สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๘ ตุลาคม ๒๕๕๒

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ยืนยันว่าการระงับการดำเนินการของโครงการ 76 โครงการนิคมอุตสาหกรรมที่มาบตาพุดเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และขอให้นายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบต่อการปล่อยมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทย

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ที่จริงแล้วกระทู้ถามของผมนี้ถามว่าเปึนกระทู้ถามสดไหม ผมเชื่อครับว่า สดจริง ๆ เปึนเรื่องที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจ นักลงทุน นักธุรกิจ แม้กระทั่ง ชาวต่างชาติที่เปึนนักลงทุนก็ให้ความสนใจในกระทู้ถามสดนี้ ผมก็ขอขอบพระคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ วันนี้ผมตั้งกระทู้ถามสดนี้ถามท่านเพียงท่านเดียว ไม่ต้องให้ คนอื่นช่วยหรอกครับ เพราะประเด็นที่ผมจะถามตรงเปัาเลย ท่านประธานกรณีที่โครงการ ๗๖ โครงการที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดมีการกระทําขัดต่อมาตรา ๖๗ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมต้องขออนุญาตท่านประธานอ่านรัฐธรรมนูญให้พี่น้องประชาชนที่ติดตาม การตั้งกระทู้ถามสดของผมได้เข้าใจถึงมาตรา ๖๗ ถึงสิทธิชุมชนที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ถึงแม้ว่าผมจะไม่ชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ผมจะขออ่านครับ ในวรรคสอง ที่เปึนปัญหาอยู่ในขณะนี้ การดําเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อ ชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ จะกระทํามิได้ครับ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อนครับ รวมทั้งได้ให้องค์กรอิสระ ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนขององค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติ หรือด้านสุขภาพให้ความเห็น ประกอบก่อนว่ามีการดําเนินการดังกล่าว มาตรา ๖๗ วรรคสองนี่ล่ะครับคือเหตุผลที่ทําให้มีผู้ชุมนุมที่อาศัยอยู่ในบริเวณ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดได้ฟัองหรือร้องต่อศาลปกครอง ซึ่งศาลปกครองก็ได้วินิจฉัย ให้มีการระงับการดําเนินการ ถามว่าพี่น้องที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นผิดไหมครับ ไม่ผิดครับ เขาทําชอบด้วยกฎหมายสูงสุดของประเทศ คือกฎหมายฉบับนี้ ทีนี้ให้โอกาสพี่น้อง ประชาชนชุมชนได้แสดงและหวงแหนสิทธิอันพึงได้ของเขา เขาทําถูกครับ ผมสนับสนุน ในสิ่งที่เขาทํา และผมก็มองว่าการที่ศาลปกครองได้วินิจฉัย ได้พิจารณาตัดสินไปนั้น ความเสียหายที่เกิดขึ้น ผมต้องเอาตัวเลขนี้มาเล่าให้พี่น้องประชาชนได้ฟังครับว่ามูลค่า การลงทุนที่ศาลปกครองระงับ ๗๖ โครงการ ตัวเลข ๒๘๘,๐๙๗ ล้านบาท ไม่ใช่ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ เพราะว่าหนังสือพิมพ์บางฉบับลง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท การคาดการณ์ว่าจะสร้างรายได้ต่อป้ หลังจากโครงการ ๗๖ โครงการดําเนินการไปได้ต่อป้ นะครับ รายได้ ๒๖๒,๒๓๙ ล้านบาท นอกจากนั้นในช่วงที่มีการก่อสร้าง มีการจ้างงาน ๓๗,๐๐๐ คน ข้อมูลเหล่านี้มาจากนายสรยุทธ์ เพชรตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม ผ่านหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ ๑ ตุลาคม ผมมีที่มา ถ้ามันผิด