อาคม เอ่งฉ้วน หารือเรื่องปัญหาการผลิตปุิยและโปแตสเซียม โดยเรียกร้องการสนับสนุนให้กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ และเสนอแนวทางแก้ไขด้วยการหาวัตถุดิบทดแทนเพื่อลดต้นทุนปุิย นอกจากนี้ ยังขอให้กระทรวงพาณิชย์บังคับใช้กฎหมายค้ากําไรเกินควรอย่างเคร่งครัด เพื่อลดราคาปุิยให้เหมาะสม
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ ในฐานะกรรมาธิการนะครับ ผม ขออนุญาตใช้เวลาไม่มากนักนะครับ เพื่อทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ให้ ความสนใจกับรายงานฉบับนี้ เปึนเรื่องที่น่าแปลกจริง ๆ นะครับ เพราะว่าท่าน ส.ส. ได้ ลุกขึ้นมาเสนอแนะ ลุกขึ้นมาอภิปรายอย่างมีเหตุมีผล บางคนยังไม่ได้เป่ดด้วยซ้ําว่า รายงานนี้เขียนไว้อย่างไร เห็นหน้าปกพูดได้เลย อันนี้ก็ถือว่าสุดยอดครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ท่านสมคิดท่านแรก ท่าน ส.ส. สมคิด ท่านถามว่า ทําไม ประเทศไทยไม่ตั้งโรงงานโปแตสเซียมหรือโปแตส ทั้ง ๆ ที่มีวัตถุดิบมหาศาลอยู่ในจังหวัด อุดรธานี ขอนแก่น และชัยภูมิ บอกได้เลยครับว่า กระทรวงอุตสาหกรรมให้สัมปทาน ไปแล้ว ๑๐ ป้ บริษัทที่ได้รับสัมปทานไม่สามารถดําเนินการเหมืองอันนี้ได้ เพราะว่า ๑. มี เอ็นจีโอ (NGO : Non Governmental Oganizations หรือ องค์การพัฒนาเอกชน) คัดค้าน ๒. เกี่ยวกับเรื่องมลภาวะ และขออนุญาตกราบเรียนเพื่อน ส.ส. นะครับว่า พวกผมหลายคนได้ไปดูงานที่ประเทศเยอรมนี เพราะว่าเขานําโปแตสเซียมขึ้นมานี่ โปแตสเซียมมันอยู่ในดินครับ ลึกลงไป ๑ กิโลเมตร ๑ กิโลเมตรหรือประมาณ ๑,๐๐๐ เมตร ถึงจะไปเจอโปแตสเซียม ประเทศไทยมีมหาศาลเลยนะครับ คิดเปึนมูลค่า หลายหมื่นล้านบาทถ้าเอามาขาย เปึนแสนล้านบาทนะครับ แต่ว่าเอาขึ้นมาไม่ได้ เพราะว่าถ้าเอาขึ้นมาก่อนจะถึงโปแตสเซียมมันเจอเกลือก่อน แล้วถามว่าเกลือไปกอง ที่ไหน ถ้าเอาเกลือกองในประเทศเยอรมันไปดูมาแล้ว เปึนภูเขาเลยครับ แต่ต้องมีการขุด คลองสองชั้นสามชั้นเพื่อไม่ให้เกลือละลายไหลไปท่วมที่ชาวบ้าน นี่คือปัญหานะครับ ส.ส. รัชฎาภรณ์ ท่านพูดถึงเรื่องว่าขอให้สนับสนุนการใช้ปุิยอินทรีย์ ปุิยปลอมระบาดหนัก และ ก็แนะนําให้ใช้ปุิยชีวภาพเพื่อแก้ปัญหาปุิยเคมีราคาแพงที่ท่านพูดมาตรงหมดนะครับ แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นในเรื่องของการโฆษณาเกินจริง กรรมาธิการก็ได้ศึกษาครับ แล้วก็ลงมติว่า มันเปึนหน้าที่ของกรมวิชาการจะต้องไปทําความเข้าใจ ประชาสัมพันธ์ ให้กับเกษตรกรผู้ใช้ปุิย ถ้าไม่ประชาสัมพันธ์นะครับ ยิ่งปุิยแพงเท่าใด ปุิยปลอมก็จะ ระบาดเท่านั้น และในที่สุดประชาชนที่เปึนเกษตรกรก็จะติดกับ ที่ท่านพูดมาตรงครับ นายแพทย์วรงค์ท่านพูดถึงวงจรปุิย ปุิยแพงมาก แล้วก็จะแพงขึ้น ๆ ไปอีกนะครับ อยากให้ สนับสนุนเรื่องปุิยชีวภาพ ผมขออนุญาตกราบเรียนนะครับ ที่นายแพทย์วรงค์พูดนะครับ ตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์นี้เปึนต้นไป ประเทศไทยเรานําปุิยเข้ามาป้หนึ่ง ๔.