สุเทพ เทือกสุบรรณ แถลงว่ากรณีคดีความที่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลของท่านได้ดำเนินการตามกฎหมาย โดยดำเนินคดีต่อทั้งกลุ่มเสื้อแดงและกลุ่มเสื้อเหลืองอย่างเท่าเทียมกัน และไม่ใช่เรื่องของมาตรฐานที่แตกต่างกัน แต่เป็นเรื่องของพรรคที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องของ ความมั่นคง ผมขอตอบกระทู้ของท่านสมาชิกผู้มีเกียรตินะครับ ไม่ใช่เรื่องของ ๒ มาตรฐาน มาตรฐานเดียวกันครับ แต่พรรคหนึ่งผิดอีกพรรคหนึ่ง ไม่ผิดครับ เพราะว่าไม่ได้ทํา
เรื่องที่ท่านบอกว่าไปปาไข่แล้วก็ต้องเอาโทษถึงจําคุก ทีท่านชวน หลีกภัย ท่านไม่เอาเรื่อง แต่ว่าทีที่ผมไปแล้วก็ถูกปาไข่ก็สั่งให้ตํารวจดําเนินคดีทันที ผมเรียนครับ ที่จริงผมสั่งให้ตํารวจเขาดําเนินคดีทุกกรณี ผมได้ประกาศยืนยันว่า ผมเคารพในสิทธิของ ประชาชนที่จะแสดงออกทางการเมืองที่จะมาชุมนุมกัน แต่ต้องเปึนการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ และไม่ก้าวล้ําสิทธิของคนอื่น ไม่กระทําผิดกฎหมาย แต่เมื่อใดที่ทําผิด กฎหมายต้องให้ตํารวจดําเนินคดีครับ ตํารวจเปึนผู้รักษากฎหมาย กรณีที่เอาคนมาปาไข่ มาปาระเบิดป่งปองอะไรใส่ผม ผมก็ให้เขาดําเนินคดี แล้วก็ไปพิสูจน์ความถูกความผิดใน ศาล เมื่อศาลพิพากษาว่ากระทําความผิด จําเลยสารภาพครับในกรณีนั้น สารภาพด้วย แล้วศาลก็พิพากษานะครับ ไม่มีอะไรที่เปึนเรื่องที่เปึนไปอย่างที่ท่านว่า ๒ มาตรฐาน และที่ท่านพูดบอกว่า เพราะทําอย่างนี้ครับคนที่มาลงทุนหนีหมด ป้ ๒๕๕๑ ลงทุนในไทย ๓ แสนล้านบาท ลงทุนที่เวียดนามเปึนหนึ่งล้านล้านบาท ป้ ๒๕๕๑ ไม่ใช่รัฐบาลนี้นะครับ ท่านลืมไปแล้วหรือครับ รัฐบาลท่านครับ ท่านกําลังตําหนิรัฐบาลท่านเอง ท่านต้องไป ซักถามว่าเปึนอย่างไรอันนี้ผมตอบให้ไม่ได้นะครับ และที่ท่านบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรี สั่งให้ทหารออกมาตั้ง ๖,๐๐๐ กว่านายเพื่อมาคุมสถานการณ์ขณะนี้ แล้วทหารขึ้นไป ตรวจรถอะไรต่าง ๆ ผมเรียนกับท่านประธานว่าไม่จริงครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ สั่งการให้ทหารออกมาแก้ปัญหาในขณะนี้แต่อย่างใดทั้งสิ้น ผมเองก็ไม่ได้สั่งการครับ ทหารมาตามคําขอของผู้บัญชาการสถานการณ์คือตํารวจครับ มาเปึนผู้ช่วยของตํารวจ เกิดเหตุ เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง เกิดสิ่งที่อาจจะวุ่นวายในบ้านเมือง ตํารวจมีหน้าที่ ดูแลก่อน