สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒

องอาจ คล้ามไพบูลย์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีกฎหมายที่เหมาะสมในการดูแลเด็กที่รับเป็นบุตรบุญธรรม และเรียกร้องให้มีการพิจารณาถึงกระบวนการและวิธีการดูแลเด็กที่เหมาะสม

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ เรื่องร่างพระราชบัญญัติ การรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรมนั้น ต้องถือได้ว่าเปึนเรื่องที่ค่อนข้างมีความสําคัญอย่างยิ่ง เปึนผลกระทบทางด้านสังคมและอาจจะเลยเถิดไปถึงทางด้านเศรษฐกิจและ การเมืองด้วย ถ้าเผื่อเราไม่สามารถดําเนินการในเรื่องการรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรม ให้ได้มีความเหมาะสมเพียงพอ จริง ๆ แล้วเรื่องของการรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรม นอกจากเปึนเรื่องของการรับเด็กเปึน บุตรบุญธรรมโดยคนภายในประเทศของเราเอง คือคนไทยที่ประสงค์จะมีบุตรบุญธรรม แล้วก็ไปขอรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรมตามกฎหมายนะครับ จากสถานรับเลี้ยงเด็กก็ดี หรือตามคนที่รู้จักนะครับ หรือด้วยวิธีการต่าง ๆ ก็ต้องดําเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งมีมาตั้งแต่ป้พุทธศักราช ๒๕๒๒ แต่จากป้พุทธศักราช ๒๕๒๒ จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ วิธีการรวมทั้งกระบวนการและการดําเนินการในเรื่องของการรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรม ก็ได้มีการขยายตัวนะครับ มีการพัฒนาการ แล้วก็มีการกระทําที่อาจจะเรียกได้ว่าเลี่ยง กฎหมายหรือผิดกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่จํานวนมาก อย่างที่กระผมได้เรียนว่า นอกจากจะเปึนเรื่องของการรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรมโดยคนไทยของเราเองแล้ว ขณะนี้ การรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรมโดยชาวต่างชาติก็มีเปึนจํานวนมาก ถ้าท่านประธานอาจจะ ทราบหรือไม่ก็ตามนะครับ กระผมอยากจะเรียนให้ทราบว่า ในบางประเทศที่กระผมได้มี โอกาสเดินทางไปเห็น การรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรมนั้นมิได้เปึนการดําเนินการโดยเฉพาะ ของบุคคลในประเทศอื่น ๆ ที่ประสงค์จะรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรมในบางประเทศเท่านั้น แต่การรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรมดําเนินการโดยบริษัทที่เปรียบเสมือนตั้งตัวเปึนลักษณะ ของคนกลางในการที่จะประสานงานกับบุคคลใดก็ตาม ในประเทศใดก็ตามที่มี ความประสงค์อยากจะได้เด็กเปึนบุตรบุญธรรมในประเทศใดก็ตามที่อยู่ในโลกของเรานี้ โดยเฉพาะในประเทศแถบแอฟริกา ประเทศแถบเอเชียอย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าการมีกฎหมายออกมาเพื่อดําเนินการในเรื่องของการรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรม ก็คงจะต้องพิจารณาถึงกระบวนการหรือวิธีการดําเนินการที่มันได้พัฒนาไปมากกว่าที่เรา เคยรับรู้รับทราบพอสมควร อย่างบางประเทศที่กระผมได้มีโอกาสไปพบเห็นเปรียบเสมือน เปึนอีกธุรกิจหนึ่งเลย มีการทํากันแบบครบวงจร มีการส่งรูปภาพเด็กไปให้เลือกไปให้ พิจารณาดู ในบางประเทศเมื่อเลือกเมื่อดูแล้วบุคคลสัญชาตินั้น ๆ ที่มีความประสงค์ ต้องการจะได้เด็กไปเปึนบุตรบุญธรรมก็เดินทางมายังประเทศนั้น เข้าไปมีโอกาสสัมผัส บางประเทศจะให้เด็กที่จะเปึนบุตรบุญธรรมนั้นได้มีโอกาสมาอยู่ในโรงแรมที่บุคคลคนนั้น ไปพักอยู่ระยะเวลาหนึ่ง อย่างนี้เปึนต้น ในบางโรงแรมของบางประเทศที่มีการรับเด็กเปึน บุตรบุญธรรมค่อนข้างมาก บางทีเราเดินเข้าไปในโรงแรมนั้น ท่านประธานครับ จะเห็นคน ต่างชาติอุ้มเด็กตัวเล็ก ๆ บ้างนะครับ บางทีก็อยู่ในรถเข็นเด็กบ้าง เต็มโรงแรมไปหมด เลยครับ กระผมมีโอกาสเข้าไปกระผมสงสัยว่าทําไมโรงแรมนี้มีชาวต่างชาติมาจาก หลายประเทศทั่วโลก แล้วก็มีเด็กของประเทศนั้น ๆ อยู่ในโรงแรมนั้นเต็มไปหมด ก็ได้ไป สอบถามถึงได้ความอย่างที่กระผมมาเรียนให้ท่านประธานได้ทราบว่า คนเหล่านั้น นอกจากเขาจะไม่สามารถที่จะไปติดต่อโดยตรงกับองค์กรหรือหน่วยงานที่เลี้ยงดูเด็กซึ่ง ไม่มีใครเลี้ยงดูเหล่านั้นแล้ว ปรากฏว่าก็จะมีบริษัทจัดตั้งขึ้นมา แล้วก็ไปดําเนินการไปหา ข้อมูลข่าวสารทุกสิ่งทุกอย่างนะครับ รูปพรรณสัณฐานเท่าที่จะดําเนินการได้นะครับ รายละเอียดข้อมูลครบถ้วนมากครับ แล้วก็นํารายละเอียดข้อมูลเหล่านั้นส่งไปให้ยังผู้ที่ ต้องการรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรม คนเหล่านั้นก็จะเดินทางมา แล้วบางครั้งก็ใช้เวลา อยู่ด้วยกันระยะเวลาหนึ่งนะครับ อาจจะพึงพอใจหรือไม่พึงพอใจก็มีการเจรจากัน มีการ พูดคุยกันอย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่ากระบวนการมันพัฒนาไปค่อนข้างมาก แต่สําหรับในกรณีของประเทศไทยเรา กระผมยังไม่เห็นว่ามีการจัดตั้งบริษัทหรือองค์กร ใด ๆ ที่จะดําเนินการในลักษณะนั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอาจจะทราบว่ามีแล้วก็ได้ นะครับ หรืออาจจะมีในต่างประเทศแล้วเขามาติดต่อนะครับ มีหรือไม่อย่างไร ที่กระผม เรียนตรงนี้ขึ้นมาก็เพราะว่ากรณีที่เมื่อรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรมไปแล้ว แล้วก็ไปอยู่ใน ต่างประเทศ อย่างที่มีสมาชิกบางท่านหยิบยกขึ้นมาว่า เราจะทราบได้อย่างไรว่าเขาดูแล เด็กคนนั้นได้ตลอดรอดฝัืงหรือไม่อย่างไร กระผมคิดว่าตรงนี้ก็เปึนอีกปัญหาหนึ่ง ที่น่าสนใจเปึนอย่างยิ่ง แต่ในหลาย ๆ กรณีกระผมอยากจะกราบเรียนว่า ส่วนมากได้มีการสํารวจตรวจสอบแล้วก็ ทดสอบกันพอสมควรในหลาย ๆ ประเทศ ในกรณีของประเทศเราเอง กระผมเคยมีโอกาส ที่จะเข้าไปมีส่วนในการสอบถามเพราะว่ามีชาวต่างชาติจํานวนหนึ่งได้มาติดต่อขอรับ บุตรบุญธรรม แต่ปรากฏว่าใช้เวลาค่อนข้างนานพอสมควรจนเขามีความรู้สึกว่า เอ๊ะ มีปัญหาอะไรหรือไม่ที่เขาจะได้รับ อันนี้ก็เปึนอีกรูปแบบหนึ่งของปัญหา เราเองก็อาจจะมี ความรอบคอบเพียงพอ แต่ในขณะนี้ปรากฏว่าสาระสําคัญในร่างพระราชบัญญัตินี้ก็มี กําหนดเอาไว้นะครับว่า กําหนดให้คณะกรรมการรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรมมีอํานาจ พิจารณาขยายระยะเวลาการจดทะเบียนรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรมออกไปได้อีกไม่เกิน สามเดือน ในกรณีที่มีพฤติการณ์พิเศษที่ทําให้ไม่อาจจดทะเบียนภายในกําหนดเวลาได้ อย่างนี้เปึนต้น ซึ่งกระผมคิดว่าตรงนี้ก็จะเปึนเรื่องที่จะต้องพิจารณาเหมือนกันนะครับว่า ความเหมาะสมของระยะเวลา ชาวต่างชาติที่บางทีเขาสนใจที่จะมารับเด็กเปึนบุตรบุญธรรม เมื่อเขาตกลงปลงใจ เมื่อเขาได้เข้าสู่กระบวนการต่าง ๆ ที่เรากําหนดขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว เขาก็ประสงค์ที่อยากจะได้เด็กนั้นไปเปึนบุตรบุญธรรม ด้วยความรักด้วยความสนใจ อย่างไรก็ตาม แต่เมื่อระยะเวลามันเนิ่นนานออกไปโดยที่ไม่ทราบสาเหตุอันนี้ก็เปึน อีกปัญหาหนึ่งนอกเหนือจากเราจะดูแลเด็กของเรา ซึ่งเปึนคนไทยให้ได้รับความเปึนธรรม อย่างมาก ให้ได้รับการดูแลอย่างตลอดรอดฝัืงอย่างที่กระผมบอกไปแล้วว่า เมื่อรับไปแล้ว ก็ควรจะดูแลตลอดรอดฝัืงอย่างน้อยก็จนกระทั่งเด็กนั้นบรรลุนิติภาวะ กระผมคิดว่า กระบวนการตรงนี้กระผมทราบว่ามีการดําเนินการอยู่บ้าง แต่การดําเนินการนั้นได้บรรลุ วัตถุประสงค์ของเราหรือไม่ คือทําให้เด็กนั้นสามารถมีชีวิตรอดปลอดภัยและมีชีวิตอยู่ อย่างมีความสุข จนกระทั่งเขาบรรลุนิติภาวะ จนกระทั่งถึงวันที่เขาสามารถช่วยตัวเองได้ หรือในอนาคตข้างหน้าอาจจะถึงวันที่เขาสามารถทําชื่อเสียงให้กับประเทศไทยก็ได้ ในอนาคต เขาอาจจะไปเปึนนักกีฬาที่มีชื่อเสียง เขาอาจจะไปเปึนดาราที่มีชื่อเสียง ถึงแม้ว่าเขาอาจจะถูกเลี้ยงดูโดยชาวต่างชาติในประเทศนั้น ๆ แต่ว่าสายเลือดที่แท้จริง ของเขาก็คือคนไทย เพราะฉะนั้นกระผมคิดว่า ถ้าเราสามารถให้ความเปึนธรรมทั้งสองฝ์าย ก็คือให้ความเปึนธรรมทั้งชาวต่างชาติที่เขาสนใจที่จะรับเด็กไปเปึนบุตรบุญธรรมให้เขา สามารถนําเด็กไปได้ในระยะเวลาอันเหมาะสม ขณะเดียวกันเราก็ดูแลเด็กของเราได้ พอสมควรที่จะสามารถทําให้เด็กของเรามีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขได้ต่อไป จนกระทั่งเขา บรรลุนิติภาวะ กระผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้เปึนเรื่องสําคัญที่อยากจะฝากให้ท่านประธาน อยากจะฝากให้ทางรัฐมนตรีซึ่งรับผิดชอบดูแลกฎหมายนี้รับไปพิจารณาด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