สุเทพ เทือกสุบรรณ หารือถึงความสำคัญของกำนันผู้ใหญ่บ้านในการดูแลชุมชน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลปรับปรุงค่าตอบแทนเนื่องจากปัจจุบันต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับภาระหน้าที่ พร้อมทั้งชี้ว่ากฎหมายปัจจุบันยังจำกัดคุณสมบัติของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งซึ่งขัดขวางการประกอบอาชีพอื่น ๆ และเสนอให้พิจารณาแก้ไขเพื่อให้เหมาะสมกับบทบาทที่รับผิดชอบ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะตอบคําถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมขออนุญาตขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ คุณยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จากจังหวัดจันทบุรี ที่ได้เห็นความสําคัญของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วได้ แสดงความห่วงใยทําหน้าที่เปึนตัวแทนของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ขึ้นมาต่อสู้เพื่อสิทธิสิ่งที่เขา ควรจะได้รับ ผมได้ฟังการอภิปรายก่อนการซักถาม ผมเห็นว่าท่าน ส.ส. ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา มีความรู้มีความเข้าใจประวัติความเปึนมาของกํานันและบทบาทหน้าที่ของกํานัน ผู้ใหญ่บ้านเปึนอย่างดี
ผมขออนุญาตกราบเรียนว่ารัฐบาลนี้ก็เห็นความสําคัญของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน รัฐบาลตระหนักดีครับว่ากํานัน ผู้ใหญ่บ้านนั้นเปึนผู้ที่มีบทบาทที่สําคัญยิ่ง ในการดูแลบ้านเมือง ในการพัฒนาชีวิตความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ ของประเทศ ผมเคยเปึนกํานัน เปึนผู้ใหญ่บ้านมาก่อน ผมทราบดีว่ากํานัน ผู้ใหญ่บ้าน มีภาระหน้าที่ความรับผิดชอบกว้างขวาง ซึ่งเปึนภาระหน้าที่ในการบําบัดทุกข์บํารุงสุข ให้กับราษฎรในเขตปกครองของตน แล้วก็เปึนงานที่จะต้องทําเต็มเวลาทุกวัน กํานัน ผู้ใหญ่บ้านเปึนผู้ที่ช่วยเหลือในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลมาทุกรัฐบาล แล้วก็เปึน ความจริง อย่างเช่นที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ได้กล่าวเมื่อสักครู่ครับว่า ค่าตอบแทนที่รัฐบาลจ่ายให้กับกํานัน ผู้ใหญ่บ้านนั้นต้องถือว่า น้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับเจ้าหน้าที่รัฐฝ์ายอื่น ๆ ที่จริงตอนที่ผมเปึนกํานันนั้นผมได้ ค่าตอบแทนเดือนละ ๔๘๐ บาทเท่านั้นครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้ซึ่งได้มีการปรับปรุง แล้วนะครับ เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๙ กํานันก็จะได้รับค่าตอบแทนเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ผู้ใหญ่บ้านเดือนละ ๔,๐๐๐ บาท แพทย์ประจําตําบล สารวัตร ผู้ช่วยผู้ใหญ่ ก็จะได้เดือนละ ๒,๕๐๐ บาท แน่นอนครับ เปึนค่าตอบแทนที่ต่ํากว่าอัตราค่าแรงขั้นต่ํา ที่รัฐบาลประกาศเอาไว้มาก รัฐบาลก็ได้รับเสียงร้องเรียนจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แทบทุกจังหวัดทั่วประเทศเหมือนกับที่ท่าน ส.ส. ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ได้ลุกขึ้นแสดง เหตุผลในการร้องเรียนในวันนี้ เราทราบดีครับว่าโดยข้อจํากัดทางกฎหมายคือ พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พุทธศักราช ๒๔๕๗ ได้กําหนดคุณสมบัติของคน ที่จะได้รับเลือกเปึนกํานัน เปึนผู้ใหญ่บ้านว่า จะต้องไม่เปึนสมาชิกรัฐสภา ไม่เปึนสมาชิก สภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจํา พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างของหน่วยงานใด แล้วก็ยังห้ามไปด้วยครับว่าเปึนลูกจ้างของเอกชนซึ่งมีหน้าที่ ทํางานประจําก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นคนที่เปึนกํานัน ผู้ใหญ่บ้านจึงมีข้อจํากัด ในการประกอบอาชีพ นั่นเปึนเหตุผลข้อแรกที่เราคิดคํานึงถึงความจําเปึนที่จะต้องมานั่ง พิจารณาเรื่องค่าตอบแทนของกํานัน ผู้ใหญ่บ้านกันใหม่
ในเหตุผลประการที่ ๒ ครับ อย่างที่ท่าน ส.ส. ยุคลท่านได้อภิปราย กํานัน ผู้ใหญ่บ้านทําหน้าที่บําบัดทุกข์บํารุงสุขทั้ง ๒๔ ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด เวลาที่จะไปประกอบ อาชีพส่วนตัวก็มีน้อยลงเมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่น
ในประการที่ ๓ ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ค่าครองชีพในปัจจุบัน แม้กระทั่ง ผู้ที่ใช้แรงงาน รัฐบาลก็ยังเอาใจใส่ปรับอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ําให้อยู่ในระดับที่เขา สามารถดํารงชีวิตอยู่ได้ แต่ว่าค่าตอบแทนที่กํานัน ผู้ใหญ่บ้านได้รับนั้นก็ต่ํากว่าอัตรา ค่าแรงขั้นต่ํา จึงไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เปึนอยู่ในขณะนี้
