สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑ ตุลาคม ๒๕๕๒

วิทยา แก้วภราดัย แสดงความยินดีในการได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกล่าวถึงความสำคัญของการบริหารกระทรวงสาธารณสุขด้วยความซื่อสัตย์และสุจริต ตลอดจนการกระจายอำนาจและตรวจสอบการใช้งบประมาณ นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับปัญหาการซื้อเครื่องฆ่าเชื้อยูวี-แฟน และการสอบสวนเกี่ยวกับกรณีนี้ รวมถึงปัญหาการใช้เครื่องมือแพทย์ที่แพทย์ชนบทไม่ชอบใช้ และเรียกร้องการตรวจสอบราคาและคุณภาพของเครื่องมือเหล่านั้น นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับงบประมาณโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล และการขยายเวลาพิมพ์สถานีอนามัย โดยมีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับราคาสินค้าที่ซื้อ และเรียกร้องการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส

นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ต้องขอขอบพระคุณ เพื่อนสมาชิกที่ได้ตั้งคําถามนะครับ และผมคิดว่าเจตนารมณ์ของพวกเราที่เปึนตัวแทน พี่น้องประชาชนก็เหมือนกันครับ ครั้งนี้เปึนครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุขที่ได้รับการจัดสรร งบประมาณมาจํานวนมหาศาลครับ ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็เงินดังกล่าวพวกเรา ทุกคนทราบดีครับว่าเปึนเงินที่เราต้องไปกู้เขามา เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเราทุกคนก็คือ ดูแลโครงการนี้ด้วยความระมัดระวัง โครงการนี้ต้องพูดตรงไปตรงมาครับ ไม่ได้ก่อตั้ง ขึ้นมาสั้น ๆ ระยะนี้ ผมกับเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายเมื่อสักครู่ก็ได้นั่งรับฟังคําชี้แจงจาก เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขมาพร้อม ๆ กันเมื่อสักครู่นี้ โครงการนี้เริ่มต้นจากเมกะ โปรเจกต์ (Megaproject) แล้วก็พัฒนามาเรื่อย ๆ จนมาถึงเวลาปฏิบัติการจริงก็ได้ใช้ ชื่อว่าไทยเข้มแข็ง เรื่องที่ท่านได้เรียนถามทั้งหมดนะครับว่า เครื่องมือแต่ละอย่างที่มี ปัญหาขึ้นมานี่ ผมทราบเรื่องราวอย่างไร หรือไม่ ผมขออนุญาตไล่ทีละรายการตามที่ เพื่อนสมาชิกได้สอบถาม แต่ก่อนที่จะไล่ทีละรายการขออนุญาตที่จะเรียนกับ เพื่อนสมาชิกนะครับว่า ทิศทางนโยบายกระทรวงสาธารณสุขวันนี้ที่ผมไปนั่งกํากับอยู่ เราทราบดีครับว่าในอดีตกระทรวงนี้เคยมีบาดแผลร้าวลึกในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ทางเดียวที่จะทําให้การทุจริตคอร์รัปชันเบาบางก็คือผมต้องบริหารด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตและต้องกล้าที่จะกระจายอํานาจ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมให้ไว้กับข้าราชการใน กระทรวงทั้งหมดครับ งบประมาณตามโครงการไทยเข้มแข็งทั้งหมดจะต้องถูกกระจายไป ยังส่วนที่ใช้จ่ายงบประมาณจริง ยกตัวอย่าง เช่น สร้างโรงพยาบาลที่ไหนที่นั่นเปึนคน จัดซื้อจัดจ้าง ซื้อรถพยาบาลจากทั่วประเทศ ๑,๐๐๐ คัน แต่เดิมครับ ๒๐๐ คัน ประมูลกัน ส่วนกลาง