อนันต์ ศรีพันธุ์ หารือเกี่ยวกับปัญหาปุ๋ยในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของปุ๋ยอินทรีย์และการผลิตโรงปุ๋ยอินทรีย์ในหมู่บ้าน เพื่อใช้ในการเกษตรและขยายผลต่อไป นอกจากนี้ยังเสนอแนะให้กรมพัฒนาที่ดินจัดทำแผนที่ที่ดินเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ และจัดตั้งโรงปุ๋ยแห่งชาติเพื่อผลิตปุ๋ยที่มีคุณภาพสูงและลดต้นทุน
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติครับ ผม อนันต์ กรรมาธิการครับ ก็จากที่จะเห็นได้ว่าประเทศไทยนั้น เปึนประเทศเกษตรกรรม คนส่วนใหญ่ประมาณ ๓๕ เปอร์เซ็นต์นั้นคือ อาชีพการเกษตร แต่เราขาดปัจจัยก็คือเรื่องของปุิย ซึ่งเปึนปัญหาของประเทศซึ่งเรานําเข้าถึง ๙๘ เปอร์เซ็นต์ อันนั้นคือปัญหาที่ท่านทราบอยู่แล้วคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ก็ได้พิจารณากันดังที่หลาย ๆ ท่านอภิปรายไปแล้วได้ชี้แจงท่านไปแล้ว สําหรับผมนั้นก็คง จะแจ้งให้ท่านทราบว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ก็ได้พิจารณาเกี่ยวกับเรื่องของการใช้ ปุิยอินทรีย์บวกเคมี แล้วก็การที่จะผลิตโรงปุิยนะครับ ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินนั้นได้ดําเนินการ จัดทําโรงปุิยอินทรีย์ทั้งหมด ๖๕,๐๐๐ หมู่บ้าน คือ หมู่บ้านละ ๑ กลุ่มนะครับ ซึ่งวันนี้ ขณะนี้นั้นได้ดําเนินการไปแล้ว ๓๔,๗๐๐ หมู่บ้าน แล้วก็ในป้ ๒๕๕๒ นี้จะดําเนินการอีก ๑๗,๐๐๐ หมู่บ้านนะครับ อันนี้คือโรงปุิยของเกษตรกรที่ผลิตเองในหมู่บ้านและป้ ๒๕๕๓ จะผลิตอีก ๑๗,๐๐๐ หมู่บ้านก็จะครบ ๖๕,๐๐๐ หมู่บ้านทั้งประเทศก็จะเปึนโรงปุิยอินทรีย์ ที่เกษตรกรสามารถที่จะผลิตอันนี้คือในการใช้ดูแลภาคเกษตรได้ทั้งหมด แล้วก็สามารถ ที่จะขยายไปได้
แล้วอีกอันหนึ่งครับ ที่เปึนที่น่าดีใจ ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินนั้น ผมได้ประสาน แล้วก็ในฐานะที่ผมเปึนกรรมาธิการด้านการเกษตรด้วย ก็ได้พิจารณากันให้เขาจัดทํา ตั้งแต่เปึนคณะอนุชุดนี้ก็ได้เสนอเกี่ยวกับเรื่องของการใช้แผนที่ที่ดินให้เกิดประโยชน์ว่า ที่ดินทําการเกษตรนั้นที่เราใช้ปุิยไปนั้น มันเปลือง บางทีการใช้ปุิยทั้ง ๆ ที่ดินตรงนั้นมันมี ธาตุอาหารอยู่ตรงนั้นแล้วไม่ว่าจะมีเอ็นหรือพีหรือเคอยู่แล้ว