สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๘ ตุลาคม ๒๕๕๒

ผ่องศรี ธาราภูมิ หารือเรื่องการรายงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ต่อสภา และเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมประเด็นที่สมาชิกให้ข้อคิดเห็น และนำเสนอในรายงานต่อไป เพื่อให้เห็นภาพรวมของการดำเนินการและประโยชน์ของการอภิปรายของสมาชิก นอกจากนี้ยังเสนอแนะเรื่องการส่งเสริมองค์ความรู้ของประชาชนเพื่อการมีส่วนร่วมในการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และการกระจายรายได้ด้วยการสร้างสังคมสวัสดิการ โดยยึดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญเป็นฐานในการเลือกเรื่องที่จะศึกษา

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ดิฉัน จะได้ให้ความเห็นต่อรายงานของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประจําป้ ๒๕๕๑ ดิฉันขอกราบเรียนหารือท่านประธานเพื่อให้การรายงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ต่อสภาของเราได้เกิดประโยชน์ ดิฉันเองก็เปึน ส.ส. สมัยแรก ป้นี้ก็เปึนป้ที่ ๒ ที่มีโอกาส ได้ฟังรายงานของหน่วยงานต่าง ๆ ดิฉันกราบเรียนว่าข้อเสนอ ข้อคิดเห็นของเพื่อนสมาชิก น่าสนใจแล้วก็มีประโยชน์ แต่ว่ารูปแบบที่ทางสภาได้จัดขึ้นพอถึงวาระรายงานก็ได้เรียนเชิญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขึ้นมานั่งแล้วก็ให้สมาชิกเราได้อภิปราย ดิฉันคิดว่าหลังจากที่ การอภิปรายเสร็จแล้วอยากจะขอปรึกษาท่านประธานว่าถ้าจะให้ทางฝ์ายเลขาธิการ หรือว่าทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รวบรวมประเด็นของสมาชิกที่ได้ให้ข้อคิดเห็น ในรายงานป้ที่ผ่านมา ป้ ๒๕๕๑ แล้วเมื่อมีโอกาสได้มารายงานป้ต่อไป พอท่านขึ้นมานั่ง บนบัลลังก์ก็อาจจะให้ท่านหน่วยงานเจ้าของเรื่องได้สรุปภาพรวมของหน่วยงานนั้น ๆ ว่าที่ สมาชิกเราได้ให้ข้อสังเกตไปมีเรื่องใดบ้างที่ทางสภาหรือหน่วยงานนั้นได้รับไปทํา หรือว่า ทําไม่ได้อย่างไร อันนี้ก่อนที่จะเป่ดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายก็จะทําให้เห็นว่าคุณค่า การอภิปรายของพวกเราจะมีประโยชน์มากขึ้น ไม่อย่างนั้นก็ไม่ทราบว่าพอท่านก็นั่งฟัง แล้วก็ตอบ แล้วก็ไม่ทราบว่าได้เอาไปดําเนินการหรือไม่ ยกตัวอย่างวันนี้มีเพื่อนสมาชิก ให้ข้อเสนอหลายเรื่องเลยที่บอกว่าป้หน้าควรจะทําเรื่องนั้น เรื่องนี้อะไรอย่างนี้ อันนี้ก็จะเปึน ประโยชน์มากขึ้น ก็ขอหารือท่านประธานนะคะ นอกจากนั้นแล้วดิฉันก็ขออนุญาต ในรายงานฉบับนี้ ป้ ๒๕๕๑ ดิฉันทราบดีว่าเปึนรายงานผลการดําเนินงานระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๐ ถึง วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ เพราะฉะนั้นก็คงจะเปึนช่วงของรายงานที่ได้ทําความเห็น ต่อรัฐบาลของ ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ซึ่งท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งในนี้ก็มีหลายคน ถามว่ามีเรื่องใดบ้างที่รัฐบาลเอาไปทํา อันนี้ดิฉันก็ถามต่อด้วยเลยว่า ๓๐ เรื่องนี้ที่เสนอต่อ รัฐบาลภายใต้การนําของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีนั้นได้มีเรื่องใดบ้างที่รัฐบาลเอาไปทํา นะคะ อันนี้ก็เปึนเรื่องเก่า

