สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๒

นิคม เชาว์กิตติโสภณ หารือเรื่องการไม่มีประสิทธิภาพในการทำงานของนายกรัฐมนตรีในการกำกับดูแลงานของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะเรื่องนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ซึ่งอาจมีการป้องกันทุจริตในกระบวนการจัดซื้อหนังสือเรียน นอกจากนี้ยังระบุว่ากระทรวงมีการใช้หนังสือองค์การค้าคุรุสภาเป็นตัวเลขในการคิดคํานวณค่าใช้จ่ายรายหัวต่อคนต่อปี ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดพลาด

นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ แบบสัดส่วน

แล้วจะส่งต้นฉบับให้กับ ท่านประธานหลังจากอภิปรายเสร็จครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ สิ่งที่ผมจะ อภิปรายต่อไปนี้นะครับ เปึนเรื่องที่เกี่ยวกับการไม่มีประสิทธิภาพในการทํางานของ ท่านนายกรัฐมนตรีในการกํากับดูแลงานของกระทรวงศึกษาธิการให้เปึนไปตามนโยบาย ของรัฐบาล ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเปึนหัวหน้าคณะรัฐบาล และอีกฐานะหนึ่งในฐานะ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเรื่องที่จะอภิปรายต่อไปนี้เปึน นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ด้วยในการใช้หาเสียงกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งผมเห็นว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรง แล้วก็อยู่ ในความรับผิดชอบของท่าน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมในฐานะที่เปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ์ายค้านนะครับ วันนี้ได้มีโอกาสทําหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล และก็ได้มีโอกาสกล่าวหาด้วยครับว่า รัฐบาลทําหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินโดยขาด ประสิทธิภาพจนไม่อาจไว้วางใจให้ทํางานต่อไปได้ ซึ่งผมจะได้กราบเรียนรายละเอียด ดังต่อไปนี้นะครับ

รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อกระทรวงการต่างประเทศก็แล้วกันนะครับ เหตุที่ต้องบอกว่าต่อกระทรวงการต่างประเทศ เพราะว่าผมอาจจะมีความคิดเห็น ไม่ตรงกับท่านนายกรัฐมนตรี เพราะผมเห็นว่าคําว่า รัฐสภา หมายถึงที่ตั้งของ สภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภา ไม่ได้หมายถึงที่ประชุม เพราะฉะนั้นอาจจะมีความคิดเห็น แตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตามครับนโยบายที่ท่านแถลงเอาไว้นั้น ข้อ ๘.๑.๖ นะครับ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงว่าจะสร้างมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล ให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ พร้อมทั้งพัฒนาความโปร่งใส ในการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้เปึนที่เชื่อถือไว้วางใจของประชาชน รวมถึงการปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการนะครับ และนโยบายที่สําคัญอีกข้อหนึ่ง ข้อ ๓.๑.๔ ในเรื่องนโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงถึงนโยบายการเรียนฟรี ๑๕ ป้ เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสรับ การศึกษาฟรี ๑๕ ป้ ตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย พร้อมทั้ง เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้เกิดความเสมอภาคและเปึนธรรมในโอกาสทาง การศึกษาแก่ประชาชนทุกกลุ่ม เอาละครับ ทั้ง ๒ เรื่องนี้นะครับ ความจริงก็มีกระแสข่าว ว่ารัฐบาลเพิ่งทํางานมา ๓ เดือน ทําไมต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตอนแรกผมก็มี ความคิดเห็นเช่นนั้นนะครับ แต่หลังจากที่ไปทราบข้อมูลมาบางอย่าง ผมเห็นว่าเวลา ๓ เดือนที่ผ่านมานั้นก็มากพอที่จะอภิปรายแล้ว เพราะว่าเกิดความไม่ชอบมาพากลขึ้นมา ในกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับเงิน ๑๘,๐๐๐ ล้านบาทที่รัฐบาลจัดสรร ลงไปในงบประมาณเพิ่มเติมกลางป้ให้กับกระทรวงศึกษาธิการตามโครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้ อย่างมีคุณภาพของรัฐบาล ซึ่งเงิน ๑๘,๐๐๐ ล้านบาทดังกล่าวได้แยกออกเปึน ค่าซื้อหนังสือเรียน ๖,๐๐๐ ล้านบาท ค่าชุดนักเรียน ๔,๐๐๐ ล้านบาท ค่าอุปกรณ์การเรียน ๔,๐๐๐ ล้านบาท ค่ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอีก ๔,๐๐๐ ล้านบาท และที่สําคัญครับ มีการแถลงออกมาจากกระทรวงศึกษาธิการอีกว่าในป้ต่อ ๆ ไปรัฐบาลจะจัดเงิน อีกหลายหมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้ต่อเนื่องไปอีก ท่านประธานครับ ผมรู้สึกเปึนห่วงถึงความไม่ชอบมาพากลในกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ เรื่องหนังสือเรียน ๖,๐๐๐ ล้านบาท จากข้อมูลนะครับ ท่านประธานครับ ที่ผมได้ลงไป พบปะกับร้านค้าที่จําหน่ายหนังสือ เรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรีจะทราบข้อมูลลึกขนาดนั้น หรือไม่ ผมไม่ทราบนะครับ แต่เปึนเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรีหรือไม่ก็ผู้บริหารระดับสูงใน กระทรวงศึกษาธิการไม่ว่าจะเปึนภาคการเมือง หรือฝ์ายประจําก็ตามน่าจะต้องทราบดี ถึงกระบวนการค้าหนังสือเรียนของประเทศไทย ซึ่งเปึนที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การจําหน่ายหนังสือแบบเรียนให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ในประเทศสามารถจะแยกออกได้ เปึน ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ

