ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง โต้แย้งการเปลี่ยนแปลงพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ โดยอ้างว่ามติเห็นชอบของกรรมาธิการยังไม่ได้ชี้แจง และการเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้ผลประโยชน์ของข้าราชการและประชาชนไม่ได้รับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท ในฐานะ กรรมาธิการท่านหนึ่งที่ร่วมพิจารณาพระราชบัญญัติว่าด้วยกองทุนบําเหน็จบํานาญของ ข้าราชการทั้ง ๒ ฉบับที่กําลังเข้าสู่สภา อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ในการประชุมกรรมาธิการจนกระทั่งเรียกว่าออกมาเปึนพระราชบัญญัติที่แก้ไขที่นําสู่ สภาแห่งนี้ และการนําสู่สภาก็กราบเรียนท่านครับว่า ท่านประธานสภาก็ได้นําบรรจุเข้า ระเบียบวาระในการพิจารณา ในชั้นกรรมาธิการเรามีคณะกรรมาธิการทุกพรรค แล้วก็ ได้รับการพิจารณากัน แล้วก็เห็นชอบในการที่ศึกษาและก็แก้ไขดําเนินการจนเสร็จสิ้น เรียบร้อย วันนี้อยากจะกราบเรียนครับว่า จู่ ๆ ก็มีการเรียกประชุมกันใหม่ว่าอยากจะให้ไป พิจารณากันใหม่ เอาตีกลับไปก็พูดง่าย ๆ ภาษาชาวบ้านเราก็คือตีกลับไป เอาไปแก้ไขใหม่ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเกิดอะไรขึ้นในตรงนี้ ผมไม่ทราบว่าการประชุมของ คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรเปึนเอกสิทธิ์หรือไม่ เปึนหน่วยงานหน่วยงานหนึ่ง ที่เปึนเอกสิทธิ์หรือไม่ บุคคลอื่น กลุ่มคนอื่นไม่สามารถที่จะดําเนินการในการที่จะ เข้าไปแทรกแซงได้หรือไม่ นี่คือข้อสงสัยท่านประธานว่าทําได้หรือ วันนี้ต้องเรียน ท่านประธานครับว่าประธานคณะกรรมาธิการนั้นที่จะขอนําไปดําเนินการในการแก้ไขใหม่นั้น ยังไม่ได้ชี้แจงต่อสภาแห่งนี้เลยว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น ถึงจะไม่ดําเนินการในการที่จะเรียกว่า เห็นชอบตามที่คณะกรรมาธิการที่มีมติไปหมดแล้วนะครับท่านประธาน นี่กรรมาธิการ มีมติไปหมดแล้วท่านประธาน และก็เห็นชอบแล้วนะ ส่งมาในสภาแล้วนะครับท่านประธาน และปรากฏวันนี้จะดึงกลับไปใหม่อีก แล้วก็บอกว่าไม่เห็นชอบ เมื่อสักครู่นี้อยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับ ผมเองต้องเรียนท่านประธานครับว่า ในเรื่องของพระราชบัญญัติ สหกรณ์ แนวทางการดําเนินการเราก็พูดกันแล้วว่าดําเนินการได้ ๒ แนวทาง แนวทางที่ ๑ ก็คือมีมติในกรรมาธิการเห็นว่ามันควรต้องแก้ไขและเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญต้องดําเนินการ ในการแก้ไขก็ให้ขอที่ประชุมใหญ่สภา ขออํานาจบารมีท่านประธานดําเนินการในการ แก้ไขในการที่จะยกเว้นข้อบังคับในการที่จะได้ให้กรรมาธิการสามารถที่จะแก้ไขเกิน หลักการได้ มันทําได้อยู่แล้ว แต่ว่ากรรมาธิการร่าง พ.