ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง นำเสนอหลักฐานการโอนเงินจากบริษัททีพีไอผ่านธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้เพื่อสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ โดยอ้างว่ามีการโอนเงินหลายครั้งรวมเป็นจำนวนมากก่อนวันเลือกตั้ง และชี้แจงรายละเอียดบัญชีตรวจสอบได้พร้อมระบุหมายเลขโทรศัพท์แฟกซ์ของพรรคเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ในการเลือกตั้ง
ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าผมไม่กล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรี เดี๋ยวประท้วงนะ ท่านอภิสิทธิ์ไม่เกี่ยว เอาละ จากนี้ต่อไปผมเรียนเชิญท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและพี่น้องประชาชน คนสนใจฟังการเมือง เสื้อเหลืองอย่าฟัง เสื้อแดงอย่าฟัง ถ้าจะฟังผมให้ทําใจเปึนสีส้ม รวมกันเสียก่อน ท่านประธานครับ บริษัท เมซไซอะ นายประจวบ สังขาว ได้จดทะเบียน เอาไว้ ครั้งแรกเลยก็มี นายประจวบ สังขาว แล้ว ส.ส. สุพัชรี ธรรมเพชร นายไทกร พลสุวรรณ จดทะเบียนเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๔๓ เหตุที่จดทะเบียนแล้วมีชื่อคุณหนูไป อยู่ด้วย เพราะคุณหนูนี่พ่อเขาเพื่อนกับผม สุพัฒน์ ธรรมเพชร นายประจวบสนิทกับ นายสุพัฒน์ ธรรมเพชร พอจะทําธุรกิจก็ชวน สุพัฒน์ ธรรมเพชร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง สุพัฒน์ ธรรมเพชร บอกไม่ได้ เพราะกฎหมายมันเคร่งครัด หลังป้ ๒๕๔๑ สุพัฒน์ก็ส่งลูกสาว มาเปึนกรรมการด้วย ท่านประธานครับ นี่ลูกสาว สุพัฒน์ ธรรมเพชร เปึนกรรมการตั้งแต่อายุไม่ถึง ๒๕ ป้ ปัจจุบันหล่อนลาออกไปแล้ว ไม่ผิดครับ ไม่ผิดอะไร เลย เพราะเปึนและออกแล้ว นายไทกร พลสุวรรณ กับพรรคประชาธิปัตย์แนบแน่นขนาด ไหน ผมไม่พูด แต่ผมจะบอกท่านประธานว่า บริษัทเมซไซอะ มีเงินทุนจดทะเบียน ๑ ล้านบาท ท่านประธานครับ นี่คือหนังสือรับรองของบริษัท เมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น จํากัด แต่ผมจะเรียกว่า เมซไซอะ เฉยๆ ผมย่อของผมเองครับ เขียนก็มาอ่านให้ นายกรัฐมนตรีฟัง หวั่นผมผิดผมวิเคราะห์ว่าทําไมต้องเปึนเมซไซอะ ผมเขียนเอาไว้ ทั้งหมด ๓๐ หน้า วันนั้นที่มาดูหมิ่นดูแคลน โอ๊ย ไปตัดแปะหนังสือพิมพ์ ไม่ใช่ บรรดา คอลัมน์นิสทั้งหลาย โอ้ย เฉลิมใส่ชื่อเปึนนายกรัฐมนตรี ถ้าเฉลิมเปึน ประเทศไทยจะเปึน อย่างไร ผมบอกแน่นอน เหลือ ๗๖ จังหวัดเท่าเดิม แล้วจะไปเปึนอย่างไร จะไป ๗๗ จังหวัด ๗๕ จังหวัดไม่ได้ละครับ ก็ดูแคลนเกินไป โอ๊ย ไอ้นี่มันโง่เง่า ไปเชื่อไอ้พวก พันธมิตร จบปริญญาเอกไม่จริง พูดไปจะว่าคุย ท่านประธานก็รู้ ก็ไปเรียนอยู่ห้องใกล้ ๆ กันนะครับ เมซไซอะ ท่านประธานครับ ผมไม่อยากประจานคุณประจวบ แต่ผมต้องเล่าให้ ฟังครับ เมซไซอะ ๑. ไม่มีโรงพิมพ์ ไม่มีโรงงาน ไม่มีบริษัทอะไรต่าง ๆ มีพนักงานในบริษัท ๔ คน ภาษีจีนเขาบอก สี่นั้ง โหงวนั้งถึงตัวเจ้าของ มี ๕ คน ท่านประธานเห็นไหมครับ เขา ไปตั้งบริษัทที่ไหนรู้ไหมครับ ที่บ้านเลขที่ ๑๐๘/๑๒ หมู่ที่ ๑๑ กิโลเมตรที่ ๗ (แข่งขัน ๓) ถนนพหลโยธิน ตําบลคูคต อําเภอลําลูกกา จังหวัดปทุมธานี ผมก็นึกในใจ บริษัทนี้มันทํา ธุรกิจหลายร้อยล้านบาท ๒๐๐-๓๐๐ ล้านบาท พรรคประชาธิปัตย์เชื่อใจ เอาเงิน ๒๓ ล้านบาท ๒๖ ล้านบาทไปว่าจ้าง ไอ้นี่มันต้องมีเครดิต อ้าว ไปดู ท่านประธาน ทราบไหม ก็ปรากฏว่าทาวน์เฮ้าส์หลังนี้ เล็ก ใหญ่ ไม่สําคัญ ใจมันเหนือกว่า ฝรั่งบอก ฮาร์ท อีส เบทเทอร์ (Heart is Better) ใจมันเหนือกว่า นี่มันห้องเล็ก ๆ แล้วท่านประธาน ทราบไหมครับ ก็ปรากฏว่าบ้านหลังนี้ไม่ใช่ของนายประจวบอีก แล้วไปอาศัยเขาอยู่ ๑. บ้านเล็ก จดทะเบียน ๑ ล้านบาท มีพนักงาน ๔ คน บ้านก็ไม่ใช่ของตัวเอง ไปอาศัย พรรคพวกอยู่
