สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๒

บัญญัติ บรรทัดฐาน พูดเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันนี้ โดยแสดงความเข้าใจที่ว่าผู้พิพากษาได้ชี้แจงเรื่องนี้แล้ว และมองว่าพูดเพิ่มเติมเพื่อแสดงความรับผิดชอบ โดยกล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวข้องกับการสอบสวนของบริษัทที่มีคนกล่าวหาว่าได้รับเงินบริจาคจากพรรค และไม่ได้ใช้เงินสนับสนุนจาก กกต. ตามที่รายงาน และอภิปรายเรื่องการบริหารภาพลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ โดยกล่าวถึงการประชาสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนและถูกนำไปใช้เพื่อสร้างความสับสน และอ้างว่าไม่มีความเกี่ยวข้องในขณะนั้นระหว่างสุพัชรี ธรรมเพชร และพรรคประชาธิปัตย์

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม บัญญัติ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กระผม เข้าใจดีครับว่าท่านประธานกําลังกังวลเรื่องระยะเวลาของการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันนี้ ซึ่งดูจะยังมีเพื่อนสมาชิกฝ์ายค้านอีกหลายคนยังไม่ได้อภิปรายครับ แต่ว่าโดยเหตุที่ กระผมถูกพาดพิงโดยท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง เมื่อวานนี้พอสมควร ประการ หนึ่งครับ กับประการหนึ่งในฐานะของคนที่ดํารงตําแหน่งหัวหน้าพรรคอยู่ในขณะที่มีการ กล่าวหาว่ามีเรื่องของการกระทําความผิดดังกล่าวนี้เกิดขึ้น แม้ว่าท่านเลขาธิการพรรค ในขณะนั้นดูจะได้ชี้แจงให้เปึนที่เข้าใจได้ดีแล้วตามสมควร รวมทั้งท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ เมื่อสักครู่นี้ด้วยแล้วก็ตามครับ ถ้ากระผมจะไม่ได้มีโอกาสลุกขึ้นมาพูดจาเพิ่มเติมบ้าง ตามสมควร ก็ดูจะกลายเปึนคนที่ขาดความรับผิดชอบไปมากทีเดียว กระผมขอกราบเรียน ให้ท่านประธานได้รับความสบายใจว่า คงสั้น ๆ สัก ๒–๓ ประเด็นเท่านั้นละครับ

ประเด็นแรกก็คือ เรื่องเงินบริจาค ที่อดีตท่านรัฐมนตรี ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ท่านกล่าวถึงเมื่อวานนี้ดูจะยังไม่มาสินะครับ ความจริงก็ชอบพอกันดีอยู่ครับ ท่านประธานครับ ในเวลาที่อยู่ด้วยกัน พรรคเดียวกันก็ทะเลาะกันบ้าง ขัดแย้งกันบ้าง แต่ ว่าเมื่อออกมาแล้วก็ยังรักใคร่ชอบพอกันดีอยู่ พบปะก็พูดคุยกันฉันท์มิตรอยู่ตลอดเวลา กระผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้ว่าตามจริงแล้วต้องถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่เลย นะครับ ในสภานี้ก็พูดกันแล้วด้วยการหยิบยกขึ้นมาพูดโดย คุณสุนัย จุลพงศธร เข้าใจว่า คุณสุนัยคงไม่ถือโอกาสคิดว่าเปึนการพาดพิงอภิปรายต่อ แต่ว่าที่พูดกันมากที่สุดบนเวที ของการชุมนุมของคนกลุ่มใส่เสื้อแดงครับ จําได้ว่าคนพูดพูดชัดพอ ๆ กับรัฐมนตรี ร้อยตํารวจเอก เฉลิม เมื่อวานนี้ ก็คือ คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พูดเรื่องนี้ครับ พูดกันมาก แน่นอนครับท่านประธานครับ ในเวลาที่คนอื่นพูดก็ไม่กระไรนัก แต่ว่าในเวลาที่ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง นํามาพูดต้องยอมรับว่าเพิ่มสีสันขึ้นมามากด้วยการใส่สี ตีไข่ คุณเฉลิมเปึนอดีตพนักงานสอบสวน ท่านประธานก็คงจะทราบดีว่าคนที่เปึน พนักงานสอบสวนนั้นต้องยอมรับความจริงว่าเปึนคนที่ต้องมีจินตนาการ มีความคล่องตัวสูง ในการยึดโยงเรื่องหลายเรื่อง ๆ เข้าหากันเพื่อให้ดูเปึนจริงมากขึ้น ข้ออภิปรายของท่าน สมาชิก ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง เมื่อวานนี้ก็ดูจะเปึนอย่างที่ คุณนิพนธ์ บุญญามณี ท่านพูดถึงเมื่อสักครู่ ก็ฟังดูแล้วเสมือนหนึ่งว่ามีโอกาสเข้าไปล่วงรู้สํานวนการสอบสวน ของเจ้าพนักงานสอบสวนในสํานักงาน ดีเอสไอ เลยทีเดียว แล้วที่ชัด ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน ก็คือว่าดูจะได้รับการพูดจาในทํานองว่า มีการพูดจากับพยานที่เคยไปให้การในสํานวน นั้นมาบ้างแล้ว กระผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องการนําเอาถ้อยคํา ของพยานเพียงปากเดียวสองปากมาทึกทักเอาว่าเปึนเรื่องจริง ก็เคยปรากฏข้อเท็จจริงมา ตั้งเยอะแล้วว่าท้ายสุดก็มักจะกลับกลายเปึนอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก แต่ว่าเรื่องอย่างนี้ แน่นอนครับท่านประธานครับ สําหรับประชาชนคนฟังโดยทั่ว ๆ ไป ซึ่งไม่ค่อยมี ประสบการณ์ในเรื่องเกี่ยวข้องกับคดีแล้ว ฟังแล้วต้องน่าตกใจ ยิ่งเปึนคําอภิปรายของท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ด้วยแล้วฟังแล้วต้องยอมรับว่าน่าตกใจจริง ๆ ครับ วันนี้ กระผมจึงต้องมีหน้าที่มากราบเรียนท่านประธานให้ได้รับทราบว่า จริง ๆ แล้วการ สอบสวนเรื่องนี้ที่กําลังกระทํากันอยู่ในสํานักงานที่เรียกว่า ดีเอสไอ นั้นพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงครับ ประเด็นโดยตรงนั้นเกี่ยวข้องกับบริษัทจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์บริษัทหนึ่ง ซึ่งก็ทราบ ๆ กันอยู่แล้ว มีคนกล่าวหาก็ต้องมีคนสอบสวน แล้วก็ บังเอิญการสอบสวนก็มีการพาดพิงมาถึงคนบางคน หรือบางกลุ่มในพรรคประชาธิปัตย์ ช่วงนั้น ซึ่งความจริงอาจจะเปึนเรื่องอีกเรื่องหนึ่งต่างหากก็ได้ ก็มีคนพยายามนําเรื่องนี้มา ยึดโยงกับพรรคประชาธิปัตย์เพื่อแสดงให้เห็นทีเดียวว่า พรรคประชาธิปัตย์ทําผิดแล้ว รับเงินบริจาคแล้ว แล้วไม่รายงานกรรมการการเลือกตั้งแต่อย่างหนึ่งประการใดทั้งสิ้น ท่านประธานครับ การจะตั้งข้อหาให้กับใครต่อใครนั้นไม่ยากนะครับ ถ้าใจกล้าถึงขนาด จะตั้งข้อหาโดยไม่ได้คํานึงถึงว่า เมื่อวันหนึ่งคดีสิ้นสุดลง คดีสรุปแล้วกลับเปึนอีกเรื่องหนึ่ง หรือตัวเองจะหน้าแตกประการใดทั้งสิ้น ท่านประธานอาจจะมีประสบการณ์ในเรื่อง เกี่ยวข้องคดีกันอยู่บ้าง ก็มีอยู่บ่อยครับ อย่าว่าแต่อยู่ในชั้นที่พนักงานสอบสวนยังไม่ได้ สรุปสํานวนเลย บางครั้งสรุปสํานวนแล้วส่งอัยการ อัยการอาจเห็นต่าง อัยการเห็นตรง ส่งศาล ศาลก็กลับเห็นเปึนอีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่าแน่นอนครับ ผมคิดว่ากว่าจะถึงขั้นนั้น กว่าจะถึงวันเวลาสิ้นสุดของกระบวนการสอบสวนของกระบวนการยุติธรรม คนที่ใจกล้า กล้าพูด กล้าแต่งเรื่อง ก็สามารถจะนําเรื่องเหล่านี้ไปขยับขยายให้คนฟังสําคัญผิดกันได้ บ่อยอยู่เสมอ นี่เปึนประเด็นแรกที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานในช่วงเวลาสั้น ๆ

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธานครับ ก็คือประเด็นที่ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ท่านเรียกว่า บังหลวง ท่านบอกว่า พรรคประชาธิปัตย์รับเงินอุดหนุน จากคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้วเอาไปใช้จ่ายเพื่อการอย่างอื่น ไม่ได้นําไปใช้จ่าย ตามรายงานผลการดําเนินงานที่รายงานไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง แล้วก็นําเอา ประเด็นนี้ครับมาทึกทักยกความผิดให้กับท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่ลงลายมือชื่อใน งบดุล เพราะท่านเปึนหัวหน้าพรรคต่อจากกระผม หลังจากที่กระผมได้ลาออกไปแล้ว ท่านประธานคงทราบดีว่า ในเวลาที่พรรคการเมืองรับเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนา พรรคการเมืองในคณะกรรมการการเลือกตั้ง รับมาแล้วต้องทําแผนการใช้จ่าย ทําแผน เสร็จแล้วต้องส่งไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อให้ความเห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง พรรคประชาธิปัตย์ก็ทําอย่างนั้นแหละครับ ความจริงเงินอุดหนุนที่ได้รับมาจากกองทุน พัฒนาพรรคการเมือง ในป้นั้นถ้ากระผมจําได้ไม่ใช่ ๒๙ ล้านบาทเท่านั้นครับ กว่า ๖๐ ล้านบาท ทําแผนส่งไปขอรับการพิจารณาให้ความเห็นชอบจาก ก.ก.ต. เรียบร้อย พอมาถึงตอนปลาย ๆ ป้ใกล้เลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งหลาย ๆ ที่หลายแห่ง เรียกร้องต้องการ ฟ่วเจอร์บอร์ด ขนาดเล็ก ๆ ที่พูดถึงนโยบายสําคัญ ๆ ของพรรค อย่างที่ ท่านเลขาธิการพรรคท่านได้กรุณานํามาแสดงเมื่อสักครู่ พรรคประชาธิปัตย์มีความรู้สึกว่า มันใกล้เลือกตั้งเข้าไปแล้ว เงินก็มีจํานวนจํากัดตามสมควร ลดปัายใหญ่ลงมาทําเปึน ปัายเล็ก แต่ว่าในขณะเดียวกันก็ได้ทําเรื่องขออนุมัติเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้งอย่างถูกต้องตามขั้นตอนทุกอย่างทุกประการ แล้วเมื่อ คณะกรรมการการเลือกตั้งอนุมัติให้มีการเปลี่ยนแปลงได้ การดําเนินการที่ตั้งหลักรอวัน เวลาอยู่แล้วก็ดําเนินการต่อไป กระผมนําเรื่องนี้มาบอกเล่าให้ท่านประธานได้รับทราบ ก็คือว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์มีความมุ่งหมายที่จะนําเอาเงินของ ก.ก.