อีกเรื่องหนึ่งดิฉันขอเสนอในเรื่องของรูปแบบ รูปแบบรายงานก็มีรายละเอียด หลายท่านก็บอกไปแล้ว ขอให้ข้อสังเกตในส่วนของคณะกรรมการสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ๙๙ ท่าน เนื่องจากที่มาก็มีความหลากหลายจากทุกภาค ทุกกลุ่มวัยอาชีพ แต่ว่าในส่วนที่ใส่เปึนรูปถ่ายไว้ก็เพียงแต่ใส่รูปกับชื่อเท่านั้นก็เลยไม่ได้บ่งบอกว่าที่มาของ คณะกรรมการนี่มาจากตัวแทนที่ภาคใด แล้วก็องค์กรใด แล้วก็อาชีพใดจะทําให้เห็น ความหลากหลายของคณะกรรมการมากขึ้น ก็อาจจะใส่สั้น ๆ ได้ใต้รูปภาพว่าท่านมาจาก หน่วยงานและภูมิภาคใด อันนี้ก็ขอฝากเอาไว้ นอกจากนั้นแล้วในเรื่องของบทคัดย่อ สาระสําคัญของแต่ละเรื่องก็จะทําให้ดูง่ายว่าประเด็นทั้ง ๓๐ เรื่องนี่ควรจะมีสาระ เรื่องสําคัญเรื่องอะไร แล้วก็เสนอเชิงนโยบายเรื่องอะไรบ้าง จะทําให้การดูนั้นง่ายขึ้น

อีกเรื่องหนึ่งดิฉันขอเรียนถามตามหน้าที่เลยนะคะ ก็คือบทบาทหน้าที่ของ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไม่ว่าจะเปึนในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ หรือว่า ป้ ๒๕๕๐ ก็จะมีบ่งชัดไว้เรื่องของการให้คําปรึกษา ข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี ในปัญหาต่าง ๆ รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนั้นยังระบุว่าในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็บอกว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและแผนอื่นตามที่ กฎหมายบัญญัติต้องให้สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้ความเห็นก่อน พิจารณาประกาศใช้ ดิฉันก็ขอเรียนถามว่าขณะนี้เราใช้แผน ๑๐ แผน ๑๐ ก็เริ่มตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๐ ถึงป้ ๒๕๕๔ ขณะนี้ก็คงอยู่ระหว่างการทําแผน ๑๑ ก็ไม่ทราบว่าในช่วงที่ผ่านมา ตอนที่ทําแผน ๑๐ เกิดสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แล้วก็คงจะให้ความเห็นไว้ แล้วก็แผน ๑๑ ที่กําลังทําอยู่ก็คงยังไม่ถึงช่วงที่เขามาถามความเห็น แต่ระหว่างนี้ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติน่าจะทําควบคู่ไปด้วยเลย เพราะถ้าหากว่า ทําแผน ๑๑ มาเสร็จแล้วมาถามมันอาจจะแก้ไขอะไรได้ยาก อันนี้ก็ขอฝากไว้ด้วย นอกจากนั้นแผนอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติดิฉันก็ไม่ทราบว่ามีแผนอะไรบ้างที่กฎหมายบัญญัติ แล้วต้องถามสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินะคะ ก็ขออนุญาตเรียนถามด้วย

สําหรับอีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันขอให้ข้อสังเกตเรื่องสาระ ๓๐ เรื่อง ที่คณะกรรมการ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ศึกษา ดิฉันเห็นว่าบางเรื่องมีประโยชน์ มาก ๆ เลย ก็คงจะเอาไปใช้ได้เปึนข้อคิดเห็น แต่บางเรื่องดิฉันคิดว่ายังมีสาระแล้วก็น้ําหนักยังไม่เพียงพอ เหมือนกับเปึนการไปรวบรวม เอาเรื่องราวจากที่ต่าง ๆ ซึ่งดิฉันก็หาอ่านจากที่อื่นก็ได้ไม่ต้องมาถึงขั้นต้องมาอ่านเรื่องของ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเปึนที่ปรึกษามีความสําคัญให้คําที่ปรึกษา กับคณะรัฐมนตรีได้น่าจะมีการสังเคราะห์แล้วก็มีข้อเสนอที่แหลมคมแล้วก็ลึกมากกว่านี้ นะคะ ยกตัวอย่าง เช่น เรื่องของความรู้เรื่องการจัดการขยะของประเทศไทยก็เอาเปึนกรณี ของเทศบาลนครพิษณุโลกมา ดิฉันก็คิดว่า ดิฉันก็เคยอ่านเรื่องขยะในที่ต่าง ๆ ก็ไม่พบ ความต่างว่าจะมีความต่างในเนื้อที่มีน้ําหนักมากขึ้นอย่างไร นอกจากนั้นแล้วเรื่องการอนุรักษ์ พัฒนาวัฒนธรรมในนี้ก็บอกว่าวัฒนธรรมมี ๒ ประเภท วัฒนธรรมทางวัตถุ วัฒนธรรม ทางจิตใจ ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าคําว่า วัฒนธรรมทางวัตถุ จริง ๆ ก็คือค่านิยม มันจะสอดคล้องหรือไม่ เพราะว่าวัฒนธรรมคือวิถีชีวิต ก็อาจจะดูเปึนรายละเอียดเชิงวัฒนธรรม แต่ก็เชื่อว่า ท่านผู้รู้ทั้งหลายก็คงจะทํามาอย่างดีแล้วนะคะ อีกเรื่องหนึ่งดิฉันขอให้ข้อสังเกตว่า ที่น่าจะเปึนประโยชน์มาก ๆ เลยนะคะ ก็คือเรื่องของการส่งเสริมองค์ความรู้ของประชาชน เพื่อการมีส่วนร่วมในการกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่น เพราะว่าขณะนี้ก็จะมีตามที่รัฐบาล ได้มีนโยบายเรื่องการกระจายอํานาจ คือทุกรัฐบาลก็ยังมีปัญหาในเรื่องของการกระจายอํานาจ แล้วก็การพัฒนาการเมืองการปกครองอย่างมีส่วนร่วมที่แท้จริง แล้วก็พบว่ามีปัญหามากมาย ในท้องถิ่น ถ้าหากว่าท้องถิ่นไม่เข้มแข็งการเมืองระดับชาติก็คงจะเปึนไปไม่ได้นะคะ ดังนั้นข้อเสนอรายงานฉบับนี้น่าจะมีประโยชน์อย่างมากนะคะ ก็ไม่ทราบว่าได้ผลักดัน ไปที่รัฐบาลอย่างไรบ้าง เพราะในรายงานนี้ก็เขียนบอกว่า ผลการดําเนินงานยังไม่ได้รับคําตอบ จากสํานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในรัฐบาลสมัยนั้น ดิฉันคิดว่าน่าจะได้มีการติดตาม ด้วยนะคะ

