สนั่น ขจรประศาสน์ พูดถึงการห้ามขายเหล้าในวันสงกรานต์และวันสำคัญทางศาสนา และการแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทและการเกิดอุบัติเหตุในโอกาสเหล่านี้ โดยเสนอแนวทางในการห้ามดื่มเหล้าในที่สาธารณะ และพิจารณาถึงผลกระทบต่อการท่องเที่ยว
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพเช่นเดียวกัน ผมขอบพระคุณท่าน ส.ส. สุธรรม ระหงษ์ อย่างมาก ที่นําเรื่องนี้ขึ้นมาตั้งกระทู้ถามสดตัวผม แล้วก็ถามต่อ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ผมกราบเรียนว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ความต้องการ ของผู้ที่ไม่ต้องการให้ดื่มเหล้าในวันสงกรานต์ในวันนักขัตฤกษ์ทั้งหลาย ตลอดจน วันสําคัญทางศาสนาด้วย ก็เปึนเจตนาที่ทางกระทรวงสาธารณสุขส่วนหนึ่งต้องการ ที่จะไม่ให้ขายเหล้าในวันสําคัญ ๆ ทางศาสนาด้วย แล้วก็วันเทศกาลที่มีการรื่นเริง เช่น วันสงกรานต์ที่กําลังจะมาถึงนี้ วันป้ใหม่ หรือวันสําคัญ ๆ ที่พี่น้องประชาชนจะต้องหยุด จากราชการ แล้วก็กลับบ้านเพื่อไปตักบาตรทําบุญร่วมกับพี่น้องประชาชน พร้อมกับ ประเพณีสงกรานต์นี่เปึนประเพณีที่ผมว่าสําคัญที่สุดของคนไทย เพราะฉะนั้นจึงมี ความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่าง ๒ ฝ์าย ฝ์ายหนึ่งก็อยากที่จะรณรงค์ว่าไปเที่ยวสงกรานต์ ไปทําบุญศาสนา ไปร่วมตักบาตร แล้วก็รดน้ําดําหัว แต่ห้ามไม่อยากให้ขายเหล้า ไม่อยากให้ประชาชนได้กินเหล้า เพราะว่ากินเหล้าแล้วก็จะเกิดการทะเลาะวิวาท กินเหล้าแล้วก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไปชนหรือว่าเกิดอุบัติเหตุอะไรทั้งหลายที่มีสถิติสูงมาก ในวันสําคัญ ๆ เหล่านี้ เพราะฉะนั้นทางกระทรวงสาธารณสุขซึ่งเปึนฝ์ายเลขานุการ ได้นําเสนอมา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผมเปึนประธาน ผมก็ได้พิจารณา ทั้งข้อเสนอและข้อคัดค้านของคนในสังคมด้วย เพราะฉะนั้นจึงเปึนประเด็นที่สําคัญ ผมจึงขอบคุณท่านสุธรรม ระหงษ์ ที่นําเรื่องนี้มาเพื่อให้เพื่อน ๆ สมาชิกเราได้รับทราบ ด้วยว่าเราควรจะทํากันอย่างไร ความจริงแล้วเรื่องนี้ไม่ได้ทําประชาพิจารณ์ ถ้าทําก็คง จะได้ออกมาชัดเจนว่าความต้องการของประชาชนเปึนอย่างไร อันเนื่องจากว่าเวลามันใกล้แล้ว ผมในฐานะที่เปึนประธาน เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๓ นี้ผมก็ได้ เชิญคณะกรรมการมาประชุมเพื่อพิจารณาในข้อเสนอของฝ์ายเลขานุการ คือกระทรวง สาธารณสุข ซึ่งมีท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านมานิต นพอมรบดี ได้เข้าร่วมประชุมด้วย เราก็มาประชุมพิจารณาข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุขว่าจะ ดําเนินการห้ามขายสุราใน ๔ วัน คือวันที่ ๑๒-๑๓-๑๔-๑๕ ได้หรือไม่ ก็พิจารณากันอย่าง กว้างขวางและท่านกรรมการก็ท้วงติงกันก็เปึนเรื่องธรรมดานะครับ ความเห็น ในที่ประชุมก็หลากหลาย แล้วมาพิจารณาเรื่องกฎหมายว่ากฎหมายกับประกาศ คณะปฏิวัติที่ ๒๕๓ ซึ่งสมัยจอมพล สฤษดิ์ ได้ประกาศไว้ว่าให้ขายเหล้าได้เวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๔.๐๐ นาฬิกา ๑๗.๐๐ นาฬิกา ถึง ๒๔.