แผ่นที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อวานเขาขู่ฟอด ฟอด ฟอด ฟอด ขู่ผิดคน มันขู่ผม ผมเปึนพูดตลอด ความจนทําให้เสื่อม แต่อย่าเสียดสี อย่าใส่ร้าย อย่าคดโกง ตรงไปตรงมา ก็อย่างน้อย ๆ ท่านประธานผมก็ยังได้ชื่อว่าเปึนดาวฤกษ์ ดาวฤกษ์แสงน้อย แต่มี พวกดาวเคราะห์ก็รอดาวฤกษ์ผ่าน พวกเคหะวัตถุพวกเศษชิ้นดินลอยล่อง กลางอากาศไม่มีราคา ผมยังเปึนดาวฤกษ์แสงน้อยไม่เปึนไร ท่านประธานครับ บริษัท ทีพีไอ โพลีน (TPI Polene) เดิมนะเปึนบริษัทธรรมดา ต่อมาจดทะเบียนในบริษัท ตลาดหลักทรัพย์ เขามีบริคณห์สนธิว่าเอาไว้ว่า มีกรรมการ ๙ คน คนมีอํานาจทําการแทน บริษัท ต้องมี ๒ คนใน ๙ คน และประทับตราสําคัญของบริษัทถึงจะนําไปทํานิติกรรม สัญญาได้ พวกที่อยากให้เข้าข้อเท็จจริงมาถึงแล้ว ท่านประธานครับ ก็ปรากฏว่า บริษัท ทีพีไอ โพลีน จํากัด (มหาชน) กรรมการ ๙ คนถึงจะลงนามได้ หลังจากพบกันที่โรงแรม เพรสซิเดนท์ ขบวนการเกิด เกิดอย่างไรครับ มีการตกลงน้องชายนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รับคําสั่งจากพี่ชายให้ติดต่อกับนายประจวบ สังขาว พบกับนายสมควร ไม่ทราบนามสกุล เปึนเลขานายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ เผลอไปทีเดียวตัวเลขเส้นทางเงินผม ได้มาแล้ว บริษัท ทีพีไอ ผมจะเรียก ทีพีไอ ไม่มี โพลีน เพราะมันยาว เอาเงินเข้าบริษัท เมซไซอะ ทั้งหมด ๓๖ ล้านบาท โดยยังไม่ทําอะไร จากนั้นอีกไม่นานระยะเวลาใกล้ ๆ กัน ท่านประธานทราบไหมครับ พอระยะเวลาใกล้ ๆ กันก็มีการทําสัญญาว่าจ้างทั้งหมด ๘ โครงการ จํานวนเงิน ๒๒๗ ล้านบาท รวมเงิน ๒๖๓ ล้านบาท ก็ผมถึงบอกนักข่าวถาม เรื่อย ถามทําไม ๒๕๐ ล้านบาท ๒๕๘ ล้านบาท เมื่อเช้าดูข่าวเช้ามืด นายกรัฐมนตรีก็ยัง จ๋อย จ๋อย จ๋อย จ๋อย ชี้แจงได้อีก ๑๐๐ ชาติท่านก็ชี้แจงไม่ได้ นี่เขาเขียนมาให้ เมื่อคืนมี ฝ์ายรัฐบาลไปบังคับข้าราชการหน่วยหนึ่งจะขอคําให้การพยาน ถ้าตอนเช้าไม่ได้โกรธเขา อย่าทํา เลิกเสีย อย่านึกว่าวงการนี้ผมไม่มีพวก แน่จริงกลัวอะไรล่ะ ผมพูดฟัองได้ ไหนล่ะ สะอาด ไหนหมดจด ไม่คดโกง ตอบได้ทุกเรื่องสบายมาก พูดทุกวัน ไปทําไมเมื่อคืน ไปขอร้องเขาไม่ให้ เมื่อเช้าไปอีก เขาไม่ให้อีก ผมก็บอกข้าราชการนะ คุณต้องทําตัวเปึน กลางถ้าหลังจากทําตัวเปึนกลางแล้วให้มาอยู่ข้างเฉลิมนี่ เพราะผมจะทํางานสําคัญของ บ้านเมือง ผมจะทดสอบให้สังคมไทยเห็นว่าคนในพรรคประชาธิปัตย์ทําอะไรไว้บ้าง ท่านประธานครับ ตามมาเลยนะครับ ๓๖ ล้านบาทมา จ้าง ๘ โครงการ ๒๒๗ ล้านบาท รวมเงิน ๒๖๓ ล้านบาท สัญญาไม่สมบูรณ์ เพราะนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ เซ็นชื่อเพียง คนเดียวแล้วไม่มีประทับตราบริษัท ถ้าจะไปทําย้อนหลังคุณก็ปลอมเอกสารราชการ ๓๖ ล้านบาท เอาเงินมาจากไหน ล็อต (Lot) แรกเอามาจากตลาดหลักทรัพย์ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ทีพีไอ ไม่เคยแจ้งงบดุลบัญชีเรื่องโฆษณาแจ้งเปึนงบลัมพ์ซัม (Lump sum : เงินก้อน) เวลาท่านประธานเปึนกรรมาธิการงบประมาณชอบพูดนะ ลัมพ์ซัมคือตัวเลขกลม ๆ ทั้งหมดไม่ลงรายละเอียด ๒๖๓ ล้านบาทรออยู่ ท่านประธานครับ ทีพีไอ จ่ายเงินให้ เมซไซอะ นายประจวบ สังขาว รับเมื่อไรกระจายทันที ในสายนายประจวบรับแล้วต้องขับรถไปให้ นายทีซี พรรคประชาธิปัตย์เขาเรียก นายทีซี คือนายธงชัย น้องชายท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ล้านแปดเอาไป ล้านเก้า เอาไป ล้านแปดเอาไป ล้านเก้าเอาไป ผมดูแต่แรก ทําไมวะไม่เขียน ๓ ล้านบาท อ๋อ ถ้า ๓ ล้านบาท