สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๒

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวหานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนบัญญัติรัฐธรรมนูญและใช้อำนาจหน้าที่เพื่อประโยชน์ของพรรคประชาธิปัตย์ และยังกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการบริหารเงินบริจาคของพรรคประชาธิปัตย์ และแจ้งบัญชีทรัพย์สิน

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมสรุป ท้ายนี้นะครับ ด้วยเหตุผลดังที่ผมกล่าวไปส่วนหนึ่ง พวกผมมีรายชื่อท้ายญัตตินี้ จึงไม่สามารถไว้วางใจให้นายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บริหารราชการบ้านเมือง ได้ต่อไป ส่วนรายละเอียดเดี๋ยวผมจะได้อภิปรายประกอบในสภาผู้แทนราษฎรนี้ต่อไป

ญัตติที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ในญัตติที่ ๒ นี้ พวกผมพรรค เพื่อไทย ได้เสนอให้ญัตติขอเป่ดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเปึน รายบุคคล

ท่านที่ ๑ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกรณ์ จาติกวณิช

ท่านที่ ๒ ท่านกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขวัญใจฮุนเซน

ท่านที่ ๓ ท่านชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านที่ ๔ ท่านประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง ซึ่งผมบอกมาตลอด หลายคนสงสัยว่าทําไมมีชื่อท่านประดิษฐ์ ไม่มีไม่ได้ เปึนแขกรับเชิญจริง ๆ เปึนคนสําคัญของผม

ท่านที่ ๕ ผมเห็นชื่อก็อยากจะร้องไห้ด้วยน้ําตา บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อ้ายคนนี้มันเพื่อนผม ที่ผมบอกท่านประธาน พอเล่นการเมืองไปมา ๆ ต่อไป เพื่อนไม่มีแล้ว หมดเลยคราวนี้ หมดแล้ว แล้วผมก็รู้มา ล่วงหน้า ผมถูกฟัอง ๕ คดี แต่ผมก็ต้องจําใจ เพราะเพื่อนสมาชิกของผมซึ่งรับเลือกตั้งมา นี่เขาให้มาเปึนรัฐบาลนะ พวกผมนี่รัฐบาลนะ หลังเลือกตั้งได้คะแนนมากกว่า อย่างเดี๋ยวนี้ก็เปึนพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดเฉพาะตัวของพรรค คือพรรคเพื่อไทย ผมกล่าวหารัฐมนตรีทั้ง ๕ ท่านว่า เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ราชการมาตั้งแต่ต้น บริหาร ราชการผิดพลาด บกพร่อง บางคนก็มีปัญหาระหว่างยังไม่ได้เปึนรัฐมนตรี บางคนมา บริหารราชการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ บางคนก็ใช้อํานาจหน้าที่ไปเอื้อประโยชน์กับ พรรคตัวเอง ไปใช้อํานาจหน้าที่อันไม่เหมาะไม่ควร แทรกแซงข้าราชการประจําในการ ใช้จ่ายงบประมาณ อันเปึนความผิดตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๖ มาตรา ๖๘ มาตรา ๒๗๐ มาตรา ๒๗๑ มาตรา ๒๗๒ มาตรา ๒๗๓ มาตรา ๒๗๔ มาตรา ๒๗๕ มาตรา ๒๗๖ และผิดพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ พุทธศักราช ๒๕๐๒ พวกผมจึงไม่สามารถให้รัฐมนตรี ๕ ท่านที่ผ่านมาจากการเอ่ยชื่อ ให้บริหารราชการ บ้านเมืองต่อไปได้ จึงขออนุญาตท่านประธานว่า ไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี ๑ ท่าน ท่านรัฐมนตรีอีก ๕ ท่าน ๓ ว่าการ ๒ ช่วยว่าการ จึงกราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรมาด้วยความ เคารพ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ที่ฝ์ายผมเขาใส่ชื่อให้มาเปึนนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีจะได้ออกไปเสียซึ่งมันเปึนตามฟอร์แมท (Format : รูปแบบ) เท่านั้นครับ ผมนับเลขไม่เปึนหรอก ประถม ๔ (ประถมศึกษาป้ที่ ๔) ก็รู้แล้วว่าเลข ๒๓๔ เอามาจาก ไหน มันเปึนไปไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมพยายามคิด ผมพยายามนึก แล้วผมก็เขียน บทสรุปว่าเริ่มต้นนี่ จริง ๆ ผมไม่เคยอภิปรายอย่างนี้มาก่อน แต่ถ้าผมไม่บอกไปก่อนเดี๋ยว จะประท้วงกันแบบตอร์ป่โดบก ไม่เห็นเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี พูดมาดัง ๆ น่ารําคาญ เอาข่าวตัดแปะมาอ่าน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี

เริ่มต้นผมขออนุญาตว่า กระผมมีหน้าที่ที่จะอภิปรายรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังอีกท่านหนึ่ง แต่เมื่ออภิปรายไปหมดแล้วผมก็จะเปึนคนสรุปญัตติ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ๑ นายกรัฐมนตรี ๓ รัฐมนตรีว่าการ และ ๒ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านประธานครับ ข้อหาที่กระผมใส่ไว้ในญัตติ ความสรุปว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมี พฤติการณ์ไม่น่าไว้วางใจที่จะให้บริหารประเทศ เพราะมีพฤติกรรมที่ฝ์าฝ๋นบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทําผิด ปกป่ด ซ่อนเร้น ไม่เป่ดเผยการรับเงิน สนับสนุนพรรคการเมืองจากบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งจะต้อง กล่าวหาท่านโดยตรงเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินสนับสนุนที่ กกต. (คณะกรรมการ การเลือกตั้ง) ให้อุดหนุนกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยท่านในฐานะหัวหน้าพรรคในขณะที่ รับรองงบดุล รับรองงบดุลเปึนการจ่ายเงินผิดประเภท อีกทั้งท่านนายกรัฐมนตรีแจ้งงบดุล และการเงินเปึนเท็จ ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ เมื่อป้ ๒๕๔๗ และ ป้ ๒๕๔๘ ท่านประธานครับ งบดุลจะแจ้ง กกต. เขานับ ๑ มกราคม ๒๕๔๗ ไปจบตรงที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๗ แล้วตามบทบัญญัติกฎหมายพรรคการเมืองอนุมัติอนุญาตให้ไป แจ้งภายในเดือนมีนาคม ๒๕๔๘ พอหลังการเลือกตั้งทศวรรษใหม่ถัดไป ผมไม่ทราบ ท่านเก่าออกไป ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามา ท่านก็มารักษาการหรือเปึนหัวหน้าพรรค ตัวจริง ผมจําไม่ได้ เพราะไม่ใช่หน้าที่ของผม เพิ่งไปค้นเจอ ก็ปรากฏว่างบประมาณ ป้ ๒๕๔๗ ท่านอภิสิทธิ์ได้เปึนผู้รับรองงบดุล รองนายกรัฐมนตรีขวามือนั่นแหละ ท่านรอง กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เปึนเหรัญญิกพรรคช่วงนั้นหรือไม่ผมไม่ทราบ ทีนี้พอท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นมาเปึนหัวหน้าพรรคท่านก็ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบรายงานงบประมาณ รายจ่าย เขาเรียก งบดุลประจําป้ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ๑ มกราคม ๒๕๔๘ ไปจบ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๘ และคนที่ลงชื่อรับรองงบดุลอีกท่านหนึ่งคือ ท่านกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ พวกผมไม่ได้ใจแคบหรอกครับ ถ้าจะเอาท่านใส่แล้วด่าเล่นก็ได้ครับ ก็ได้ครับ เราก็บอก ไม่เอาหรอก เอาเบอร์ ๑ แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีเราเอาแล้วตัดสินใจ ท่านกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เอาเถอะ ท่านนายกรัฐมนตรีไปก็ไปด้วยกัน ถ้านายกรัฐมนตรีอยู่ก็อยู่ด้วยกัน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านนายกรัฐมนตรีถ้าท่านฟังแล้วท่านไม่สบายใจ จากนี้ ต่อไปผมจะทําให้การประชุมในสภาไม่ต้องประท้วง ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผิดอะไร ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทําอะไร ไปเกี่ยวข้องอะไร อ้ายโน่นเอาเงินมา อ้ายนี่เอาสตางค์ไป ผมจะได้บอกไว้ก่อนว่า ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กระทําความผิดต่างกรรมต่างวาระ ๒ ครั้ง อันเปึนความผิดที่ร้ายแรงในระบอบประชาธิปไตย เพื่อไม่ให้สมาชิกลุกขึ้นประท้วงต่อสิ่งที่ ผมนําเสนอ

ผมจึงขอกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ท่านกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ท่านนายกรัฐมนตรีได้รายงานงบป้ ๒๕๔๗ เมื่อต้นป้ ๒๕๔๘ พรรคประชาธิปัตย์ มีขบวนการเอาเงินจากบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ผ่านมายังบริษัทที่ประกอบ โฆษณาสิ่งพิมพ์ พรรคประชาธิปัตย์ต้องรู้ เพราะขบวนการครั้งนี้มีการจ่ายเช็ค ๒๗ ฉบับ เข้าธนาคาร ๗๕ ครั้ง ใช้ระยะเวลาทั้งหมด ๘๔ วัน ได้กระทําการในพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เปึนคนกํากับดูแลอยู่เบื้องหลัง ให้น้องชายชื่อนายธงชัย คลศรีชัย ซึ่งเปึนลูกผู้น้อง คุณแม่ของนายธงชัยเปึนน้องสาวคุณพ่อท่านประดิษฐ์ เปึนคนกํากับการแสดงดูแล และนายธงชัยก็เปึนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และ นายประจวบ สังข์ขาว ก็เปึนบริษัทที่ทําธุรกิจโฆษณาประชาสัมพันธ์ แต่บริษัทนี้พิเศษ พิเศษอย่างไร เดี๋ยวผมจะบอกท่านประธาน แต่ผมบอกก่อนว่า

๑. ไม่ได้จัดบริษัทใหญ่โต

๒. ไม่มีโรงพิมพ์

๓. ไม่มีโรงงาน

๔. ไม่มีบริษัทในเครือ แต่รับทําธุรกิจงบประมาณเกือบ ๓๐๐ ล้านบาท

ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ท้าทายใคร แต่อยากจะบอกกับท่านประธาน ผ่านไปยังผู้ฟัง ถ้าทีมบริษัท ทีพีไอ (TPI) ที่ข่มขู่ผมไว้ว่าจะฟัองผม ผมจะบอกกับ ท่านประธานที่ผมเคารพรักว่าบริษัท ทีพีไอ ไม่ได้เอาเงินของตัวเอง นายประชัยที่ออกมา คํารามว่าเปึนคนเอาเงินมาให้อย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ใช่เงินนายประชัย เปึนเงินของพี่น้อง ประชาชนคนทั่วประเทศที่เล่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เงินที่ได้มาจากการกระทําความผิด ถ้าเปึนประมวลกฎหมายอาญาเขาจะบอกว่า ผู้ใดได้เงินมาจากการลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ใครรับไว้เขาเรียกว่า รับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ แต่การกระทําความผิดในตลาดหลักทรัพย์ เขาไม่เกี่ยวกับกฎหมายอาญา ผมจะกราบเรียนท่านประธานต่อไป ผมกล่าวหาท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ข้อที่ ๑ ว่าท่านเองนี่แจงบัญชีทรัพย์สิน ไม่ชัด รู้ หรือไม่รู้ บุคคลใดจะอ้าง ไม่รู้กฎหมาย เพื่อตนเองพ้นผิดไม่ได้ เงินที่บริจาคเงินที่เอาเข้าไป ไม่ใช่เงินบริจาค เปึนเงิน ยักย้ายถ่ายเทเงินของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศผ่านบริษัทลูกน้องพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านน้องชายเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เอาไปใช้ในการเลือกตั้งเมื่อ ๖ กุมภาพันธ์ หรือ ๘ กุมภาพันธ์ ผมจําไม่ได้ ป้ ๒๕๔๘ ผมกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีแจ้งยอดงบดุลไม่ชัดเจน เลยบอกที่มา รู้ ไม่รู้ ต้องรู้ เพราะคนเปึน หัวหน้าพรรค ผมขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังเลขาธิการ กกต. ที่บอกว่าตรวจสอบแล้ว ไม่มีเงินบริจาค ถูกต้อง ถูกต้องครับ เลขาธิการ กกต. พูดถูกต้อง เพราะถ้ามี ยอดบริจาค ไม่ผิด ถ้าพรรคประชาธิปัตย์รายงานไปตัวเลข ๒๕๘ ล้านบาท ไม่ใช่ ตัวเลข ๒๐๐ กว่า ๆ ล้านบาท ใช่ไหม ใกล้เคียง ซับซ้อนซ่อนเงื่อน ยักย้ายถ่ายเท เอาไป เข้าคน ๔ กลุ่ม ท่านประธานครับ

