้วางใจ ท่านไม่ไว้ใจ องค์กรอิสระที่ทําหน้าที่ในการพิจารณากรณีเปึนเรื่องของมหาชน เปึนเรื่องของประชาชน โดยรวม ท่านเปึนผู้ช่วยฝ์ายนิติบัญญัติ แต่บางครั้งท่านกลับไปทําหน้าที่เปึนผู้ตัดสิน แทนพี่น้องประชาชน มีหลายเรื่องที่ท่านตัดสินไปแล้วมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้าง ทางสังคม เช่น รัฐบาล ตัวอย่างนะครับ ท่านตัดสินแล้วมีผลเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมเลย รัฐบาลก็ยุบไปเพราะคําวินิจฉัยของท่าน รัฐสภาทํากฎหมายแทบตายท่านประธาน มาตรา ๑๔๗ เขียนเลยครับ เปึนสาระสําคัญ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเปึนสาระสําคัญตกทั้งฉบับครับ พวกเราทําแบบหน้ามืดตามัว หามรุ่งหามค่ําครับ แต่ว่าพอเดินเข้าไปในศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเปึนสาระสําคัญ ขัดแย้งปุ็บตกทันทีครับ คือลักษณะอย่างนี้มันบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ผมไม่โทษใครหรอก ครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญเปึนตัวกําหนด ถ้าจะแก้ก็แก้ทั้งฉบับนี้ละถึงจะดีที่สุด แต่ว่า เอาละครับถ้าสมมุติว่าท่านมีความไม่ไว้ใจอย่างนี้ ผมอยากจะทราบเหตุผลเหมือนกันว่า การที่ท่านเอาข้อกําหนดของวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งออกท่านประธาน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ โดยความเห็นชอบของตุลาการมาผ่าน สภาผู้แทนราษฎร ประโยชน์ที่ได้คืออะไร ข้อเสียมีไหม เพราะท่านไม่ชี้แจงให้ผมทราบ ในเอกสาร แต่มีบอกว่าเปึนข้อดี ข้อดีจะได้ผ่านกระบวนการการตรวจสอบของตัวแทน ของพี่น้องประชาชนในเรื่องข้อกําหนดของท่าน ซึ่งจริง ๆ ข้อกําหนดผมเปรียบแล้ว เปึนเหมือนกับกฎกระทรวงที่ออกให้ทําตามกฎหมายที่เราอนุญาตให้ฝ์ายบริหารไปออก กฎหมาย ถ้าเปึนลักษณะอย่างนี้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอื่นกับองค์กรอื่นก็ต้อง เปึนเหมือนกันด้วย ไม่ใช่เอาองค์กรเดียว เพราะคุณจะออกข้อกําหนดแล้วต้องมาผ่าน สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบก่อน มันต้องทุกองค์กรที่เปึนองค์กรอิสระที่ทํากฎหมาย เปึนของตนเองขึ้นมา ท่านประธานผมอยากทราบจริง ๆ ว่ามาผ่านแล้วได้ประโยชน์อะไร เสียอะไร จริงอยู่นะครับท่านอ้างว่าเปึนความเห็นขององค์กรที่เปึนสถาบันหลักคือ ฝ์ายนิติบัญญัติ เปึนตัวแทนพี่น้องประชาชน กฎหมายฉบับนี้ข้อกําหนดในการพิจารณา ของท่านอาจจะมีผลกระทบต่อภาพรวมได้ ผมยกตัวอย่างครับ แต่การที่มีผลกระทบอย่างนั้น บางครั้งมันไม่สามารถขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญของท่านเอง มันก็แทบไม่มี ประโยชน์อันใด ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างกฎหมายประชามติที่ผมกราบเรียนท่าน นะครับ จริง ๆ ผมไม่อยากยื่น เพราะว่ามันเปึนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๑ อยู่แล้วว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญหลังจากรัฐสภาพิจารณาเสร็จแล้วต้องส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่กระบวนการ การพิจารณาบางครั้งถ้าไม่ส่งไปท่านประธานครับ ตัวศาลเองท่านก็ไม่รู้ อย่างเช่น วิธีการ ลงคะแนนของเราที่ลงคะแนน ๒ ครั้ง โดยไม่ชอบข้อบังคับ ไม่ชอบระเบียบปฏิบัตินี่ แล้วใช้คะแนนครั้งหลังสุดเปึนข้อตัดสินอย่างนี้นะครับ ถึงแม้ว่าข้อกําหนดนั้นจะมา ผ่านสภาผู้แทนราษฎรของเรานะครับ ผมก็คิดว่าการตัดสินอย่างนั้นมันก็เปึนไปตาม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ กฎหมายประชามตินั้นตกทั้งฉบับนะครับ เพราะถือว่าเปึนสาระสําคัญ วิธีการสําคัญและองค์ประชุมไม่ครบ ใช้เสียง ๒๔๐ เสียง แต่ได้คะแนน ๒๓๘ คะแนน ยกตัวอย่างอย่างนี้ท่านประธานครับ ผมเลยอยากทราบ ในมาตรา ๔ ว่าท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากเอง ตัวท่านประธานช่วยกรุณาชี้แจงต่อ สภาด้วย หรือถ้าท่านจะถอนออกไปผมก็คิดว่าเปึนเรื่องดีนะครับ ขอบคุณครับ