แล้วก็คดียังไม่เสร็จคาราคาซัง วันนี้ ๑,๐๐๐ คัน ซื้อใช้ที่ไหนไปประมูลจัดซื้อจัด จ้างที่นั่น และคณะกรรมการที่จะกําหนดคุณสมบัติทั้งหมด ผมได้สั่งการอย่างเป่ดเผยต่อ พี่น้องข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ต่อหน้าสื่อมวลชนครับว่ากําหนดสเปก (Spec) ของกระทรวงสาธารณสุขนับแต่นี้เปึนต้นไปครับ คณะกรรมการกําหนดสเปก ทั้งหมดจะต้องเป่ดห้องประชุมพร้อมที่จะให้ทุกคนเข้าไปนั่งฟังได้ และผมเรียนกับ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎรครับว่า ทุกครั้งที่กรรมการกําหนด สเปกในส่วนที่กรรมาธิการสงสัยก็คือรถพยาบาล ประชุมวันไหนกําหนดสเปกต้องแจ้ง คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขครับ อย่างน้อยเข้าไปร่วมตรวจสอบ คราวนี้เรื่องที่มี ปัญหาขึ้นมาก็คือเรื่องที่เพื่อนสมาชิกสอบถามว่าไม่มีการขอแล้วก็มีการอนุมัติลงไป ยกตัวอย่าง เช่น เครื่องฆ่าเชื้อยูวี-แฟน ผมเองก็รู้จักชื่อวันที่อ่านจากหนังสือพิมพ์ครับ แล้วก็เรียกเจ้าหน้าที่มาสอบถาม แล้วก็เมื่อสักครู่ก็มาสอบถามกลางที่ประชุมของ คณะกรรมาธิการทั้งหมด ที่จริงพอมันมีข่าวคราวขึ้นนะครับว่าจะมีการซื้อเครื่องฆ่าเชื้อ ยูวี แบรนด์ ทั้งหมด ๘๐๐ ตัว กระจายไปยังโรงพยาบาล อําเภอทั่วประเทศ ๘๐๐ กว่า โรงพยาบาล แล้วก็ตัวราคา ๔๐,๐๐๐ บาท เขาบอกว่ามีการล็อก สเปก (Lock spac) กัน ผมฟังชื่อเครื่องทีแรกก็ไม่รู้จักครับว่ามันเครื่องอะไร ก็เรียกเจ้าหน้าที่มาสอบถามทั้งหมด และเมื่อสักครู่ก็ถามย้ําในที่ประชุมกรรมาธิการก็ได้ข้อเท็จจริงตรงกับเพื่อนสมาชิกที่นั่งฟังนะ ครับว่า เครื่องฆ่าเชื้อยูวี แบรนด์ เกิดขึ้นในช่วงที่กระแสไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ ระบาด และ โรงพยาบาลต่าง ๆ มีคนติดเชื้อในโรงพยาบาล เนื่องจากไข้หวัด ๒๐๐๙ เชื้อไวรัสมาก ผู้บริหารกระทรวงซึ่งไม่ได้หมายความถึงผมนะครับ หมายความคนที่เปึนปลัดกระทรวง และรองปลัดกระทรวงมีความเห็นว่าควรจะจัดซื้อเครื่องดังกล่าว อ้ายที่พูดว่าไม่ใช่ผมนี่ ไม่ใช่ผมพูดเองนะครับ เขาชี้แจงต่อกรรมาธิการเมื่อสักครู่ครับว่าคนที่มีดําริในการ ให้จัดซื้อเครื่องดังกล่าวให้กับโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศก็คือปลัดกระทรวงและรอง ปลัดกระทรวง เพราะเห็นว่าความจําเปึนในการรักษาบุคลากรทางการแพทย์ในการที่จะ เยียวยาผู้ป์วย ก็ได้สั่งลงไปครับ คราวนี้หลายคนบอกว่าถ้าเครื่องนี้อื้อฉาวให้รัฐมนตรี ยกเลิกเสีย ผมคิดว่าไม่ใช่หน้าที่ผมมานั่งกลบรอยใครครับ เมื่อมันอื้อฉาวสิ่งที่ผมจะต้อง ทําก็คือมอบหมายให้คนที่เปึนปลัดกระทรวงครับว่าต้องตั้งกรรมการขึ้นมาสอบ เขาไม่ขอให้ไป ให้ไปทําไม ถ้ามีกลิ่นไม่ดี ทุจริตก็ต้องหาให้เจอครับว่ามันทุจริตตรงไหน ไม่ใช่หน้าที่ผมมานั่งยกเลิกเมื่อเขาจับรอยติด หน้าที่ผมต้องตามให้เจอครับ เพราะทั้งหมด เปึนภาษีอากรของประชาชน