กลุ่มหนึ่งคือบริษัทที่เขารับใช้

กลุ่มที่สอง เปึนกลุ่มนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ แม้กระทั่งน้องสาวตัวเอง ยังรับไป ๑๓ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ

อีกกลุ่มหนึ่ง ผมก็รักกันใจจะขาดไม่พูดไม่ได้มันขาดตอน กลุ่มที่สาม กลุ่มท่าน ส.ส. นิพนธ์ บุญญามณี ขณะนั้นเปึนรองเลขาธิการพรรค

กลุ่มที่สี่ ท่าน ส.ส. ประพร เอกอุรุ ด้วยข้อแรก จึงกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรี ทําความผิดตามมาตรา ๕๑ พระราชบัญญัติพรรคการเมือง แจ้งบัญชีทรัพย์สินไม่ตรงกับยอดบริจาค ถ้าทําความผิดตามมาตรา ๕๑ มีบทลงโทษ ตามมาตรา ๘๖ จําคุก ๓ ป้ ปรับ ๓ เท่าของทรัพย์สินที่เขาบริจาคมา และที่สําคัญที่สุด หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลถอนสิทธิเลือกตั้งมีกําหนด ๕ ป้ ตรงนี้ไม่ถึงพรรค อีกข้อกล่าวหาหนึ่งเพื่อจะได้ไม่ต้องประท้วง ไว้รอตอบ รอคัด รอค้าน รอชี้แจง รออภิปราย เชิญเลย อย่าประท้วง เพราะผมกล่าวหาแล้วข้อที่ ๑

ข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ งบดุลวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๘ พรรคประชาธิปัตย์ได้เงินพัฒนาพรรคการเมืองบิลบอร์ด (Billboard : กระดานปัาย) ฟ่วเจอร์บอร์ด (Future board) ป้ ๒๕๔๘ บิลบอร์ด ได้มาทั้งหมด ๑๐ ล้านบาท ฟ่วเจอร์บอร์ดได้ ๑๙ ล้านบาท งบประมาณป้ ๒๕๔๘ พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี เปึนหัวหน้าพรรค ได้งบประมาณส่วนอื่นจากบริจาคจาก กกต. มากน้อยแค่ไหน ผมไม่พูดถึง เอาส่วนของผมจะกล่าวหาท่าน รับมาทั้งหมด ๒๙ ล้านบาท เปึนเงินสนับสนุน พรรคการเมืองในรอบป้ปฏิทิน ปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านไปชี้แจงงบดุลเท็จ เงินจํานวนนี้ ๒๓ ล้าน ๓ แสนบาทเศษ เอาไปไซฟ์อน (Syphon : กาลักน้ํา) ทางบริษัท เมซไซอะ ที่มี นายประจวบ สังขาว เปึนกรรมการผู้จัดการ และมีน้องชาย นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ซึ่งเคยไปวางแผนเรื่องนี้กันที่โรงแรมเพรสซิเดนท์ ราชประสงค์ ตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๗ กลาง ๆ ปลาย ๆ และครับ นายประดิษฐ์ นายนิพนธ์ นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ไม่บอกนามสกุล เดี๋ยวฟัองผิดตัว และนายประจวบ สังขาว ขบวนการเริ่มต้นตรงนั้น ผมจึงขอกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีท่านอย่าโกรธผม ท่านชี้แจงได้ กล่าวหาว่า ท่านนายกรัฐมนตรีกระทําความผิดฐานไม่แจ้งทรัพย์สินต่อ กกต. ตรงไปตรงมา ท่านนายกรัฐมนตรีจะมีความผิดตามมาตรา ๖๒ ของพระราชบัญญัติพรรคการเมือง เมื่อมีความผิดตามมาตรา ๕๑ มีบทลงโทษตามมาตรา ๘๖ ท่านนายกรัฐมนตรี ๑ ข้อ ข้อที่ ๒ ความผิดของท่าน มาตรา ๖๒ มีบทลงโทษตามมาตรา ๖๓ คือยุบพรรค

