สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๒

วิชาญ มีนชัยนันท์ พูดถึงการดำเนินการของบริษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (เอสเอ็มซี) และเรียกร้องให้ภาครัฐลงมาดูแลระบบการช่วยเหลือผู้มีหนี้ให้ถูกต้องและเป็นธรรม

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครจากพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในเรื่องของรายงานบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยหรือ เอสเอ็มซี ที่เพื่อนสมาชิกได้มีรายละเอียดซึ่งสอบถาม ผมฟังแล้วนะครับ ผมมีข้อเสนอแนะ ในเรื่องหนึ่ง คือต้องยอมรับว่าอันนี้เปึนเรื่องที่เกิดขึ้นมาตอนที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ก็มา ตั้งตลาด ตั้งบรรษัทนี้เพื่อที่จะมาดูปรับโครงสร้างประเภทหนี้เน่าต่าง ๆ และก็ไปซื้อกลุ่ม ของอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป่ดโอกาสให้กับคนที่ต้องการที่จะซื้อที่อยู่อาศัย บ้าน แต่ด้วย ความมั่นคงในขณะนี้ เพราะรัฐลงมาดูแล อัตราดอกเบี้ยก็นิ่งครับ คือพูดง่าย ๆ ว่าไม่มี การปรับขึ้นปรับลง ถ้าดูจากในรายละเอียดนะครับ ทีนี้ประเด็นก็คือว่าถ้าเราจะ ทําการแข่งขัน ผมว่ามันจะต้องมีรายละเอียดมากกว่าตรงนี้ เพราะฟังดูเสมือนว่า เราซื้อมาแล้วเราสามารถเข้าไปปรับปรุงพื้นที่ ปรับปรุงสถานที่อาคารต่าง ๆ ที่รับซื้อมา เหมือนกับบริษัทต่าง ๆ ที่เขาซื้อหนี้เน่าหรือเปล่านะครับ อันนี้ถ้าไม่ได้นี่นะครับ เห็นท่านส่ายหัว ถ้าไม่ได้มันก็อยู่ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือเท่านั้นเอง แล้วก็ไปกู้ ผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์อีกส่วนหนึ่ง ถูกไหมครับ ทีนี้ผมมองว่าในส่วนตรงนี้ ผมมีพรรคพวกหลายคนที่เขาซื้อประมูลจากบรรษัทบริหารสินทรัพย์ บสท. พอซื้อปุ็บ ส่วนใหญ่แล้วเขาไปดูสถานที่ไปดูพื้นที่ต่าง ๆ สมมุติว่าโครงการที่ล้มมันมีโครงสร้าง อาคารต่าง ๆ มีโครงสร้างบ้าน เขาไปพัฒนาต่อเลย ในหลักการตัวเลข คือวางนะครับ ถ้าจําไม่ผิดจากจํานวนตัวเลข สมมุติว่าหนี้เขาวางตอนประมูลประมาณ ๕ แสนบาท พอประมูลได้ปุ็บเขาจะติดต่อแบงก์ แบงก์จะปล่อยโครงการเข้ามา แล้วก็เอาเงินส่วนที่ ประมูลในอัตราที่ต่ํา ประมูลครั้ง ๑ ครั้ง ๒ ครั้ง ๓ แล้วแต่นะครับ กรมบังคับคดี จะพิจารณา พอเมื่อประมูลเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาได้ทรัพย์มาเขาเอาเข้าแบงก์ เขามา พัฒนา แล้วก็ส่งเข้าแบงก์ในหน่วยเล็ก ๆ ย่อย ๆ แต่ของท่านมันทําคนละส่วน ผมมองว่า ถ้าทําคนละส่วนโอกาสจะโตคงลําบาก เพราะการแข่งขันถ้าท่านจะช่วยเหลือกลุ่มคน นะครับ แล้วก็เปึนส่วนของภาครัฐต้องลงมาดูแลทั้งระบบ วันนี้ของดี ๆ นี่นะครับ บริษัทต่าง ๆ เหมือนกับจะรู้กับกรมบังคับคดี เคาะครั้งแรกไม่มีใครค้าน ครั้งที่ ๒ ไม่มีใครค้าน ครั้งที่ ๓ ลดลงไป ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ครั้งที่ ๔ ดีดีลงไปอีกเหลืออยู่ประมาณ ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ มูลค่าจากการประเมิน ตรงนั้นเปึนราคาตลาดซึ่งคล้าย ๆ กับจะมีการป่ดบัง คนที่ไปรู้กันหรือประมูลเขาจะรู้ ทันทีเลยครับว่าอันนี้เอาไปใช้ อันนี้เอาไปทํา แล้วก็ไปดําเนินการปลูกสร้าง แต่มันมีข้อ อันหนึ่งซึ่งผมสงสัย พอดีท่านรัฐมนตรีนั่งอยู่ตรงนี้ท่านเองก็ต้องพอรู้ในระบบในเรื่องของ การซื้อที่ หรือการบริหารตรงนี้ ส่วนหนึ่งตอนนี้มีปัญหาครับ โครงการที่เกิดขึ้น อันนี้โยง เข้ามาถึงท่านด้วยนะครับ ท่านไปดูให้ดีครับ มีการแตกแบ่งที่ดินออก สมมุติแปลงย่อย ที่เขาดําเนินการจัดสรรแล้วมันล้มเขายึดมาแล้วไปขายทอดตลาด มันก็จะมีแปลงย่อย ตามมา มีแบ่งส่วนหัก ที่เปึนส่วนสาธารณะและส่วนกลาง ท่านเชื่อไหมครับ ส่วนหักส่วนสาธารณะ ส่วนกลาง เขาแยกทิ้งครับ และเอาเฉพาะที่ดินแปลงย่อยมาขาย ขายโดยไม่รวมแปลงพวกนี้ เท่ากับแปลงพวกนี้เปึนส่วนกลางไปในตัว พอคนซื้อที่ไป คนประมูลได้ราคาต่ํา ประมูลสัก ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท แต่พอมาพัฒนาแล้วตก ๒๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่ได้พัฒนาละครับ เพราะซื้อได้เลย ส่วนหัก ตรงนี้เปึนส่วนเกินที่แยกออกมา พอซื้อหมู่บ้านปลูกบ้านเสร็จในราคาตัวบ้านนี่ แยกต่างหากนะครับ เพราะซื้อเฉพาะที่ ปรากฏออกมาว่าวันนี้คนที่ทําโครงการ ขายโครงการหมด มันมีข้อตกลงครับ จะต้องจดทะเบียนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ก็ยกให้ พอยกตูมปุ็บเกิดปัญหาทันทีครับ จดทะเบียนไม่ได้ เพราะที่ส่วนกลางถนนและส่วนควบนี่ กรมที่ดินบอกว่ามันไม่เข้า เนื่องจากว่ามันไม่สามารถยกโอนได้ แสดงว่าถนน สวนสาธารณะต่าง ๆ ที่อยู่นี่มันคือองค์ประกอบที่นิติบุคคลจะต้องเข้าไปดูแล ยกไม่ได้ นี่คือปัญหาของข้อกฎหมาย แล้วมันก็จะคล้าย ๆ กับเข้า เอสเอ็มซี ของท่านที่บอกว่า ท่านดูแลเปึนตลาดรอง ดูแลความมั่นคงมั่นใจต่าง ๆ ใครที่ต้องการมีบ้าน แต่ถ้าท่าน ทําอย่างนี้มันได้เฉพาะในส่วนของการเข้าไปกํากับการดูแลในเรื่องของความมั่นใจมั่นคง ว่า อัตราดอกเบี้ยนี่มันเปึนการทําแบบฟ่กซ์ เรท (Fix rate : อัตราคงที่) แต่ส่วนการกู้ ท่านโยนไปให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ แล้วใครล่ะครับจะเปึนคนพัฒนา และใครจะเปึน คนดูแลท่านไม่ได้ตอบ ถ้าท่านทําครบวงจร โอกาสในการที่จะพัฒนานะครับเข้าถึงตรงนี้ ก็จะเปึนการแข่งขันอีกส่วนหนึ่ง ไหน ๆ แทรกแซงแล้วครับ เปึนกลุ่มคล้าย ๆ รัฐวิสาหกิจ กึ่ง ๆ เข้าไปช่วยดูแล แล้วตอนนี้วิกฤติเศรษฐกิจอย่างนี้มันจะเกิดรอบสอง และหนักกว่า รอบที่แล้ว เพราะรอบที่แล้วก็ยังไม่หมด ยังค้างอยู่เยอะ รอบนี้พอเริ่มปล่อยกู้ ในรัฐบาล ชุดท่านสมัครออกมาถึงท่านสมชาย ตอนนี้พอมันเกิดอย่างนี้ขึ้นมา โดนยึดอีกแล้วครับ ท่านอาจจะต้องเข้าไปช่วย ไปซื้อ ไปแบ่ง สุดแล้วแต่นะครับ แต่ถ้าท่านไม่เพิ่ม วัตถุประสงค์เพิ่มเติมลงไปในการพัฒนา หรือหาซับคอนแทรคท์ (Subcontract) มาทําให้มันเต็มรูปแบบ ทุนจดทะเบียน ๑,๐๐๐ ล้านบาทนี่สูงนะครับ นี่ชําระเต็มด้วย นะครับ สูงนะครับ บริษัทที่เขาทําเรื่องอสังหาริมทรัพย์ ไปดูสิครับ ๒๐๐ ล้านบาท ๓๐๐ ล้านบาท แต่เขาขึ้นโครงการเปึนหมื่นล้านบาท แต่ของท่านดูเสมือนว่าดําเนินการ ทางธุรกิจนี่หวังประสงค์ว่าเปึนการช่วยแบบไม่เต็มใจ ช่วยแบบไม่เต็มที่ ผมเปึนห่วง ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านมีฝ้มือครับ มีความสามารถ แต่ท่านเองยังไม่ได้แสดง ความสามารถ ได้มาแต่ละส่วนในการกํากับการดูแล อย่างคราวนี้ให้มา ๑๐๐ ล้านบาท เอาไปทําอะไรครับ ถ้าจะทํานี่ ตราสารหนี้หรือการที่จะใช้ในเรื่องขององค์ประกอบต่าง ๆ มันต้องสามารถที่จะติดต่อโดยตรงหรือประสานกับแบงก์ชาติหรือธนาคารที่เปึนของรัฐ สามารถปล่อยและซื้อเพิ่มเติมมากกว่าตรงนี้ และรวมถึงหาองค์ประกอบในการที่จะซื้อ โดยตรง คือตัดออกมาก่อนแล้วซื้อโดยตรง และช่วยเหลือกลุ่มผู้ต้องการอยู่อาศัย คือเข้าไปแทรกแซงก่อนในลําดับแรก อย่างน้อย ๆ การเคหะแห่งชาติเสร็จไปแล้ว ๑ ราย เท่าที่ทราบ เพราะมีหนี้สินล้นพ้นตัว ตอนนี้ยังหาองค์ประกอบที่จะไปโปะหนี้เก่าในการ ที่จะแก้ไขหนี้ตัวเองยังไม่ไหวเลย โครงการยังค้างอยู่เยอะ ท่านตัดโครงการต่าง ๆ ทิ้งเยอะ เท่าที่ผมทราบ แต่ของท่านเองนี่ยังพอไปไหว เพราะฉะนั้นผมขอฝากนะครับท่านรัฐมนตรี ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า วัตถุประสงค์ตรงนี้อยากทราบความชัดเจนว่า ถ้าเผื่อลงไปถึงในรายละเอียดในการเข้าไปดูแล้วจัดทําซื้อโครงการนะครับ โดยผมคิดว่า ราคาถูกกว่าแน่ และดําเนินการในเรื่องของความเปึนอยู่ที่อยู่อาศัย แต่ขอฝากท่าน นิดหนึ่งครับ ท่านอย่าไปทําที่อยู่อาศัยในลักษณะของคนที่มีกําลังซื้อ ท่านน่าจะช่วยตลาด หรือคนที่มีรายได้ที่ต่ํา อาจจะกําหนดว่ามีรายได้จากระดับ ๒๐,๐๐๐ หรือ ๓๐,๐๐๐ บาท ต่อเดือนลงมา แล้วสามารถดําเนินการตรงนี้ได้ ก็จะเปึนการกระตุ้นและแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจที่วิกฤติตรงนี้ได้ครับ ขอบคุณครับ