เครื่องต่อมาซึ่งผมก็ยังไม่รู้จักหรอกครับ แต่เข้าใจว่าเพื่อนสมาชิกที่ซักถาม นั่งซักกันในห้องประชุม แล้วเขาได้คําตอบไปบางประการ ก็คือเครื่องตรวจสารเคมีในเลือด เครื่องช่วยหายใจ ทั้งหมดนี้นะครับ ผมเองก็ไม่อยากจะอวดรู้ เปึนรัฐมนตรีว่าจะไปรู้จัก เครื่องมันหมด แต่เมื่อมีข้อติฉินครหานินทาขึ้นมา ผมก็มอบท่านปลัดกระทรวง รักษาการ ปลัดกระทรวงขณะนี้ครับบอกว่า ท่านไปตั้งกรรมการครับ ไปสอบทั้งหมดครับว่าราคาที่ กําหนดมันจริงหรือเปล่า และท่านอย่าตั้งต้ม ๆ นะครับ ไม่ใช่ตั้งคนในกระทรวงมานั่งสอบ กันเอง ท่านต้องตั้งจากทุกฝ์าย โดยเฉพาะคนที่เขาร้องกันมาครับว่ามันไม่ชอบมาพากล ตัวแทนหมอประจําอําเภอ ตัวแทนหมอจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด ผู้ตรวจ ทั้งหมด ต้องเข้ามาเปึนคณะกรรมการ ผมได้รับรายงานเมื่อวานครับว่าขณะนี้ท่านรักษาการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขตั้งกรรมการเรียบร้อยแล้วครับ แล้วก็เปึนตัวแทนจากหมอ ชนบท คนที่ช่วยเราตรวจสอบองค์กรทั้งหมด ตัวแทนจากหมอจังหวัด ตัวแทนจาก สาธารณสุขจังหวัดเข้ามาทั้งหมด มาเพื่อเปึนกรรมการ และบ่าย ๓ โมงวันนี้ครับ เขาก็จะ เริ่มประชุมกัน ทีนี้ยืนยันนะครับว่าเรื่องเครื่องมือแพทย์ ซึ่งผมไม่เชี่ยวชาญนะครับ มีกรรมการตามสอบแล้ว แล้วผมก็ยืนยันครับว่า ทุกคนที่สอบไปสอบมาอย่างไรก็ตามครับ ต้องพร้อมที่จะไปชี้แจงกับคณะกรรมาธิการ ซึ่งก็ได้รับความกรุณาว่ากรรมาธิการ สาธารณสุขติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ในส่วนของเรื่องราคากลางนะครับ ตึกอาคาร แล้วก็หอพักพยาบาล ผมได้รับคําชี้แจงพร้อมท่านสมาชิกที่ซักถามเมื่อสักครู่พร้อม ๆ กันครับ ว่าราคากลางคือราคาที่ส่วนกลางกําหนดไป เมื่อไปถึงเวลาจะปฏิบัติการที่เปึนจริง ราคาจังหวัดต้องกําหนดออกมา เมื่อราคาจังหวัดกําหนดออกมาก็จะมีการจัดจ้าง และ การจัดซื้อจัดจ้างไม่ได้จัดจ้างที่กระทรวงครับ โรงพยาบาลอําเภอก็จ้างที่นั่นละครับ โรงพยาบาลจังหวัดก็จ้างที่นั่นละครับ คนที่กํากับดูแลก็ผู้ว่าราชการจังหวัดครับ และ ส่วนไหนที่ราคามันเกินวงเงินผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติก็เสนอมาเปึนลําดับขั้นจนถึง รัฐมนตรี แต่ราคากลางทั้งหมดครับเปึนราคาที่ซักถามกันพร้อม ๆ กับท่านเมื่อสักครู่ครับ เปึนราคาที่กําหนดขึ้นมาเพื่อไปหาราคาที่เปึนจริงในแต่ละจังหวัด เพราะฉะนั้น ความไม่ชอบมาพากลมันจะเกิดขึ้นในกรณีจัดซื้อจัดจ้างครับ ซึ่งแน่นอนครับไม่เฉพาะ หน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขที่จะติดตามเท่านั้น หน่วยงานของ สตง. และส่วนที่ เกี่ยวข้องต่าง ๆ เราก็จะตาม และผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในสภานั้นทุกคนครับ ป้นี้กระทรวงสาธารณสุขสร้างโรงพยาบาลทุกจังหวัดครับ เราต้องช่วยกันตรวจสอบครับ แล้วผมคิดว่าถ้าเราช่วยกันตรวจสอบจริง ๆ โดยมีแพทย์ชนบทยืนหลังพิง เราก็จะทําทุกสิ่ง ทุกอย่างให้โปร่งใส