๓ ล้านตัน เรานําปุิยเข้ามานะครับ เปึนมูลค่าประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการนําปุิยเคมีเข้ามา ในประเทศนั้นนะครับ ประเทศที่เราซื้อปุิยเขามากที่สุด คือประเทศจีน ขณะนี้ประเทศจีน กําลังจะเป่ดฤดูกาลเพาะปลูกใหม่ ประเทศจีนจึงออกกฎหมายขึ้นภาษีปุิยในการส่งออก ๑๑๐ เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ เพราะฉะนั้นที่เพื่อนสมาชิกพูดน่ะถูก ทําไม วันนี้ปุิยเริ่มกลับมาสูงขึ้นอีก เพราะว่าเขาเก็บภาษีส่งออก ปุิยที่จะมาจากประเทศจีนก็จะ มีต้นทุนสูงขึ้น ถามว่าทําไมไม่ซื้อจากประเทศอื่น ประเทศอื่นก็ซื้อได้ครับ ถ้าจีนขึ้นราคา ประเทศอื่นก็ขึ้น และประเทศอื่นมันไกล จีนมันใกล้ที่สุด นี่คําตอบง่าย ๆ ท่านสมชัยพูดถึง เรื่องให้สนับสนุนบทบาทภาครัฐ ส.ส. ขยันนะครับ ซึ่งเปึน ส.ส. ใหม่จากลําพูน ถามว่า ทําไมไม่ตั้งโรงงานปุิย ผมตอบไปแล้วนะครับ ตั้งไม่ได้ ขณะนี้ตั้งไม่ได้ แต่ถ้ากระทรวง อุตสาหกรรมไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมอยากจะลองดูก็ได้นะครับ เพราะว่าเปึนมูลค่าประมาณหลายแสนล้านบาท ถ้าสามารถเอาโปแตสเซียมขึ้นมาได้ แล้วก็เอามาสร้างเปึนโรงงานปุิยในอนาคต ส่วน ส.ส. อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นะครับ ท่านบอกว่าเอกสารนี่อ่านแล้วไม่ประทับใจ ตอนที่ตั้งคณะกรรมาธิการทุกคนคาดหวัง กันว่าจะแก้ปัญหาราคาปุิยได้ ให้เวลาไป ๖๐ วัน ขอต่อ ๑๒๐ วัน กลับมาราคาวันนี้ปุิยก็ แพงเหมือนเดิม ถูกครับที่ท่านพูด ท่านให้เวลาน้อยเกินไปนี่ถ้าให้มากกว่านี้เอกสารจะ ดีกว่านี้ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กรณีของคุณพิเชษฐนะครับ ว่าทําไมไม่พูดถึง เรื่องโรงงานปุิยแห่งชาติ ปัญหามันอยู่ตรงไหน โรงงานปุิยแห่งชาติในประเทศไทยเคยมี นะครับ และยุบเลิกไปในรัฐบาล ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร ก่อนหน้านั้นก็มีโรงงานปุิย แห่งชาติ แต่ที่โรงงานปุิยแห่งชาติมันไม่สามารถแก้ปัญหาราคาปุิยแล้วเปึนประโยชน์ สําหรับเกษตรกรได้ เพราะโรงงานปุิยแห่งชาติของประเทศไทย ไม่มีวัตถุดิบมาผลิตครับ ต้องนําแม่ปุิยจากต่างประเทศเข้ามาผสม เข้ามาบรรจุถุง เข้ามาทํากระบวนการผลิต