ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ หารือเรื่องการผลิตปุิยเกษตรในหมู่บ้าน โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ และหารือเรื่องการปลูกข้าวหอมมะลิในภาคอีสาน เพื่อแก้ปัญหาการผลิตและราคาสินค้าเกษตร
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส. อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ซึ่งอยากจะคุย เกี่ยวกับเรื่องปุิย ซึ่งเราคุยกันมานานแล้วนะครับ สรุปสุดท้ายก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะเราไม่กลับมามองตัวเราเอง ในอดีตนี่นะครับ เราเอาขี้อะไรใส่นาก็จะงาม ถ้าพูดถึง เรื่องขี้นะครับ ขี้วัว ขี้หมู ขี้เปึด ขี้ไก่ เราก็ขนไปใส่นา ข้าวในนาก็งาม ได้ยินคนเฒ่าคนแก่ บอกว่าในน้ํามีปลา ในนามีข้าวเพราะเราเอาขี้ไปใส่นา วันนี้พี่น้องประชาชนเอาขี้เกียจ ไปใส่นา ใส่อย่างไรมันก็ไม่งามครับ และประชาชนวันนี้ขี้เกียจ พอขี้เกียจเสร็จแล้วขี้ต่าง ๆ ก็ลืมไปหมด วันนี้หันไปพึ่งพาปุิยเคมี ถ้าไม่ใส่ปุิยเคมีก็มีความคิดอย่างเดียวว่าข้าวจะ ไม่งาม วันนี้ก็ต้องไปหาซื้อปุิยเคมี สุดท้ายบริษัทปุิยเคมีก็ขึ้นราคาไปเรื่อย ๆ เพราะคนแก่ ติดยาบ้า ถ้าไม่ใส่ปุิยเคมีกลัวข้าวจะไม่งาม วันนี้ก็เริ่มซื้อปุิยจากป้ละเล็กป้ละน้อยนะครับ วันนี้ป้หนึ่ง ๆ เราใช้ปุิยประมาณ ๕ ล้านตันต่อป้ เราลองคิดสิครับว่าผมพูดกับพี่น้อง ประชาชนทุกครั้งนะครับว่าวันนี้รัฐบาลต้องแก้ปัญหา โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ต้องทําตั้งโรงงานปุิยหรอกครับ โรงงานปุิยที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปตั้งตามบ้านนอกเปึนโรงปุิยร้างไป หมดแล้วครับ วันนี้โรงปุิยมีแต่คนทําไม่มี วันนี้ให้วัวมันทําเองครับ โครงการ เอสเอ็มแอล หรือโครงการเศรษฐกิจพอเพียงที่รัฐบาลนี้เปลี่ยน เอาเงินไปให้ชาวบ้าน บ้านละ ๓ แสนบาท ๒ แสนบาท ๒๕๐,๐๐๐ บาท ลงพื้นที่ถามชาวบ้านว่าพี่น้อง เดือดร้อนเรื่องอะไร พี่น้องก็จะบอกเปึนเสียงเดียวกันว่าทําไมพืชเกษตรราคาถึงถูก แล้ว เดือดร้อนเรื่องอะไรอีก ปุิยทําไมถึงแพง ถ้าปุิยแพงนี่ วันนี้รัฐบาลมีงบประมาณลงมาพื้นที่ พี่น้องทําไมไม่คิดจะทําปุิยล่ะ เงิน เอสเอ็มแอล เงินเศรษฐกิจพอเพียงที่รัฐบาลจะให้ไป บ้านละ ๓ แสนบาท ๒ แสนบาท ๒๕๐,๐๐๐ บาท ทั่วประเทศหลายหมื่นล้านบาทครับ ช่วยกันทําปุิยสิครับ ซื้อปุิยกับชาวบ้าน ซื้อขี้วัวใต้ถุนบ้านครอบครัวละ ๑,๐๐๐ บาท ยกตัวอย่าง บ้าน ก มี ๑๐๐ หลังคา ได้เงินไป ๒๕๐,๐๐๐ บาท วันนี้ช่วยกันทําปุิย ทําปุิย กันเอง ไม่ต้องซื้อเครื่องจักร ไม่ต้องซื้อเครื่องมือครับ ซื้อขี้วัวอยู่ใต้ถุนบ้าน ๑,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐ กิโลกรัม