สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒

สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติ และวิธีคิดของรัฐบาลในการบริหาร โดยเรียกร้องให้รัฐบาลใช้ความรู้และความสามารถในการบริหารพัฒนาสถาบันหม่อนไหมให้สมกับชื่ออันและรักษาชื่ออันนี้ไว้ โดยเสนอให้ใช้พลังภาคเอกชนเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยไม่ต้องใช้เงินภาษีอากรของประชาชน

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร จากพรรคเพื่อไทย แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานครับ ผมต้อง กราบขออนุญาตท่านประธานเรียนถามท่านรัฐมนตรีสักนิดหนึ่ง เพราะว่าที่ผมได้เป่ด ประเด็นในเบื้องต้นที่ท่านประธานบอกว่า ไม่มีใครอภิปรายใช่ไหม แต่ผมเห็นว่าเรื่องนี้ เปึนเรื่องสําคัญมากครับ ปัญหาของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ใช่มีอยู่แค่ ๕ มาตรา ไม่ใช่ปัญหาเรื่องตัวอักษรครับท่านประธานครับ แต่เปึนปัญหาหลักการของรัฐบาลนี้ ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้ได้เข้ามาบริหารด้วยความยากลําบากเหลือเกิน เกิดวิกฤติ เราไม่อยากจะพูดถึงแล้วนะครับ กระทํากันถึงขนาดนั้นอยากจะมาเปึนรัฐบาล แต่ฟังจาก สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีกล่าวกราบเรียนต่อสภาแห่งนี้ ซึ่งเปึนตัวแทนของรัฐบาลนี้ได้สะท้อน ให้เห็นว่าในภาวะวิกฤติอย่างนี้เราฝากความหวังกับรัฐบาลนี้ไม่ได้เลย เพราะอะไรครับ ท่านประธานครับ วิธีคิดของรัฐบาลนี้ยังเปึนวิธีคิดแบบดั้งเดิมครับ หลักการบริหาร ๓ เอ็ม (M) มันนี่ (Money) แมน (Man) แมนเนจเมนท์ ( Management) เล่นเอา มันนี่ กับ แมน มาก่อน ไม่เอา เมเนจเมนท์ มาก่อน ท่านยังไม่ได้ตอบคําถามเลยครับว่า เมื่อท่านเปึนสถาบันนั้นมันมีอุปสรรคอะไร ประสิทธิภาพมันเปึนอย่างไร ท่านก็ตอบ คลุม ๆ เครือ ๆ ว่า กําลังคนก็รับโอนมา งบประมาณก็คงไม่เพิ่ม ท่านบอกชัดไหมครับว่า แล้วตกลงเจ้าหน้าที่ ต่าง ๆ ก็ต้องยกระดับขึ้นไปสิครับ จาก ซี ๙ ก็เปึน ซี ๑๐ ไม่เพิ่มเงินอย่างไรล่ะครับ ท่านประธานครับ เงินมันชัดเจนว่าเพิ่มขึ้น ผมจึงขอกราบเรียนว่าในวิธีคิดอย่างนี้เอง ท่านประธานครับ ในภาวการณ์ที่ประเทศเกิดวิกฤติอย่างนี้ ท่านรัฐมนตรีครับในฐานะ ท่านเปึนนักบริหาร เปึนถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงมาก่อน น่าจะได้ใช้ความรู้ ความสามารถของท่านในการที่จะบริหารพัฒนาสถาบันหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ ให้สมกับชื่ออันนี้และรักษาชื่ออันนี้อันเปึนมงคลนามนี้ไว้

