สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับข้าวโพด โดยเรียกร้องให้ปลดเปลื้องบัญชีต้องห้ามของโรงงานที่มีปัญหาเพื่อเพิ่มจุดรับจํานําพืชผล และหารือเรื่องการบริหารจัดการมันสำปะหลัง พร้อมเสนอการเพิ่มงบประมาณและจุดรับจัดเก็บเพื่อความคล่องตัว นอกจากนี้ยังหารือเรื่องโควตาข้าวโพด โดยตั้งเป้าหมายที่ 1 ล้านตัน และการเตรียมความพร้อมตลาดลําไยของประเทศไทย รวมถึงการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากเกษตรกร เช่น กาแฟ มังคุด นมดิบ และผลิตภัณฑ์นม โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐและกระทรวงพาณิชย์ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ และช่องทางการตลาด

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ใคร่ขอชี้แจงถึงข้อหารือของท่าน ส.ส. ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจงานทั้งในส่วนของกระทรวง พาณิชย์และบางส่วนที่มีความคาบเกี่ยวกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ดังนี้นะครับ

กรณีที่ ๑ คือเรื่องข้าวโพดนั้น ต้องขออภัยจริง ๆ ที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้ชี้แจงต่อคณะกรรมการเมื่อวันพฤหัสบดี ด้วยความเชื่อมั่นว่าการประชุมวันพุธก่อนหน้า การประชุมวันพฤหัสบดีที่มีการหารือจะได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารขององค์การ คลังสินค้า ซึ่งก็ได้มีการประชุม แต่ปรากฏว่าในวันเดียวกันนั้นเอง คณะรัฐมนตรีได้มีการ ปรับเปลี่ยนบอร์ดของ อคส. (องค์การคลังสินค้า) ใหม่ทั้งชุดเลย ก็เลยมีผลต่อมติ ของบอร์ด อคส. เพราะฉะนั้นวันพรุ่งนี้เช้าครับ ทางบอร์ดชุดใหม่ อคส. จะมีการประชุมใน ๒ ประเด็นสําคัญ ในเรื่องของโครงการแทรกแซงราคาพืชผล โดยเฉพาะข้าวโพด มันสําปะหลัง และอื่น ๆ นะครับ นั่นก็คือ

๑. การให้องค์กรปกครองท้องถิ่นสามารถเข้ามาเปึนคู่สัญญากับองค์การ คลังสินค้าในการเข้าร่วมในโครงการรับจํานําพืชผลทางการเกษตรนะครับ ตรงนี้ก็จะทําให้ จุดรับจํานํา หรือคู่สัญญาที่เอามาร่วมงานกับทางรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเรื่องจุดรับ จํานําไม่เพียงพอนั้น ก็คงจะคลี่คลายได้ระดับหนึ่ง

๒. ก็คือการปลดเปลื้องเพื่อเพิ่มบรรดาจุดรับจํานําไม่ว่าจะเปึนลานมันก็ดี โรงแปังมันก็ดี หรือว่าจะเปึนโรงสีข้าวโพด หรือว่าลานรับข้าวโพดนั้นก็จะมีการปลดเปลื้อง ของบัญชีต้องห้าม ซึ่งเคยถูกไว้ในแบลคลิสท์ (Blacklist) แต่ว่าความผิดไม่ได้เปึนเรื่อง เกี่ยวข้องการทุจริต แต่ว่าเปึนการไปค้ําประกัน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็ให้ปลดออกจาก บัญชีต้องห้ามจะได้มีจุดรับจํานําเพิ่มขึ้นได้นะครับ อันนี้ก็เปึนเรื่องหลักที่สําคัญ