เพราะฉะนั้นแน่นอนเมื่อผลิตออกมาเปึนปุิยแล้วราคาจึงแพง เห็นไหมครับ มันจึงไม่เปึน เปัาหมายที่จะทํากําไรหรือจะช่วยเกษตรกรได้ นอกจากนั้นแล้วนะครับ เมื่อมาผสมปุิย แล้วปรากฏว่าก็เพียงแต่ว่านําปุิยจากต่างประเทศเข้ามา อาจจะนํามาเปึนกองและมา บรรจุถุงและก็ใส่ตราปุิยแห่งชาติ ซึ่งมันไม่เปึนประโยชน์ เพราะว่าไม่มีวัตถุดิบมาปัอน โรงงาน แล้วก็ตอนหลังก็มีการแก้ปัญหาโดยการนําไปขายผ่าน ธ.ก.ส. (ธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) ก็ไม่กําไร ในที่สุดรัฐบาลของ ฯพณฯ ทักษิณ ก็ขายกิจการไป นั่นคือจุดสุดท้ายของปุิยแห่งชาติ แต่คณะกรรมาธิการชุดนี้ก็ไม่ละ ความพยายาม เห็นว่าเมื่อโรงงานปุิยแห่งชาติตรงนั้นมันมีปัญหาอุปสรรคและเลิกไปแล้ว คณะกรรมาธิการชุดนี้ก็ศึกษาอีก เชิญเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมมา เชิญผู้ประกอบการที่ได้ สัมปทานเหมืองมาว่าถ้ามันดําเนินการเอาเหมืองขึ้นมาได้ประเทศไทยก็น่าที่จะสร้าง โรงงานปุิยแห่งชาติขึ้นมาได้อีกครั้งหนึ่งก็จึงเปึนข้อเสนอที่อยู่ในเอกสารนี้ ส่วนรัฐบาลจะ ทําหรือไม่มันเปึนนอกเหนือกติกาไม่ใช่พวกผมจะไปบังคับรัฐบาลได้ เปึนข้อเสนอ เท่านั้นเองท่านมอบหมายให้พวกผมไปศึกษา พวกผมศึกษาแล้วเห็นว่าควรจะมีโรงงาน ปุิยแห่งชาติอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าก็ต้องแก้ปัญหาจุดบอด ๒-๓ จุดที่ผมได้กราบเรียนไป นะครับ ส่วนโรงงานแม่ปุิยโปแตสเซียมที่คุณพิเชษฐพูด ก็ท่านประธานได้พูดไปแล้วว่า ประเทศไทยขณะนี้มันมีโปแตสเซียมอย่างเดียวที่เปึน ๑ ใน ๓ ของปุิยเคมี เพราะว่ามันมี เอ็น (N) พี (P) เค (K) พี เราก็ไม่มี ฟอสฟอรัส เอ็น ไนโตรเจน เราก็ไม่มี เพราะเราเอามา ทําเปึนแก๊สธรรมชาติไปเสียแล้ว ที่จริงถ้าเราไม่เอามาทําเปึนแก๊สธรรมชาติเราสามารถ เอามาทําเปึนแอมโมเนียได้จากการกลั่นของประเทศไทยโรงกลั่น
คุณประเสริฐนะครับ ท่านพูดถึงเรื่องมูลค่า ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่มี ปุิยปลอมมาก อย่างที่ผมเรียนนะครับ ยิ่งปุิยแพงเท่าไรปุิยก็จะปลอมมากขึ้นเท่านั้น
นายแพทย์อสินะครับ ท่านพูดแบบรู้จริงนะครับผมฟังดูแล้ว ท่านพูดอย่าง รู้จริง คือว่าเราไม่มีวัตถุดิบ และเราต้องนําปุิยเข้ามาในประเทศไทย เพราะแน่นอนของที่ เรานําเข้ามามันต้องแพง เพราะตอนที่เรานําเข้ามามันเกิดวิกฤติของโลก ประเทศทุก ประเทศเขาปลูกพืชทดแทนหมดเลย อินโดนีเซีย ประเทศอเมริกาทุกประเทศเขาต้อง ปลูกพืชทดแทนพลังงาน เพราะขณะนั้นพลังงานมันราคาแพงมาก เมื่อปลูกพืชทดแทน พลังงานปุิยก็ต้องจําเปึนทุกประเทศก็เลยกีดกันไม่ให้ส่งปุิยมาขายในประเทศไทย โดยตั้ง กําแพงภาษี อย่างจีนผมยกตัวอย่างไปแล้วนะครับ ขณะนี้กลับมาเก็บอีกแล้ว ๒. อินโดนีเซียมีนโยบายว่าไม่ให้ส่งปุิยไปขายประเทศไทย ประเทศสหรัฐอเมริกานโยบาย คือว่าห้ามเอาปุิยไปขายต่างประเทศ อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นปุิยก็ต้องแพงเปึน ธรรมดา ผมขออนุญาตกราบเรียนว่ายังมี ส.