ดวงพร อาภาศิลปี หารือเรื่องการพัฒนาตลาดรองในประเทศไทย โดยอธิบายผลการดำเนินงานของบริษัทและผลกระทบต่อหนี้สูญ รวมถึงการเตรียมการในการสืบทอดตำแหน่งของบริษัท และพูดถึงบทบาทของตลาดรองในการช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยคงที่เพื่อลดความเสี่ยงในการกู้เงินของประชาชน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่ทรงเกียรติแล้วก็ท่านสมาชิกทุกท่านนะคะ ดิฉัน ดอกเตอร์ดวงพร อาภาศิลปี ขออนุญาตตอบคําถามที่ท่านสมาชิกได้ถาม คําถามเกี่ยวกับในแง่ของตัวชี้วัดของผลการดําเนินงานของการพัฒนาตลาดรอง ในประเทศไทยเอง ก็คือว่าในช่วงตั้งมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ เริ่มดําเนินการจริง ๆ ประมาณ ป้ ๒๕๔๑ ในช่วงป้ ๒๕๔๒-๒๕๔๘ บรรษัทเองได้จัดซื้อสินเชื่อรวมประมาณเกือบ ๗,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็มีการออกพันธบัตรอายุประมาณ ๒-๕ ป้ ประมาณ ๓,๑๐๐ ล้านบาท รวมทั้งการออกตัวตราสารที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยหนุนหลังหรือตัวเอ็มบีเอส (MBS) คือ มอร์ทเกจ แบค ซีเคียวริตี (Mortgage-Backed Security) อีกประมาณ ๑,๓๐๐ ล้านบาท แล้วก็ในปัจจุบันอย่างป้ ๒๕๕๒ เองในเรื่องการทําแปลงสินทรัพย์เปึนหลักทรัพย์ เดี๋ยวภายในควอเตอร์ ๔ (Quarter4) บรรษัทจะมีการทําการแปลงสินทรัพย์เปึนหลักทรัพย์ อีกประมาณ ๗๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นถามว่าในแง่ตัวชี้วัดผลการดําเนินงาน ตัวนี้ ก็จะเปึนภาพกรอบที่ทางบรรษัทเองได้ทําต่อเนื่องไปค่ะ
สําหรับเรื่องตัวหนี้สูญเองที่ท่านสมาชิกท่านอานิกได้ถามนี่นะคะ จะมี การกันสํารองหนี้สงสัยจะสูญในป้ ๒๕๕๑ ไว้เกินกว่าเกณฑ์ เพราะฉะนั้นหนี้สงสัยจะสูญ ก็คือว่าจะมีอยู่ประมาณ ๒๓.๖ ล้านบาท คือเปึนการที่เรามี คอนเซอร์เวทีฟ โพลิซี (Conservative Policy) ก็เลยกันไว้สูงนะคะ
แล้วก็ส่วนในเรื่องของค่าใช้จ่ายพนักงานเองในป้ ๒๕๕๑ เมื่อเทียบกับ ป้ ๒๕๕๐ ที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะว่ามีจํานวนพนักงานในป้ ๒๕๕๐ เอง ในแง่การดําเนินงานนี้เขาจะดําเนินงานที่ธุรกรรมหลักไม่ได้ทํา เพราะฉะนั้นเริ่มกลับมา ทําธุรกรรมหลักอีกครั้งในป้ ๒๕๕๑ ก็จะได้มีการจ้างพนักงานเข้ามาเสริมทีมให้ครบ เพราะเดิมตําแหน่งหลัก ๆ จะไม่มีพนักงานเลย หมายถึงว่าในระดับหัวหน้าก็ได้มีการ เสริมทีมเข้ามา เพราะว่าเราต้องการให้ตลาดรองสามารถทําบทบาทได้เต็มที่ แต่เมื่อเทียบ ค่าใช้จ่ายเองกับตัวรายได้แล้วก็ยังเปึนสัดส่วนที่ต่ํามาก เลยขอเรียนอนุญาตชี้แจงว่า อันนั้นเปึนในเรื่องค่าใช้จ่ายพนักงานที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเพราะมีการจ้างพนักงานเข้ามา เพื่อประกอบธุรกรรมสําหรับรองรับที่จะขยายในอนาคตต่อไปด้วย
ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายกรรมการเองที่มีเพิ่มขึ้น อันนั้นส่วนหนึ่งเพราะว่า ในป้ ๒๕๕๑ เองก็จะมีกําไรจากการประกอบการมีกําไรสุทธิอยู่ เพราะฉะนั้นก็จะมีส่วนที่ เปึนโบนัสที่ให้กรรมการไว้ด้วยก็เปึนสาเหตุส่วนหนึ่งที่เพิ่มขึ้นค่ะ
สําหรับคําถามของท่านสมาชิกผ่องศรีนะคะ ก็คือว่าในแง่ของตัวที่ว่า มีผู้ที่มาตรวจสอบจากภายนอกหรือเปล่าสําหรับงบการดําเนินงานของบรรษัทเองนะคะ ก็คือว่ามีผู้มาตรวจสอบคือสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินก็เปึนผู้ที่มาตรวจสอบงบของ บรรษัทเปึนประจําทุกป้ รวมทั้งในแง่ของทางแบงก์ชาติเองก็จะได้เข้ามาตรวจเปึนประจํา ทุกป้ แล้วก็จะมีรายงานส่งให้ทางรัฐมนตรีกระทรวงการคลังทุกป้เช่นกันค่ะ
สําหรับคําถามที่เกี่ยวกับเรื่องซัคเซสชัน แพลน (Succession plan) ในแง่ กระบวนการเอง ในแง่ซัคเซสชัน แพลน ก็จะมีการดูคอร์ คอมพีเทนซี (Core competency) ว่าสําหรับตําแหน่งที่จะต้องมีผู้มาสืบต่อจําเปึนจะต้องมีคอมพีเทนซีอะไรบ้าง แล้วก็ จะได้มีการดูบุคคลหรือบุคลากรที่คิดว่ามีคุณสมบัติที่เหมาะกับตัวคอร์ คอมพีเทนซี อันนั้นเพื่อที่จะได้ให้สามารถว่าถ้าเกิดมีการหมุนพนักงานออกไปหรือผู้บริหารออกไป จะได้มีการสืบเนื่องในแง่การดําเนินงานต่อค่ะ
คําถามถัดไปที่เกี่ยวกับเรื่องที่ว่าคดีของบรรษัทเอง คดีที่มีผู้ถูกฟัองที่เรา ถูกฟัอง ๙๐๐ ล้านบาท ก็คือว่าเปึนคดีที่สืบเนื่องมาตั้งแต่ประมาณป้ ๒๕๔๘ เปึนคดี ที่คู่ค้าคือไทยเคหะฟัองว่ามีการทําให้เขาล่าช้าในการที่จะได้เปึนแบงก์ แต่ในทางปฏิบัติ ก็คือทางบรรษัทเองได้มีการปฏิบัติตามหน้าที่ ก็คือว่าเราทําตามปกติของเรา เพราะฉะนั้น ถ้าไม่ปฏิบัติหน้าที่จะเปึนการละเว้นตามมาตรา ๑๕๗ เราได้ปฏิบัติหน้าที่ตามนั้นไป แล้วก็ปรากฏว่าในศาลชั้นต้นเองคดีนี้ที่ทางไทยเคหะฟัองเราเราชนะ แล้วเราก็คิดว่า ในศาลชั้นต่อไปคดีก็มีแนวโน้มที่จะชนะ เพราะฉะนั้นสําหรับคดีเรื่องอื่นที่เปึนคดีทาง ด้านพนักงานฟัอง อันนั้นก็เปึนคดีที่ต่อเนื่องมาเหมือนกันจากป้ ๒๕๔๘ เนื่องจากมี การที่ผิดพลาดในการดําเนินงานอยู่ก็จะมีจํานวนพนักงานกลุ่มหนึ่งที่ถูกให้ออกแล้วก็ ไล่ออกด้วย เพราะฉะนั้นเราให้ออกไปพนักงานก็จะมีการฟัองขอเรียกค่าชดเชยแล้วก็ค่าการเลิกจ้าง แต่จริง ๆ ทางบรรษัทก็ได้จ่ายค่าเลิกจ้างแล้วก็ค่าชดเชยไปครบเรียบร้อยแล้ว คดีนี้เมื่อขึ้น สู่ศาลแรงงานก็ยังอยู่ในระหว่างการดําเนินงาน แต่ทุนทรัพย์จริง ๆ ทั้งหมดก็จํานวน ไม่มากเท่าไร แต่เราก็ได้ปฏิบัติตามกรอบตามระเบียบกฎหมายเรียบร้อยนะคะ