ท่านประธานครับ สังคมกระจ่างหรือยัง ท่านประธานเข้าใจผมพูดแล้ว ใช่ไหม มันไม่ใช่เรื่องเก่า นี่มันเปึนเรื่องบ่งบอกสถานะ ถ้าพรรคถูกยุบ ท่านนายกรัฐมนตรีถูกดําเนินคดี นายกรัฐมนตรีก็ลงสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้ ถ้าพรรคถูกยุบ ก็ไม่มีประชาธิปัตย์ พรรคถูกยุบก็ไม่มีท่านอภิสิทธิ์ลงสมัคร ส.ส. ในนาม พรรคประชาธิปัตย์ เพราะไม่มีพรรค เมื่อท่านเปึน ส.ส. ไม่ได้ ท่านก็เปึนนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ใครจะว่าเก่าเก็บไม่ใช่ ถ้านายกรัฐมนตรีแก้ตัวได้ คดีสู่ศาล เมื่อวานอ่านข่าวเอิกเกริก เขาไปร้อง กกต. กกต. บอกไม่ผิด อัยการสูงสุดไม่ผิด ศาลรัฐธรรมนูญไม่ผิด นายกรัฐมนตรีจะได้รับการชําระล้าง ท่านเปึนนายกรัฐมนตรีไปสิ ผมจะอิจฉาท่านทําไม เพราะชีวิตผมไม่เคยคิดเปึนนายกรัฐมนตรี สิ่งที่ผมคาดหวังที่สุดในชีวิตผมได้แล้วครับ คือคาดหวังเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านประธานครับ ผมบอก ท่านประธานว่า เหตุที่ผมพูดตรงนี้ ผมมีเหตุผลสนับสนุนทั้งนั้นละครับ โอ้โฮ ป้ ๒๕๔๗ แต๊ก แต๊ก แต๊ก ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ เอกยุทธ อัญชันบุตร อัมรินทร์ คอมันตร์ เข้าพรรคประชาธิปัตย์เดี๋ยวออกเดี๋ยวเข้า เดี๋ยวเข้าเดี๋ยวออก เดี๋ยวออกเดี๋ยวเข้า ด่านโยบายท่านทักษิณ ชินวัตร เศรษฐกิจพังพาบ เสียผู้เสียคนด่าเช้าสายบ่ายเย็น บอกแม้กระทั่งว่า จะหากินพีอาร์ (PR : Public Relation) ประชาสัมพันธ์ จ้างอังกฤษที่ทํา พีอาร์ให้โทนี่ แบลร์ (Anthony Charles Lynton “Tony” Blair : อดีตนายกรัฐมนตรี ประเทศอังกฤษ) มาทํากับท่านนายกรัฐมนตรี ผมไม่ได้นั่งประชุมกับท่าน แต่ข่าวออกมา ว่าในการพบกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้เข้าปรึกษาหารือ ผมไม่ว่าละครับ เพราะใน คนกลุ่มนี้มันคับแค้นข้องใจ เรื่องบริษัทตัวเองที่ศาลฎีกาตัดสิน ศาลล้มละลายตัดสิน เขาต้องหาที่พึ่ง แล้วออกข่าว จะเอาเงินในพรรคประชาธิปัตย์ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๒,๐๐๐ ล้านบาท ให้กันจริงหรือเปล่า ผมไม่ทราบ นี่ผมอ่านตามข่าว ท่านประธานครับ เรียนมาถึงตรงนี้ท่านประธานคงจะเห็น แล้วว่า ผมนี่ไม่ได้กล่าวหาท่านแบบง่าย ๆ และผมไม่อยากพูด เดี๋ยวก็ลุกกันเปึนตอร์ป่โด อีก แต่อยากจะบอกผู้แทนราษฎรใหม่ ๆ รัฐมนตรีใหม่ ๆ ว่าเมื่อป้พุทธศักราช ๒๕๓๙ ท่านบรรหาร ศิลปอาชา เปึนนายกรัฐมนตรี ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คุณอาชัย ชิดชอบ ท่านประธานชัยก็อยู่ด้วยกัน พรรคประชาธิปัตย์เอาเลย ยื่นญัตติ ไม่ไว้วางใจ ท่านบรรหาร ศิลปอาชา ที่เปึนนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ใส่ชื่อนายกรัฐมนตรี ใส่ชื่อ ไม่ไว้วางใจท่านบรรหาร ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรี กลุ่ม ๑๖ ตอนนั้นเปึนแขกรับเชิญ สุชาติ ตันเจริญ และเนวิน ชิดชอบ จะเปึนอะไรกับประธานบ้างผมไม่ทราบ แต่นามสกุลเหมือนกัน พรรคประชาธิปัตย์ได้กล่าวหากล่าวร้ายตัวแทนกลุ่ม ๑๖ กับรัฐมนตรีว่า ทุจริต กรุงเทพฯ พาณิชย์การ ทุจริตที่ บีบีซี (BBC : British Broadcasting Corporation สํานักข่าว) ภาษาอังกฤษเขาเรียก แล้วทั้งสองเรื่องนี้มันเปึนเรื่องบริหารราชการไหม ไม่ใช่ ท่านบรรหารเปึนเรื่อง ๖๐ ป้เศษ ๆ ๖๐ ป้มาแล้ว บอกว่า ท่านบรรหารเกิดเมืองจีน ผ่านเซินเจิ้น มาฮ่องกง นั่งเรือมาไทย ขึ้นเรือที่เอ็กมึงเก๊ก เอ็กมึงเก๊ก คือ ตรวจคนเข้าเมือง ด่า ๘ ชั่วโมงครับ ผมนั่งข้างหลัง ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการยุติธรรมต้องทํา สงบเสงี่ยม พูดจาอะไรมากไม่ได้ เพราะตอนนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอยู่กับศาล พูดไม่ได้ครับ เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในอดีตเขานั่งสะเหรี่ยงมาทํางาน ผมมันตํารวจเก่า ความชั่วก็มี ความดีก็ปรากฏ ก็ต้องเงียบหมดครับ พูดอะไรไม่ได้เลย ครับ ก็ปรากฏว่าท่านบรรหารเดินวนไปข้างหลัง เฮ้ย เหลิม ช่วยพี่บ้างสิวะ บอกพี่ ผมนี่ ไม่กล้าเลยพี่ เกรงใจ กลับกระทรวงเจอศาล พี่บรรหารว่าอย่างไร นี่มันด่าพี่มา ๘ ชั่วโมงนะ เอกสารก็ปลิ้นอยู่อย่างนี้ ปลิ้นอย่างนี้ไม่ออกสักที สรุปแล้วพี่บรรหารถามผม เหลิม แล้วพี่ เกิดที่ไหนวะนี่ บอกพี่ตายแล้ว ถ้าพี่ไม่รู้ว่าเกิดที่ไหนแล้วพี่มาถามผม