อันสุดท้ายครับที่เพื่อนสมาชิกถามเรื่อง โครงการโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตําบล ซึ่งเราตั้งงบประมาณไปให้โรงพยาบาลละประมาณ ๑,๓๐๐,๐๐๐ บาท เปึนเรื่องปรับปรุงอาคารสถานที่ ความพร้อมนะครับ ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บาท อีก ๘๐๐,๐๐๐ บาทเศษจะเปึนเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์ ผมก็ทราบข่าว ทีแรกครับว่ามีการกําหนดว่าต้องซื้อของ ๒๐ รายการ ก็โทรไปซักถามคนที่ทํางบประมาณ ครับว่า ทําไมคุณต้องเขียนรายการไป ๒๐ รายการเพื่อให้เขาซื้อ คําตอบได้รับครับว่า สํานักงบประมาณครับ เขาไม่สามารถจัดเงินเปึนก้อน ๘๕๐,๐๐๐ บาท ส่งไปให้ โรงพยาบาลตําบลได้ มีอย่างเดียวโรงพยาบาลตําบล ๑,๐๐๐ กว่าแห่ง ๒,๐๐๐ แห่ง ทั่วประเทศต้องแจ้งว่าจะซื้อรายการอะไรบ้าง และให้ระยะเวลาในการเคาะรายการเขาไป ๓ วัน ๒,๐๐๐ โรงพยาบาล คนจัดทํางบประมาณ สํานักยุทธศาสตร์เขาชี้แจงกับท่านและ ผมพร้อมกันเมื่อสักครู่ครับว่า ไม่สามารถทําได้ทัน ก็เลยใส่ไป ๒๐ รายการ ผมก็อย่างนี้แย่ เพราะเขาอยากได้ของที่คุณไม่ได้เขียน เขาก็ซื้อไม่ได้ ของบางอย่าง อนามัยได้รับ การสนับสนุนจาก อบต. เขาก็มีอยู่แล้ว ผมก็เจรจากับผู้อํานวยการสํานักงบประมาณครับ โทรไปคุยกับปลัดกระทรวงการคลังครับ เพราะเปึนกรรมการที่กําหนดกรอบว่าเวลาจ่าย งบไทยเข้มแข็งทุกรายการต้องลงบันทึกก่อนว่าจะซื้อจะอะไร ก็พูดคุยท่านเสร็จก็ส่ง เจ้าหน้าที่สํานักยุทธศาสตร์ของกระทรวงไปคุยกับสํานักงบประมาณ

สุดท้ายครับ ก็ได้ขยายกรอบเวลาออกไปว่ายืดเวลากระทรวงสาธารณสุข ในการพิมพ์ ๒,๐๐๐ สถานีนี่อย่างไร เจ้าหน้าที่ก็ชี้แจงครับว่ามีการเรียกสถานีอนามัย ตัวแทนขึ้นมา สาธารณสุขจังหวัดขึ้นมาประมาณ ๒๐ กว่าคนมาประชุมหารือกัน แล้วก็ มาดูรายการว่าโดยลักษณะของสถานีอนามัยมีสิ่งของกี่อย่างที่จําเปึนต้องใช้ กรองกันไป กรองกันมาถกเถียงกันครับ ก็ได้ทั้งหมด ๔๖ รายการครับ ก็เขียนเปึน ๔๖ รายการ เปึนกรอบว่าสถานีอนามัยที่ยกฐานะเปึนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลเมื่อไรมีสิทธิ เลือกซื้อใน ๔๖ รายการ ๔๖ รายการไม่ใช่ล็อก สเปกครับ แต่ล็อกจํานวนราคาสินค้าของที่คาดว่าจําเปึนสําหรับ สถานีอนามัย แต่ถ้ารวมใน ๔๖ รายการราคาทะลุไปเกือบ ๑๐ ล้านบาทครับ แต่เขามี อํานาจที่จะซื้อได้แค่ ๘๕๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นในแต่ละรายการเมื่อสักครู่เราไล่กัน บางอย่างก็แพงจริง ๆ ครับ ก็ซักถามว่าแพงอย่างไร เช่น จอโทรทัศน์สมัยก่อน จอหนึ่งขนาด ๔๐ นิ้ว ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท ในราคากลางกําหนดไว้ ๓๕,๐๐๐ บาท เดี๋ยวนี้ราคาตลาดเรารู้ครับ ๑๔,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาท ซื้อจอขนาด ๔๐ นิ้วได้แล้ว ผมก็ซักถามพร้อมกับท่านครับว่าไปมาอย่างไร เขาบอกว่าเปึนราคาที่สํานักงบประมาณ ยังตั้งไว้ราคาเดิม แต่ราคานี้ทั้งหมดเปึนราคาที่เป่ดเผยต่อสาธารณะทั้งหมด ที่ไหนเมื่อไป ซื้อและได้ของเกินราคาที่เปึนจริง ทุกรายการที่ซื้อจะต้องลงบันทึกแจ้งทางคอมพิวเตอร์ ทั้งหมด คนทั้งประเทศก็จะเห็นครับว่าที่นี่ซื้อของที่ควรจะ ๑๕,๐๐๐ บาท แต่ไปซื้อ ๓๕,๐๐๐ บาท คนที่ซื้อก็เตรียมไปตอบคําถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเองครับ เพราะฉะนั้นผมยืนยันครับว่า อยากได้รับการตรวจสอบจากเพื่อนสมาชิกทั้งหมดและ ทุกคนครับ เพื่อความโปร่งใสของรายการทั้งหมดครับ