ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย หารือเรื่องกฎหมายที่ไม่ถูกต้อง และมีข้อกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะมาตรา ๑๔๓ และ ๑๔๔ และมีข้อกังวลเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายนั้น รวมถึงเรียกร้องให้ประธานสภาแก้ไขข้อความที่ไม่ถูกต้องในกฎหมาย และมีความกังวลว่ากฎหมายที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุจะทำให้ผู้สูงอายุไม่ได้รับประโยชน์จริงๆ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสหารือ หลังจากที่กระบวนการของการรับหลักการในวาระที่ ๑ ผ่านพ้นไป หลังจากมีการตั้ง กรรมาธิการ ท่านประธานครับ มีประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไว้เพื่อเปึน ข้อสังเกต ประเด็นที่ ๑ นะครับ เรื่องของความชอบของกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ประเด็นนี้ เปึนข้อถกเถียง ผมเพียงแต่ตั้งข้อสังเกตเท่านั้นเอง ข้อสังเกตประการแรกสุด คือการปฏิบัติตามมาตรา ๑๔๔ กับมาตรา๑๔๓ สาเหตุที่ผมยกมาตรา ๑๔๔ ขึ้นก่อน เนื่องจากท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาลได้ยกมาตรา ๑๔๔ ขึ้นมา ท่านประธานครับ ๒ มาตรานี้เปึนบทที่กําหนดไว้ให้มีแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ ที่เกี่ยวเนื่องกับการเงิน มาตรา ๑๔๔ นี่ชัดเจนครับ กรณีถ้าสมาชิกเสนอไป ซึ่งตาม รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี่สมาชิกสามารถเสนอกฎหมายได้โดยไม่ต้องมีคํารับรองจาก พรรคการเมือง เว้นแต่เปึนเรื่องการเงินต้องขอความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี หรือไม่ขอก็ได้ครับ ส่งเข้ามาในสภาก็ได้ เมื่อส่งเข้ามาขั้นตอนมาตรา ๑๔๓ นี่สิ่งที่สําคัญ ก็คือว่า เมื่อมีข้อสงสัย ไม่ได้ระบุครับว่าประธานมีข้อสงสัย บรรจุในระเบียบวาระมีข้อสงสัย ประธานไปดําเนินการตามมาตรา ๑๔๓ แต่มาตรา ๑๔๔ นี่เปึนขั้นตอนของการเสนอ กฎหมายที่รับหลักการไปเรียบร้อย เข้าสู่กระบวนการการพิจารณาในวาระที่ ๒ ในชั้นกรรมาธิการ มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม แล้วผลของการแก้ไขเพิ่มเติมตรงนั้น มาเข้าสู่เงื่อนไขของกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับการเงิน ถึงจะดําเนินการตามมาตรา ๑๔๔ เพราะฉะนั้นประการแรกสุดที่ผมตั้งข้อสังเกตตรงนี้ ตามข้อเสนอของท่านประธานวิปนี่ ผมคิดว่ารับไปแล้วมีข้อสงสัยการเงินกับรับไปแล้วไปแก้ไขให้เปึนการเงินนี่มันมี ข้อแตกต่างกัน ผมคิดว่ากระทําไม่ได้ ยกเว้นแต่ว่ากรรมาธิการจะทําไม่รู้ไม่เห็นว่า ช่วงรับหลักการนี่ไม่แน่ใจหรือไม่รู้ว่าเปึนการเงิน ไปเปลี่ยนถ้อยคําให้เปึนการเงินในวาระ ของชั้นกรรมาธิการ สามารถดําเนินการได้ นั่นประการที่ ๑ เปึนข้อสังเกต