ร.บ. สหกรณ์คราวที่แล้วก็ไม่ทํา ที่ผ่านไปเมื่อสักครู่นี้ไม่ได้ทํา ก็ปรากฏว่าไม่เปึนไร ไปเขียนอยู่ในข้อสังเกตว่าต่อไปนะ ถ้าหากมีการพิจารณากฎหมายพระราชบัญญัติอันนี้ขอให้นํามาพิจารณาใหม่ มาดําเนินการแก้ไขใหม่ ผมไม่แน่ใจครับว่าพระราชบัญญัติต่าง ๆ เมื่อผ่านไปแล้วอีกกี่ป้ กี่วันถึงจะได้แก้ไข และส่วนที่ยังไม่ได้แก้ไขผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่จะหลั่งไหลมาเปึน ผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกร พี่น้องประชาชนที่เห็นร่วมกันมันก็ไม่ได้รับอีก ท่านประธาน พระราชบัญญัตินี้ก็เช่นเดียวกัน พระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญ ข้าราชการ แล้วก็พระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญข้าราชการแล้วก็กองทุนบําเหน็จ บํานาญข้าราชการทั้ง ๒ ฉบับนี้ที่ศึกษาแล้วเสร็จ ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่เรียกว่าแม้ไม่สุดยอด นะครับท่านประธาน ในใจผมที่ผมปรารถนา แต่ที่ผ่านมาก็เรียกว่ายอมรับได้เหมือนกับ พระราชบัญญัติสหกรณ์ แต่วันนี้ถ้าจะดึงกลับไปแก้ไขใหม่ ผมไม่แน่ใจท่านประธาน ท้ายที่สุดมันจะเหมือนกับเรียกว่าแทบจะไม่ได้อะไร เหมือนกับเศษกระดาษ สภาแห่งนี้ ในการพิจารณาจะดําเนินการในการแก้ไขพระราชบัญญัติ วันเวลาที่ผ่านไปในเรื่องของ กรรมาธิการที่ใช้งบประมาณในการพิจารณา ใช้วันเวลาในการศึกษาและพิจารณา ก็สูญเสียไปหมดท่านประธาน เพราะอะไร เพราะเพียงว่าเท่าที่ทราบท่านประธานวิป (Whip) ฝ์ายรัฐบาลไปประชุมแล้ว บอกไม่ได้ มันเกินหลักการ นี่คือข้ออ้าง วันหลังบันทึกไว้ท่านประธาน อย่าให้มีเกินหลักการบ้างนะ วันก่อนนี้ต้องบอกว่าเรียกประชุมสภาแบบฉุกเฉินก็ยังทําเลย แล้วก็อะไร ออกเปึน พระราชกําหนด ในการกู้เงินก็ยังทําเลย ในการใช้เงินตั้ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ยังทําเลย ออกเปึนพระราชบัญญัติในการกู้เงินก็ทํา ถามว่าแล้วทําไมทําได้ ทีอย่างนี้ เปึนผลประโยชน์กับพี่น้องประชาชน พี่น้องข้าราชการที่คอยบําเหน็จบํานาญกลับไม่ทํา พยายามที่จะดึงอํานาจเอาไว้ พยายามที่จะดึงผลประโยชน์เอาไว้ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่า มันไม่ถูกต้อง ท่านประธาน ผมเองอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมเองเปึนคน ตรงไปตรงมา วันนี้แม้ผมจะได้ขึ้นชื่อว่าเปึนข้าราชการบํานาญก่อนมาเปึนผู้แทนราษฎร เมื่อ ๒๐ กว่าป้ที่แล้ว แต่ผมกราบเรียนท่านประธานครับ บาท สลึง ไม่มีเงินบําเหน็จ บํานาญ ผมไม่ได้รับนะครับ ผมไม่ได้เปึนข้าราชการบํานาญที่มีเงินเดือนนะครับ เปึนข้าราชการบํานาญที่ไม่ได้มีเงินเดือน ไม่มีผลตอบแทน เพราะออกก่อนที่จะครบวาระ ๑๕ ป้ ในการดํารงตําแหน่งของการเปึนข้าราชการ หรือ ๒๕ ป้ เพราะฉะนั้นผมไม่ได้ ไม่มีผลประโยชน์ตรงนี้ แต่สิ่งที่อยากจะกราบเรียนว่า นี่คือสิ่งที่จะเปึนผลประโยชน์กับ ข้าราชการบํานาญที่ได้ทําคุณงามความดี ที่ได้เปึนผลตอบแทนให้กับเขาเหล่านั้น ผมถามว่ามันคืออะไร นี่มันแค่เปึนกฎหมายเฉย ๆ มันเปึนกระดาษเขียนหนังสือเท่านั้นเอง ยังให้ประชาชนไม่ได้เลย นับประสาอะไรกับเงินทองที่จะไปให้เขา ท่านประธาน ถ้าให้เขา ไปสัก ๒,๐๐๐ บาท ก็ต้องกลับมาเปึน ๒๐,๐๐๐ บาทอย่างนั้นหรือเปล่า นี่คือสิ่งที่ มันเกิดขึ้น เอากุ้งไปตกปลากะโห้ใช่ไหม อย่างนั้นหรือเปล่า ทํานองเดียวกัน นี่แค่น้ําหมึก เปึนอํานาจและเปึนเงินของเขา เปึนกองทุนของเขา ยังเข้าไปเอากฎหมายควบคุม ผลประโยชน์ตัวเองเลย สิ่งเหล่านี้มันถูกต้องได้อย่างไร ท่านประธาน กองทุนนี้มันควรที่จะ ใช้ไปเพื่อพี่น้องข้าราชการที่เขากินบําเหน็จบํานาญ มันเปึนเงินของเขา เปึนผลประโยชน์ ของเขา เราต้องให้เขา ไม่ใช่มาดึงเอาไว้ นี่คือหลักการของผม เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน นะครับ ท่านประธาน อยากจะฟังคําชี้แจงจากประธานคณะกรรมาธิการที่ขอถอนร่าง แต่ถ้าบอกว่าขอเพราะเกินหลักการนั้น ไม่อยากฟังครับท่านประธาน เท่ากับเปึนตําตอบ ว่าผมไม่ทําจะทําไม นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นนะครับ ถ้าพยายามจะทํา มันทําได้ เพราะไม่มี ข้อขัดข้องใดเลย ก็ขออํานาจท่านประธาน ขอสภาแห่งนี้ในการที่จะโหวตบอกว่าขอให้ แก้ไขเกินหลักการ จบเลย ทําได้ แต่อย่าไปบอกว่าข้อบังคับเขียนไว้ ผมถามคําถามกลับว่า ข้อบังคับที่เขียนไว้คุณทําทุกครั้งหรือเปล่า ก็ไม่ได้ทําใช่ไหมท่านประธาน บางครั้งเดี๋ยว มาแล้ว ขอเลื่อนวาระโน้นอีกแล้ว ก็ไม่ได้ทําตามข้อบังคับ เดี๋ยวขอข้อยกเว้นและข้อบังคับนี้ การลงมติหรืออะไรก็ตามแต่ก็ขออยู่เรื่อย ถามว่าขอยกเว้นข้อบังคับอยู่เรื่อยทําได้ วันนี้ทํา ได้ทําไมไม่ทํา ซึ่งผลประโยชน์ตกกับเขาเหล่านั้นทั้งหมด แล้วเปึนเงินของเขา ไม่ต้องเอา ๒,๐๐๐ บาทไปให้เขา นี่มันมากกว่า ๒,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับว่า นี่คือสิ่งที่ต้องการและปรารถนา เพราะฉะนั้นเห็นกับข้าราชการแก่ ๆ เห็นกับข้าราชการบํานาญนะครับ แล้วก็ข้าราชการทั้งหลายที่นั่งอยู่ที่นี่หรือทางบ้าน ก็ตามแต่ เขาจะได้ผลอานิสงส์ตรงนี้ มันเปึนของเขา อย่าดึงผลประโยชน์ไว้กับตัวเองเลย ให้เขาไปเถอะ กราบขอบคุณท่านประธานครับ