สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๒

วิชาญ มีนชัยนันท์ หารือเรื่องตลาดจตุจักร มีนบุรี และตลาดรามคำแหง โดยเรียกร้องการรัฐมนตรีให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาค้างค่าเช่าและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพ โดยให้ระบบระเบียบขึ้นมาก่อน ไม่ใช่ปล่อยให้นิติกรไปถึง และให้คนที่อยู่ภายในตลาดจัดกันเอง ไม่ให้บุกรุก

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีเองสงสัยจะอ่านตามรายงานที่ได้รับทราบมา ผมเอง ขออนุญาตนะครับ ไม่ได้เปึนการตอบโต้กันแต่เปึนข้อมูล ฝากท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรีครับว่า สิ่งที่ท่านกําลังกล่าวนั้นต้องไปเช็กดูบุคคลที่ไปจับฉลาก มีชื่อจริง ตามที่ได้ลงทะเบียนไว้หรือเปล่า เพราะการจัดระเบียบตรงนั้น ผมเข้าไปตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ เรื่องติดอยู่นี้ เปึนผู้ดําเนินการขออนุมัติเงิน ขออนุมัติในเรื่องของหลักการต่าง ๆ ในสมัยนั้น รวมถึงเงินกู้ ตอนแรกจะใช้เงินกู้ แต่ตอนหลังใช้เปึนเงินงบประมาณ ถามว่า ขณะนี้รายชื่อต่าง ๆ ๑๙๘ ราย จํานวน ๒๔๐ แผงค้าที่ทําขึ้นมา ท่านไปเช็กชื่อก่อนครับ ถ้าเช็กไม่ได้มาเอารายชื่อที่ผมนี่ครับมี รายชื่อจริง ๆ อยู่ที่ผม เดี๋ยวท่านมารับไปได้ ขอให้ดูตามรายชื่อนี้ก่อนครับ เพราะว่าคนที่ลงทะเบียนชื่อนี่เปึนผู้ที่ไปยึดครองที่ในเรื่อง ของทางเดินต่าง ๆ เราก็เลยจะเอาเข้ามาจัดระเบียบ ถ้าเขาเหล่านี้มีที่ค้าขายแล้วไม่มีใคร ออกนอกแนวถนนกับทางเท้าก็จะคืนสภาพได้ แต่วันนี้คนเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถที่จะ เข้าไป แต่ไปยกโหวตกันว่าคนนี้ใช่ไหม คนโน้นใช่ไหม ก็ยกกันไป เพราะกลุ่มพวกต่าง ๆ มันมี แล้วให้ดีถามประธานชุมชนครับ คุณประพัฒน์เขาเปึนประธานชุมชนนี่ ไม่อย่างนั้น เขาไม่ได้รับเลือกมาละครับ นี่แม่ค้าจํานวนแค่ ๒๐๐ ราย ประธานชุมชนเองอยู่ตรงนั้น ได้รับเลือกมา คนบางคนจริง ๆ แล้วพื้นเพอยากจะเอาคนที่อยู่ด้วยซ้ําเปึนผู้ค้าขาย ในนั้นเขียนหลักการไว้ นี่อยู่นอกชุมชน อยู่ที่อื่น อยู่ต่างจังหวัด ก็ไม่ว่าครับ ถ้ามีแผงค้าพอ แต่ท่านประธานครับ เรียนไปทางรัฐมนตรี ต้องเอาระบบระเบียบขึ้นมาก่อน ไม่ใช่ท่าน ปล่อยนิติกรไปถึง อ้าว คนนี้ใช่ไหม ยกมือรับรอง ไปจับฉลาก มันไม่ใช่วิธีการครับ ท่านไปเช็กดู ต้องให้ความยุติธรรมก่อน ส่วน ๑๑ รายที่ไปบุกรุกเข้าไปก่อนนี่ก็ต้อง