ปปง. (สํานักงานปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน) ตรวจ แบงก์ชาติตรวจ ก็เลยล้านแปด ล้านเก้า แล้วก็เอาไปให้ที่พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เขาจ่าย ผ่าน ๔ ธนาคาร จํานวน ๗๕ ครั้ง ระยะเวลา ๘๔ วัน ตั้งแต่วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ ถึงวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ เพราะมันใกล้วันเลือกตั้ง เอาเงินมาจากไหนครับ เช็ค ๒๗ ฉบับ มีของธนาคารฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ ๑๕ ฉบับ เดี๋ยวผมจะอ่านให้ฟัง ของจริงมีพร้อม ไม่มีความจําเปึนที่มาใส่ร้ายท่าน และเปึนเช็คของธนาคารกสิกรไทย ๑ ฉบับ รวมแล้ว ๑๖ ฉบับ อีก ๑๑ ฉบับเห็นเส้นทางเงินแต่กําลังหาเช็ค เพราะอะไรท่านประธาน รัฐบาลนี่ รัฐมนตรีคนหนึ่งนี่ลงไปเบรกว่าแตะไว้ก่อน อย่าเพิ่งตรวจ ธนาคารนครหลวงไทย จํากัด เพราะน้องสาวรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังรับเงินไป ๑๓ ล้าน ๗ แสนบาท โอนไปเข้าธนาคารแห่งหนึ่ง ผมไม่พูด เดี๋ยวเขาเสียชื่อ หลักฐานมี นายประจวบเปึนคน โอนเงินให้ คุณศิริลักษณ์ ไม้ไทย เดิม ศิริลักษณ์ ภัทรประสิทธิ์ ไม่จริง ฟัองผม ท่านประธานครับ พอ เมซไซอะ ได้เงินเข้ามาเอาเงินออกไปกลุ่มที่ ๑ ผมจะทําแคบ ๆ
กลุ่มที่ ๑ นายประจวบ สังขาว เอาญาติพี่น้อง ๑๒ คน พ่อตา แม่ยาย เอาหมด เมียเอาหมด พี่เมียก็เอา น้องเมียก็เอา ไปเป่ดบัญชีแต่ยืนยันว่าต้องเปึนบัญชี ธนาคารกสิกรไทย เพราะเขาแนะนําให้นายประจวบ สังขาว ไปเป่ดบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขารังสิต ใครแนะนํา นายธงชัย คลศรีวิชัย นอกจากนายธงชัย คลศรีชัย แล้วยังมีบุคคล ใกล้ชิดอีกคนหนึ่ง คือนายโชคชัย คลศรีชัย เปึนพี่ชาย นายธงชัย คลศรีชัย เปึนลูกผู้น้อง นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ พวกนี้พอได้เงินมาท่านประธานครับ ประจวบเอามาให้ สายเอาไปในพรรคประชาธิปัตย์ เงินสด เงินสด เงินสด เงินสด ล้านแปด ล้านแปด คนไปเบิกได้เสร็จ ไปพรรคประชาธิปัตย์ได้เสร็จ แต่สายนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ต้องถือว่าใจกล้า นายประจวบโอนเงินกลุ่มหนึ่ง กลุ่มตัวเองแล้วให้นายธงชัย คลศรีชัย ในพรรค
กลุ่มที่ ๒ กลุ่มนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ขณะนั้นดํารงตําแหน่ง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายประจวบ สังขาว ได้โอนเงินไปเข้า ๑. นางศิริลักษณ์ ไม้ไทย ๒. นายโชคชัย คลศรีชัย ๓. นายธงชัย คลศรีชัย ลูกผู้น้องนายประดิษฐ์ทั้งคู่ แล้วนายธงชัย คลศรีชัย นี่ยังมีถิ่นที่อยู่บ้านเลขที่เดียวกับนายวิรัช ภัทรประสิทธิ์ ผมตามลึกก็ตํารวจเก่าท่านประธานครับ ตามไปรู้ว่าเคยอยู่บ้านเดียวกัน ส่วนอื่น ๆ เดี๋ยวผมจะบอกใน ชาร์ท (Chart) ต่อไป นี่เปึนกลุ่มที่ ๒
ต่อไปกลุ่มที่ ๓ ผมต้องกราบขอประทานโทษท่าน ส.ส. นิพนธ์ บุญญามณี ว่าต้องพาดพิงถึงท่าน แล้วท่านเถียงได้ กลุ่มที่ ๓ เปึนกลุ่มของนายนิพนธ์ บุญญามณี ขณะนั้นดํารงตําแหน่งรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เปึน ส.ส. สงขลา คุณปราณี ปัญญารักษ์ เปึนน้องสาวท่าน รับเงิน ๑๐ ล้านบาท โดยการโอน เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ นี่ใกล้วันเลือกตั้ง จากบริษัทเมซไซอะ แล้วไปให้การกับตํารวจว่ารับเงินนี้มา โอ้โฮ ให้ข่าวเอิกเกริก ผมไม่อยากเถียง ผมรอให้ถึงวันนี้ โอ๊ย เขาทําโฆษณา เขาทําประชาสัมพันธ์ ทําอย่างไร ครับท่านนายกรัฐมนตรี เอารถกระบะ ๔ ล้อ มาติดปัาย ทีพีไอ โพลีน ไปโฆษณาที่จังหวัด สงขลา และหาดสมิหลา เพราะ ทีพีไอ โพลีน ธุรกิจมันเปึนแสนล้านบาท มันโก อินเตอร์ (Go Inter : ไปต่างประเทศ) เขานั่งเครื่องบินเจ็ท (Jet) เขาจะไปโฆษณาแบบแผ่เรือบด อ้างเหตุ แล้วเปึนอย่างไรครับ