ต. ที่ได้สนับสนุนมา ไปใช้เพื่อการอย่างอื่นแล้ว เราต้องมาเสียเวลาเพื่อทําเรื่องขออนุมัติการเปลี่ยนแปลงไปยัง ก.ก.ต. ทําไมล่ะครับ เพราะว่าเพียงลําพังแผนงานที่มีอยู่เดิมเราก็ได้รับอนุมัติให้ความ เห็นชอบจาก ก.ก.ต. ด้วยแล้ว ก็เพียงพอแก่การที่จะนําเงินเหล่านั้นไปใช้ได้กันอยู่แล้ว ท่านประธานครับ พรรคประชาธิปัตย์นั้นค่อนข้างจะมีความจํากัดครัดเคร่งในเรื่องการ ปฏิบัติตามกฎหมาย ตามกฎระเบียบของ ก.ก.ต. อย่างเคร่งครัด ความจริงเรื่องอย่างนี้ ผมเข้าใจว่า ในเวลาที่ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง เปึน ส.ส. ในสังกัดพรรค ประชาธิปัตย์ และอยู่ร่วมทํางานกับเราท่านก็คงตระหนักดีแล้ว แต่วันนี้ท่านคงลืมไปเสีย แล้ว เพราะฉะนั้นที่มีการกล่าวหาในทํานองว่า เอาเงิน ก.ก.ต. มาแล้วไม่ใช้ ไปใช้เพื่อการ อย่างอื่น ผมยืนยันให้ท่านประธานได้รับความสบายใจตรงนี้ได้เลยว่าไม่เปึนมูลความจริง แต่ประการใดทั้งสิ้นครับ

ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ ผมขอยืนยันกับท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง เหมือนกับที่เคยพูดให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์หรือให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไปหลายต่อ หลายครั้ง ว่าเรื่องนี้ประเด็นนี้ที่มันวุ่นวายที่มันสับสนกันมาก ๆ เพราะว่าทุกครั้งที่มีการพูด ถึงเรื่องนี้ ก็มักจะมีการนําเอาเรื่อง ๒ เรื่องมาปะปนกัน เรื่องหนึ่งก็คือเรื่องที่บริษัท จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ไปจ้าง บริษัท เมซไซอะ ไปดําเนินการทําการ ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของบริษัทเขา แล้วก็เอาอีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องที่พรรค ประชาธิปัตย์ว่าจ้างบริษัท เมซไซอะ ไปทําปัายโฆษณาทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เอามาปนกันมันก็ดูยุ่งเหยิงกันไปหมด แล้วก็เช่นเดียวกันครับ ทุกครั้งเวลามีการพูดถึง เรื่องนี้ก็จะนําข้อเท็จจริงอีกหลายเรื่องมาเสริมเข้าด้วยกันเพื่อปรุงแต่งให้เข้าใจว่า นี่เปึน กระบวนที่ไม่ชอบมาพากลอย่างแน่นอน

เรื่องของ คุณสุพัชรี ธรรมเพชร นั้น เมื่อวานนี้ก็พูดถึงกันอีกครับ ผมถือ โอกาสพูดตรงนี้ เพราะว่าไม่อยากให้เธอต้องเสียเวลาลุกขึ้นมาชี้แจงด้วยตัวเอง เพราะจะ ทําให้เวลาของสภาเสียไปมากขึ้น ท่านประธานก็กังวลกันอยู่ คุณสุพัชรี ธรรมเพชร นั้น เปึนบุตรสาวของ ส.ส. สุพัฒน์ ธรรมเพชร ของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อป้ ๒๕๔๓-๒๕๔๔ ในเวลาที่เขามีการตั้งบริษัท เมซไซอะ เกิดขึ้น ซึ่งวันนั้นก็มีคุณสุพัฒน์ร่วมด้วย ก็ด้วย ความรักลูกฉันท์พ่อลูกโดยทั่ว ๆ ไปครับ ก็ดึงเอาลูกสาวของตัวเองเข้าไปเปึนผู้เริ่มก่อการ ตั้งบริษัทด้วยแล้วก็ซื้อหุ้นให้จํานวนหนึ่ง หลังจากนั้นเห็นว่าไม่ถึง ๖ เดือนครับ คุณสุพัชรี กลับมาทราบเรื่อง