ในเบื้องต้นท่านกล่าวอ้างว่าเปึนการเฉลิมพระเกียรติของพระองค์ท่าน แต่จากเดิมสถาบันชื่อก็บอกแล้วว่า สถาบันหม่อนไหมแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เปึนเรื่องดีมากครับ ผมไม่ขัดขวางงานอันนี้ แต่พอท่านตั้งมาเปึนกรมปัูบ ชื่ออะไรครับ กรมหม่อนไหมครับ มงคลนามที่อยู่นั้น หายไปไหนครับ ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ในหลักการบริหารประเทศเวลานี้ เปึนวิกฤติเงินก็ไม่มี การเพิ่มหน่วยงานอย่างนี้เปึนเรื่องใหญ่ ขัดกับนโยบายของท่าน ท่านก็ไม่พูดเลยครับ ท่านยังไปแบบอ้อม ๆ แอ้ม ๆ ว่าเงินก็คงไม่เพิ่มครับ คนไม่เพิ่ม จริงหรือครับ สาบาน ได้หรือครับท่าน

ประการที่ ๓ ท่านครับ ทําไมท่านไม่ลองดูล่ะครับว่า เรื่องงานไหมนี้วันนี้ ท่านต้องดูนะครับ พลังภาคเอกชนของไทยนี่เข้มแข็งมากครับ ทําไมไม่ดูพลังภาคเอกชน ในการที่จะเอาพลังภาคเอกชนเข้ามาเสริมกําลังของการพัฒนาประเทศชาติ โดยไม่ต้อง เสียภาษี ไม่ต้องใช้เงินภาษีของประชาชนล่ะครับ ท่านประธานครับถามไปถึง ท่านรัฐมนตรีรู้จัก จิม ทอมสัน ไหมครับ ผมไม่ได้มาโฆษณาร้านเขา จิม ทอมสัน เกือบจะเรียกว่าเปึนสถาบันไหมไทยอันหนึ่ง ที่ได้สร้างชื่อเสียงและได้เอาเงินตรา ต่างประเทศเข้ามาไม่ใช่น้อย บุคคลคนนี้เริ่มต้นตั้งแต่ยังไม่มีสถาบันหม่อนไหม หรือยังไม่ได้เปึนกรมเลย เขาได้สร้างเครือข่ายมวลชนขึ้น พัฒนาไหมจนมีชื่อเสียง วันนี้เขาก็ตั้งหลักเปึนหลักเปึนฐานและยังมีอีกหลายกิจการหน่วยงานในภาคเอกชน ที่เขามีพลังเข้มแข็งและพัฒนาสิ่งเหล่านี้ขึ้นได้ โดยไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินแม้แต่ บาทเดียว ได้พิจารณาส่วนนี้หรือยังครับ ที่จะเอาพลังภาคเอกชนเหล่านี้เข้ามาร่วมพัฒนา ในภาวะวิกฤติ ไม่ใช่เริ่มต้นอะไรก็เอาเงินภาษี ไม่ใช่เริ่มต้นอะไรก็ขยายเปึนกรม ถ้าเปึน อย่างนี้มันง่ายไป ถ้าท่านคิดอย่างนี้ประชาชนฝากความหวังกับการแก้วิกฤติเศรษฐกิจ ของท่านไม่ได้เลย เพราะท่านไม่ได้มีความคิดใหม่เลยครับ นี่เล่นความคิดตามแบบ ราชการแท้ ๆ ครับ ท่านประธานครับ ตรงนี้เองที่ผมอยากจะให้ท่านได้ชี้แจงเสียก่อน ไม่ใช่เราค้าน เราเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่บอกมานั้น ไหมเปึนเรื่องสําคัญ ประชาชน มีส่วนร่วมมาก สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถก็ได้มีพระมหากรุณาธิคุณ ในการส่งเสริมแนวคิดนี้ และท่านก็ได้ทําแล้ว รัฐบาลก่อนก็ได้ทําแล้วที่ตั้งเปึน สถาบัน หม่อนไหมแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ก็มีชื่อ อันเปึนมงคลนาม ซึ่งน่าจะทําอันนี้ส่งเสริมขึ้นไป สิ่งที่ท่านกล่าวแก่สภามานั้น ผมดูแล้ว ผมไม่เห็นด้วยเลยที่จะให้ตั้งเปึนกรมครับ เพราะท่านไม่ได้ตอบคําถามที่เปึนจริง และท่านไม่ได้พูดถึงแนวคิดนโยบายในการคิดวิธีใหม่ ๆ ในการที่จะเข้ามายกระดับ ประสิทธิภาพของหน่วยงานราชการโดยไม่ต้องใช้เงินภาษีอากรของประชาชน ท่านครับ เรื่องสําคัญที่สุดที่ท่านบอกว่าเกิดปัญหาอย่างนี้ ลดขั้นตอนการจัดการ มีสิ่งปลอมปน ต้องจัดอย่างนั้น ๆ พอตั้งเปึนกรมยิ่งซับซ้อนใหญ่ ท่านประธานครับเราตั้งยกหน่วยงาน กรมขึ้นมาเปึนหน่วยงานระดับชาติใหญ่โตอีกหลายหน่วยงาน อีกหลายองค์กร แต่เราได้ อะไรขึ้นมา เราไม่มีบทเรียนสิ่งเหล่านี้หรือครับ เมื่อก่อนเปึนกรมตํารวจเปึนอย่างไรครับ ยกเปึนสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เราก็พูดกัน มาว่าสุดท้ายแล้วมีแต่ประชาชนเท่านั้นที่จะเดือดร้อนเพราะต้องเสียภาษีมากขึ้น ต้องเลี้ยงตําแหน่งต่าง ๆ มากขึ้น และประชาชนได้อะไร วันนี้ท่านกําลังซ้ํารอยเดิมอีกแล้ว และเปึนการเดินซ้ํารอยเดิมในภาวการณ์ที่ประเทศกําลังประสบกับภาวะวิกฤติ อย่างรุนแรง ท่านไม่ได้คิดถึงตรงนี้เลยหรือครับ ท่านไม่ได้ใช้ความคิดใหม่ ๆ เลยหรือครับ ถ้าอย่างนั้นท่านเข้ามาเปึนรัฐบาลทําไมหรือครับ ถ้าท่านไม่มีวิธีการใหม่ ๆ เลย อันนี้ ละครับท่านประธานถึงเปึนห่วง ผมจึงบอกว่าท่านประธานครับในเรื่องนี้ปัญหาไม่ใช่ อยู่แค่ ๔-๕ มาตรา ไม่ใช่อยู่แค่ตัวหนังสือไม่กี่ตัวไม่ใช่ครับ แต่เปึนปัญหาว่าทาง ก.พ.ร. เขาว่าอย่างไร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งเปึนกรมและได้ลบชื่ออันเปึนมงคลนามนี้ ท่านจะว่าอย่างไร กรณีนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ต้องพิจารณานะครับในภาวการณ์หน้าสิ่ว หน้าขวานอย่างนี้ สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์นั้นเราจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้อง จรรโลงไว้ ดังนั้น การมีมงคลนามก็ดี การที่จะมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจ ของท่านก็ดีนั้น เราต้องคิดโดยละเอียดจริง ๆ ครับ ไม่ใช่คิดง่าย ๆ ว่าถ้าหน่วยงานใหญ่ ขึ้นเมื่อไร ก็เปึนการเฉลิมพระเกียรติ แต่ชื่อหายไปไหนครับ ไม่ใช่คิดว่าพอเพิ่มงานแล้ว เพิ่มคนแล้ว ดีทั้งนั้น แต่ไปภาระตกหนักกับที่ประชาชน ถ้าเราจะเปึนข้าสนองพระบาท จริง ๆ นั้น จําเปึนที่จะต้องขยายกิจการด้วยประสิทธิภาพ ด้วยหลักการบริหารครับ ท่านประธาน ดังนั้นถ้าท่านรัฐมนตรีไม่มีเหตุผลอะไรมากกว่านี้ ขอประทานโทษ ผมไม่เห็นด้วยที่จะให้เปึนกรม แต่เห็นด้วยที่จะส่งเสริมงานนี้ในลักษณะที่เพิ่ม ประสิทธิภาพ แต่ไม่ต้องเสียภาษีอากรของประชาชนให้เพิ่มมากขึ้นในภาวการณ์วิกฤติ เศรษฐกิจครับ กราบขอบพระคุณครับ