ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง หารือเรื่องการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยเรียกร้องให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และถามถึงการดำเนินการของพนักงานสอบสวนในคดี 9 คดีที่แจ้งความไว้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย กลุ่มที่ ๖ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ ผมขอใช้สิทธิตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๗ ยื่นกระทู้ถามสด ถามท่านนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับ ท่านประธานที่กระผมนําเรื่องนี้มาถามเปึนกระทู้ถามสด เพราะว่าผมติดตามพฤติกรรม รัฐบาล รัฐบาลมีใจเอนเอียงเข้าข้างกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ถูกแจ้ง ข้อกล่าวหาว่าเปึนผู้กระทําความผิด ที่กระผมมั่นใจว่ารัฐบาลเอนเอียงแล้วไม่เปึนกลาง ไม่มีหลักนิติรัฐ ลีเกิล สเตท (Legal State) และไม่มีหลักนิติธรรม ขาดธรรมาภิบาล เห็นได้ชัด ว่าเวลาพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุม รัฐบาลไม่เคยคิดเอาพระราชกําหนด ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ได้คิดเอาพระราชบัญญัติรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ มากํากับดูแล รัฐบาลแสดงความชัดเจนว่าเปึนพวกกับคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิด แต่ขณะเดียวกันคนใส่เสื้อแดงจะชุมนุมอะไรต่อมิอะไรไม่ได้ นี่รัฐบาลยังไปตั้งหลักถึง ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มูฟ (Move) มาอีกหลายตําบลในจังหวัดเพชรบุรี ผมต้องขอโทษ ข้าราชการตํารวจซึ่งเปึนอาชีพดั้งเดิมของผมว่ามายื่นกระทู้ถามสดวันนี้ตํารวจมาเยอะ เหลือเกิน ต้องเสียเวลาทํางาน และที่ต้องถามเรื่องนี้จะต้องเกี่ยวพันกับพนักงานสอบสวน ผมต้องขออนุญาตท่านประธานอ่านเอกสารบ้าง เพราะเดี๋ยวจะมีการประท้วงกันครับ ด้วยเมื่อระหว่างวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑ ติดต่อกันตลอดมาจนถึง ๓ ธันวาคม ๒๕๕๑ นับเปึนเวลา ๙ วัน ได้มีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นําโดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คนปัจจุบันกับพรรคพวกรวมประมาณ ๑๙ คน ได้ยกกําลังนําม็อบเข้าไปยึดสนามบิน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขับไล่ รัฐบาลก่อให้เกิดความปัืนป์วน กระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนโดยใช้กําลังข่มขืนใจ หรือใช้กําลังประทุษร้ายที่ดอนเมือง พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยส่วนหนึ่งได้ทุบตี พันตํารวจเอก (พิเศษ) จนกระทั่งสลบลงกองกับพื้นยังตามไปกระทืบซ้ํา นี่คือพฤติกรรม ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยใช้กําลังข่มขืนใจ ใช้กําลังประทุษร้าย บังคับขู่เข็ญเพื่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ทําให้ระบบการขนส่งสาธารณะ ทางอากาศ การให้บริการการบินของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิต้องป่ดลงโดยสิ้นเชิง ผู้โดยสารทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศต้องตกค้าง ไม่สามารถเดินทางเข้า-ออก