๐๐ นาฬิกา มันจะขัดกับ กฎหมายที่ออกในป้ ๒๕๕๑ หรือไม่ ก็มาพิจารณากัน ก็มีท่านกรรมการหลายท่านก็ ท้วงติงว่า ถ้าเราออกประกาศสํานักนายกรัฐมนตรีตามที่กฎหมายป้ ๒๕๕๑ ได้กําหนด ไว้นั้นจะขัดกับประกาศคณะปฏิวัติหรือไม่ เมื่อพิจารณากันถึงขั้นตอนนี้แล้ว กรรมการ ก็เห็นควรว่าควรจะส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาว่าขัดกันไหม กฎหมายมันมี หลายฉบับ เพราะฉะนั้นถ้าประกาศสํานักนายกรัฐมนตรีออกไป เพราะว่าคณะกรรมการ ชุดนี้เมื่อพิจารณาแล้วในกฎหมายก็จะต้องมาให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้เซ็นประกาศ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการชุดนี้จะต้องรับผิดชอบ นายกรัฐมนตรีก็ต้องรับผิดชอบ เพื่อความรอบคอบ เราจึงได้นําไปให้กฤษฎีกาพิจารณาเมื่อวันอังคารนี้นะครับ ว่าสามารถ ทําได้หรือไม่ คณะกรรมการกฤษฎีกาก็ประชุมวันนี้ผมยังไม่ทราบผล นั่นคือประเด็นที่เรา พิจารณากัน ฝ์ายเลขานุการก็คือจากกระทรวงสาธารณสุขได้เสนอมา ๓ วัน ๔ วัน เมื่อพิจารณาแล้วฝ์ายเลขานุการเองก็บอกว่าเอาวันเดียวทดลองก่อน วันที่ ๑๓ จะทดลองว่าจะสามารถห้ามขายเหล้าแล้วจะลดอุบัติเหตุได้หรือไม่ นั่นคือประเด็น
แล้วก็ประเด็นที่ ๒ ที่ฝ์ายเลขานุการเสนอมาก็คือ เราจะประกาศในที่ สาธารณะต่าง ๆ ห้ามดื่มเหล้าในที่สาธารณะ ในสถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจอะไรต่าง ๆ ก็ ๒ ประเด็นที่เสนอมา เพราะฉะนั้นเมื่อเสนอมาแล้ว มันก็มาติดที่ว่า กฎหมายให้อํานาจ ท่านนายกรัฐมนตรีเซ็นได้หรือไม่ อันนี้ก็เสนอไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ในประเด็นที่ ๒ ผมก็ได้รับหนังสือจากส่วนราชการหลายแห่งนะครับ จากผู้แทนสภาอุตสาหกรรม คุณชุมพร สุขประสงค์ผล ซึ่งเปึนนายกจากนายกโรงแรมไทย สมาคมโรงแรมไทย จากกรรมาธิการวุฒิสภา คณะกรรมาธิการกีฬา แล้วก็คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร เรา ก็มีหนังสือคัดค้านว่าการประกาศนี่มันจะเกิดผลสําเร็จได้อย่างไร คัดค้านว่าการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวที่เขามาเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ออกไปโรดโชว์ (Road show) ทั่วหลายประเทศว่าชักชวนให้ชาวต่างประเทศมาเที่ยว ในเมืองไทย แล้วก็เราประกาศไม่ให้เขาขายเหล้า มันจะขัดแย้งกัน จะทําให้นักท่องเที่ยว ถ้าประกาศไปแม้กระทั่งวันเดียวนักท่องเที่ยวก็จะหยุดชะงัก โรงแรม ร้านค้าทั้งหลาย ก็ทําหนังสือไม่เห็นด้วยมา เกือบจะทุกองค์กรที่เปึนทางธุรกิจ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการ ก็ต้องมาพิจารณาว่า ข้อดี ข้อเสีย ถ้าหยุด ๑ วัน ประกาศห้าม ๑ วัน มันจะมีผลกระทบ ต่อการท่องเที่ยวมากน้อยแค่ไหน กับการที่ไม่ประกาศแล้วก็รณรงค์เพื่อให้พี่น้อง ประชาชนเข้าใจถึงว่าถ้าเราไปสนุกสนานเฮฮา แล้วก็จะทานเหล้าก็ทานพอสมควรให้มีสติ โดยการรณรงค์นี้ก็จะร่วม อย่างที่คณะกรรมการ สสส. (คณะกรรมการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ) ได้รณรงค์เห็นไหมครับ เมาไม่ขับ หรือว่าให้เหล้าแล้ว เท่ากับแช่ง ใส่ตะกร้าของขวัญ ใครจะเอาเหล้าใส่เดี๋ยวนี้ก็ต้องห่อแล้ว ถ้ารณรงค์ หรืออย่างเช่น รณรงค์ว่าวันสําคัญทางศาสนา ๔ วัน ขอให้ประชาชนอย่าดื่มเหล้า ก็ได้ผล ฉะนั้นก็ต้อง มาพิจารณาว่าเราจะดําเนินการกันอย่างไร ผมก็พยายามที่จะไปถามต่อเพื่อนผู้แทน ด้วยกัน ถามต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ประชาชนก็บอกว่าวันนี้เปึนวันสําคัญของคนไทย คือวันขึ้นป้ใหม่ คนที่ทํางานเปึนข้าราชการ เปึนอะไรก็แล้วแต่ก็จะต้องกลับบ้าน ไปรดน้ํา ดําหัวผู้หลักผู้ใหญ่ ร่วมกันทําบุญ แล้วก็ร่วมกันสนุกเฮฮา ในหมู่บ้าน ในตําบล ในอําเภอของตัวเอง และถ้าท่านมาห้ามผม แล้วมันจะอะไร ประเพณีอย่างนี้มีมาตั้งแต่ ดึกดําบรรพ์แล้ว ตั้งแต่ตั้งประเทศไทยแล้วจะมาห้ามได้อย่างไร เพราะฉะนั้นก็ต้องรับฟัง ทุกส่วน ทุกองค์กรว่าเราจะทํากันอย่างไร เราจะรณรงค์หรือว่าเราจะห้าม อันไหนจะดีกว่า กัน อันนี้ผมก็กราบเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้แทนราษฎรทุกคนนะครับ ให้รับทราบด้วย ก็ยังตัดสินใจอะไรไม่ได้นะครับ ขอบคุณครับ