สําหรับคําถามของท่าน ส.ส. อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ก็คือว่าท่านถามว่า ในแง่ของความคืบหน้าในแง่การทําซีเคียวรีไทซ์ (Securitize) ไปถึงไหนแล้วนะคะ ก็ได้เรียนชี้แจงไปแล้วว่าเดี๋ยวป้นี้ควอเตอร์ ๔ จะมีการทําซีเคียวรีไทซ์อีกจํานวนหนึ่ง ทีนี้ ถามว่าจํานวนถ้าเกิดเรามีพอร์ท (Port) ที่ไซส์ (Size) ใหญ่กว่านี้เราคงทําได้ใหญ่กว่านี้ เดี๋ยวอันนั้นก็คงจะพยายามให้มีพอร์ทที่ขยายต่อเนื่องไปค่ะ
คําถามของท่าน ส.ส. วิทยาก็คือว่า ในแง่ของเปัาหมายในปัจจุบันเอง แล้วก็ในแง่สถานภาพ หมายถึงว่าในแง่บทบาทของตลาดรองเองจะสามารถช่วยสังคม ได้อย่างไร ก็คือขอเรียนว่าในแง่ผลิตภัณฑ์ที่ทางบรรษัทตลาดรองออกมา เราจะต่างจาก แบงก์หลัก ๆ ก็คือว่าเราจะพยายามออกผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยคงที่เพื่อเพิ่ม ทางเลือกให้ประชาชนในการที่ลดความเสี่ยงในการกู้เงิน เพราะฉะนั้นอัตราดอกเบี้ยคงที่ ที่เราออกอาจจะมีไปจนถึง ๔ ป้ ๕ ป้นะคะ เพราะฉะนั้นประชาชนเองสามารถเลือกกรอบ ตัวนี้ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีประชาชนเลือกใช้อยู่นะคะ แล้วก็จะสามารถทําให้เขาสามารถลด ความเสี่ยงกรณีที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดเพิ่มขึ้น คือเขายังสามารถจ่ายเงินได้เท่าเดิม อันนั้นเปึนบทบาทที่เราจะพยายามขยายให้ต่อเนื่องและมากขึ้นกว่านี้ค่ะ กับปัจจุบันที่เรา ทําอยู่ก็คือมีพันธมิตร คือธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่เราทําด้วยกันอยู่แล้วก็จะมีพันธมิตร เพิ่มขึ้นที่จะเซ็นสัญญาภายในเดือนนี้ จะเปึนธนาคารกสิกรไทยนะคะ แล้วก็อีกธนาคารหนึ่ง ที่ทําไปแล้วก็คือธนาคารเกียรตินาคินด้วย เพราะฉะนั้นเราจะมีพันธมิตรอยู่ ๓ เจ้า ที่เราจะออกผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยคงที่เพื่อช่วยให้ประชาชนได้สามารถกู้สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยคงที่ได้ค่ะ
สําหรับคําถามของท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ก็คือว่า เกี่ยวกับเรื่องรายงานที่ได้ส่งภายในเดือน คือจริง ๆ รายงานเราได้ส่งไปทางหน่วยงานที่ ควบคุมดูแลประมาณภายในเดือนมิถุนายน แต่เข้าใจว่าก็จะมีกระบวนการที่ขั้นตอน ตามปกติที่จะมาถึงสภานะคะ อันนั้นก็เรียนชี้แจงสั้น ๆ ขอบคุณค่ะ