๓. คือเรื่องของโควตา ในส่วนของมันสําปะหลังนั้น ขณะนี้ก็จํานําไป ประมาณ ๒ ล้าน ๕ แสนตันนะครับ จากเปัาหมายที่เราตั้งไว้ถึงสิ้นเดือนเมษายน ๕ ล้านตัน เพราะฉะนั้นก็ยังมีในส่วนของปริมาณของวงเงินโควตาที่จะดําเนินการ ส่วน คชก. (คณะกรรมการนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร) นั้นก็มีการประชุมในการที่จะเพิ่ม เรื่องงบบริหาร งบดําเนินการเพื่อให้เกิดความคล่องตัว และจุดรับจํานําตลอดจน โกดังกลาง ตอนนี้ก็มีการคลี่คลายในทางปฏิบัติในหลักปฏิบัตินะครับ เช่น ที่จังหวัดชลบุรีก็มีการเป่ดสําหรับโกดังกลางเพื่อที่จะมีการนําแปังมันและมันเส้นสามารถ เข้ามาสู่โกดังกลาง ทั้งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้วก็ที่จังหวัดชลบุรีนะครับ

ส่วนที่ ๓ ก็คือในส่วนของโควตาที่เกี่ยวข้องกับข้าวโพด ซึ่งเราได้เพิ่มจาก ๕ แสนตัน เปึน ๗๕๐,๐๐๐ ตันนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างดําเนินการนะครับ บางจังหวัด อาจจะได้น้อยได้มาก ต้องเรียนว่าการกําหนดโควตาจังหวัดเปึนเรื่องจําเปึนจริง ๆ เพราะว่าเราจะดูจากฐานการผลิตจริงนะครับ แต่ขณะเดียวกันเนื่องจากการเป่ดรับจํานํา ก่อนรัฐบาลนี้เข้ามาในช่วง ๕ แสนตันนั้น ได้มีการจํานําเกินโควตาหลายจังหวัดครับ เกินกว่า ผลผลิตจริง ก็จําเปึนต้องเฉลี่ยเกลี่ยให้เกิดความเปึนธรรม แต่ว่าในงวดใหม่นั้น ซึ่งจะต้อง ขออนุมัติคณะรัฐมนตรีอีก ๒๕๐,๐๐๐ ตัน เปึน ๑ ล้านตัน ก็จะมีระบบ ๗๐ : ๓๐ ครับ ๗๐ จะจัดตามโควตา อีก ๓๐ จะจัดตามความจําเปึน เช่น บางจังหวัดอย่างจังหวัด อุตรดิตถ์ได้น้อยทั้งที่อยู่ด้านในและไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการสวมสิทธิของข้าวโพดต่างด้าว อย่างนี้ก็จะเพิ่มให้ อันนี้ก็จะดูแล้วก็จะขอความร่วมมือจากบรรดาท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับ แล้วก็วันจันทร์เปึนวันหยุดราชการ แต่ว่าผมได้นัดหมาย ไว้ ๔-๕ จังหวัดภาคเหนือนะครับ เช่น จังหวัดกําแพงเพชร จังหวัดตาก จังหวัดน่าน จังหวัดแพร่ เปึนต้นนะครับ ถ้ามีเวลาพอก็จะไปให้ได้มากจังหวัดที่สุดเพื่อไปกําชับถึง แนวปฏิบัติทั้งหมด รวมทั้งเรื่องความรวดเร็วคล่องแคล่วของเจ้าหน้าที่เราในเรื่องของการ ออกใบประทวนก็ดี หรือว่าการจ่ายเงินตามใบประทวนก็ดีนะครับ ก็จะเดินทางไปด้วย ตัวเองพร้อมข้าราชการระดับสูงของกรมการค้าภายในนะครับ

ส่วนเรื่องของลําไย เปึนเรื่องซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีห่วงใยมากนะครับ แล้วก็บอกให้ทํางานเชิงรุกในการประชุม ซึ่งผมก็ได้มีการประชุมส่วนหนึ่งไป สําหรับ บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีผลไม้ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกและก็ภาคใต้ เพื่อเตรียม รับมือ ขณะนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ก็ได้เตรียมการในเรื่องของการสร้างความพร้อมสําหรับ ตลาดระบายทั้งในและต่างประเทศนะครับ ซึ่งกลางเดือนนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการ ให้ทางดอกเตอร์วีระชัย วีระเมธากุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีและผมนะครับ จะเดินทางไปประเทศจีน เพื่อเตรียมความพร้อมสําหรับตลาดลําไย ซึ่งจีนเปึนตลาดใหญ่ที่สุดของเรา นะครับ ในกลางเดือนนี้ครับ เพราะฉะนั้นก็เลยเรียนนอกเหนือจากมาตรการอื่นจะได้ชี้แจง ต่อไปนะครับ