ก็ต้องไปถามรัฐมนตรีช่วยว่าการนะครับ นอกจากนั้นแล้วเขาคาดกันว่าหลังจากที่นิคม ๗๖ โครงการนี้เดินไปจะมีการจ้างงาน ๑๐๐,๐๐๐ คนโดยประมาณ อันนี้ก็เปึนคําสัมภาษณ์ ของคุณเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธาน ปตท. การเงิน ปตท. และคุณสันติ วิลาสศักดานนท์ ผมมีที่มาที่ไปที่จะชี้ให้พี่น้องประชาชนได้เห็นว่าความเสียหายนั้นมันเกิดมากน้อยแค่ไหน พี่น้องประชาชนจะได้เข้าใจครับ ทีนี้การระงับโครงการที่มาบตาพุด ๗๖ โครงการ ก็มีนักวิชาการ ผู้รู้ แม้กระทั่งหนังสือพิมพ์ นักวิเคราะห์ นักลงทุนได้ให้มาให้สัมภาษณ์ไว้ มากมาย ยกตัวอย่าง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ อันนี้คือสิ่งที่ศาลอัยการสูงสุด พยายามที่จะยื่นอุทธรณ์โดยจะอ้างเหตุผลให้ศาลปกครองว่าการระงับโครงการ ๗๖ โครงการส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ แม้กระทั่งอัยการยังยอมรับครับว่า เศรษฐกิจของประเทศเสียหาย นอกจากนั้นคุณก้องเกียรติ โอภาสวงการ ให้สัมภาษณ์ว่า เปึนเรื่องใหญ่มากและเปึนการส่งสัญญาณและภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของประเทศที่จะส่งผล กระทบต่อความมั่นใจของนักลงทุน ซึ่งถือเปึนอันตรายมาก ผู้บริหาร ปตท. บอกว่า ปตท. ได้รับผลกระทบถึง ๒๕ โครงการ มูลค่า ๑,๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนั้นแล้วคุณสันติ วิลาสศักดานนท์ ท่านก็ให้สัมภาษณ์ว่ากระทบรุนแรงต่อภาคธุรกิจถึงขั้นฉุดระบบเศรษฐกิจ ล้มละลาย นอกจากนั้นที่ประชุม ครม. เศรษฐกิจก็มีการพูดจากันว่าปัญหาเรื่องนี้จะส่งผล กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน หากไม่สามารถแก้ไขได้ ผลกระทบจะมีความรุนแรง ไม่แพ้เหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา เขาคงจะหมายถึงเสื้อเหลือง ในการป่ดสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ซึ่งทําความเสียหายไม่ต่ํากว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงินได้สรุปแล้วจะส่ง ให้ท่านประธานสภาได้อ่านด้วยครับ นอกจากนั้นแล้วยังมีแหล่งข่าวในการประชุม ครม. เปึนห่วงครับ ห่วงว่าเอกชนจะฟัองร้อง เพราะปฏิบัติตามขั้นตอนที่รัฐบาลกําหนดทุกข้อ แต่ถูกระงับการลงทุนครับ และที่สําคัญที่สุดนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ครับท่านประธาน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์รับสารภาพเองเลยครับ มติชนเมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ส่งผลกระทบ ต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุน ขอบคุณที่ท่านนายกรัฐมนตรีเข้าใจว่าการระงับ ๗๖ โครงการส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน ท่านประธานผมไม่อยากเห็นรัฐบาลชุดนี้อาศัยวิธีการเดิม ๆ โยนความผิดไปยังศาลปกครอง ไม่ได้ว่าศาลปกครองใช้ดุลยพินิจโดยไม่คํานึงผลกระทบ การลงทุนและเศรษฐกิจของประเทศ ผมไม่อยากได้ยินอย่างนั้น เพราะวันนี้ศาลปกครอง ท่านได้ตัดสินความตามเนื้อหาและตัวบทกฎหมายที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ และข้อมูล ที่ผู้ร้องซึ่งเปึนชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้นําเสนอต่อศาลปกครองด้วยความเปึนธรรม อย่าไปกล่าวหาท่าน ท่านทําถูกแล้ว รัฐบาลจะไปโยนความผิดให้รัฐบาลชุดก่อน ๆ ที่ใช้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นับตั้งแต่รัฐบาลสุรยุทธ์ ท่านสมัคร รัฐบาลท่านสมชาย ไม่ได้ เด็ดขาด เพราะในสมัยรัฐบาลก่อน ๆ ไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้ครับ ประชาชนไม่เคยชุมนุม ผู้ชุมนุมไม่เคยไปฟัองต่อศาลปกครอง อย่าใช้นิสัยเดิม ๆ มากล่าวอ้างไปโทษคนอื่นเขา รัฐบาลต้องรับผิดชอบเต็ม ๆ ครับ เพราะกระเหี้ยนกระหือรืออยากมาเปึนรัฐบาลทั้ง ๆ ที่มี เสียง ส.