ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง หารือเรื่องการแบ่งเบาภาระหน้าที่และอํานาจหน้าที่ในระบอบประชาธิปไตย และเรียกร้องการลดอํานาจหน้าที่ของ สตง. (สํานักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน) และให้อํานาจหน้าที่นั้นให้หน่วยงานอื่น ๆ ดูแลแทน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ต้องขออนุญาตท่านประธานผ่านไปทางท่านประธาน คณะกรรมาธิการพระราชบัญญัตินี้ด้วย ในการที่จะต้องลุกขึ้นมาในการที่จะนําเสนอ แสดงความคิดเห็นในเสียงข้างน้อย ในฐานะกรรมาธิการที่มีความเห็นต่าง ก็อยากจะ ขออนุญาตครับว่า จริง ๆ แล้วก็มีหลายเรื่องหลายอย่างที่ไม่เห็นด้วย แต่ก็เพื่อที่จะ ประหยัดเวลาในขั้นการพิจารณาในกรรมาธิการ แล้วก็เพื่อให้พระราชบัญญัติดังกล่าว เปึนไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แต่ผมคิดว่าในเรื่องดังกล่าวดังที่คณะกรรมการ กฤษฎีกาได้กล่าวมาตอนต้นในการที่จะสงวนความเห็นเอาไว้ ผมเห็นว่าทาง คณะกรรมการกฤษฎีกาสงวนความเห็นแล้ว ผมก็เลยมิได้สงวนความเห็นหรือแปรญัตติ แต่จริง ๆ ก็ได้แสดงความคิดเห็นในขั้นกรรมาธิการว่า ในเรื่องดังกล่าวนี้มันเปึนหน้าที่ ของสํานักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินหรือไม่ อย่างไร แล้วอํานาจหน้าที่นั้น จะมากเกินไปในภาวะนั้นหรือไม่ จริง ๆ ต้องบอกว่าการที่เปึนสํานักงานคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดินเราก็ต้องดูหลักวัตถุประสงค์ของคณะกรรมการนี้ก่อนว่า ท่านมี หน้าที่บทบาทจริง ๆ ในเรื่องใด แล้วองค์กรแห่งรัฐจะให้ทําหน้าที่ในฐานะใด วันนี้ท่านจะ ทําหน้าที่ในฐานะเสมือนหนึ่งยาครอบจักรวาล เสมือนหนึ่งว่าเอาทุกอํานาจ ทุกหน้าที่ ของคนอื่นเอามาไว้ในมือท่านหมดเลย ถ้าเปึนอย่างนี้ก็บอกได้เลยว่าท่านกําลังจะทํา หน้าที่ในฐานะที่จะไปดูแลทุกสัดส่วนของการทําหน้าที่ดังกล่าว ซึ่งคิดว่าในหน่วยงาน ในภาครัฐนั้นก็พยายามที่จะแบ่งเบาเพื่อคานอํานาจซึ่งกันและกัน มิฉะนั้นเราไม่เรียกว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยหรอกครับ เพราะการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เราก็ต้องบอกว่า เราต้องแบ่งภาระหน้าที่ของแต่ละบุคคลตามความรู้ความสามารถของ แต่ละบุคคลและเพื่อที่จะคานอํานาจซึ่งกันและกัน การที่ให้บุคคลใดคนหนึ่งที่มี อํานาจหน้าที่มิใช่หมายความว่า ทางคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินจะไม่มีความรู้ ความสามารถ แม้มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญก็ตามแต่ แต่ด้วยบทแห่ง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยแล้วหาได้ทําได้ไม่ ถ้าหากยังขืนทํานั้น เราไม่ถือว่า เปึนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างแน่นอน ที่เราพูดกันอยู่เสมอว่าที่บ้านเมือง เราไม่เปึนประชาธิปไตยเพราะอย่างนี้ท่านประธาน เพราะว่าอํานาจหน้าที่ของแต่ละ บุคคลต้องทําไปตามแต่ละบุคคล แต่ละหน้าที่ แล้วเพื่อที่จะให้หน้าที่นั้นมีการคานอํานาจ ซึ่งกันและกัน แล้วก็สามารถที่จะเลื่อนไหลในภาวะการตรวจสอบซึ่งกันและกัน วันนี้ ถามคําถามกลับว่า สตง. หรือ คตง. มีใครไปตรวจท่านได้บ้าง แต่ท่านกําลังจะเอาอํานาจ หน้าที่ตรวจคนอื่นตลอดระยะเวลา อย่างนี้เขาเรียกว่า ไม่เปึนประชาธิปไตย นี่คือ บ้านเมืองเรา แล้วก็อยากจะกราบเรียนครับว่า