ราชอาณาจักรได้ ก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศชาติอย่างร้ายแรง อันเปึนการกระทําผิดกฎหมายบ้านเมืองอุกฉกรรจ์ เข้าข่ายกระทําผิดฐานก่อการร้าย สากลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๕/๑ ท่านประธานเปึนนักกฎหมายก็รู้ พระราชกําหนด มาตรา ๑๓๕/๑ เขาออกโดยข้อขอร้องของมติคณะมนตรีแห่งสหประชาชาติ ทุกประเทศที่เปึนสมาชิกภาคีกฎหมายเรื่องนี้เขาถือว่าเปึนความผิดอุกฉกรรจ์นะครับ ความเสียหายด้านการท่องเที่ยว การส่งออก ความน่าเชื่อถือ ประเมินค่าไม่ได้ หน่วยราชการ ได้รับความเสียหาย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดําเนินคดี กับแกนนํากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีนายสนธิ ลิ้มทองกุล มีนายกษิต ภิรมย์ ส่วนอื่น ๆ เดี๋ยวผมจะเรียนทีหลัง พนักงานสอบสวนประจําสํานักงานตํารวจแห่งชาติ รับสํานวนสอบสวนคดี ๘–๙ คดี ตั้ง ๘ ข้อกล่าวหา ความผิดเยอะมากมาย โทษจําคุก เกิน ๓ ป้ก็เยอะครับ โทษประหารชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๕/๑ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ ฉบับที่ ๒ พุทธศักราช ๒๕๓๘ มาตรา ๖ ทวิ (๒) โทษประหารชีวิต ใน ๘ ข้อกล่าวหา ๙ คดี มี ๒ ข้อกล่าวหา มีโทษถึงประหารชีวิต นี่ผมไม่ได้พูดเองครับ บทบัญญัติกฎหมายเขียนเอาไว้ บัดนี้เวลา ได้ล่วงเลยมานานถึง ๑๐ เดือนเศษแล้วยังไม่มีความคืบหน้าในการดําเนินคดีกับ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเลย ผู้กระทําความผิดดังกล่าวทั้ง ๆ ที่ พยานหลักฐานทางคดี พยานเอกสาร พยานบุคคล พยานวัตถุไม่มีความสลับซับซ้อน เพราะมีการบันทึกเทปวิดีโอ (Video) เอาไว้ รัฐบาลภายใต้การนําของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แถลงนโยบายว่าจะสร้างความเปึนธรรมในการรักษากฎหมายให้เสมอภาคกันคือ ลอว์ เอ็นฟอร์ซเมนท์ (Law Enforcement) ใครทําผิดต้องถูกลงโทษ แถลงนโยบาย แต่ไม่ใช่ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ไปแถลงที่กระทรวงการต่างประเทศ นับเปึนรัฐบาลชุดแรก ที่แหวกม่านประเพณี ไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา นายอภิสิทธิ์บอกเอาไว้ชัดว่าจะ บริหารราชการบ้านเมืองบนความถูกต้องชอบธรรม ลีเกิล สเตท (Legal State) หลักนิติรัฐ รูล ออฟ ลอว์ (Rule of law) รูล บาย ลอว์ (Rule by law) รูล บาย เมน (Rule by main) หลักนิติธรรมหรือธรรมาภิบาล กูด กัฟเวิร์นแนนซ์ (Good Governance) แปลว่ารัฐบาลนี้ บริสุทธิ์ ยุติธรรม ใช้กฎหมายกับพี่น้องประชาชนคนไทยเท่าเทียมกัน แต่ปรากฏว่า เหตุการณ์ผ่านมา ๑๐ เดือนเศษกลับไม่ใส่ใจ ไม่กระตือรือร้นจะอํานวยการหรือ ดําเนินการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ ซ้ําร้ายยังนํานายกษิต ภิรมย์ ผู้ต้องหา ก่อการร้ายเข้าร่วมรัฐบาล เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี สร้างความสับสนมึนงงให้กับ สังคมไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเปึนหัวหน้ารัฐบาล มีอํานาจหน้าที่บังคับบัญชาข้าราชการฝ์ายบริหารทุกตําแหน่งในกระทรวง ทบวง กรม และเปึนผู้บังคับบัญชาสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เปึนประธานคณะกรรมการนโยบาย