ก็ด้วยความที่เธอไม่ค่อยมีความถนัดในเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว เธอก็บอก คุณพ่อเธอว่า เธอคงไม่รับแล้วก็ขอลาออกพร้อมกับขายหุ้น เรื่องนี้มันจบไปแล้วตั้ง ป้ ๒๕๔๔ ครับ แล้วถ้าเรื่องความสับสนวุ่นวายระหว่างบริษัท เมซไซอะ กับพรรค ประชาธิปัตย์ ที่กล่าวถึงกันอยู่วันนี้เกิดขึ้นเมื่อป้ ๒๕๔๗ ตอนปลายป้ ต้นป้ ๒๕๔๘ ก็แสดงว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ คุณสุพัชรี ธรรมเพชร ท่านลาออกไปแล้ว เปึนเวลาถึง ๔ ป้เต็ม ๆ แต่ว่าแน่นอนครับ เวลาพูดถึงเพื่อให้คนเชื่อมากขึ้นว่าพรรค ประชาธิปัตย์ทุจริต มีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น ก็นําเอาเรื่องนี้มาโยงใยทุกครั้ง เช่นเดียวกับเรื่องของคนหลาย ๆ คนครับ ไม่ว่าจะเปึนคนที่ท่าน ส.ส. ประพร เอกอุรุ ท่านได้ลุกขึ้นมาชี้แจงเมื่อวานนี้ หรือแม้กระทั่งเรื่องที่ คุณนิพนธ์ บุญญามณี ท่านได้ลุก ขึ้นมาชี้แจงเมื่อสักครู่นี้ ทั้ง ๆ ที่เปึนเรื่องการโอนเงิน การดําเนินธุรกิจอย่างอื่นเปึนธุรกิจ ตามปกติของบริษัทธุรกิจเอกชนที่เขากระทํากัน แต่ถ้าโยงเรื่องนี้เข้ามาเกี่ยวข้องกับพรรค ประชาธิปัตย์ได้เพราะเปึนคนที่ใกล้ชิดกันอยู่แล้ว แม้กระทั่งเรื่องหลายเรื่องครับที่ท่าน เลขาธิการประดิษฐ์ท่านพูดถึงเมื่อสักครู่ ท่านลากเข้ามาโยงกันได้เมื่อไรก็ทําให้แลดูมีสีสัน และน่าเชื่อถือมากขึ้น พรรคประชาธิปัตย์ก็เสียหายมากขึ้น ผมยืนยันให้ท่านประธานได้รับ ความสบายใจตรงนี้ว่า เรื่องทั้งหมดไม่เปึนความจริงครับ เพราะฉะนั้นที่นําเรื่องนี้มา กล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีของกระผม ในฐานะที่เปึนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนต่อมา ซึ่งว่าตามจริงก็ไม่น่าจะเปึนเรื่องที่นํามาใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งควรจะ เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินในช่วงเวลาที่รัฐบาลบริหารอยู่แล้ว เรื่องนี้ท่านหัวหน้าพรรคคือท่านนายกรัฐมนตรีคนต่อมา หัวหน้าพรรคคนต่อมาก็ไม่ได้ เกี่ยวข้องประการใดทั้งสิ้น เพราะในเวลาที่ผมเปึนหัวหน้าพรรคนั้น ผมจําได้แน่นอนว่า กิจการอย่างนี้ผมไม่เคยมอบให้ท่านรองหัวหน้าพรรคคือท่านอภิสิทธิ์ต้องเข้ามารับผิดชอบ ดูแลในการทําแผนการใช้จ่ายในเรื่องการทําการประชาสัมพันธ์หรือการอนุมัติการใช้จ่าย งบเงินเหล่านี้แต่อย่างใดประการทั้งสิ้น ก็เรียนให้ท่านประธานได้รับความสบายใจครับ เรียนให้ใครต่อใครหลายคนที่ยังสับสนอยู่จะได้หายความสับสน แล้วที่สําคัญที่สุดก็คือว่า ประชาชนที่ติดตามฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเมื่อวานนี้จะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร ที่ถูกต้องตามความเปึนจริง เราก็จะได้เข้าใจความเปึนจริงที่เกิดขึ้น ขอขอบพระคุณ ท่านประธานเท่านี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