วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ขอขอบคุณประธานสภา และขอเวลาในการอภิปราย จากนั้น อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศท่านกษิต ภิรมย์ เนื่องจากไม่สามารถไว้วางใจท่านได้ และเรียกร้องให้ท่านชี้แจงอธิบายต่อประชาชน
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ก็รอที่จะอภิปรายมาเปึนเวลานานนะคะ ตั้งแต่เมื่อคืน เมื่อสักครู่นี้ก็ได้ให้ ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงไป ก็ถือว่าได้ใช้เวลาไปสักพักหนึ่ง ก็ไม่เปึนไรค่ะ รอมาตั้งแต่เมื่อ คืนนี้แล้วจะอีกสักพักหนึ่งก็คงจะไม่มีปัญหา ซึ่งตัวดิฉันเองก็ต้องขอ ก่อนอื่นนะคะก็ต้อง ขอขอบคุณท่านประธานค่ะที่ได้พักการอภิปรายตั้งแต่เมื่อคืน ที่ได้ล่วงเลยกันมาถึง เปึนเวลาตีหนึ่งกว่า ๆ มาเปึนในวันนี้ตอนเช้า เพราะดิฉันเชื่อว่ากับหลักฐานและข้อมูล ที่ดิฉันเตรียมมาจะเกิดผลประโยชน์ได้ดีกว่าที่จะอภิปรายในช่วงเมื่อคืนที่มีผู้ฟังน้อยกว่า นะคะ
ท่านประธานคะ ดิฉันเปึน ส.ส. สมัยแรก แต่เชื่อไหมคะเปึน ส.ส. สมัยแรก ก็ปาเข้าไปแล้ว ๒ พรรคค่ะ เดิมเคยอยู่พรรคพลังประชาชน แต่เมื่อถูกศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยให้ยุบพรรคไป ดิฉันจึงได้มาอยู่พรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน แล้วก็ได้เปึนทั้ง ฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้าน ถือว่าเปึน ส.ส. ครั้งแรกคุ้มเกินคุ้มเลยจริง ๆ ค่ะ ครบถ้วน จริง ๆ ดิฉันไม่เคยคิดที่จะลุกขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจใคร แต่วันนี้ที่ดิฉันต้องลุกขึ้นมา อภิปรายเนื่องด้วยที่ว่าดิฉันไม่สามารถจะไว้วางใจรัฐมนตรีท่านผู้นี้ได้ รัฐมนตรีท่านนี้ เคยเปึนข้าราชการ เคยทํางานราชการมาแล้วถึง ๓๗ ป้ จบการศึกษาจาก จอร์จ ทาวน์ ยูนิเวอร์ซิตี้ (George Town University) ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. (Washington D.C.) เปึนถึงเอกอัครราชทูต เปึนทูตในประเทศใหญ่ ๆ อีกตั้งหลายแห่ง เช่น เยอรมัน ญี่ปุ์น รัสเซีย และอเมริกา ดูจากการศึกษาเชื่อว่าท่านคงเปึนผู้ที่มีประสบการณ์สูงทางด้าน การเมือง เพราะเคยช่วยราชการสํานักนายกรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ในป้ ๒๕๔๔ มาแล้ว และยังเปึนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เคยเปึน แคนดิเดท (Candidate : ผู้ได้รับการ เลือกตั้งให้เข้าแข่งขัน) หรือที่เขาเรียกว่า ตัวเลือกผู้สมัครผู้ว่า กทม. ในนามพรรค ประชาธิปัตย์ และยังเคยเปึนผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์อีกด้วยค่ะ ท่านประธาน ดูจากประวัติย่อ ๆ ภาพลักษณ์ของท่าน ประสบการณ์ของท่านดูดีนะคะ แต่ข้อมูลที่ดิฉันได้มาอีกด้านหนึ่ง ซึ่งในเบื้องต้นดิฉันเองก็ไม่อยากจะเชื่อเลยค่ะ แต่หลักฐาน พยาน มันชัดเจน จริง ไม่จริง อยากจะขอให้ ท่านกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ช่วยชี้แจงอธิบายให้พี่น้องประชาชนชาวไทยได้รับฟัง ด้วยนะคะ ท่านประธานคะ เพื่อให้พี่น้องคนไทยได้รับรู้คร่าว ๆ ก่อน ดิฉันจะต้องขอเกริ่น ก่อนค่ะว่า ประเทศไทยเราได้เริ่มมีความสัมพันธ์ทางการทูตมายาวนานกับนานา อารยประเทศ แค่สัญลักษณ์ตราบัวแก้วของกระทรวงการต่างประเทศแล้วก็ใช้กันมาตั้งแต่ กรุงศรีอยุธยาเปึนราชธานีแล้วค่ะ ได้มีการตั้งกระทรวงการต่างประเทศมายาวนาน ได้มี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศถึง ๔๕ คนด้วยกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศคนก่อนก่อนหน้า ท่านกษิต ภิรมย์ นั้น ได้ปฏิบัติภารกิจได้อย่างดีเยี่ยม ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีประสิทธิภาพเปึนที่น่าภาคภูมิใจของ พี่น้องประชาชนทั่วไทย ทุกท่านเปึนผู้มีจริยาวัตรอันดี เปึนผู้มีความรอบรู้ สุภาพ เรียบร้อย จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เปึนผู้มีความรอบรู้ในระเบียบประเพณี ปฏิบัติแห่งวิธีการทูตอย่างดี และที่สําคัญค่ะ เปึนที่น่าไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน ชาวไทย ซึ่งเข้ามาดํารงตําแหน่งแล้วพี่น้องประชาชนรู้สึกอุ่นใจ รู้สึกภูมิใจค่ะ รู้สึกเชิดหน้า ชูตาได้ว่า นี่แหละค่ะคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยเรา นี่ค่ะ ท่านประธานคือคําจํากัดความของนักการทูตที่ดี ของรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ที่ควรจะเปึน ท่านประธานคะ ท่านทราบใช่ไหมคะว่าตําแหน่งรองจากนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนี่แหละค่ะ ที่เปรียบเสมือนผู้เป่ดประตูบ้าน ผู้เป่ดประตูสู่โลก ประเทศไทยเราเมื่อมีการติดต่อเจรจาระหว่างประเทศ ผู้ที่มีอํานาจจะ ลงนามเซ็นสัญญาแล้วก็จะมีแค่ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศเท่านั้น ยิ่งในประเทศมหาอํานาจอย่างสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีประชาธิปไตย ที่พัฒนาก้าวไกลไปแล้ว ตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยิ่งมี ความสําคัญค่ะ เห็นได้ชัดจากที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้บรรจุไว้ในกฎรัฐธรรมนูญอย่าง ชัดเจนค่ะว่า