คนที่เขาถูกตรวจสอบ เขาก็มองดูว่าไม่ให้ โอกาสเขาในการที่เขาจะทําหน้าที่ในฐานะที่เปึนผู้หนึ่งที่อยู่ในบ้านเมืองนี้ ผมอยากจะ กราบเรียนนะครับว่า วันนี้ถ้าเกิดว่าคนที่เขาอนุมัติโครงการไปในฐานะที่ผมจะพูดในตรงนี้ นะครับว่าวันข้างหน้ามันคืออะไร อ่านบันทึกกันว่าจะเปึนจริงหรือไม่ ต้องขออนุญาต กราบเรียนนะครับว่า วันนี้ถ้าเกิดว่าโครงการใดโครงการหนึ่งเวลาจะทําต้องมีการ ลงประชามติ มีการที่แสดงความคิดเห็นในขณะเดียวกันยังไม่พอ ถ้าโครงการนั้น เปึนโครงการที่ใหญ่ก็ต้องเสนอสํานักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เสนอสํานักงานต่าง ๆ ในการที่จะขออนุมัติโครงการดังกล่าว และปรากฏว่าสํานักงานโดยเฉพาะสํานักงาน สิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้เห็นชอบแล้ว ผ่านโครงการนั้นว่าทําได้ ไม่มีผลกระทบ แล้วถ้าเกิดว่า สตง. ไปตรวจแล้วปรากฏมันเปึนผลกระทบดังที่เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิก ได้บอกว่ามติ ครม. อนุมัติเงิน ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คําถามว่า คนที่อนุมัติติดคุกหมดไหม ติดคุกหมดครับ สตง. คตง. ต้องยื่นต่อศาลฟัองร้องเอาเงินคืน ต้องฟัองร้องในฐานะที่กระทําผิดในอํานาจหน้าที่ประพฤติมิชอบ แน่นอนที่สุดครับ ไม่ทําก็ ถือได้ว่าละเว้น ทําก็มันไม่ใช่ครับ ตรงนี้ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า ผมเองนั้นไม่เห็น ด้วยเปึนอย่างยิ่งเลยในสิ่งที่ทําดังกล่าว ผมเองอยากจะเสนอความเห็นว่าถ้าเปึนไปได้ให้ คนอื่นเขาทําบ้าง ตัดอํานาจหน้าที่ของตนเองออกไป ทําภาระหน้าที่ของตนเองเท่าที่มีอยู่ ให้ดีที่สุดนั้นน่าจะเพียงพอ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานครับว่า ในหน้าที่ตรงนี้ไม่ว่า จะเปึนหน้าที่ของเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมในเรื่องของสุขภาพนั้นให้องค์กรอื่นเขาดูแลไป ในขณะเดียวกันถ้าเราจะสร้างองค์กรใหม่ขึ้นมาเพื่อจะดูแลตรวจสอบเรื่องนี้โดยตรง ก็สร้างขึ้นมาใหม่ในองค์กรอื่น ๆ ที่เพิ่มเติม มิใช่ว่ามาอยู่ในองค์กรใดองค์กรหนึ่งเท่านั้น ผมคิดว่ามันน่าจะไม่เหมาะสมกับการปกครองในระบอบของเรา เพราะฉะนั้นผมอยากจะ กราบเรียนครับว่า อยากเสนอให้คณะกรรมาธิการนั้นได้ตัดข้อความออกในมาตรา ๖๓ (๓) (ก) นะครับ ในเอกสารที่นําเสนอมานี้หน้าที่ ๒๘ รวมถึงมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพความเปึนอยู่ของประชาชนหรือไม่ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกําหนด ซึ่งเพื่อนสมาชิกก็ได้บอกว่าการเติมข้อความนี้ขึ้นมานั้นโดยเฉพาะท่านกรรมการกฤษฎีกา บอกว่ายิ่งไปกันใหญ่เลย มันเปึนยาครอบจักรวาลในการที่จะเอาอํานาจหน้าที่มาให้กับ คตง. ในการที่จะตรวจสอบบุคคลต่าง ๆ หรือหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งการบัญญัตินั้นถ้าเกิดว่า พระราชบัญญัติซึ่งมีอยู่แล้ว แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงข้อความที่มันเพิ่มเติมยิ่งขึ้น ตรงนี้ ก็จะเปึนปัญหาอย่างใหญ่หลวงต่อการบริหารประเทศชาติของเรา เพราะฉะนั้นเพื่อ ความสงบสุข ผมใช้คําว่า สงบสุข แล้วก็เพื่อความสันติสุขของคนในชาติ ในแผ่นดินใน พ.ศ. นี้ควร ยังไม่ถึงเวลาครับ บ้านเมืองเรายังก้าวไม่ถึงในเรื่องเหล่านี้ เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ตัดข้อความนี้ออกครับ