กลุ่มแรก คือ กลุ่มขององค์การค้าที่จัดพิมพ์หนังสือให้กับกรมวิชาการ แล้วก็ สสวท. (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) ซึ่งหนังสือดังกล่าว นะครับ มีคณะผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการในระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้องกับ องค์การค้าคุรุสภาอยู่แล้วนะครับ

กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มสํานักพิมพ์หนังสือ ซึ่งเปึนสํานักพิมพ์เอกชนมีอยู่หลาย สํานักพิมพ์ ที่มีบทบาทสําคัญสํานักพิมพ์ใหญ่ ๆ ประมาณ ๔–๕ สํานักพิมพ์ จะเปึน ผู้ครองตลาดการจําหน่ายแบบเรียนหรือหนังสือเรียนให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในเรื่องดังกล่าวตามโครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมีคุณภาพของรัฐบาล ผมได้มีโอกาส ไปพบร้านแล้วก็ได้รับเอกสารต่าง ๆ นะครับ ที่เขาจัดแจกให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ในการที่จะ ไปคัดเลือกหนังสือเรียน ท่านประธานครับ การจําหน่ายหนังสือเรียนของประเทศไทย ดูแล้วเหมือนหนึ่งว่ามีเสรีภาพหรือว่ามีการจําหน่ายแบบเสรี แต่จริง ๆ แล้วนะครับ ในการจําหน่ายหนังสือเรียนตามโครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้ดังกล่าวนี้ มีสํานักพิมพ์เอกชน เพียง ๔-๕ สํานักพิมพ์เท่านั้นครับที่มีโอกาสได้รับเลือกจากร้านจําหน่ายหนังสือ ทั่วประเทศ เพื่อนําไปเสนอให้กับโรงเรียน ให้ทางโรงเรียนมีการเลือกเข้าไปเปึนหนังสือ เรียนในโครงการนี้ เรื่องทั้งหมดนะครับดูเหมือนหนึ่งว่าทางผู้บริหารหรือทางรัฐบาลได้ มีการปัองกันการทุจริตที่อาจเกิดขึ้น โดยทางกระทรวงศึกษาธิการได้ให้กับองค์การค้า คุรุสภานําหนังสือเรียนองค์การค้ามาเปึนต้นแบบในการคิดคํานวณค่าใช้จ่ายรายหัวต่อคน ต่อป้ ซึ่งเท่าที่ผมทราบมานะครับ ใช้หนังสือขององค์การค้าคุรุสภาเปึนหลักในการคิด คํานวณ จนทางกระทรวงศึกษาธิการได้มีการประกาศค่าใช้จ่ายสําหรับหนังสือเรียน ออกมานะครับ โดยกําหนดเปึนรายคนต่อป้ เริ่มตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษาจนไปถึง ระดับมัธยมศึกษาป้ที่ ๖ นะครับ ซึ่งตัวเลขเปึนตัวเลขที่เมื่อดูแล้วก็จะรู้สึกว่ามีการคิด คํานวณออกมาจากราคาปกหนังสือ เพราะว่าตัวเลขที่ปรากฏออกมาต่อคนต่อป้นี้ อย่างเช่น ระดับก่อนประถมศึกษาเปึนเงิน ๒๐๐ บาทต่อคนต่อป้ ชั้นประถมศึกษาป้ที่ ๑ ๔๘๓ บาท ๒๐ สตางค์นะครับ ประถมศึกษาป้ที่ ๒ ๓๔๗ บาท ๒๐ สตางค์ ประถมศึกษา ป้ที่ ๓ ๓๖๕ บาท ๖๐ สตางค์นะครับ ท่านประธานจะเห็นนะครับว่า