หากกรณีที่ประธานาธิบดีหรือรองประธานาธิบดีไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ หรือมีภารกิจสําคัญ หรือเปึนอะไรไป ลําดับต่อไปที่จะขึ้นมารับหรือว่ามาปฏิบัติหน้าที่ก็คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศค่ะ ตําแหน่งนี้สําคัญมาก ต่างชาติจะให้ ความสําคัญต่อตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอย่างมากค่ะ ถ้าหน้าตา ของท่านรัฐมนตรีมีศักดิ์ศรี มีเกียรติยศ เปึนที่น่าเชื่อถือในระดับชาติแล้วนี่ ความสําเร็จ ก็ปาเข้าไปครึ่งหนึ่งแล้วค่ะ บุคคลที่จะมาดํารงตําแหน่งตรงนี้ได้ก็ควรที่จะมาทําประโยชน์ ให้แก่บ้านเมืองเราจริง ๆ ทําให้ประเทศชาติไทยเราได้รับการน่าเชื่อถือ เปึนหน้าเปึนตา ของประเทศ บุคคลที่มาดูแลงานต่างประเทศไม่น่าเชื่อถืออย่างไร ก็หมายถึงภาพลักษณ์ ของประเทศนั้นละค่ะ บรรพบุรุษของกระทรวงการต่างประเทศก็ทําได้ดีเยี่ยมเรื่อยมา หรือว่าจะเปึนอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทางพรรคประชาธิปัตย์เอง หลาย ๆ ท่าน ไม่ว่าจะเปึน ขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ท่านถนัด คอมันต์ หรือ ท่านสุรินทร์ พิศสุวรรณ ท่านทั้งหลายเหล่านี้แหละค่ะก็เคยได้ ทํางานได้ดีเยี่ยมมาตลอด แต่ย้อนกลับมาที่รัฐมนตรีต่างประเทศที่ดิฉันกําลังอภิปรายอยู่ นี่นะคะ น่าเศร้าค่ะท่านประธาน ท่านไม่มีใด ๆ เลยที่จะมีความคล้ายคลึงกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ผ่านมาในอดีต คุณลักษณะของท่านน่ะหรือคะ จริงหรือเปล่าคะที่มีคนเขาบอกว่า ท่านเปึนทูตที่ไหนก็ดีแต่สร้างความแตกแยก ยกตัวอย่าง ที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ในป้พุทธศักราช ๒๕๓๗-๒๕๔๐ จริงหรือเปล่า คะ ที่เขาว่า ท่านมีการทะเลาะอย่างรุนแรงกับดอกเตอร์ดนัย ลิมปดนัย ที่ช่วงนั้นเปึนที่ ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังไม่พอค่ะ ท่านยังเคยทะเลาะกับ อัครราชทูตที่ปรึกษา ซึ่งเปรียบเสมือนผู้อาวุโส อาวุโสกว่าท่าน ท่านวิมล ท่านอาวุโสผู้นี้ ถึงกับต้องอึดอัดกับการกระทําของ ท่านกษิต ภิรมย์ ถึงกับต้องไประบายกับนักเรียนไทย ที่อยู่ต่างประเทศด้วยน้ําตา พฤติกรรม พฤติการณ์เหล่านี้ ขณะรับราชการของท่านท่านได้ สร้างประวัติมากมายในวงการ ถึงกับไปชกกับนักเรียนไทยในต่างแดน นักเรียนไทย ในประเทศรัสเซีย ด้วยความเคารพค่ะท่าน ท่านเปึนถึงเอกอัครราชทูตในตอนนั้นทําไม ท่านถึงต้องลงไปชกกับนักเรียนทุนด้วยคะ นึกถึงวุฒิภาวะความเปึนผู้ใหญ่ที่ท่านมีหน่อย เถอะค่ะ ที่จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ในป้พุทธศักราช ๒๕๔๐ ท่านก็ไปทะเลาะกับทูต ทหารโดยใช้อํานาจทําเรื่องส่งตัวท่านผู้นี้กลับ ทําลายอนาคต ทําลายประวัติข้าราชการ ของท่านผู้นี้ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ์น ป้ ๒๕๔๗ ท่านก็ได้ทะเลาะกับ ทูตแรงงานแล้วก็ส่งทูตแรงงานคนนี้กลับไป ตําแหน่งทูตค่ะท่านประธาน เปึนตัวแทนของ ประเทศ ไปทํางานที่ต่างประเทศ เปึนตัวแทนของประเทศไปทํางานต่างพระเนตร พระกรรณ ได้ยินแล้วดิฉันก็รู้สึกตกใจค่ะ ที่ไปทํางานเปึนทูต หน้าที่ของท่านก็คือเปึนทูต เพื่อคนไทยในต่างแดน กลับไปมีเรื่องกับเด็กนักเรียนไทยเสียเอง ไปมีเรื่องกับข้าราชการ ด้วยกัน หรือแม้กับกระทั่งทูตด้วยกันเอง ท่านประธานคะ คนอย่างนี้ที่ดิฉันถึงไม่สามารถ ไว้วางใจได้ นอกจากนี้ค่ะเมื่อสมัยท่านยังเปึนทูตท่านก็ยังมีพฤติกรรมที่เรียกว่า แสวงหา ผลประโยชน์จากหน้าที่การงานอีก ขอเรียนฝากถามท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ท่านยังจํา นายไพบูลย์ ได้ไหมคะ ขออนุญาตเก็บนามสกุลไว้ค่ะ นายไพบูลย์คนนี้เขาว่า เปึนคนค้าคนขาย ส่งเข้าออกสินค้าระหว่างประเทศ ข่าวว่าช่วงที่ท่านเปึนทูตอยู่มักจะมี การบีบขอเป้ยโนหลายครั้งหลายหนโดยอ้างว่าจะเอาไปให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง มีการขอ ขนส่งโดยใช้ช่องทางการทูตคือไม่ต้องเสียภาษี แต่ปรากฏว่าความจริงเปึนสิ่งไม่ตายค่ะ ท่านประธาน เพราะเมื่อคุณกษิตหรือว่า ท่านกษิต ภิรมย์ ไปออกรายการวาไรตี้ ช่อง ๙ อสมท. ท่านบอกว่า ท่านเปึนคนอ่อนโยน เปึนคนรักการดนตรี เมื่อไปออกรายการ มีคน สังเกตเห็นค่ะท่านประธานว่า เป้ยโนหลังเดียวกันหรือว่าเป้ยโนที่ละม้ายคล้ายคลึงกัน ที่ท่านอ้างว่าจะเอาไปให้ผู้ใหญ่ ปรากฏอยู่ในบ้านท่าน และเมื่อตอนเปึนทูตอยู่ที่ญี่ปุ์นค่ะ ท่านประธาน ก็มีข่าวบอกว่า ท่านได้ไปบีบขอบัตรการบินไทยฟรี ๕๐๐ ใบ ๕๐๐ ใบต่อป้ ด้วยเหตุผลที่บอกว่าจะเอาไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ไม่รู้เอาไปกระตุ้นในทางด้านไหน ญาติ พี่น้องพรรคพวกของท่านเลยได้บินกันไปเที่ยวญี่ปุ์นกันอย่างที่สนุกสนานเลยค่ะ ยังไม่จบ ค่ะท่านประธาน ท่านกษิต ภิรมย์ ท่านยังจําคนที่ชื่อ เป็ปซี่ เป็ปซี่นี่ไม่ใช่หมายถึงเครื่องดื่ม นะคะ เป็ปซี่คนที่จบจากมหาวิทยาลัยลูมุมบา (Lumumba University) เขาว่าคนคนนี้ เปึนพ่อค้าเงินในตลาดมืด เขาว่าเปึนมือแลกเปลี่ยนเงินในตลาดมืด ไม่ทราบว่าท่านมี ส่วนร่วมอะไรตรงนี้ด้วยคะ ท่านอาจจะสงสัยว่าทําไมดิฉันถึงรู้เรื่องบางอย่างที่ท่านไม่ อยากจะให้รู้ได้ ก็ แหม ท่านเล่นไปสร้างศัตรูไว้ทั่วมันก็เปึนธรรมดาอยู่แล้วค่ะที่บุคคล