ส. อีกหลายท่านนะครับที่ได้ให้ข้อเสนอ ที่ดีมาก อย่าง ส.ส. ผ่องศรี ธาราภูมิ ผมไปที่จังหวัดลพบุรีไปดูงาน จังหวัดลพบุรีเปึน จังหวัดที่น่าสนใจนะครับ ผมคิดว่าถ้าเกษตรกรฟังรายการนี้อยู่รายการของสภาอยู่นะครับ ผมคิดว่าน่าจะจับกลุ่มกันมาดู เพราะที่นั่นนะครับ เขาพยายามปลูกพืชโดยไม่ใช้ปุิย โดยไม่ใช้ปุิย โดยเฉพาะปุิยเคมี เช่น เขามีแหนแดง ปลูกข้าวแล้วใช้แหนแดงหว่านเข้าไป ในนาข้าวไม่เกิน ๕ วัน แหนแดงจะเต็มพื้นนาเลย และผลปรากฏว่ากรมวิชาการยืนยันว่า แหนแดงนี้มันสามารถไปจับออกซิเจน ไปจับไนโตรเจนในอากาศและสามารถเพิ่ม ธาตุอาหารในดินได้โดยไม่ต้องใช้ปุิยเลย ในการวิจัยของคนในลพบุรีนะครับ ที่ท่าน ส.ส. ผ่องศรีพาผมไปดู มีการปลูกข้าวโดยไม่ใส่ปุิย แต่เขาต้องเลี้ยงเปึด เขาสามารถเอาเปึด ลงมาในนาข้าว เช้ากลับบ่าย เปึดที่นั่นเขาเข้าแถวกันได้ ขึ้นรถปู่กอัพ ๒ ชั้น ๓ ชั้น เปึนเรื่องน่าแปลกมาก แล้วมาถึงนาข้าวก็ปล่อยเปึด เปึดก็จะลงไปกินอาหารในนาข้าว หอยซึ่งเปึนอาหารของเปึดก็มีในนาข้าว ขี้เปึดหรือมูลเปึดก็จะเปึนปุิยไม่ต้องใส่ปุิยเลย นี่คือการปลูกข้าวที่ไม่ต้องใช้ปุิยที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งผมคิดว่ารัฐบาลน่าจะไปต่อยอดนะครับ เรื่องนี้ ส.ส. นคร มาฉิม แล้วก็ยังมี ส.ส. ท่านอื่นนะครับ ส.ส. ประพนธ์ นิลวัชรมณี ท่านบอกว่าต้องลดการนําเข้า อันนี้ถูกครับ แล้วก็ให้ลดการใช้ปุิยเคมี ข้อเสนอของ คณะกรรมาธิการชุดนี้ก็จึงบอกว่าทางเลือกของเกษตรกรไทย ในช่วงที่ปุิยแพง คือปุิยเคมี แพง ให้มีทางเลือกหนึ่ง ใช้ปุิยอินทรีย์ ๒. ปุิยอินทรีย์นี่นะครับ ท่าน ส.ส. ก็บอกแล้ว ผลผลิตต่ํา ต้องใช้มาก ทางเลือกที่ ๒ ก็คือว่า เมื่อเราเห็นว่าปุิยอินทรีย์มันมีธาตุในดินน้อย มันเพียงแต่ไปทําให้ คุณภาพดินดีเท่านั้นเอง ทําให้ร่วนซุย พืชสามารถหาอาหารได้ไกล เพราะว่าในดินจะมี ธาตุอาหารอยู่แล้ว แต่ว่ามันก็ไม่พอกับความต้องการของพืช ถ้าเราต้องการเพิ่มผลผลิต วิธีที่จะแก้ปัญหาก็คือว่า ลดการใช้ปุิยเคมีลง แล้วเราใช้ปุิยอินทรีย์เคมี คือหมายถึงว่าเอา อินทรีย์ผสมเคมี อย่างนี้ก็จะช่วยได้เยอะนะครับ แต่ประเด็นปัญหาก็คือว่า โรงงานผลิต ปุิยอินทรีย์เคมีในประเทศไทยที่เขาเขียนไว้ข้างถุงว่ามี เอ็นเท่าไร พีเท่าไร เคเท่าไร ตรวจสอบแล้วปรากฏว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ปลอม ถามว่าทําไมถึงปลอมครับ เพราะว่า กรมวิชาการไปหยิบตัวอย่างมาแล้วนี่ มาตรวจสอบแล้ว ที่กระสอบกับเนื้อปุิยข้างในถุงมัน ไม่ตรง ถ้าไม่ตรงก็คือปลอมนั่นเองคือว่ามันไม่ตรงตามสลากที่แจ้ง เพราะฉะนั้นเปึน ปัญหามากนะครับสําหรับปุิยอินทรีย์เคมีในประเทศไทย มันไม่เหมือนเคมีที่มาจาก ต่างประเทศล้วน ๆ ไม่มีใครอยากปลอมหรอกครับ เขาเอามาตีตราส่งในรูปของการ จัดจําหน่าย เขาก็ตั้งราคาสูง แล้วก็ขายไปในตลาด ท่านประธานครับ
ในประเด็นสุดท้ายนะครับ ซึ่งผมคิดว่าถ้าเพื่อนสมาชิกฟังผมพูด ในประเด็นนี้แล้วนะครับ บางทีคําถามที่จะมีต่อก็อาจจะไม่มีก็ได้ และท่านจะเข้าใจลึกซึ้ง มากในเรื่องของปุิย ผมต้องกราบเรียนกับท่านก่อนนะครับว่า มันมีปัจจัยอยู่ ๕ ประการ ที่ประเทศไทยติดกับเรื่องปุิย ปุิยเคมี
ประการแรกก็คือว่า ๑. วัตถุดิบไม่มี ประเทศไทยเราไม่มีวัตถุดิบ มีก็เหมือนไม่มี เพราะเอามาใช้ไม่ได้ เห็นไหมครับ มันติดกับแล้ว
ประการที่ ๒ เราใช้ปุิยป้หนึ่งประมาณ ๔.๕ ล้านตัน ๙๘ เปอร์เซ็นต์ นําเข้า มาทั้งนั้นเลยครับ เราไม่สามารถผลิตเองได้ เพราะเราไม่มีวัตถุดิบ เราต้องนําเข้ามา ทั้งนั้น เลย ๙๘ เปอร์เซ็นต์ เสียดุลการค้า เสียมูลค่าไปหลายหมื่นล้านบาท
ประการที่ ๓ นะครับ เวลานี้ทําไมปุิยมันจึงแพง เพราะว่าความต้องการ ในเรื่องของอาหารและพืชพลังงาน จึงทําให้โลกทั้งโลกเขาหันมาปลูกพืชพลังงาน ซึ่งทุกคนก็ใช้ปุิยหมด ทุกคนก็ไม่ได้เตรียมปุิยไว้สําหรับเหตุการณ์นี้ นั่นก็คือที่มา ของต้นทุนปุิยจึงราคาแพงนะครับ และเพิ่มขึ้น ประเทศไทยก็ใช้ปุิยเพิ่มขึ้นประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์ต่อป้
ในประการที่ ๓ ดังที่ผมเรียนเมื่อสักครู่นะครับว่า ประเทศบางประเทศ เขามีนโยบายไม่ส่งปุิยออกไปขายต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา และ บางประเทศก็ตั้งกําแพงภาษี ใครนําปุิยออกไปนอกประเทศก็เก็บภาษีส่งออกแพง
ในประการที่ ๕ นะครับ ผมคิดว่าประเทศไทยนี่ถึงเวลาที่จะต้องหาวัตถุดิบ มาทดแทน ถ้าเราหาวัตถุดิบมาทดแทน ถ้าเราหา ๓ อย่างไม่ได้ เรามีสัก ๑ อย่าง เราผลิต ปุิยขึ้นมาได้ในประเทศก็จะราคาถูก