๑. ไม่มีสัญญาว่าจ้างกับบริษัทเมซไซอะ ผิดกฎหมาย
๒. ได้เงินแล้วไม่เคยมีธุรกรรม
๓. ไม่เสียภาษีอากรจากรายได้ แล้วที่ซ้ําร้ายกว่านั้นท่านประธานที่เคารพ นายมนูญ สายอ๋อง ท่าน ส.ส. นิพนธ์รู้ไหมว่า มนูญ สายอ๋องเปึนใคร เปึนเพื่อนและเปึน ลูกน้องท่าน ไม่ว่าง ไม่มีคนขับรถ มนูญก็ช่วย รับไปทั้งหมด ๓,๖๐๔,๓๐๐ บาท นี่กลุ่มที่ ๓ ต่อไปท่านประธานครับ
กลุ่มที่ ๔ นี่เยอะหน่อย ท่านก็บอกว่าจะฟัองผม ก็ไม่เปึนไรครับ ส.ส. ประพร เอกอุรุ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ คนที่รับไปคนที่ ๑ คุณอาภาภรณ์ เอกอุรุ เปึน น้องสาว ส.ส. ประพร มีอาชีพทําปลา แพปลา ปลาป์น ซีฟู็ด (Seafood : อาหารทะเล) รับไปทั้งหมด ๕,๔๐๓,๐๒๐ บาท
ต่อมาอีกคนหนึ่ง คุณสมศักดิ์ เอกอุรุ เปึนลูกพี่ลูกน้องกับ นายประพร รับเงิน ๑ ล้าน ๘ แสนบาท อาชีพทําแพปลา ท่านประธานครับ เมื่อมาถึงตรงนี้ผมจะบอก กับท่านประธานและพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศ ว่านี่พรรคประชาธิปัตย์เอาเงินใน ตลาดหลักทรัพย์มาใช้โดยผ่านบริษัทเมซไซอะ บริษัท ทีพีไอ ให้ตรง ไม่ได้ ผ่านบริษัท เมซไซอะ ทํานิติกรรมอําพราง ทํานิติกรรมไม่ก่อให้เกิดสัญญาใส่คนพรรคประชาธิปัตย์ โดยตรง อายน่ะ เพิ่งรู้ว่าอายเปึน ผมเพิ่งรู้
ต่อไปอีกคนหนึ่ง นายอนุรักษ์ สังข์กูล เปึนน้องเขยของ นายสมศักดิ์ นายสมศักดิ์ ก็คือลูกผู้น้อง ส.ส. ประพร เอกอุรุ มีภรรยาชื่อพรพิมล สังข์กูล รับ ๓,๖๑๐,๑๐๐ บาท ๒ กับ ๓ มารู้จักกับประจวบตอนไหน รู้จักตอนนายธงชัยน้องชายนายประดิษฐ์ เปึนคนบอกให้โอนไป
ต่อมาก็นายอรรถกร พระธาตุ เปึนหลานนายสมศักดิ์ เอกอุรุ นายสมศักดิ์ เปึนลูกผู้น้องนายประพร นายอรรถกรก็คือหลานนายประพร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา เช่นเดียวกัน เพราะคุณแม่เปึนน้องนายสมศักดิ์ คุณแม่เปึนลูกผู้น้อง ส.ส. ประพร รับไป ๓,๖๐๑,๕๒๐ บาท
ต่อไป นางสาวสุนทรี ถาวร เปึนแม่บ้านและคนทําบัญชีให้ นางอาภาภรณ์ เอกอุรุ น้องสาวนายสมศักดิ์ อยู่บ้านเดียวกับนางอาภาภรณ์ แม่บ้านรับเท่าไร ท่านประธาน รับ ๑,๘๐๒,๖๐๐ บาท ๓ ต่อมา ๔ ๕ นายวุฒิชัย วัฏธรรม กรรมการบริษัท สยาม อินเตอร์ ฟู็ดส์ เปึนญาติกับภรรยา ท่าน ส.ส. นิพนธ์ และเปึนกรรมการบริษัท สยาม ซีฟู็ดส์ ด้วยกัน รับเงินไป ๕,๐๐๑,๐๒๐ บาท นายพิทย์ วัฏธรรม คู่ดอง เขาเรียกเปึน คู่ดอง เพราะนายพิทย์ เปึนพี่ชายนายวุฒิชัย รับไป ๕,๐๐๑,๐๒๐ บาท นางสรัญญา ภูริศไพศาล เปึนภรรยานายวุฒิชัย และเปึนลูกน้องนางอาภาภรณ์ เอกอุรุ น้องสาวนายประพร เอกอุรุ รับอีก ๕,๐๐๑,๐๒๐ บาท พรรคประชาธิปัตย์รู้หรือยัง อย่างนี้รู้หรือยังว่าพรรคประชาธิปัตย์มีส่วนร่วม ยังไม่รู้ตามผมมา เดี๋ยวก็รู้ ท่านประธานครับ เส้นทางการเงินเอาเงินจากตลาดหลักทรัพย์มาให้ พรรคประชาธิปัตย์ใช้โดยผ่านบริษัทโฆษณาเมซไซอะ ๑. ตลาดหลักทรัพย์พี่น้อง ประชาชนคนเล่นหุ้นไม่รู้เรื่องด้วย
๒. บริษัท ทีพีไอ โพลีน คณะบุคคลในบริษัทใครก็ตามที่เอาเงินในบริษัท ตลาดหลักทรัพย์มาให้เมซไซอะแล้วมาให้พรรคประชาธิปัตย์ใช้ ผมถือว่าไม่ใช่คนดีของ แผ่นดิน ผมไม่กล้าว่าชั่ว ผมถือว่าบุคคลกลุ่มนี้ไม่ใช่คนดีของประเทศไทยและไม่ใช่ พลเมืองดี แล้วอ้ายคนพวกนี้ถ้าเปึนนายกรัฐมนตรีก็ถูกปลด หรือเปึนรัฐมนตรีกับ ท่านอภิสิทธิ์ก็ถูกปลด เพราะกฎ ๙ ข้อที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กําหนดไว้จะออกฤทธิ์ วันนี้ ท่านประธานครับ เมซไซอะเข้า ๔ กลุ่มจริง ๆ ตรวจเส้นทางทั้งหมด ๑๒ เส้นทาง ออกเมซไซอะ ไปกลุ่มประดิษฐ์ กลุ่มประจวบ กลุ่มนิพนธ์ กลุ่มประพร อ่านแทบตายไม่มี เข้าท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน อ่านจะตายไม่มี ผมถึงไม่เคยพาดพิงมาตลอด ก็ไม่มีคือไม่มี มีคือมี ไม่มีคือไม่มี ท่านประธานครับ ท่านประธานตามผมต่อนะครับ นี่ครับตัวเลขมัน ยาว ๆ ๑๖ ฉบับเช็ค (Cheque) ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ สาขาสํานักงานใหญ่ที่บริษัท ทีพีไอ พีแอล สร้างวีรกรรม สร้างอาชญากรทางเศรษฐกิจมอบให้กับเมซไซอะไปเข้าบัญชี แล้วเมซไซอะเอาไปให้คนของพรรคประชาธิปัตย์ เดี๋ยวผมจะเป่ดนิทรรศการข้างบน ๑๖ ฉบับ ๑๕ ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ ๑ ฉบับ ธนาคารกสิกรไทย ส่วนที่เหลือมันมีคนใน รัฐบาลชุดนี้ไปบังคับเจ้าหน้าที่ ไปบังคับธนาคารห้ามปล่อยข้อมูล แต่ผมจะเอามาให้ได้ ท่านประธานครับ จากเส้นทางการเงินมาเช็คใบเสร็จนี่เชื่อถือได้ไหม ใช้ได้หรือยัง สัญญา ทีพีไอ พีแอล ทํา ไม่สมบูรณ์ ไม่มีนิติกรรมสัญญาแล้วให้สตางค์ทําไม ให้ประจวบ ประจวบใช้ไม่ได้เลย ธงชัยน้องนายประดิษฐ์กํากับการแสดงเปึน อะ แมน บีไฮด์ (A man behind : ผู้อยู่เบื้องหลัง) ตรงนี้มานี่ ตรงนี้เงินสด ลูกพรรคมารอ ลูกพรรคประชาธิปัตย์ นั่งสลอนแล้ว ผมถามคนมาเล่าให้ฟัง จริงหรือเปล่า ปัทโธ่ท่านครับลูกพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนั้น ผมบอก เฮ้ยก็พรรคนี้เขาบอกเขาไม่ใช้สตางค์ คุณอย่าใส่ร้ายเขานะ ปัทโธ่พอให้ปุ็บ ใส่ปุ็บ ให้ปุ็บใส่ปัูบ ให้ปุ็บใส่ปัูบ บางครั้งไปให้นายประดิษฐ์นั่งอยู่ที่ห้องอยู่ในห้อง
ต่อไปท่านประธานครับ นี่คือเช็คธนาคารฮ่องกงและเชี่ยงไฮ้ ถึงตรงนี้ผม ต้องขอขอบคุณท่านประธานจริง ๆ ที่บรรจุญัตติเร็ว ปัทโธ่วันนั้นผมไปไหนเมียก็บ่นอยู่ว่า ไปทําอะไร มาอ่านหนังสือทําไม จะไปเรียนอะไรอีก ก็บอกกับเมียว่าจบปริญญาเอก กฎหมายไม่เรียนอะไรอีกแล้ว เมียมาถึงนั่งเขียน นั่งขีด อ้าวจะไปไหนอีก จะไปเรียนอะไร ผมบอก ดีใจเหลือเกิน ลับหลังท่านผมก็เรียกอาชัย บอกอาชัยทําดี อาชัยทําดี ผมไม่กล้า บอกเด็กพวกนี้ว่าผมรู้จักกับท่านประธานมาตั้งแต่ผมอายุ ๒๖ ป้ ๒๕๑๖ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ต่างประเทศ แอค (Act) โม้คุยรู้จัก แหมจังหวัดศรีสะเกษเคยไป ผมตั้งแต่ ร้อยตํารวจโท บ้านนาตราว บ้านแซรสะโบว์ บ้านโอว์บังโกว์ เลยอําเภอภูสิงห์ ท่านไม่เคยไปละ แล้วไป งานผมไปหาเสียงให้พรรค เลยเข้าไปจากอําเภอภูสิงห์ แซรสะโบว์ บ้านโอว์บังโกว์ ไปปราศรัยคนฟัง ๓๐๐ คน ปรบมือเปู้ยะ ๆ ผมบอกขอบคุณ ช่วยเลือกเบอร์ ๔ เขาบอกไม่ได้เพราะนี่คนไทยข้ามไป อยู่เขมรลงคะแนนไม่ได้ ถ้าพวกผมไปนี่ตรึมหมด มาฟังและปรบมือเปู้ยะ ๆ เพราะฉะนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเพลา ๆ เสียบ้าง ส่วนตัวผมชอบนะ มันต้องอย่างนี้ บู๊ลิ้มมันต้องกล้าพูด ชอบท่านครับ แต่วันนี้เห็นทีต้องหยุดความรักชั่วคราว ไม่เปึนไร ท่านประธานครับ ผมขอใช้เวลานิดหนึ่ง เกรงว่าจะมีคนมาอ้าง โอ้ เฉลิมเอาเอกสารปลอม มา ไม่จริง นิดเดียวครับท่านประธานครับ รายละเอียดเช็ค ที่บริษัท ทีพีไอ เอาเงินออกมา จากตลาดหลักทรัพย์อันเปึนทรัพย์สินของมหาชน ฉบับที่ ๑ จ่ายให้บริษัท เมซไซอะ ๑๐ ล้านบาท เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ครั้งที่ ๒ วันที่ ๒๘ กรกฎาคม จ่าย ๕,๓๕๕,๐๐๐ บาท วันที่ ๗ กันยายน ๑๒,๔๙๕,๐๐๐ บาท วันที่ ๑ ตุลาคม ๑,๔๗๖,๐๐๐ บาท วันที่ ๑๕ ตุลาคม ๔,๙๗๔,๐๐๐ บาท วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๗,๑๕๐,๐๐๐ บาท วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๕,๑๔๘,๐๐๐ บาท วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๗,๔๓๖,๐๐๐ บาท วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๗,๑๕๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ เลขที่ครบก็พวกข้างนอกมันรอกระทืบ ผมอยู่ สื่อทั้งหลายบอกวันนี้เฉลิมเอาหลักฐานเท็จเลยต้องอ่านเสียเวลานิดหนึ่ง ครั้งที่ ๑๐ วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ สํานักงานใหญ่ กรุงเทพฯ เลขที่เช็คให้มันชัดไปเลยท่านประธาน เลขที่เช็ค ๐๒๕๐๓๘๐ จํานวนเงิน ๕,๑๔๘,๐๐๐ บาท บริษัท เมซไซอะ เข้าเย็นเช้าออกหมด เข้าเย็นเช้าออกหมด ไปไหน ก็อ้าย ๔ กลุ่ม อ้าย ๔ กลุ่มนี่มันเอาหมด เอาไปให้หมด พยานบุคคลเยอะแยะ ให้หมด วันที่ ๗ ธันวาคม จ่าย ๕,๑๔๘,๐๐๐ บาท วันที่ ๗ ธันวาคม ๗,๑๕๐,๐๐๐ บาท วันที่ ๗ ธันวาคม ๗,๔๓๖,๐๐๐ บาท วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๕,๑๔๘,๐๐๐ บาท วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ ๗,๑๕๐,๐๐๐ บาท วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๔๗ จํานวน ๗,๖๙๖,๐๐๐ บาท วันที่ ๒๙ ธันวาคม ใกล้เลือกตั้งนะท่านประธานครับ ป้ ๒๕๔๗ จ่าย ๑๓,๗๒๘,๐๐๐ บาท วันที่ ๕ มกราคม จ่าย ๑๑,๘๕๖,๐๐๐ บาท ธนาคารฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้ เลขที่ ๐๒๘๙๒๙๔ ต่อมาวันที่ ๑๔ มกราคม ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ เลขที่ ๐๒๘๙๗๐๒ จํานวนเงิน ๑๐,๒๙๖,๐๐๐ บาท วันที่ ๑๔ มกราคม เช็คเลขที่ ๐๒๘๙๗๐๓ ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ ๕,๗๗๒,๐๐๐ บาท วันที่ ๑๔ มกราคม ธนาคารเดิม เลขที่เช็ค ๐๒๘๙๗๐๔ จํานวนเงิน ๘,๘๙๒,๐๐๐ บาท วันที่ ๒๔ มกราคม ธนาคารเดิม เลขที่ ๐๒๘๙๙๙๒ ๕,๗๗๒,๐๐๐ บาท วันที่ ๒๔ มกราคม ธนาคารเดิม เลขที่เช็คเปลี่ยน ๐๒๘๙๙๙๑ ๑๐,๒๙๖,๐๐๐ บาท วันที่ ๒๔ มกราคม ธนาคารเดิม เลขที่เช็คเปลี่ยน ๐๒๘๙๙๕๙ เปึนเงิน ๘,๘๙๒,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ตัวเลขน่ากลัว อ้ายนี่มันชัด กรรมคือการกระทํา กรรมเปึนเครื่องชี้เจตนา อาชญากรรมที่สมบูรณ์ย่อมทิ้งร่องรอยและ พยานหลักฐาน พอมาวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ ถ้าผมจําไม่ผิดเลือกตั้งวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ใช่ไหมท่านนายกรัฐมนตรี เลือกตั้งวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ใช่ไหม ท่านประธานครับ พอมาวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ เช็คเดิมเลขที่ ๐๒๕๑๒๑๘ จํานวนเงิน ๓๓ ล้าน ๘ แสนบาท โอนมาให้บริษัท เมซไซอะ บริษัท เมซไซอะ เอาไปให้พรรคประชาธิปัตย์โดยผ่าน (Pay in : ที่รับเงินเข้า) การเปย์อินนะครับ กําเริบเสิบสาน บังอาจ เปาบุ้นจิ้นบอกบังอาจ หวังเฉา หม่าฮั่น เป่ดมีด ท่านประธานครับ ไปโอนเงินที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาเทพารักษ์ ไปบอกเบอร์แฟกซ์ (Fax) ไปบอกเบอร์โทรสาร เลขที่ ๐๒-๒๗๐๒๕๒๑ ท่านอภิสิทธิ์คุ้นไหมเบอร์นี้ คุ้นไหม บอกว่าถ้าโอนแล้วแฟกซ์มาเบอร์นี้ นายประจวบ สังขาว ตัวแทนเมซไซอะ รออยู่ คือเบอร์ แฟกซ์พรรคประชาธิปัตย์ เว้นแต่ไปเปลี่ยน เขียนชัด แฟกซ์เบอร์นี้แล้วบอกเลย ไปทําอะไร กันทั้งหมดเพราะนายประจวบชอบหยิบปลาสด ติดนิสัยนายประดิษฐ์ ติดนิสัยน้องชาย นายประดิษฐ์ ชอบหยิบปลาสด ก็เลยเขียนเบอร์แฟกซ์ไว้ให้ ไหมล่ะ ไหมล่ะ เอาละครับ ท่านประธานครับ