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมฝากไว้นี่จริง ๆ กฎหมายฉบับนี้ผมไม่ได้ ค้านเลยในการที่จะช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผมเตรียมคําอภิปรายไว้เยอะมากครับเพื่อจะเปึน ประโยชน์กับฝ์ายรัฐบาล แต่ไม่มีโอกาสได้อภิปราย แต่ฝากเปึนสิ่งที่ผมกราบเรียน ท่านประธานครับ การแปลความนั้นอย่างไรก็ได้ แต่สิ่งที่สําคัญในบทบัญญัติที่ไปแก้ไข ครับ แก้ไขมาตราต้น ๆ ว่าด้วยอํานาจหน้าที่ของกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาตินี่ผมไม่ได้ ติดใจ นั่นเปึนอํานาจหน้าที่ แก้ไขว่าด้วยสิทธิของผู้สูงอายุในมาตรา ๑๑ ผมก็ไม่ติดใจครับ ถึงแม้จะเขียนระบุชัดลงไปว่าเปึนเบี้ยยังชีพ ซึ่งเดิมเราไม่เขียนไว้ ซึ่งมีความนัยเหมือนกัน ครับท่านประธานครับ ทําไมไม่เขียนเบี้ยยังชีพไว้ในกฎหมายผู้สูงอายุ เพราะตรงนี้เอง มันมีที่มาที่ไปชัดเจน แต่มันมีมาตราหนึ่งครับที่ท่านเอง ผมไม่แน่ใจว่าผู้เสนอนี่ได้ศึกษา กฎหมายและระเบียบวิธีการ ระเบียบของคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติที่เขากําหนด ออกมา ๒–๓ ฉบับ ที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของกองทุน การใช้จ่ายเงินกองทุนนี่ผมไม่แน่ใจว่า ท่านศึกษาหรือเปล่า เงินกองทุนผู้สูงอายุนี่ครับเขาไม่ได้ให้มาจ่ายเปึนเบี้ยยังชีพ ตามกฎหมายที่เราออกมาในป้ ๒๕๔๖ แต่ท่านไปเขียนไว้ให้กรรมการกองทุนนี่ จ่ายเงินกองทุนเปึนเบี้ยยังชีพ นั่นหมายความว่าท่านไปบังคับเอาเงินกองทุนไปจ่ายเบี้ยยังชีพ ตรงนั้นแหละครับมันจะเข้าข่ายการเงินทันที เพราะท่านเอาเงินกองทุนไปใช้อีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เขียนไว้ ประเด็นนี้ผมฝากเปึนข้อสังเกต ท่านจะไปแก้ไขในวาระชั้นกรรมาธิการ ก็ได้ครับ ผมเองไม่ได้ติดใจ นั่นเปึนข้อสังเกตเรื่องที่ ๒
ข้อสังเกตเรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ ผมไม่แน่ใจว่าการพิจารณากฎหมาย ฉบับนี้จะดําเนินการไปได้อย่างไร เพราะว่าดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ ว่าด้วยการตั้ง กรรมาธิการและสัดส่วนของกรรมาธิการตามมาตรา ๑๕๒ ที่เปึนผู้ที่เกี่ยวเนื่องกับสิทธิของ ผู้สูงอายุ สตรี เยาวชน คนชรา สภาแห่งนี้ไม่ได้แต่งตั้งขึ้นตามจํานวนที่กําหนดก็เปึน ปัญหาวรรคท้ายของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในมาตรา ๑๓๕ ผมไม่แน่ใจว่ากระทําได้หรือไม่ เพราะมีมติของสภาไปแล้ว
ผมฝากประเด็นให้ท่านประธาน ๓ เรื่องครับ ส่วนเรื่องที่ฝ์ายค้าน จะดําเนินการอย่างไรก็คงเปึนสิ่งที่ท่านประธานวิปได้กราบเรียนไปแล้ว ด้วยความเคารพ ผมเปึนห่วงมากเพราะว่ากฎหมายฉบับนี้ถ้าท่านทําตามแนวนโยบายของรัฐบาลที่ ออกมาใหม่นะครับ ที่เสนอเงิน ๙,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับสิทธิ ที่จะได้อีก ๓ ล้านคนนี่นะครับ บวกที่ให้ไปแล้ว ๑ ล้าน ๘ แสนคน หลักเกณฑ์และ เงื่อนไขนี่ไม่ใช่เบี้ยยังชีพนะครับ แต่ท่านยังใช้คําว่า เบี้ยยังชีพ อยู่ เพราะฉะนั้นถ้าท่าน เขียนเบี้ยยังชีพไป ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออก ป้ต่อไปถ้าท่านมีนโยบายจะให้ผู้สูงอายุอย่างนี้ นะครับ ท่านไม่มีสิทธิใช้คําว่า เบี้ยยังชีพ เลยครับ เพราะเบี้ยยังชีพเปึนสิ่งที่รัฐธรรมนูญ กําหนดไว้ในมาตรา ๕๓ ครับ มีรายได้ไม่พอเพียง ชัดเจนครับท่านประธาน นี่ข้อสังเกตผม ผมเข้าใจฝ์ายรัฐบาลพยายามที่จะทําเรื่องนี้ให้สอดคล้องในสิ่งที่รัฐบาลพยายามต้องการ ทํา แต่ท่านทํากฎหมายแย้งกับนโยบายของท่านเอง ผมไม่แน่ใจว่าใครจะได้ประโยชน์ สุดท้ายผู้สูงอายุไม่ได้ประโยชน์ครับ ท่านทําเปึนสวัสดิการผู้สูงอายุกลับจะได้ประโยชน์ กว่าอีก แต่ท่านยังใช้เบี้ยยังชีพอยู่เหมือนเดิม กราบขอบคุณท่านประธานครับ