เราก็ซื้อปุิยตามราคาที่ตลาด ประกาศว่าปุิยสูตรนั้นสําหรับพืชชนิดนั้น ปุิยสูตร ๑๕-๑๕ สําหรับไม้ผล ๑๖-๒๐-๐ สําหรับไร่สําหรับนา อันนั้นคือสินค้าเรื่องของตลาด แต่ทีนี้ทางกรมพัฒนาที่ดินก็ได้ กําหนดว่า ต่อไปนี้นะครับดินของท่านในแต่ละหมู่บ้านนั้น ท่านจะทราบเลยนะครับ ดินของท่านมีธาตุอาหารชนิดใดบ้าง และพืชชนิดไหนที่ท่านปลูกจะต้องการธาตุอาหาร ชนิดไหนจะต้องการ เอ็น เท่าไร พี เท่าไร เค เท่าไรจะกําหนดตรงนั้นจะเปึนลดต้นทุน ในการผลิตของเกษตรกรทุกราย ซึ่งประกาศใช้แล้วนะครับ กรมพัฒนาที่ดินตอนนี้ก็จะ เปึนการช่วยเหลือภาคเกษตรที่ยั่งยืน นั่นคือสิ่งที่เราปฏิบัติในคณะกรรมาธิการแล้วก็ได้ ดําเนินการให้กรมพัฒนาที่ดินดําเนินการแล้วทั้งหมดนะครับ สิ่งที่สําคัญนั้นนะครับก็คือ เปึนปัญหาของประเทศในขณะนี้นั้นก็คือ โรงปุิยแห่งชาติที่หลาย ๆ ท่านได้ทํา โดยเฉพาะ ผมถูกพาดพิงก็คือ เรื่องของโปแตสเซียมซึ่งมีที่จังหวัดอุดรธานี เปึนโปแตสเซียมที่ดีที่สุด ในโลก และมีปริมาณมากที่สุดหลายแสนล้าน ๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้ครับที่เขาสัมปทาน ไปแล้วแต่มันสร้างไม่ได้ขุดเจาะไม่ได้ ก็เนื่องจากมีกลุ่มบางกลุ่มไม่กี่ร้อยครอบครัว หรอกครับ ไปคัดค้านถ้าหากรัฐบาลชุดนี้ทําเปึนวาระแห่งชาติก็สามารถที่จะดําเนินการได้ ซึ่งจะช่วยเหลือเกษตรกรทั้งประเทศได้มากมาย สิ่งเหล่านี้ละครับ อยากจะให้เกิดขึ้นใน รัฐบาลชุดใดก็ตาม ถ้าเราได้ช่วยเหลือเกษตรกรตรงนี้นั้นจะเปึนอานิสงส์อย่างมหาศาลกับ ผู้แทน เพราะท่านไปหาเสียงท่านก็จะช่วยเหลือเกษตรกร แต่ว่าถ้ามาถึงตรงนี้แล้วถ้าเรา ไม่ร่วมใจกันที่จะสร้างเอาโรงปุิยแห่งชาติเปึนวาระแห่งชาติโดยเฉพาะโปแตสเซียมมาใช้ ซึ่งมีทรัพยากรอย่างมากมาย อย่างที่ท่านอาคมว่านั้นไปดูงานแล้วที่เยอรมัน พื้นที่ที่เจาะ ลงไปประมาณ ๑ กิโลเมตร ไม่เห็นมันทรุดเลย ที่เขากลัวคือ ชาวบ้านเขากลัวแผ่นดินมัน ทรุดลงไปนะครับ แล้วก็จะทําให้มลภาวะเปึนพิษ ซึ่งถ้าหากเรารักษาแล้วเราปฏิบัติตาม ทฤษฎีหรือว่าตามหลักเกณฑ์แล้วจะไม่มีปัญหาเรื่องมลภาวะ เรื่องทรุดคงไม่ทรุด เพราะ ทํามาเปึนร้อย ๆ ป้ที่เยอรมันก็ได้ประโยชน์นะครับ แต่ว่าตรงนี้รัฐหรือคนที่เกี่ยวข้องจะต้องชี้แจงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เขายังกลัวว่า