มันมีตัวเลข เศษสตางค์ด้วย แสดงว่ามีการคิดคํานวณมา ถ้าผมได้ข้อมูลมาไม่ผิดเปึนการคิดคํานวณ มาจากหนังสือขององค์การค้าทั้ง ๘ กลุ่มสาระมาเปึนหลัก แล้วมีการลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ นะครับ คือรัฐบาลจะจ่ายเงินในสูตรนี้เพียงร้อยละ ๘๐ ของราคาหนังสือเรียนตาม ปกหนังสือเรียน ซึ่งดูเหมือนว่ารัฐบาลได้ระมัดระวัง แล้วก็หาทางลดเปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เอาไว้แล้วนะครับ ซึ่งเรื่องนี้เมื่อปรากฏออกไปยังสาธารณชน พี่น้องประชาชน ทั่วๆ ไปก็จะเข้าใจว่า รัฐบาลได้มีการปัองกันการทุจริตจากส่วนลดของค่าหนังสือเรียน เอาไว้แล้วนะครับ โดยรัฐบาลจะจ่ายเงินเพียงแค่ร้อยละ ๘๐ เท่ากับว่ามีส่วนลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ในตัว แต่นั่นเปึนเรื่องของการจัดการเฉพาะขององค์การค้าคุรุสภา หนังสือองค์การค้าคุรุสภาเท่านั้น ในส่วนของหนังสือของสํานักพิมพ์เอกชนต่าง ๆ ไม่ว่า จะเปึนของสํานักพิมพ์อักษรเจริญทัศน์ ซึ่งเปึนสํานักพิมพ์ขนาดใหญ่ ขอประทานโทษ ที่ต้องเอ่ยนามถึงนะครับ เพราะเปึนสํานักพิมพ์ สํานักพิมพ์วัฒนาพานิช หรือสํานักพิมพ์ ไทยวัฒนาพานิช สํานักพิมพ์พัฒนาวิชาการนะครับ สํานักพิมพ์ที่เอ่ยนามถึงนี้เปึน สํานักพิมพ์ขนาดใหญ่ แล้วก็เปึนสํานักพิมพ์ที่มีหนังสือแบบเรียน มีการอนุญาตจาก กระทรวงมากที่สุด แล้วก็เปึนตําราเรียนที่มีราคาไม่แพงนะครับ สํานักพิมพ์เหล่านี้ครับจะเปึนสํานักพิมพ์ ที่มีโอกาสได้รับการเลือกจากคณะกรรมการของโรงเรียนในการพิจารณาเลือกแบบเรียน ให้แก่โรงเรียนนะครับ เมื่อสํานักพิมพ์เหล่านี้เปึนสํานักพิมพ์ขนาดใหญ่และมีโอกาส มันเกิด ปัญหาที่จะเกิดการทุจริตขึ้นได้โดยง่าย ผมเห็นว่านโยบายเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมีคุณภาพ ของรัฐบาลเปึนนโยบายที่เป่ดช่องให้มีการทุจริตในเรื่องของส่วนลดของราคาหนังสือหรือ แบบเรียนของสํานักพิมพ์เอกชน ซึ่งเปึนที่รู้ทั่วกันอยู่แล้วนะครับว่า สํานักพิมพ์เอกชน เหล่านี้โดยปกติมีส่วนลดจากราคาปกหนังสือเรียนประมาณร้อยละ ๔๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ ต่างจากองค์การค้าคุรุสภาครับ ซึ่งหนังสือเรียนขององค์การค้าคุรุสภาจะมีส่วนลดอยู่ ประมาณร้อยละ ๒๕ เท่านั้น นอกจากนั้นนะครับ ที่กระทรวงมาใช้หนังสือองค์การค้าคุรุสภา มาคิดคํานวณทั้ง ๘ กลุ่มสาระวิชานั้นเปึนการผิดพลาด เพราะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ในการ ท่านประธานครับผมยังพูดไป กําลังจะเข้าไปถึงจุดสําคัญ