ตํารวจแห่งชาติ กตช. ตามพระราชบัญญัติตํารวจ ป้ ๒๕๔๗ มาตรา ๖๖ มาตรา ๖ มาตรา ๑๖ มีอํานาจหน้าที่ในการกําหนดนโยบายการบริหาร ท่านประธานครับผมจําได้ ผมเคยยื่นกระทู้ถามสดถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครั้งหนึ่งหรือสองครั้ง ผมถามกรณี นายกษิต ภิรมย์ ถูกกล่าวหา วันนี้ถึงแม้ไปมอบตัวแล้วไม่ต้องมาตอบตรงนี้ผมรู้ ไปมอบที่ สถานีตํารวจนครบาลทุ่งสองห้อง ไปมอบแล้ว นายกษิต ภิรมย์ เปึนผู้ต้องหาเพราะตํารวจ กล่าวหาครับ ถ้านายกษิตไม่ผิดแล้วตํารวจกล่าวหา นายอภิสิทธิ์ต้องตั้งกรรมการกับ ตํารวจที่มากล่าวหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศผู้ที่ท่านไว้เนื้อเชื่อใจ เพราะว่ากระทรวงการต่างประเทศเปึนกระทรวงหน้าตาของประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ยืน ตอบผมแล้วบอกว่ายังไม่สามารถตอบได้ว่า ผิด หรือ ไม่ผิด แต่มีความคิดอยู่ในใจ วันนี้ เหตุการณ์ผ่านมา ๑๐ เดือนเศษ นายอภิสิทธิ์น่าจะเอาความคิดในใจมาบอกสังคมไทยได้แล้ว
ผมจึงขออนุญาตตั้งคําถามข้อที่ ๑ ว่าข้อกล่าวหาความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ภายในราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖ และข้อกล่าวหาความผิด เกี่ยวกับการก่อการร้ายป่ดสนามบินตาม ป. วิ. อาญา มาตรา ๑๓๕/๑ เปึนความผิด อุกฉกรรจ์ โดยเฉพาะข้อหากระทําการก่อการร้ายนั้นมีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิต ทั้งนี้ ตามมาตรา ๑๓๕/๑ ดังกล่าว เปึนเรื่องประเทศไทยได้ออกพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญาสมัย พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรี ออกเปึน พระราชกําหนด เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๔๖ เนื่องจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่ง สหประชาชาติได้มีมติ ที่ ๑๓๗๓ เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน คริสต์ศักราช ๒๐๐๑ คือป้ ๒๕๔๔ ให้สมาชิกของสหประชาชาติออกกฎหมายฉบับนี้เหมือนกัน แต่ปรากฏว่าความคืบหน้าใน การดําเนินคดีเหมือนจะหยุดลง พนักงานสอบสวนก็เฉื่อย ออกหมายเรียกครั้งแรก พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไปแทนที่จะไปมอบตัว ไม่ ไปปราศรัย ตํารวจก็เอา กับเขาด้วยขึ้นเวทีปราศรัย ท่านประธานเปึนนักกฎหมาย ท่านประธานรู้ ผมอภิปรายคน เปึนนักกฎหมายรู้ทั้งบ้านทั้งเมืองว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๔ เมื่อผู้ต้องหาปรากฏต่อหน้าพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนต้องแจ้งข้อหา กล่าวก่อนสอบสวนต้องให้เขารู้สิทธิ เขาให้การอย่างไรเรื่องของเขา ไม่จําเปึนต้องเสาะแสวงหา พยานหลักฐานจากฝ์ายผู้ต้องหา เพราะกฎหมายเขียนไว้ชัด ผู้ต้องหาให้การอย่างไรก็ให้ พนักงานสอบสวนจดไปอย่างนั้น ผู้ต้องหาปรากฏต่อหน้าพนักงานสอบสวนกลับไป ปราศรัย บอกว่ามานี่ไม่ได้มารับข้อหา มาต่อว่าตํารวจ ผมจึงถามคําถามข้อที่ ๑ ตามที่ พนักงานสอบสวนรับแจ้งความไว้ทั้ง ๙ คดี แจ้งความผิด ๘ ข้อกล่าวหา แต่ละคดีได้ ดําเนินการไปถึงไหน จะส่งสํานวนให้พนักงานอัยการเพื่อฟัองศาลได้เมื่อไร ถ้าตํารวจ เห็นควรไม่ฟัอง สั่งไม่ฟัองบ้าง