วัวตัวหนึ่งวันนี้ป้หนึ่งขี้ออกมา ๑,๐๐๐ กิโลกรัม ซื้อเลย ๑,๐๐๐ บาท ไม่ต้องขายให้ใคร ๒. ซื้อขี้แกลบให้อีกครอบครัวละ ๑ รถ รถละ ๑,๐๐๐ บาท ๑๐๐ รถ ๑ แสนบาท ซื้อขี้วัว ๑ แสนกิโลกรัม ๑ แสนบาท หมดไป ๒ แสนบาทแล้วครับ ได้ทุกครอบครัว ไม่มีทะเลาะกัน อีก ๕๐,๐๐๐ บาท ซื้อรําละเอียดและรําหยาบผสมปุิย เพื่อจะให้วัวเขากิน และขี้ออกมาเปึนปุิย คอกมันแฉะก็เอาขี้แกลบใส่ คอกแฉะก็เอาขี้แกลบใส่ ๔–๕ เดือน ก็เปึนปุิย ขนขี้วัวลงใส่นาของใครของมัน คนละ ๒๐ รถคูโบต้าหรือควายเหล็ก วันนี้ถ้าทํา ทุกหมู่บ้าน การลดการนําเข้าปุิยก็จะลดลง เถ้าแก่ในอําเภอก็ไม่มีปัญญาที่จะซื้อปุิย มาขาย เพราะชาวบ้านทําปุิยเอง โรงงานปุิยก็ถามเถ้าแก่ที่บ้านนอกว่าทําไมไม่สั่งปุิย ไม่สั่งเพราะชาวบ้านทําเอง ช่วยบอกชาวบ้านหน่อยว่าปุิยลงราคาแล้ว มันต้องช่วยกัน แก้ปัญหาตรงนี้ ไม่ใช่ว่าขึ้นแล้วก็ง้อซื้อ ๆ วันข้างหน้าปุิยก็ขึ้นราคาไปเรื่อย ๆ สินค้าเกษตร ก็ลงราคา
อีกอันหนึ่งฝากถึงรัฐบาลนะครับ ต้องจัด โซนนิ่ง การเกษตรให้ได้ ถ้าจัด ไม่ได้เราจะต้องมีเงินไปแก้ปัญหาเรื่องผลผลิตการเกษตร วันนี้ต้องบอกเลยครับ โซนนิ่ง ภาคอีสานนี่ให้ปลูกข้าวหอมมะลิ จังหวัดอื่นอย่าปลูกนะครับ เมื่อปลูกแล้วประกัน ราคาเลยว่ากิโลกรัมละ ๑๘ บาท จะซื้อให้ แต่ต้องอยู่ในโซนนิ่งนี้นะ จัดระบบน้ําให้ และ ต้องทําอินทรีย์นะ เรากําหนดลงไปเลย ภาคเหนืออย่าปลูก คุณถนัดปลูกลิ้นจี่ ปลูกลําไย คุณปลูก ภาคกลางคุณปลูกข้าวนาปรังก็ปลูกข้าวนาปรัง เราก็แบ่งโซนนิ่ง เราจะแก้ปัญหา สินค้าเกษตรได้ และแก้ปัญหาในการใช้ปุิยได้นะครับ รัฐบาลก็ไม่ต้องมาสั่งปุิย ปุิยจากต่างประเทศ ไม่ต้องมาแก้ปัญหาเรื่องปุิยราคาแพง เพราะวันนี้พี่น้องครับ ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนพึ่งพารัฐบาลก็ลําบาก ยิ่งวันนี้นะครับผมคิดว่าจะมี ม็อบมาเรื่อย ๆ เพราะรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ตรงจุดด้วย วันนี้เดือดร้อนเรื่องอะไรก็จะมาขอ เดือดร้อนเรื่องอะไรก็จะมาขอ รัฐบาลก็ให้เงินไป เดี๋ยวมันสําปะหลังจากอีสานก็จะมา เดี๋ยวข้าวก็จะมา เดี๋ยวเงาะออก ลําไยออก ก็จะมา ยางพาราก็จะมา ลองกองก็จะมา สุดท้ายเราแก้ปัญหาให้เขาไม่ได้ ซื้อไปไหน ซื้อไปเททิ้ง วันนี้ต้องจัดนะครับ การส่งออก ไปต่างประเทศ จัดจุดศูนย์กลาง เงาะออกส่งด่วนเลยต่างประเทศ ไม่ต้องเอาเข้ามา ตลาดกลาง ลําไยออกส่งต่างประเทศ ลองกองออกส่งต่างประเทศ ผักสด ๆ ออกส่ง ต่างประเทศให้ทันที เราจะมีสินค้าเกษตรที่มีราคาแพง แล้วต้นทุนก็จะถูกลง สินค้าก็ขาย ได้ราคาแพง ก็จะเปึนวิธีหนึ่งในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ผมขอแลกเปลี่ยน นิดหนึ่ง ขอบคุณครับ