ในประการที่ ๔ เราตระหนักดีครับว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ของกํานัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศนี่ครับ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายเองในการปฏิบัติหน้าที่ เปึนจํานวนมาก ค่าพาหนะ ค่าน้ํามันรถ ค่าใช้จ่ายทางสังคม หรือแม้แต่การดูแลต้อนรับ เจ้าหน้าที่จากกระทรวง ทบวง กรมอื่น ๆ ที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเขตปกครองท้องที่ของ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ครับ รัฐบาลก็คิดเช่นเดียวกับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ว่าสมควรที่จะต้องมีการปรับปรุงเงินเดือน เงินค่าตอบแทนของกํานัน ผู้ใหญ่บ้านเสียใหม่ ให้ได้ค่าตอบแทนที่สูงขึ้น กระทรวงมหาดไทยซึ่งเปึนต้นสังกัดของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้รับรู้ความเดือดร้อนของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และได้เสนอมาตรการแนวทาง ที่จะช่วยเหลือกํานัน ผู้ใหญ่บ้านเพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา กระทรวงมหาดไทย ได้ประชุมฟังความเห็นของส่วนต่าง ๆ แล้วก็ได้ทําหนังสือมาถึงคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้เองครับ ในสาระสําคัญของหนังสือที่เสนอมานั้น ต้องการให้ คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในการที่จะขึ้นเงินเดือนให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คือกํานันที่เคยได้รับเงินเดือนค่าตอบแทนเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ให้ได้ เปึนเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ผู้ใหญ่บ้านเดือนละ ๔,๐๐๐ บาท ให้เพิ่มเปึน ๘,๐๐๐ บาท สารวัตรกํานัน แพทย์ประจําตําบล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจาก ๒,๕๐๐ บาท เปึน ๕,๐๐๐ บาท กระทรวงมหาดไทยก็เสนอมาในหนังสือฉบับวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ นี้ครับว่า ขอให้ คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาให้ความเห็นชอบให้เพิ่มเงินเดือนค่าตอบแทนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ในป้งบประมาณ ๒๕๕๓ แล้วก็ได้เสนอทางเลือกมาด้วยครับว่า ถ้าหากรัฐบาลไม่สามารถ ดําเนินการได้ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอคือ ขึ้นเงินเดือนให้กับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ก็ขอให้ได้ทยอยขึ้นเปึน ๒ ระยะ คือ ในป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ได้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ และป้งบประมาณ ๒๕๕๔ อีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวนี้ครับจะได้นําเข้าสู่การพิจารณาของ คณะรัฐมนตรีในเร็ว ๆ นี้ แต่ผมขออนุญาตกราบเรียนยืนยันกับท่านประธานสภาที่เคารพ ผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า แม้ว่าคณะรัฐมนตรีจะยังไม่ได้ประชุมพิจารณาเรื่องนี้ กันอย่างจริงจัง แต่ในบรรดารัฐมนตรีทั้งหลายในคณะรัฐบาลได้พูดคุยเรื่องนี้กันบ่อยครั้ง รอหนังสือเสนอมาอย่างเปึนทางการของกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีทั้งหลายมีความเห็น สอดคล้องกันว่า เราจําเปึนที่จะต้องขึ้นเงินเดือนค่าตอบแทนให้กับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้ท่านกํานัน ผู้ใหญ่บ้านเหล่านั้นสามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชน รับใช้ รัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างมีเกียรติ อย่างมีศักดิ์ศรี แต่ท่านสมาชิกก็ต้องตระหนักดีนะครับว่า กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน จํานวนตั้งเกือบ ๓ แสนคน ๒๙๔,๙๙๘ คนทั่วประเทศ เปึนภาระค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างจะมากสําหรับรัฐบาล เฉพาะ เงินเดือนปัจจุบันที่ไม่ขึ้นนี่ครับ เดือนหนึ่งรัฐบาลก็ต้องจ่ายประมาณ ๘๕๙ ล้านบาท ป้ละ ๑๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าจะขึ้นอีกเท่าตัวก็หมายความว่ารัฐบาลต้องจัดงบประมาณ ๒๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทสําหรับเปึนเงินเดือน กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เปึนเรื่องที่หนักสําหรับ รัฐบาล เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนว่า
ประการที่ ๑ ครับ รัฐบาลมีความตั้งใจแน่นอนที่จะขึ้นเงินเดือนให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และรัฐบาลก็เห็นว่าเงินเปัาหมายที่จะขึ้นให้กํานันเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ผู้ใหญ่บ้าน ๘,๐๐๐ บาท แพทย์ประจําตําบล สารวัตรกํานัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เดือนละ ๕,๐๐๐ บาทนั้น น่าจะเปึนอัตราค่าตอบแทนที่มีความเหมาะสมสําหรับยุคสมัยภาวะ เศรษฐกิจขณะนี้ แต่รัฐบาลก็ต้องขออนุญาตที่จะต้องไปดูเม็ดเงินงบประมาณจริง ๆ แนวโน้มที่เปึนไปได้ ผมเชื่อว่าในการประชุมของคณะรัฐมนตรีที่จะพิจารณาเรื่องนี้ ในเร็ว ๆ นี้ อาจจะเปึนไปได้ว่าในป้งบประมาณ ๒๕๕๓ อาจจะขึ้นเงินเดือนค่าตอบแทน ให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน สัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ก่อน ส่วนที่เหลืออีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์นั้นก็จะต้อง ไปดูว่าในป้ต่อ ๆ ไป ๒๕๕๔ ๒๕๕๕ มีขีดความสามารถกําลังที่จะเพิ่มให้อย่างไร ทั้งนี้ ก็จะต้องดูแลให้เกิดความรอบคอบ และในขณะเดียวกันก็คิดถึงความเปึนไปได้ที่กํานัน ผู้ใหญ่บ้านจะสามารถดํารงชีพอยู่ได้ด้วยครับ ก็ขอกราบเรียนตอบให้ทราบในคําถามที่ ๑ ครับ