ต่อไปผมจะพาท่านประธานไปดูเรื่องอีกเรื่องหนึ่ง มันเปึนเรื่องที่เขาเอา ใบเปย์อินไปส่งนะครับ ท่านประธานครับ สําคัญมากท่านประธาน ท่านกับผมเล่น การเมืองทีไร เฮ้ยสีเทา เฉลิมสีดํา เฉลิมนักแบล็กเมล์ (Blackmail : การขู่เอาเงินโดยอ้าง ว่าจะเผยความลับ) อ้ายนี่คนกรุงเทพฯ ไม่ยอมรับ ก็ตั้งแต่เล่นการเมืองมาเปึน ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร สมัยแบ่งเขตเลือกตั้ง ไม่รวมเขต แล้วมารวมสามเขตเล็ก ยังไม่มีใครคนไหน ผู้แทนราษฎรในกรุงเทพฯ คะแนนมากเท่าผม ป้ ๒๕๓๕ นายกรัฐมนตรี ได้ครั้งหนึ่ง ผมตก เพราะมันกล่าวหาผมว่าเปึนคนร้ายคดีลอบปลงพระชนม์ เอากับมันสิ ผมตก แต่ได้รับเลือกมากรุงเทพฯ ทั้งนั้นใครดํา ใครเทา ใครขาว ใครเหลือง ใครแดง ท่าน ประธานวันนี้รู้กัน ท่านประธานครับ บริษัท ทีพีไอ โพลีน หลักฐานการจ่ายเงินที่ผมเก็บได้ จาก ๓๖ ล้านบาท จาก ๒๒๗ ล้านบาท มารวบรวม นายประจวบ กลุ่มนิพนธ์ กลุ่มประพร กลุ่มประดิษฐ์ จะมีทั้งหมดนะครับ เปึนเงินที่เห็นตัวเลขกลม ๆ ๒๐๒,๐๐๒,๘๗๐ บาท แต่ถ้าเอาไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ ถึง ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ ๒๗ ครั้ง ตัวเลขยังเปึนอยู่ที่ ๒๖๑ ล้าน ๔ แสนบาท ได้แล้วมาทําอะไรครับ นิพนธ์ บุญญามณี กลุ่มนิพนธ์ได้ไปทั้งหมด ๑๓ ล้าน ๖ แสนบาท นี่เฉพาะที่มีหลักฐานอยู่ในมือผม กลุ่มคุณประพร เอกอุรุ ได้ไปทั้งหมด ๔๓,๔๐๙,๗๔๐ บาท กลุ่มนายประจวบที่เปึน คนรับใช้ เอาเช็คไปเข้า จับเงินเอามาให้ใครครับ ให้กับคนสี่กลุ่มนี้เปึนเงินทั้งหมด ๑๒๑,๒๖๕,๑๓๐ บาท กลุ่มนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ น้องสาวรับไป ๑๓,๗๒๘,๐๐๐ บาท นางพัชราภรณ์ ถิระเลิศพานิชย์ นี่เปึนญาติผู้น้องนะครับ นี่แค่ญาติผู้น้องท่านประธาน รับไป ๒๐ ล้านบาท อย่าไปทําเอกสารเท็จ อย่าไปคิดทํา ๒๐ ล้านบาท คุณพัชราภรณ์เขาบอกกับตํารวจแล้ว เขาบอกกับเจ้าหน้าที่ แล้วว่านายธงชัยน้องชายนายประดิษฐ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ไปขอเขาใช้บัญชี นายประจวบเลยโอนไปให้ ๒๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ต่อไปผมจะบอกท่านประธาน มันจะลึกลง ๆ เมื่อกี้รู้กลุ่ม ๑ ๒ ๓ ๔ ตอนนี้รู้กลุ่ม รู้จํานวนเงินว่าใครเอาไป ทําอะไร ที่ไหน ๒๐ ล้านบาท กระดาษ ๔๐ แผ่น ดินสอ ๒๐ เล่ม ผมเตือนนายประดิษฐ์ในฐานะคนไม่เคย โกรธเคืองกัน ถ้าไปทําหลักฐานเท็จคุณติดคุกสถานเดียว ๑. น้ําหมึกเขาตรวจสอบได้ว่า เซ็นไว้ระยะเวลากี่เดือน ๒. วันนี้พยานเขาหมดความอดทนท่านแล้ว หลอกแล้วหลอกอีก หลอกอีกหลอกแล้ว คนที่หลอกได้คือสาว ๆ นี่มันคนทุกข์ มันคนเอาเงินมาใส่บริษัท แล้วเอามาให้พวกท่านไปใช้เลือกตั้งการเมือง แล้วมันก็หวังว่าสักวันหนึ่งมันจะมีโอกาส รับใช้พรรคการเมืองที่เปึนรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อมานะครับ ผมย้ําอีกครั้งหนึ่ง นายประชัย นายประจวบ นายประดิษฐ์ นายนิพนธ์ พบกันครั้งแรกที่โรงแรมเพรสซิเด้นท์ หลังจากนั้นไม่นาน ๓๖ ล้านบาทมาก่อน นายธงชัยน้องประดิษฐ์เอาไปหมด ต่อมา ๘ สัญญา สัญญาเปึนโมฆะ ๒๒๗ บวก ๓๖ เปึน ๒๖๓ บริษัท เมซไซอะ ๑. ไม่มีโรงงาน ไม่มีโรงพิมพ์ ไม่มีบริษัท มีที่ทํางานในพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานเห็นไหมครับ ทาวน์เฮาส์เล็ก ๆ ขอยืมเพื่อน เงินลงทุน ๑ ล้านบาท บริษัท ทีพีไอ เปึนตลาดหลักทรัพย์ จะเอาเงินเกือบ ๓๐๐ ล้านบาทมาจ้างเมซไซอะ ทําประชาสัมพันธ์ ท่านประธานครับ หมาบ้านผมมันฉลาด เมื่อเช้าผมคุยกับมันก่อนมานี่นะครับ ถามว่า อ้ายตูบ บริษัท แสนล้านบาท บริษัท เอเจนซี่ (Agency : บริษัทตัวแทน) เยอะแยะทั้งในและต่างประเทศ อ้ายตูบ บริษัทแสนล้านบาทมาจ้างบริษัท ๑ ล้านบาท บ้านไม่มี โรงงานไม่มี โรงพิมพ์ไม่มี บริษัทในเครือไม่มี ทําธุรกิจเกือบ ๓๐๐ ล้านบาท เปึนไปได้ไหม ท่านประธานครับ อ้ายตูบ บอกมันไม่เชื่อ ถ้าอ้ายตูบบอกว่าเชื่อนะ ผมไม่มาอภิปราย ก็ให้มันติดลบอยู่บ้านล่ะวะ มาทําไม เขาด่ากันทั้งบ้านทั้งเมือง มาอภิปรายนายกรัฐมนตรี โอ๊ยเดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรี ขวัญเสีย เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีตกใจ ไปดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ไปญี่ปุ์น ไปอังกฤษ ประชุมซัมมิท ออกมาแถลงข่าวกลับจากญี่ปุ์น พี่น้องโชคดี พี่น้องโชคดี โชคดีอะไรนักข่าวถาม เรากู้เงินได้แล้ว เออ ประหลาด ผมก็ไม่เข้าใจ ท่านประธานครับ จากนี้ต่อไปผมต้องตัด หน้าไว้ เอาเอกสารมาให้ดูเลย เพราะเดี๋ยวจะจ๊อด จ๊อด จ๊อด นายธงชัยเปึนญาติผม ไม่เกี่ยวข้อง เขาโตแล้ว เขาเปึนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ก็เปึนสิทธิ เขาไปหาในพรรค ประชาธิปัตย์ก็ไม่เปึนไร เดี๋ยวจะตอบ เปลี่ยนโผเสียใหม่ เปลี่ยนโผ ไม่ใช่โผ ครม. เปลี่ยน โผตอบใหม่ เปลี่ยนโผตอบเสียใหม่ ท่านประธานครับ นายประจวบเขาถูกข่มขู่ เขาถูก ข่มเหง เขาถูกรังแก เขาเคยติดต่อมาหาผมว่าอยากจะพบกับท่านได้ไหม ผมบอกไม่ได้เลย ไม่ได้โดยเด็ดขาด แล้วผมก็บอกฝากไปว่าคุณประจวบถ้าคิดว่าที่ผ่านมามันทําไม่ดี ครั้งนี้ทําดีสักครั้งหนึ่งเถอะ เขาถามทําไม ก็มันเอากระดาษ ๔๐ แผ่นไป เซ็นชื่อปากกา ๒ ด้าม มันวางแผนเล่นงานแล้ว เพราะฉะนั้นทําความดีสักครั้งเถอะ เขาถามทําอย่างไร ไปพบ เจ้าหน้าที่บ้านเมือง ไปเล่าให้เขาฟัง ไปบอกให้เขารู้ว่าคนของพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะนั้น และคนพรรคประชาธิปัตย์ขณะนี้กําลังจะเอาฝ์ามือป่ดแผ่นฟัา ใครจะหลงใหล ใครจะเชื่อถือ เรื่องของพวกท่าน แต่พวกผมพรรคเพื่อไทยต้องทําความจริงให้ปรากฏ ท่านประธานครับ หลังจากได้เงินกันมาแล้ว ตามตัวเลขนะครับ นายธงชัย คลศรีชัย น้อง นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ นั่งทํางานในพรรคประชาธิปัตย์ตลอด เขาเรียกว่า กรรมุนา วัตตีโลโก สัตว์โลกย่อมเปึนไปตามกรรม กําลังจะตัดตอน เฮ้ยธงชัยไม่เกี่ยว ไม่เกี่ยวกับ พรรค พรรคไม่รับรู้ ท่านประธานครับ ก็ปรากฏว่าในระหว่างทําปัาย จ่ายเงินจริงบ้าง เอาเงินของเมซไซอะ ที่รับมาจากประชัยมาใช้บ้าง นายธงชัย คลศรีชัย ได้จ้างคุณวาศินี ทองเจือ ทําปัาย เปึนเงิน ๔ ล้านกว่าบาทให้พรรคประชาธิปัตย์ คุณวาศินีก็ทํา เขามี ซัพพลายเออร์ (Supplier) เขาก็ไปให้บริษัท เกิดเมฆ แอดเวอร์ไทซิ่ง จํากัด และบริษัท แมคเน็ตไซ ทํา นายธงชัยทําให้พรรคประชาธิปัตย์ สุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์ก็ไปเอาบิล นี่แหละที่นางสาววาศินีทํา ไปให้พรรคประชาธิปัตย์โดยผ่านนายธงชัย พรรคประชาธิปัตย์ เอาหลักฐานนี้ไปรายงานในแบบฟอร์ม ภ.ง.ด. ๕๓ (แบบยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย) เพราะฉะนั้นที่บอกว่า นายธงชัยไม่เกี่ยว หยุด อย่าพูด อายเขา เพราะหลักฐานมีชัดเจน ปชป. (พรรคประชาธิปัตย์) นําบิลที่นายธงชัยสั่งทําปัายจากคุณวาศินี คุณวาศินีให้บริษัท เกิดเมฆ แอดเวอร์ไทซิ่ง จํากัด เปึนผู้ผลิต ให้ บริษัท แมกเน็ตไซ เปึนผู้ผลิต เอาใบ ค่าใช้จ่ายมาให้นายธงชัย นายธงชัยเอาไปให้พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์เอาไป รายงานใน ภ.ง.ด. ๕๓ ต่อกรมสรรพากรเมื่อป้ ๒๕๔๘ วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ท่านประธาน ครับ นี่ผมพูดกรอบกว้าง พูดให้พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าคุณอย่าไปตัดตอนนายธงชัย ไม่ได้ เพราะนอกจากเขาจะซูเอี๋ยกับนายประจวบ เขาจะใช้นายประจวบแล้ว เขายังมี หน้าที่ ท่านประธานกระผมขออนุญาตดื่มน้ําจับเลี้ยงวินาทีเดียวครับ