ส. เปึนอันดับ ๒ ท่านประธานอยากจะมาบริหารแล้วบอกว่าไม่รู้เหตุการณ์เหล่านี้ ไม่ได้ ท่านต้องรับผิดชอบเต็ม ๆ นี่ละครับคือความล้มเหลวในการบริหารจัดการในเรื่อง ของสิ่งแวดล้อม และการอ่อนด้อยประสบการณ์ในเรื่องของการลงทุนเพราะเด็ก ๒ คน นอกจากนั้นแล้วผมขออนุญาตท่านประธานเลยครับ เพราะว่าผมชื่นชมกับทีมเศรษฐกิจ ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐที่เขียนบทความนี้ ในหน้าที่ ๘ ทีมเศรษฐกิจของหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐเขียนได้ดีมาก เขาเขียนไม่เข้าข้างใคร เขาบอกว่าทําให้กว่า ๒ ป้ที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ประกาศใช้นับแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ หลายต่อหลายรัฐบาล โดยเฉพาะ อย่างยิ่งรัฐบาลชุดนี้ไม่มีการดําเนินการใด ๆ เพื่อรองรับและจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เปึนไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ ไว้เลย อันนี้เปึนสิ่งที่รัฐบาล ต้องฟังครับ

อันที่ ๒ ถามว่าเปึนความผิดและความรับผิดชอบของใคร เขาบอกว่า คําตอบก็ล้วนมาจากการดําเนินการที่สับสน ผิดพลาด และล่าช้าของรัฐบาลทั้งสิ้น ทั้ง ๆ ที่ ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศว่าจะดําเนินการแก้ไขปัญหา เรื่องมลพิษที่ว่านี้อย่างจริงจัง แต่ตลอดระยะเวลา ๘ เดือนของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี กลับไม่ได้ลงมาทําหน้าที่เปึนตัวกลางประสานและบูรณาการแก้ไขปัญหานี้อย่างเปึนระบบ ไม่ได้ลงไปทําหน้าที่ประสาน ๘ หน่วยงานหลัก ๘ หน่วยงานหลักที่ถูกฟัองไปนี่นะครับ ท่านประธานฟังอย่างนี้แล้วผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนเข้าใจครับ กระทู้ถามของผมตั้งใจ ที่จะถามเพื่อให้นายกรัฐมนตรีได้ตอบ เดี๋ยวท่านตอบเองนะครับ สําหรับในตัวผมนั้น ผมมองอย่างนี้ครับ รัฐบาลหย่อนยานในกระบวนการกํากับดูแลหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะ เปึนกระทรวงอุตสาหกรรม หรือการนิคมอุตสาหกรรม รัฐบาลไม่ได้กํากับดูแลให้เขา ทํางานให้รัดกุมรอบคอบ รัฐบาลมองข้ามปัญหาไม่ใส่ใจดูแลแก้ไขแต่เนิ่น ๆ ปล่อยปละละเลย จนเปึนเรื่องใหญ่โต สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ ที่สําคัญที่สุดท่านประธาน นายอภิสิทธิ์สร้างภาพ ไม่จริงใจที่จะแก้ปัญหา ไปนั่งเปึนประธานคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติให้คนเขารออยู่ร่วม ๒ ชั่วโมง เดี๋ยวท่านต้องตอบนะครับ ให้คนรอ ๒ ชั่วโมง แล้วพอท่านเดินเข้ามาท่านเข้าไปประชุม ๑๐ นาที แล้วก็รีบออกจากห้องประชุม แล้วมันจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร

ดังนั้นท่านประธานครับผมขอถามคําถามแรก ถามนายกรัฐมนตรีครับว่า ท่านจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไรต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ท่านจะกล่าว คําขอโทษสักคําหนึ่งกับผู้ประกอบการหรือเจ้าของโครงการทั้ง ๗๖ โครงการหรือไม่ และหากการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองไม่เปึนผล ท่านจะทําอย่างไร อันนี้คือคําถามแรก ขอบคุณครับ