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการกระจายรายได้ด้วยการสร้างสังคมสวัสดิการ ก็น่าสนใจนะคะเพราะว่าเราจะต้องเตรียมการรองรับเรื่องสวัสดิการ ไม่ว่าจะเปึน สวัสดิการของรัฐ สวัสดิการแบบมีส่วนร่วมแล้วก็สวัสดิการของภาคเอกชน อันนี้ก็ขอฝาก ให้คณะกรรมการสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินะคะ นอกเหนือจาก ทําความเห็นไปแล้ว แม้ว่าหน้าที่ของเราแค่เสนอความเห็นไม่ได้ติดตาม แต่ว่าถ้าเรา ได้ติดตามแล้วก็ผลักดันเชิงนโยบายก็จะทําให้ข้อคิดเห็นการศึกษาของท่าน ได้เปึนประโยชน์มากขึ้นไม่สูญเปล่า อันนี้ดิฉันก็ขอฝากไว้ มีความดีงามมากมาย ในเอกสารแล้วก็การทํางานของท่านนะคะ ไม่มีเวลาที่จะชื่นชมนะคะ ก็ขอให้เฉพาะ ข้อสังเกตนะคะ

อีกอันสุดท้าย ก็คือเรื่องที่ท่านเลือกขึ้นมาแต่ละเรื่องหยิบขึ้นมา ๓๐ เรื่อง ถ้าเลือกว่าจะศึกษาเรื่องใด มีฐานคิดอย่างไรว่ามาจากไหน ดิฉันพยายามดูว่า ๓๐ เรื่อง มาจากที่ใดบ้าง ก็มาดูฐานที่มาของคณะกรรมการแล้วก็อนุกรรมการนะคะว่า อนุกรรมการ ๖ ด้าน ด้านเศรษฐกิจ สังคม เรื่องที่มาของท่านก็จะสอดคล้องกับ อนุกรรมการเหล่านั้น แต่ละด้านมันมีความหลากหลาย เข้าใจว่าอาจจะมาจาก ความสนใจของกรรมการด้วยเปึนสําคัญว่ากรรมการสนใจเรื่องนี้หรือไม่ หรือว่าที่จริงแล้ว ควรจะได้ยึดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญมาเปึนฐานก็จะดีนะคะ เพราะว่า ถ้าไปดูแล้วบางเรื่องไม่มี แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐทั้งหมด ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ ความมั่นคง การบริหารราชการแผ่นดิน ศาสนา สังคม สาธารณสุข ศึกษา วัฒนธรรม กฎหมายกระบวนการยุติธรรม อันนี้สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็ไม่ได้หยิบ ขึ้นมานะคะ ด้านต่างประเทศ ด้านเศรษฐกิจ ด้านที่ดิน อันนี้บางเรื่องมีค่ะ ด้านวิทยาศาสตร์ ทรัพย์สินทางปัญญาแล้วก็พลังงานอะไรเหล่านี้นะคะ ถ้าหากว่าฐานที่จะเลือกเรื่อง ขึ้นมาศึกษาได้ยึดโยงกับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐก็จะทําให้น้ําหนักของสภาที่ปรึกษา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้มีเนื้องานที่สอดคล้องกับนโยบายด้วยนะคะ ดิฉันก็ขอฝาก เปึนข้อสังเกตไว้แล้วก็ขอให้กําลังใจทุกท่านนะคะ เพราะว่าสภาแห่งนี้คงมีความสําคัญ มากนะคะ ขอขอบพระคุณมากค่ะ