ไปดูครับ เพราะอ้างว่าเปึนคนที่อยู่ตรงนั้นดั้งเดิม เราต้องให้สิทธิเขาเหมือนกัน แต่ก็ต้อง คุยกันว่าจะค้าอยู่ตรงจุดไหน เพราะเขาเปึนเจ้าของสิทธิเดิมตั้งแต่อยู่ตลาดตรงนี้ก่อนที่จะ มีการปรับปรุงใหม่ ไม่อย่างนั้นผมว่าตลาดนี้เดี๋ยวจะเละเหมือนตลาดรามคําแหง ซึ่งท่านประธานถามผ่านไปยังท่านรัฐมนตรียังไม่ตอบผม เคหะแหลมทองอีกก็ยังไม่ตอบ ซึ่งมีเรื่องค้างอยู่ เพราะเปึนกระทู้ถามอันแรกที่ผมถาม ท่านก็ไม่ได้ตอบ เคหะรามคําแหง ก็เหมือนกัน เคหะร่มเกล้าก็เหมือนกัน ๓ ตลาดที่ผมยกตัวอย่างนี่นะครับ ไม่รวมถึง บางกะป่ที่ตอนนี้ก็ยังมีเรื่องขับไล่ฟัองร้องกันอีก ซึ่งหลายส่วนนี่ท่านรัฐมนตรีเองต้อง ลงไปดูครับ ไปจัด ผมคิดว่าถ้าเราเอาแม่ค้าที่เขามีส่วนจริง ๆ นี่อยากจะค้าขายเอามาเปึน การลงทุนแล้วปล่อยกู้ไปนี่เขามีปัญญาส่งครับ แล้วก็จัดตั้งเปึนคณะกรรมการ ตลาดที่ท่านสร้างเสร็จแล้วนี่ให้เขาเปึนเจ้าของก็ได้โดยผ่อน ๓๐ ป้ก็ได้ เก็บ ๒๐๐ บาท ๑๐๐ บาท เดือนหนึ่งแล้วแต่วันหนึ่งเก็บเท่าไร สร้าง ๑๗ ล้านบาทนี่เท่าไรว่ามา แล้วก็ แปลงเปึนทรัพย์สินไป เขามีเจ้าของแล้วนี่แทนที่เราไปดูแลนี่ ดูแลอย่างไรการเคหะ ปล่อยให้คนเข้าไปดูแลจ้างประมูลนี่ทั้งยามทั้งอะไรนี่ไม่ได้ผลละครับ มีผลประโยชน์ทั้งนั้น แต่ถ้าให้คนที่อยู่ภายในเขาจัดกันเอง รับรองไม่มีการบุกรุก เพราะเขามีผลประโยชน์อยู่ เอาเงินเขาเหล่านั้น เราลงทุนให้เขาแล้วเก็บเงินคืนครับแล้วเขาเปึนเจ้าของตลาด แล้วเรา เองก็เข้าไปดูแลบริหารร่วมกับเขา ผมต้องถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่า เรื่องคําตอบอันแรกนี่ผมก็ยังไม่ได้รับ ท่านเองไม่ได้ตอบผม เพราะผมอภิปรายนี่ ๔ ตลาด ท่านต้องตอบก่อนครับว่ามีวิธีการแก้ไขอย่างไร เพราะผู้ร้องนี่ขออนุญาตนะครับ แต่ละคนนี่มีคําร้องอยู่นี่ครับ คุณโนรีร้องไปที่นายกรัฐมนตรี 1111 ไม่ได้รับคําตอบ ขณะนี้ เขาประท้วงอยู่ครับ ถือปัายอยู่ที่สนามหลวงด้วย เขาบอกฝากผมถาม ก็ไม่ได้คําตอบ แล้วก็ยังมีการใช้บริษัทไวส์คิทที่ตอนนั้นมีตีกันอะไรนี่ครับ แล้วตอนนี้ก็ไปบริหารตลาด ก็ไม่ได้ ไม่ได้จ่ายค่าเช่า ยกเลิกก็ไม่ได้ ส่วนตลาดร่มเกล้าที่ประมูลจากเจ๊เปัาไปอยู่ตั้งแต่ ป้ ๒๕๓๐ เขาค้าขายอยู่ดี ๆ ก็ไปเป่ดประมูลแทนที่จะบอกว่าตั้งเงื่อนไขเอาเงินเพิ่ม เขาก็ยอม จากวันละ ๕,๐๐๐ บาทนะครับ ก็เอา ๕ คูณ ๘ ตลาดนัดสัปดาห์หนึ่ง ๒ วัน ๘ คูณ ๕ เท่ากับ ๔๐ เปึน ๔๐,๐๐๐ บาท เก็บเขา ๓ แสนกว่าบาท ประมูลใหม่ ๓ แสนบาทกว่า กี่เท่าตัวเขาก็ยอมครับ แต่นี่ไปบอกว่าไม่ได้ตกลงอะไรกันสักหน่อยหนึ่ง เอาคนใหม่เข้ามา ท่านไปถามดูคนใหม่เงินก็ยังไม่จ่ายนะการเคหะวันนี้ ค้างอยู่นะครับ

