สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๑ เมษายน ๒๕๕๒

ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว โดยตรวจสอบร่างทั้งหมดแล้วและมีประเด็นที่ต้องข้อสังเกต และเสนอหลักการและประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณาในการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานะของบุคคลที่มีความยากจน เด็ก สตรี เยาวชน คนชรา มีโอกาสได้รับกระบวนการยุติธรรมที่เหมาะสม และสอดคล้องกับสถานะของเขา

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กระผมขออนุญาต ท่านประธานในการที่จะอภิปรายพูดจาแสดงเหตุผลตามที่ทางศาลฎีกา คณะรัฐมนตรี และเพื่อนสมาชิกได้เสนอร่างพระราชบัญญัติที่ว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธี พิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของสภาในวันนี้ ท่านประธานครับ กระผมได้ตรวจสอบร่างของทางศาลฎีกา ตรวจสอบร่างของรัฐบาล ตรวจสอบร่างของเพื่อนสมาชิกที่เสนอเข้ามาทั้ง ๔ ฉบับ กระผมมีประเด็นที่ข้อสังเกต

ประการที่ ๑ เรื่องของความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๒ ที่มีบทบัญญัติให้องค์กรอิสระหรือว่าองค์กรตามรัฐธรรมนูญสามารถที่จะเสนอกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดองค์กรและกฎหมายที่ประธานศาลหรือประธาน องค์กรเหล่านั้นเปึนผู้รักษาการ ท่านประธานครับ ในสิ่งที่ผมเองมีข้อสังเกตตรงนี้ มิได้ ปฏิเสธนะครับว่าทางศาลจะไม่สามารถเสนอกฎหมายได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญกําหนด อํานาจหน้าที่ไว้ในมาตรา ๑๔๒ ใน (๓) นี้นะครับ แต่สิ่งที่ผมมีข้อสังเกตในเรื่องนี้ก็คือ ความคาบเกี่ยวระหว่างผู้รักษาการหรือผู้ปฏิบัติตามกฎหมายและนํากฎหมายไปสู่ การปฏิบัติ ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานสังเกตนะครับ ในร่างของคณะรัฐมนตรีก็ดี ร่างของศาลก็ดีนี่ ทุกถ้อยกระบวนความนะครับ เขียนคล้ายกันในบทมาตรา เท่าที่ผม ตรวจสอบโดยคร่าว ๆ โดยเฉพาะร่างของคณะรัฐมนตรีกับร่างของทางศาลนะครับ บทมาตราหมวดต่าง ๆ เขียนเหมือนกันทั้งหมด เว้นแต่หลักการและเหตุผลที่เขียนอาจจะ เขียนแตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมีข้อติดใจนะครับ ในประเด็นของผู้รักษาการ ตามกฎหมาย ซึ่ง ๒ ร่างนี้เขียนคล้ายกันครับ ท่านประธานศาลฎีกาเปึนผู้รักษาการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเปึนผู้รักษาการ มีอํานาจออกกฎระเบียบให้นําสู่ การปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ในอํานาจหน้าที่แห่งตน กระผมเคยสอบถามในเรื่องนี้ นะครับ ก็ได้รับคําตอบพอสมควรว่า แต่ละฝ์าย ฝ์ายบริหารกับฝ์ายตุลาการก็จะมีอํานาจ หน้าที่ในกฎหมายฉบับเดียวกัน ซึ่งผมก็ตรวจสอบไปในรายละเอียดนะครับ อํานาจหน้าที่ ของศาลนี่ก็เริ่มตั้งแต่ บททั่วไป หมวด ๒ แล้วก็หมวด ๘ ไล่ไป ที่ว่าด้วยเรื่องของศาล เรื่องของอํานาจหน้าที่ของศาล กระบวนการการพิจารณา และอีกส่วนหนึ่งตั้งแต่หมวด ๓ ไปจนถึงหมวด ๗ ส่วนใหญ่ก็จะเปึนอํานาจหน้าที่ของทางฝ์ายบริหาร ก็คือ กระทรวง ยุติธรรม ท่านประธานครับ ก็คงไม่แปลกนะครับว่าแต่ละฝ์ายก็ไปออกกฎออกระเบียบ ตามมาตรา ๗ ที่ให้อํานาจผู้รักษาการไปดําเนินการ ให้ดําเนินการปฏิบัติต่อวิธีการปฏิบัติ ที่มีบทบัญญัติไว้ตามกฎหมาย

