สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒

พีรพันธุ์ พาลุสุข พูดถึงการให้เอกชนเข้าไปตรวจสอบหน่วยงานของรัฐและขอให้รัฐมีความรับผิดชอบในฐานะเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ตามที่คณะกรรมาธิการ ได้ชี้แจงเหตุผลให้ทราบถึงเหตุผลการที่เพิ่มความขึ้นมา ที่กําหนดให้ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ ต่าง ๆ เหล่านี้เปึนเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ผมได้มีโอกาสไปตรวจดู กฎหมายทํานองนี้ ก็พบว่ามีการบัญญัติทํานองนี้อยู่ในกฎหมายอื่นเหมือนกันนะครับ แต่ว่าอยากจะฟังความเห็นของคณะกรรมาธิการมากขึ้นไปกว่าที่ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมมาแล้ว คือผมมีคําถามในเบื้องต้น ว่าในการตรวจสอบตามมาตรา ๖๓ (๓) ท่านประธานครับ ในมาตรา ๖๓ (๓) ที่สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินจะไปว่าจ้างที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ หรือสํานักงานเอกชน ให้มาช่วยทํางานโดยอยู่ภายใต้การควบคุมกํากับดูแลของ สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็ได้ รวมทั้งกําหนดค่าตอบแทนให้ด้วย พอย้อนกลับไปดู มาตรา ๖๓ (๓) ว่าด้วยการตรวจสอบเงินแผ่นดิน ก็มีการตรวจสอบการรับ การจ่าย การเก็บรักษา การนําส่งต่าง ๆ เหล่านั้นขึ้นไป เรื่องทรัพย์สิน ตรวจสอบบัญชีและการรับ จ่ายเงินประจําป้งบประมาณ ตรวจสอบบัญชีทุนสํารองเงินตราประจําป้ ตรวจสอบเกี่ยวกับ การจัดเก็บภาษีอากร ค่าธรรมเนียมและรายได้อื่นของหน่วยรับตรวจ และแสดงความเห็น ว่าเปึนไปตามกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่ มาถึงตรงนี้ผมเองก็คงไม่หนักใจเท่าไร ที่ สตง. อาจจะไปจ้างสํานักงานตรวจบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญข้างนอกให้มาใช้ความรู้ ความสามารถ มาที่จะช่วยในการตรวจสอบบัญชีได้ เพราะท่านก็บอกแล้วว่าจะต้องเปึน พนักงานวิชาชีพที่ได้รับการยอมรับ แต่พอมาดูอนุมาตราต่อไปครับ ก็จะไปตรวจสอบ สืบสวน กรณีที่หน่วยรับตรวจทําการทุจริตเกี่ยวกับการบริหารการเงิน การคลัง เริ่มเข้าไปมากแล้ว นะครับ ใน (ฉ) ตรวจสอบเงินอุดหนุนหรือทรัพย์สินลงทุนที่บุคคลหรือกลุ่มใดได้รับ จากหน่วยตรวจและเห็นว่าใช้อย่างไม่ถูกต้อง ไม่เปึนไปตามวัตถุประสงค์ ตรวจสอบ การใช้จ่ายเงินราชการลับ ท่านประธานครับ ผมก็อยากเรียนถามไปยังคณะกรรมาธิการว่า ท่านจะให้ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ หัวหน้าผู้รับผิดชอบของสํานักงานเอกชนไปทําหน้าที่ แทนท่านในการตรวจสอบ สืบสวนเรื่องการทุจริตได้อย่างไร เพราะอันนี้เปึนหน้าที่ของรัฐแท้ ๆ ท่านจะให้หน่วยงานเอกชนไปตรวจสอบการใช้จ่ายเงินราชการลับได้อย่างไรครับ ผมยังสงสัยด้วยซ้ําว่าการกําหนดในมาตรา ๖๖ ทําได้หรือเปล่า คือหน่วยงานของรัฐ ไปจ้างเอกชนให้ไปตรวจสอบการทุจริตของหน่วยงานของรัฐ ผมไม่แน่ใจว่าในกฎหมายอื่น มันมีหรือเปล่า ทํานองนี้นะครับ และยิ่งไปตรวจสอบหน่วยราชการลับด้วย เขาจะทํางาน กันอย่างไร ทีนี้พอดูความที่ท่านเติมขึ้นมา ซึ่งในการประชุมครั้งที่แล้วก็มีการอภิปราย กันมากว่าควรจะบัญญัติอย่างไร คือให้ที่ปรึกษาเหล่านี้ของสํานักงานเอกชน เปึนเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ท่านอธิบายว่าก็เพื่อให้คนเหล่านี้ มีความรับผิดชอบ ถ้าเขาไปทุจริต เขาก็อาจจะถูกฟัองในฐานะเปึนเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา ต้องรับผิดชอบตามมาตรา ๑๕๗ คือให้เขาเปึน ท่านมองในเชิงว่าต้องการจะลงโทษ แต่ผมมองอีกด้านหนึ่งก็คือมองว่าถ้าหากให้เขา เปึนเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา เขาขอใช้อํานาจอย่างเปึนเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญาบ้าง ก็คือเขาไปตรวจ ขอออกหมาย ขอโน่น ขอนี่อีก เพราะเขาเปึนเจ้าพนักงาน มีทั้งสองด้านพร้อม ๆ กัน ผมก็มีข้อสงสัย ที่จริงในกฎหมายอย่างนี้มันเคยเขียนไว้ในกฎหมายอื่นเหมือนกัน แต่ว่าดูเหมือนการทําหน้าที่จะต่างกันครับ อย่างเช่น ในกฎหมายของ ผมยกตัวอย่างนะครับ เช่น กฎหมายว่าด้วยการท่าอากาศยานที่มีการแก้ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งเปึนของเอกชนเปึนเจ้าพนักงานด้วย ก็เพื่อให้เขาได้ทําหน้าที่ในการรักษาท่าอากาศยาน ใครที่ไปฝ์าฝ๋นเขาอาจจะจับ จะอะไร ต่ออะไร ตามประมวลกฎหมายอาญานั้นได้ อันนั้น ก็พอเข้าใจได้ แต่พอมาดูของท่าน ท่านให้เขาเปึนเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา แล้วพอดูว่าท่านให้เขาไปทําอะไร ผมก็มีข้อสงสัย ก็อยากจะมีข้อเสนอว่า ถ้าอย่างนั้นถ้า เปึนอย่างที่ผมเข้าใจ ผมอยากจะขอแก้เปึนว่า คือไม่ใช่ให้เขาเปึนเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา แต่ว่าให้เขามีความรับผิดชอบอย่างเปึนเจ้าพนักงาน เอาแค่นี้ครับ คือถ้าในการไปดําเนินการปฏิบัติหน้าที่นั้น เขาจะต้องรับผิดอย่างเปึน เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา อย่างนี้มันก็คงพอที่จะลดระดับลงมาได้ ผมก็อยากฟังความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการ และข้อเสนอที่ผมได้เรียนไปด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