ส่วนอีกอันหนึ่งรามคําแหง วันนี้ ๒๐๐ แผง มีเข้าไปขายอยู่ ๓๐ แผง หรือท่านจะทิ้งโครงสร้างไว้รกร้างว่างเปล่า ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลชุดนี้บอกว่า คนตกงาน ว่างงาน หาที่ขายของให้เยอะแยะ แต่ปรากฏว่าตลาดว่างเยอะแยะ ไม่เห็นทําอะไรเลยครับ รวมถึงตลาดจตุจักร มีนบุรี สร้างมาเยอะแยะครับ ที่ขายตั้งเปึน ๑,๐๐๐ แผง ไม่มีคนเข้า ไปขาย ถ้าเปึนเอกชนท่านประธานครับ ถ้าเปึนเอกชนนะครับ ป์านนี้เต็มหมดไปแล้ว พัฒนาเรียบร้อยแล้ว ผมถึงบอกว่าองค์กรของรัฐจะบอกว่า ไม่มีประสิทธิภาพก็ไม่ได้ เพราะรู้ทุกเรื่อง แต่ต้องฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีครับ บอกว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นในวันนี้ จะทําอย่างไรให้มันยุติฟัองร้อง ฟัองร้องกันไปเปึน ๑๐ ป้ทุกครั้งละครับ ทําอย่างไร ให้มันเจรจาคุยกัน เขาลงทุนเขาก็หวังผลประโยชน์ แต่เขาอ้างบอกว่าแม่ค้าไม่เคลียร์ อะไรให้เขา นี่มันก็เปึนเรื่องยาก แต่ถ้าเปึนเอกชนนี่เขาเคลียร์ได้หมด นี่อ้างทุกอย่างครับ ผมก็เลยอยากให้ท่านรัฐมนตรีตอบให้มันตรง ๆ ครับว่า อีก ๔ ตลาดที่ผมยกตัวอย่าง ในการเคหะนะครับ ท่านมีแนวความคิดอย่างไร เพราะเปึนเรื่องที่ค้าง แล้วเรื่องที่เกิดใหม่ ตอนรัฐบาลของท่าน ตลาดเจ๊เปัาที่เคหะของท่านนะ ตลาดบางชันก็ของท่านนะครับ ตลาดอันโน้นตั้งแต่สมัยท่านสุรยุทธ์ รัฐบาลสุรยุทธ์ เคหะแหลมทองมาถึงวันนี้ ก็เปึนเรื่อง ค้างคดีอยู่ รวมถึงนะครับตลาดเคหะรามคําแหงที่กล่าวถึงว่า ๒๐๐ แผง ตอนนี้อยู่แค่นี้ และยังค้างค่าเช่าอยู่ท่านจะพัฒนาอย่างไร ผมเห็นใจรัฐบาลว่าเงินส่วนนี้น่าจะใช้ ประโยชน์จากการจัดเก็บได้ แล้วก็เอาคนเข้าไปขาย ท่านช่วยตอบหน่อยครับ

แล้วส่วนคําถามที่ ๒ ผมขออนุญาตท่านประธานเลยนะครับ หากรัฐบาล มีนโยบายแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะดําเนินการได้เมื่อใด แล้วก็ได้อย่างไร อันนี้คือ เสร็จเมื่อไร แล้วดําเนินการอย่างไร เพราะเปึนเรื่องปากท้อง เดี๋ยวก็ทะเลาะกันครับ ทะเลาะกันจนอาจจะตีกัน เดี๋ยวตลาดบางชัน ขออนุญาตท่านประธานครับตลาดบางชัน ไม่ใช่บางซัน ท่านรัฐมนตรีเมื่อสักครู่บอกบางซัน ไม่ใช่ครับ บางชัน ชัน ครับ ช่วยตอบให้ ชัดเจนครับ ขอบคุณครับ