ผมมีข้อสังเกตอย่างนี้ท่านประธานครับ ลักษณะการเขียนกฎหมายทํานองนี้ คําถามแรกของผมก็คือว่า ตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนต้นมา มีกฎหมายลักษณะ ทํานองนี้หรือไม่นะครับ แล้วผลการปฏิบัติในฐานะที่เปึนผู้รักษาการตามกฎหมาย มีข้อยุ่งยากมีข้อซับซ้อนเรื่องการปฏิบัติหรือไม่ ท่านประธานครับ ถ้าสมมุติว่าจะถือ แนวปฏิบัติทํานองนี้ไปสู่การปฏิบัติกับกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งรัฐธรรมนูญให้สิทธิเอาไว้ ไม่ว่า ศาล องค์กรอิสระ หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญสามารถไปออกกฎหมายได้ แต่มี ความคาบเกี่ยวกันกับการนําสู่การปฏิบัติ ลักษณะกฎหมายทํานองนี้ก็จะติดตามออกมา ลักษณะคล้ายกัน ผมต้องถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ฐานะเปึนตัวแทนของ ทางฝ์ายรัฐบาล ท่านเองเปึนผู้มีประสบการณ์ทางด้านศาลมาก่อนแล้วท่านมาเปึน รัฐมนตรี ท่านคิดว่าจะมีความยุ่งยากมีความซับซ้อนเรื่องของการนําสู่การปฏิบัติใน บทบาทอํานาจหน้าที่เฉพาะที่ตนเกี่ยวข้องหรือไม่ ท่านประธานครับ ในสิ่งที่ผมอยากจะ นําเรียนท่านประธาน กรณีคําถามผมอย่างนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า กระบวนการ การเขียนกฎหมาย กระบวนการทางด้านนิติบัญญัติหรือนิติวิธี ถ้าสมมุติ ๒ ส่วนนี้ ต่างฝ์ายต่างเขียนกฎหมายแยกกันออกไป จะสะดวกต่อการนําสู่ปฏิบัติหรือว่ามีข้อขัดข้อง มีข้อสับสนในเรื่องของการพิจารณาหรือไม่ เพราะอํานาจของฝ์ายบริหาร อํานาจตุลาการ และอํานาจนิติบัญญัติ เปึนอํานาจที่ต้องมีความผูกพัน มีความเกี่ยวเนื่องกันอยู่แล้ว จริงอยู่ครับเปึนอํานาจที่ถือเปึนอํานาจของสถาบัน สิ่งที่ผมเองต้องยกประเด็นนี้ขึ้นมา เผื่อว่าในอนาคตท่านมีการตรากฎหมายลักษณะแบบนี้ขึ้นมา ฝ์ายนิติบัญญัติเราจะได้ ประพฤติ เราจะได้ปฏิบัติได้ถูกต้อง จะได้เตรียมกายเตรียมใจที่จะเข้าไปพิจารณา เพราะ อํานาจหน้าที่ของการตรากฎหมายเปึนฝ์ายนิติบัญญัติ ศาลเปึนผู้ใช้กฎหมายในการให้ ความยุติธรรม อํานวยความยุติธรรมกับพี่น้องประชาชน รัฐบาลก็เปึนผู้ที่มีอํานาจ ทางด้านบริหาร จริงอยู่ครับ รัฐธรรมนูญให้อํานาจทางศาลซึ่งเปึนองค์กรอิสระไปในเรื่อง ของการจัดตั้งองค์กร ในเรื่องของงบประมาณไป ซึ่งอาจจะต้องตัดขาดไปจากทางฝ์ายบริหาร แต่อย่างไร ก็แล้วแต่สภาเราเองก็ต้องเข้าไปช่วยดูในเรื่องที่จะพิจารณาเรื่องของงบประมาณเหล่านั้น ในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําป้ ประเด็นที่ผมตั้งข้อสังเกตตรงนี้ก็ฝาก ท่านประธานไปยังทั้งสองฝ์ายนะครับว่า กระบวนการทั้งหลายทั้งปวงจะต้องเปึนไปใน ลักษณะอย่างนี้ หรือว่ามีวิธีการที่ดีกว่านี้ในการดําเนินการ

ในเรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ จริง ๆ เวลาหมดแล้ว ผมขออีกสักนิดหนึ่ง ผมเห็นหลักการที่ทางฝ์ายบริหารยกร่างมาก็ค่อนข้างง่ายครับ ร่างของรัฐบาล หลักการคือ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและ ครอบครัว มีเหตุผลคล้ายกัน ของเพื่อนสมาชิกเองก็หลักการคล้ายกันแต่ค่อนข้างจะเขียนยาว แต่ของศาลเขียนมาชัดเจนว่ามีหลักการที่เขียนค่อนข้างชัดเจน แล้วก็แยกเปึนประเด็น เปึนข้อด้วย การแยกเปึนประเด็นเปึนข้อตรงนี้มีหลักการทั้งหมด ๑๑ เรื่อง มีเหตุผล ประกอบอีก ๓ เรื่อง เขียนเปึนข้อ

ประเด็นที่ผมตั้งข้อสังเกตก็คือว่า ในชั้นของการพิจารณาผมเชื่อว่า ท่านประธานคงจะถามสภาแห่งนี้ ในเรื่องหลักการ เหตุผล ผมเองกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ผมเห็นดีด้วย ยินดีสนับสนุนเต็มที่ครับ เพราะว่าเราเคารพสิทธิของ ความเปึนมนุษยชน มนุษยชาติ โดยเฉพาะเด็ก เยาวชนและสตรี และคนที่ด้อยโอกาส ต่าง ๆ ให้เขาได้รับกระบวนการยุติธรรมที่เหมาะสมและสอดคล้อง โดยเฉพาะบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ การเขียนลักษณะเปึนข้อ ๆ อย่างนี้ท่านประธานครับ ถ้าสมมุติว่าสภาแห่งนี้ รับหลักการรวมไปก็คงไม่แปลกครับ เพราะว่าร่างของคณะรัฐมนตรีเขียนรวมว่า ให้ปรับปรุง ปรับปรุงอะไรก็ได้อยู่ในทั้งหมดนี้ คณะกรรมาธิการก็สามารถจะไปเสริม เติมแต่งได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมกราบเรียนฝากเปึนข้อสังเกตกับท่านประธานก็คือว่า กรณีรับหลักการในวันนี้ถ้าใช้ร่างใดร่างหนึ่งเปึนหลักก็จะเปึนประเด็น ก็จะเปึนประเด็น ในการที่จะแปลความในชั้นของคณะกรรมาธิการ ที่คณะกรรมาธิการต้องรับร่างของ สภาผู้แทนราษฎรไปพิจารณา ผมเลยกราบเรียนฝากท่านประธานว่า อย่างไรก็แล้วแต่ อยากให้สภาแห่งนี้ช่วยพิจารณาว่าสมควรจะใช้ร่างใดเปึนร่างหลักและคลุม ถ้าต้องการ ของศาลเปึนหลักก็อยู่ใน ๑๑ ข้อ มีบทมาตรารองรับ ซึ่งคล้าย ๆ กับของคณะรัฐมนตรี ซึ่งอาจจะไม่มีข้อแตกต่าง แต่มีบางประเด็น บางประการ บางบท บางมาตราของ เพื่อนสมาชิกที่เขียนมาที่มีความแตกต่างออกไป ก็ฝากท่านประธานให้สภาแห่งนี้ช่วย พิจารณาจะได้ไม่มีปัญหา และไม่มีข้อยุ่งยากของการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ หลายเรื่องที่มีหลักการเฉพาะรับไปนี่ มีความยุ่งยากมากในชั้นของคณะกรรมาธิการที่เราจะพิจารณาที่มันผิดแผกแตกเติม ไปจากหลักการที่รับไป จริงอยู่ครับ มันอาจจะกระทําได้ ผมก็ให้ความเห็นว่าอาจจะ กระทําได้ และให้สภาเปึนผู้ตัดสินกรณีคุณจะเพิ่มเติมหลักการอะไรเข้าไป แล้วก็อาศัย การยกเว้นข้อบังคับที่เราเขียนเอาไว้ ผมฝาก ๒ ประเด็นครับท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมยินดีที่จะให้การสนับสนุนร่างกฎหมายทั้ง ๔ ฉบับ เพื่อเข้าสู่การพิจารณาตามกระบวนการทางนิติบัญญัติ เพื่อให้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะ คนด้อยโอกาส เด็ก สตรี เยาวชน คนชรา มีโอกาสได้รับกระบวนการยุติธรรมที่เหมาะสม และสอดคล้องกับสถานานุภาพเขา กราบขอบคุณท่านประธานครับ