เขาทําแล้ว ขุดเจาะไปแล้วดินมันจะทรุด จะอะไร ต้องมีการประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ต้องไปทําความเข้าใจกับคนในพื้นที่ จะให้ลําพังบริษัทกับเกษตรกรที่อยู่ที่ต่อต้านนั้นไปแก้ปัญหาคงไม่ได้ จะต้องเข้าเปึนวาระ แห่งชาติ นั่นคือความสําเร็จของภาคเกษตรกรหรือภาคเกษตรกรรมที่เกิดขึ้นในประเทศ อันนี้ก็ขอได้เสนอแนะไว้แล้ว
สําหรับการที่คนถาม ท่าน ส.ส. ผมจําไม่ได้นะครับ ท่านให้จัด โซนนิ่ง ในการปลูกพืชเพื่อที่จะลดต้นทุนในการกําหนดว่าพืชชนิดไหนเหมาะสําหรับประเทศไหน เรื่องโซนนิ่งนั้นพูดกันมาตั้งแต่ผมเกิดใหม่ ๆ ก็ยังไม่สําเร็จ จนมาถึงปัจจุบันนี้ที่ทราบมา ตอนผมมาเปึน ส.ส. ซึ่งสมัยแรกก็ได้มีการกําหนด โซนนิ่ง อยู่ ๕ ชนิด ซึ่งจัดแล้วในป้ที่แล้ว แล้วก็เริ่มดําเนินการป้นี้ ก็คือมีข้าว จัดโซนนิ่งแล้วนะครับ แล้วก็มียางพารา มีมันสําปะหลัง มีอ้อย มีปาล์ม มี ๕ ชนิดที่นําร่องในป้นี้ว่าจะได้ผลขนาดไหน ว่าพืช ชนิดไหนจะเหมาะสมที่ไหน ไม่ใช่ว่ารัฐมนตรีบางท่านไปปลูกปาล์มในภาคอีสานแล้วมัน ไม่เหมาะสม ผมก็บอกว่าปาล์มนั้นต้องการปริมาณน้ําฝนตั้งแต่ ๑,๘๐๐ มิลลิเมตร ถึง ๒,๐๐๐ มิลลิเมตร มันจึงจะเติบโตได้ ไม่ใช่ไปส่งเสริมที่อีสาน อีสานปริมาณน้ําฝน ยังไม่ถึง ๑,๒๐๐ มิลลิเมตรเลย ยังให้ไปส่งเสริม ไปปลูกอยู่ นั่นก็ถือว่าท่านไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นที่ส่งเสริมปลูกไปแล้วมันไม่มีลูก มันมีแต่ใบ ผมเลยตั้งชื่อว่าเปึนพันธุ์ดูใบ อันนั้นคือปาล์มน้ํามันในภาคอีสานมันเปึนอย่างนั้นจริง ๆ
สําหรับเรื่องของการใช้ปุิยนั้นไม่จําเปึนว่าจะต้องใช้กับข้าวหรือกับพืช ทุกชนิด สําหรับข้าวที่เปึนพันธุ์พื้นเมืองนั้นที่ไม่สนองตอบต่อปุิยนั้นไม่จําเปึนต้องใช้ปุิย ใช้ปุิยธรรมชาติหรือมูลสัตว์ต่าง ๆ หรือปุิยอินทรีย์ก็ได้ ขี้วัว ขี้ควาย ใช้ได้หมด ไม่สนองตอบต่อปุิยเคมีก็ไม่มีประสิทธิภาพ ตรงนี้เราต้องทําความเข้าใจกับภาคเกษตร ให้มาก คือรัฐบาลเรานั้นทุกรัฐบาลที่ผ่านมานั้นขาดการประชาสัมพันธ์ในเรื่องเหล่านี้ ในภาคเกษตรเปึนอย่างมาก แต่ไปประชาสัมพันธ์ในภาคอื่นมากกว่า อันนี้ก็คือ ข้อเสนอแนะของกรรมาธิการทั้งหมดที่ผ่านมา ขอบคุณครับ