เหล่านี้จะเอาข้อมูลมาให้กับทางพรรคฝ์ายค้านของเรา ก็เอาล่ะคะ ดิฉันคงจะไม่พูด ในเรื่องส่วนตัวมากแล้ว แต่ขออีกนิดหนึ่งนะคะท่านประธาน สิ่งที่ดิฉันรับไม่ได้เปึนที่สุด นั่นก็คือ ท่านกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนนี้ยังมีพฤติกรรมส่อไปในทาง ที่ไม่เคารพต่อศาสนาค่ะ ไม่เชื่อก็ไม่ได้เพราะดิฉันเองก็เปึนพุทธศาสนิกชนโดยดีมาตลอด ที่บอกว่าไม่เชื่อก็ไม่ได้เพราะว่าคนที่บอกกล่าวมานี้คือเปึนพระสงฆ์ค่ะ มีพระเปึน เจ้าอาวาสอยู่ที่พระราม ๙ วัดคลองบางกุ้ง ท่านเปึนเลขาสมเด็จพระสังฆราชที่ครั้งหนึ่ง เคยไปเยี่ยมท่านที่สถานทูต เชื่อไหมคะว่า ท่านนี่ไปเผยแพร่ข้ามน้ํา ข้ามทะเลไปเผยแพร่ ศาสนาให้กับประเทศไทยเรา แต่คําแรกที่ออกมาจากปาก ท่านกษิต ภิรมย์ ในฐานะ เอกอัครราชทูตตอนนั้นคือ หลวงพ่อมาหากินไกลจังเลยนะ นี่หรือคะคําพูดทักทาย ที่ออกมาจากปากท่านทูต ท่านไม่แค่จะไม่ต้อนรับและให้ความสําคัญกับศาสนาพุทธ กับเจ้าอาวาสที่เปึนถึงเลขาสมเด็จพระสังฆราช พระเถรชั้นผู้ใหญ่ ชื่อ กษิต ภิรมย์ พระทั่วประเทศได้ยินก็ขยาดแล้วค่ะ พฤติกรรมจากการประท้วงขึ้นเวทีพันธมิตร ท่านทราบไหมคะการที่ท่านไปสนิทกับนักบวชนอกรีตนี่ ยิ่งสร้างความประหวั่นพรั่นพรึง ให้กับพระสงฆ์องค์เจ้าในสังกัดมหาเถรสมาคมอย่างมากค่ะ ฟังแล้วจะจริงเท็จเช่นไร ท่านอภิสิทธิ์ ท่านต้องไปดูเอาเองนะคะว่าท่านยังอยากจะเก็บหรือว่ารักษาท่านรัฐมนตรี คนนี้ไว้ในตําแหน่งต่อไปหรือไม่ ท่านอาจจะมีความสามารถในด้านอื่น ๆ แต่ท่านรัฐมนตรี ไม่เหมาะสมที่จะดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศค่ะ ท่านไม่ น่าเชื่อถือและไม่เหมาะจะเปึนหน้าเปึนตาให้กับประเทศ พูดง่าย ๆ ก็คือ ท่านไม่มี คุณสมบัติดีพอ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเปึนการกระทําผิดกฎหมาย รัฐบาลวางตัวอย่างนี้ วางคนมีคดีพัวพันทางการเมืองมาเปึนตัวแทนประเทศ ทั้ง ๆ ที่มีคนเหมาะสมอีกตั้ง เยอะแยะ ดิฉันไม่มีอะไรที่จะเรียกรัฐบาลนี้ได้ดีกว่ารัฐบาลที่ต้องมาจากรัฐบาล ต่างตอบแทนหรอกค่ะ สิ่งที่ดิฉันพูดมาคนทั้งประเทศเขาก็ทราบกันหมดอยู่แล้ว ท่านอภิสิทธิ์คะ ท่านควรจะไปพิจารณา ครม. ชุดนี้ของท่านโดยด่วนเลยค่ะ ท่านประธาน คะ ดิฉันพยายามแล้วนะคะไม่ใช่ไม่พยายามที่จะมองหาข้อดีของท่านรัฐมนตรีท่านนี้ แต่มองอย่างไรก็ยังมองไม่เห็นค่ะ ท่านอภิสิทธิ์คะ รัฐบาลของท่านท่านก็ทราบมาอยู่แล้ว ว่าท่านได้มาโดยไม่ชอบธรรม อีกทั้งยังมาตั้ง ท่านกษิต ภิรมย์ เปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศขึ้นมาอีก