ถ้าตํารวจเห็นว่าอาจจะเกินกําลังที่ตํารวจจะรักษาได้ก็ขอกําลังสนับสนุนจาก เจ้าหน้าที่ทหาร นี่เปึนระเบียบปฏิบัติตามกฎหมายที่เขากําหนดไว้แล้ว ในสมัยท่านสิครับ นายกรัฐมนตรีของท่านสั่งให้ทหารออกมา ท่านจําไม่ได้แล้วหรือครับ นี่ยังไม่ได้สั่งครับ ยังไม่มีนะครับ ผมยืนยันว่าไม่มี แล้วที่บอกว่าทหารขึ้นไปตรวจรถ ท่านเข้าใจผิดนะครับ ข่าวของท่านผิดครับ
ที่ท่านบอกว่า ที่จังหวัดชัยภูมิของท่านมีคนไปสั่งการให้ไปดูแลพันธมิตร มีตํารวจตั้ง ๑,๐๐๐ นายไปดูแล ผมคิดว่าท่านพูดไม่จริงครับ ในวันนั้นผมเปึนคนสั่งครับ ไม่ใช่ท่านนายกรัฐมนตรี ผมไม่ได้สั่งให้ไปดูแลพันธมิตรครับ ผมไปดูแลไม่ให้คนเขาฆ่ากัน ระหว่างพวกเสื้อแดงกับพวกเสื้อเหลือง เหตุที่เกิดขึ้นก็คือว่าพวกเสื้อเหลืองไปจัดกิจกรรม ที่นั่นแล้วก็เสื้อแดงไปป่ดล้อมโรงแรม แล้วก็กําลังจะปะทะกัน ผมสั่งเจ้าหน้าที่ตํารวจ ว่าไปดูแลอย่าให้เขาปะทะกัน อย่าให้เขาตีกัน อย่าให้เขาฆ่ากัน นี่เปึนหน้าที่ของคนเปึน รัฐบาลครับ ไม่ใช่ไปนิ่งดูดายอย่างที่เคยเกิดขึ้นในบางยุคบางสมัยนะครับ แล้วที่ท่านบอก ว่าเสื้อแดงไปชุมนุมที่จังหวัดขอนแก่น ขออะไรก็ไม่ให้ ผมยังไม่เคยทราบว่ามาขออะไร แล้วก็ไม่ใช่หน้าที่ผมที่จะไปให้อะไรกับคนที่ไปชุมนุมนะครับ
อันนี้ผมก็อยากจะเรียนอย่างนี้ครับ เรื่องสําคัญที่สุดก็คือท่านบอกว่า เกิดคดีความขึ้น คนยึดสนามบิน ยึดทําเนียบ คนป่ดสนามบินจนเดี๋ยวนี้คดียังอยู่เฉย ผมกราบเรียนว่าไม่จริงครับ ที่คดีอยู่เฉยมันช่วงที่พวกท่านเปึนรัฐบาลกันแล้วท่านไม่ทํา อะไร เดี๋ยวนี้ผมเอามาเรียนในสภานี้ตั้งหลายครั้งแล้วครับว่าคดีที่เกิดจากการชุมนุม ทางการเมืองทั้งหมด ตั้งแต่ช่วงที่พวกท่านอยู่กันทั้งหมดมาจนเดี๋ยวนี้ ๑๔๕ คดี ได้สอบสวนเสร็จสิ้นไปแล้ว ๔๖ คดี เหลืออีก ๙๙ คดีกําลังดําเนินการอยู่ แล้วก็ไม่ได้อยู่ เฉยครับ เขาก็จะออกหมายเรียก เขาก็จะออกหมายจับ เขาจะส่งฟัองกันเร็ว ๆ นี้ แล้วก็ ดําเนินการมาเปึนระยะ ๆ ผมติดตามทุกกรณี แล้วไม่ได้ละเว้นครับ เสื้อเหลืองก็สอบสวน ดําเนินคดีครับ เสื้อแดงก็สอบสวนครับ ดําเนินคดีครับ ทั้งหมดความช้า ความเร็วของ การดําเนินคดีอยู่ที่รูปแบบของคดี อยู่ที่กรณีที่เกิดขึ้น บางกรณีเขาต้องใช้เวลาสอบสวน นานเพราะว่าต้องสอบสวนพยานตั้ง ๓๐๐-๔๐๐ ปาก อย่างเช่น กรณีที่ป่ดสนามบิน อย่างนี้เปึนต้นนะครับ อันนี้ก็ขอเรียนให้ทราบว่าไม่มีเรื่อง ๒ มาตรฐาน ไม่มีเรื่องที่เลือก ปฏิบัติแต่อย่างใดทั้งสิ้นท่านประธานครับ