สุดท้ายเรื่องของปุิย ตอนนี้กดดันเต็มที่นะครับ แล้วเปึนสินค้าควบคุม เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าราคาปุิยยังไม่ลงมาอีก แม้จะลงแล้ว ๕๐ เปอร์เซ็นต์จาก เมื่อป้ที่แล้ว แต่ก็ยังได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส่วนนี้ ในวันพรุ่งนี้ก็จะให้บริษัทปุิยได้ชี้แจงเพิ่มเติม ถ้าหากว่าชี้แจงต้นทุนที่สูงเกินไปไม่ได้ ก็ใช้มาตรการทางกฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยสินค้าและราคาในการ ดําเนินการต่อไปครับ

แล้วก็เรื่องของกาแฟ ซึ่งท่าน ส.ส. สุวโรช พะลัง ได้นําเสนอพร้อมกับมังคุด นะครับ ก็เรียนว่าสําหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในทุกจังหวัดนะครับ ถ้ามีผลผลิต ในลักษณะของการแปรรูปเช่นนี้ กระทรวงพาณิชย์มีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งผมให้นโยบายไปแล้วนะครับ ว่าให้ไปต่อยอดทั้งเรื่องของการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ แล้วก็มีงบประมาณในการสนับสนุนนะครับ รวมทั้งช่องทางของการตลาดด้วย ส่วนกาแฟทรี อิน วัน ซึ่งตอนนี้เปึนที่นิยมมากของตําบลเขาทะลุ จังหวัดชุมพรนั้น ก็ขอให้ แจ้งปริมาณการผลิตมาเลยนะครับ เราจะส่งเข้าช่องทางของการค้าทั้ง โมเดิร์น เทรด (Modern Trade) (ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่) แล้วก็ของสถานีบริการน้ํามัน ซึ่งมีอยู่กว่า ๑๐,๐๐๐ จุด ฉะนั้นต้องการว่าปริมาณเท่าไร ส่งได้สม่ําเสมอแน่นอนแค่ไหนนะครับ จะได้บริหารด้าน โลจิสติกส์ (Logistics : ระบบการขนส่งต่อเนื่อง) ให้ท่านได้ ก็ไม่น่า มีปัญหาขอให้บอกในส่วนนี้มานะครับ

ส่วนน้ํานมดิบ ก็เปึนความรับผิดชอบในส่วนของคณะกรรมการโคนมและ ผลิตภัณฑ์นมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ แต่ว่าถึงอย่างไรก็ตามกระทรวง พาณิชย์ก็ได้ยืนยันในส่วนนี้ไปว่าเราพร้อมที่จะเพิ่มช่องทางจําหน่าย โดยเฉพาะในเรื่อง ของน้ํานมดิบนะครับ หรือว่าใน เฟรนไชส์ (Franchise : การตกลงทําข้อสัญญาระหว่างกัน) อย่างพวกแดรี่ฟาร์ม (Dairy farm) เรามีช่องทางกระจายไปทั่วประเทศในการเพิ่มการ บริโภคน้ํานมดิบนะครับ เราจะดูควบคุมในส่วนของคุณภาพของนมผงที่นําเข้าจาก ต่างประเทศว่ามีคุณภาพเพียงพอต่อการบริโภคหรือไม่ แล้วก็การควบคุมในส่วนของ คุณภาพของผลิตภัณฑ์ว่าจะมีการเจือจางเกินไปจากที่กําหนดในสเปก หรือไม่นะครับ อันนี้ก็เรียนมา ก็ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสในการชี้แจงพอสังเขป