แล้วก็ประการที่ ๓ เพิ่มมาตรการควบคุมราคาปุิยปลายทาง อันนี้แหละ แก้ได้ การเอาปุิยมาแต่ละบริษัทนะครับต้องแจ้งว่าต้นทุนเท่าไรกับกรมศุลกากรท่านโกหก ไม่ได้เพราะว่าเขาไม่เก็บภาษีปุิย ปุิยที่นําเข้ามานี่เขาไม่เก็บภาษี รัฐบาลยกเว้นภาษี ภาษี ๐ แต่ต้องแจ้งราคาจริงว่าคุณนําปุิยมาเท่าไร ทีนี้พี่น้องเกษตรกรหรือเพื่อนสมาชิก สงสัยว่า แล้วทําไมมันขายเกินราคา ผมกําลังจะบอกท่านครับ เมื่อพวกนี้ซื้อปุิยเข้ามาแล้ว กระบวนการนี่เขาก็ไม่ได้ประกาศให้เกษตรกรรู้ว่าเขานําเข้ามาเท่าไร เขาก็รู้กันระหว่าง กรมศุลกากรกับตัวผู้นําเข้าแล้วเขาเอาปุิยไปใส่โกดัง พอเอาปุิยไปใส่โกดัง เกษตรกร ขายข้าวได้ดีป้นี้ผลผลิตเยอะยอดเยี่ยมราคาสูงเขาก็เห็นว่าเปึนลู่ทางเขาก็ตั้งราคาสูง เห็นไหมครับ พอไปถึงโรงงานเขาแล้วนี่ถึงโกดังแล้วนี่เขาตั้งราคาสูง คือบวกกําไรมากกว่า ปกติ แล้วขนส่งไปยังต่างจังหวัดทั่วประเทศ บวกค่าขนส่งเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นต้นทุนปุิย พอไปถึงบ้านเรานะครับมันจึงแพง บัดนี้ราคา ณ วันที่ ๑๘ นะครับ แม่ปุิยตัว เอ็น นะครับ ที่เราเรียกว่ายูเรีย ๑๕,๗๐๐ บาท อันนี้ต้นทุนนะครับ ซึ่งผมไปได้มาจากกรมศุลกากร ตัว พี ๒๖,๕๐๐ บาท แม่ปุิยตัว เค ๒๘,๕๐๐ บาท แล้วก็ ๑๕-๑๕-๑๕ นะครับ ซึ่งเปึนปุิย สูตรที่ประชาชนใช้ทั่วไป บัดนี้ขึ้นมาเปึน ๒๑,๐๐๐ บาท ๑๖-๒๐-๐ นะครับ ๑๗,๐๐๐ บาท ๑๖-๑๖-๘ นะครับ ๑๙,๐๐๐ บาท อันนี้ปุิยนานะครับ แล้วก็ ๑๖-๘-๘ ๑๖,๐๐๐ บาท ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้เปึนราคาปุิยปัจจุบัน มันปรับราคาขึ้นมาหลังจากที่ประเทศจีนขึ้นภาษี นะครับ แล้วก็อยากจะเรียนว่ามันเปึนเรื่องยากเหมือนกัน เพราะมีคนนําเข้าปุิยมา ๕๐ บริษัท จากประมาณ ๑๐ ประเทศในโลก ๕๐ บริษัท แต่มีบริษัทเจ้าใหญ่ เมื่อสักครู่ ท่านสมาชิกท่านหนึ่งพูดนะครับ ๕ บริษัทที่เปึนคู่ค้าที่มีส่วนต่างของปุิยประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของปุิยทั้งหมด ผมไม่เอ่ยชื่อก็ได้นะครับว่าบริษัทอะไรบ้าง แต่ว่า เพื่อนสมาชิกข้างล่างก็คงจะรู้นะครับ ยกตัวอย่างสัก ๒ บริษัท เจียไต๋ บริษัท ไทยเซ็นทรัล อย่างนี้เปึนต้น ๕ บริษัท เพราะฉะนั้น ๕ บริษัทเหล่านี้เปึนผู้ครอบครองตลาดปุิยอยู่ใน ประเทศไทย ถ้าวันใดที่เขาคิดว่าเขาจะค้ากําไรเกินควรเขาก็สามารถฮั้วกันได้ ถ้าเขาจะ ค้ากําไรเกินควรเขาจึงฮั้วกันได้ เพราะฉะนั้นมาตรการอีกอันหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกควรจะได้ นําไปให้ภาครัฐปฏิบัติหรือจะนําไปเปึนญัตติ หรือนําไปศึกษาในคณะกรรมธิการก็คือ มาตรการที่ให้กระทรวงพาณิชย์บังคับใช้กฎหมายค้ากําไรเกินควรอย่างเคร่งครัด ตัวนี้ จะช่วยได้อีกทางหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าที่ผมพูดมาทั้งหมดก็เพื่อนสมาชิก หลายท่านที่เขามีความชํานาญในเรื่องของปุิยอินทรีย์เขาก็จะพูดเรื่องปุิยอินทรีย์ต่อ ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