อรรถพร พลบุตร หารือเรื่องการปฏิรูปที่ดิน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกระจายการถือครองที่ดินให้ทุกคนมีที่เท่ากัน และวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกลไกราชการและความขาดแคลนของสิทธิของประชาชนในการเข้าไปตรวจสอบ และเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบผู้ที่ถือครองเอกสารสิทธิ์ส.ป.ก. 4-01 และให้สิทธิของประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ และเร่งรัดผลักดันการตั้งธนาคารที่ดินเพื่อให้ประชาชนมีสิทธิ์ในการถือครองและใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในเบื้องแรกผมขอแสดงความชื่นชม คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินทํากินและการออกเอกสารสิทธิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานศุภชัย โพธิ์สุ ท่านรองประธาน รวมทั้งประธาน คณะอนุกรรมาธิการอีก ๕ ท่าน ซึ่งผมอยากจะเอ่ยนามไว้เพื่อเปึนที่ประจักษ์ ท่านนคร มาฉิม ท่านไพจิต ศรีวรขาน ท่านอํานวย คลังผา ท่านชลน่าน ศรีแก้ว และท่านฮอชาลี ม่าเหร็ม ผมเห็นข้อเท็จจริงจํานวนมากมายปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ซึ่งมีความละเอียด มีความรอบด้าน มีความครบทุกมิติและทั้งหมดเปึนข้อเท็จจริง เมื่อทั้งหมดเปึนข้อเท็จจริง เราก็เห็นความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชนซึ่งไร้แผ่นดินปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ผมขอชื่นชมและขอเปึนกําลังใจ งานที่ท่านทําอยู่เปึนงานที่เหนื่อยเปึนงานในเชิงอุดมคติ ซึ่งดูเหมือนว่าจะจับต้องไม่ได้และยากที่จะก้าวไปสู่ความสําเร็จ นั่นก็คือการทําให้คน ทุกคนบนแผ่นดินนี้มีสิทธิมีส่วนถือครองที่ดินและสามารถผลิตประโยชน์บนแผ่นดิน ตรงนั้นเพื่อให้เขาได้ดํารงลมหายใจได้อย่างดี ได้อย่างยั่งยืน ดูเหมือนง่ายแต่เปึนเรื่องยาก หลายประเทศรบราฆ่าฟันกันเปึนล้านชีวิตนะครับ เพียงเพื่อให้เปัาหมายนี้ปรากฏเปึนจริง ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะทําให้เกิดพลังขับเคลื่อนในการต่อสู้มากไปกว่าเรื่องความหิวและ เรื่องผืนแผ่นดินซึ่งตัวเองอยากเปึนเจ้าของ ประเทศไทยก็เช่นเดียวกันครับ เราต่อสู้เรื่องนี้ มาถ้าผมจําตัวเลขไม่ผิดตั้งแต่ประกาศโฉนดที่ดิน ร.ศ. ๑๒๐ นะครับ ๑๐๘ ป้ที่ผ่านมา แต่วันนี้เราก็ยังแก้ปัญหานี้ไม่ได้ เพราะอะไร เพราะคนซึ่งมีที่ดินมาก มีปัจจัยการผลิตมาก เขาก็มีเงินมาก เมื่อเขามีเงินมากเขาก็มีอํานาจมาก ไม่ว่าจะเปึนอํานาจการเมือง หรืออํานาจรัฐในทุกมิติเขาเปึนคนคนเดียวกันทั้งสิ้น แล้วประชาชนคนมือเปล่าจะเอาอะไร ไปต่อสู้ บทสรุปที่ชัดเจนที่สุดที่ชี้ถึง ๑๐๘ ป้แห่งความล้มเหลวก็คือตัวเลขที่บอกว่า ผืนแผ่นดินในประเทศนี้ ๓๒๑ ล้านไร่ มีคนร้อยละ ๑๐ เท่านั้นละครับที่ถือครองที่ดิน เกินกว่า ๑๐๐ ไร่ แต่คนอีกร้อยละ ๙๐ มีที่ดินไม่เกิน ๑ ไร่ หรือไม่มีที่ดินเปึนของตนเอง ชีวิตนี้ไม่มีสิทธิที่จะพูดประโยคว่า แผ่นดินของเรา ไม่มีที่ดินเปึนของตนเอง มองให้แคบ เข้าในภาคเกษตรกรรมซึ่งมีอยู่ประมาณ ๒ ล้านครอบครัว ๘ แสนครอบครัวไม่มีที่ทํากิน เปึนของตนเองและอีก ๑ ล้านครอบครัวมีที่ทํากินแต่ก็ไม่เพียงพอที่จะดํารงชีวิตอยู่ได้ อย่างยั่งยืน นั่นเปึนเรื่องที่เจ็บปวดแต่ก็เปึนงานยากที่เราต้องเดินหน้าต่อไป ตัวอย่าง ที่น่าสนใจอันหนึ่งก็คือ การปฏิรูปที่ดิน การปฏิรูปที่ดินเปึนเปัาหมายในเชิงอุดมคติ เปึนเรื่องที่ขบคิดกันมาเนิ่นนานเปึนร้อยป้ ประเทศไทยตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ ท่านปรีดี พนมยงค์ ก็คิดเรื่องนี้ที่เรียกว่า เค้าโครงเศรษฐกิจ และผมก็เชื่อว่า เพราะแนวคิดที่จะกระจายการถือครองที่ดินให้ทุกคนมีที่เท่ากันนั่นแหละที่ทําให้ท่านปรีดี พนมยงค์ ต้องไปตายอย่างไร้คนรอบข้างอยู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เปึนอนุสาวรีย์ ที่ไม่มีลมหายใจอยู่ตรงนั้น วันนี้ตัวเลขล่าสุดครับ นับตั้งแต่เรามีพระราชบัญญัติปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตั้งแต่ วันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๑๘ ตัวเลขเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๒ เรามีการปฏิรูปที่ดินไปแล้ว แก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนที่เข้าไปยึดครองหรือใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ซึ่งเปึนของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตป์าสงวนเสื่อมโทรม ๑,๘๕๓,๐๐๐ ราย เนื้อที่ประมาณ ๒๙ ล้านไร่ ไม่เลวหรอกครับ แต่ถ้าเราเจาะลึกลงไปในรายละเอียดต้องยอมรับว่าด้วยกลไก ภาคราชการซึ่งมีความฉ้อฉลปะปนอยู่เปึนอันมาก ประชาชนยังขาดสิทธิขาดส่วน ในการเข้าไปตรวจสอบ ทําให้วันนี้ถ้าลงไปดูในรายละเอียดเราต้องยอมรับว่าได้มีคนมีเงิน ซึ่งไม่มีคุณสมบัติเพียงพอตรงนั้นก็ใช้คนซึ่งเปึนตัวแทน เปึนร่างทรงเข้าไปถือครองที่ดิน อยู่ไม่น้อยครับ บางครั้งเกิดกรณีการปลอมเอกสารสิทธิไปหลอกขายอย่างที่วังน้ําเขียว โคราช เปึนข่าวมาเมื่อไม่นานมานี้ กลไกราชการซึ่งมีจุดบกพร่อง อาจจะด้วย ความขาดแคลนงบประมาณหรือเจตนาที่ไม่สุจริต ในที่สุดชาวบ้านก็กลายเปึนเหยื่อ และรัฐบาลก็กลายเปึนเหยื่อในลําดับถัดไป การให้เอกสารสิทธิเพื่อให้เขาเกิดความรู้สึกว่า นี่คือแผ่นดินของเราที่จะเกิดกําลังใจในการพลิกฟุ๋นผืนแผ่นดิน ในที่สุดการให้เอกสารสิทธิ กลายเปึนแรงจูงใจให้ขายที่ดินเพื่อไปดํารงชีวิตอยู่นอกภาคเกษตรกรรม การปฏิรูปที่ดิน จึงห่างไกลเปัาหมายที่เปึนความสําเร็จเปึนอันมาก มันมีภาพเล็ก ๆ บางภาพซึ่งซ้อนอยู่ ในภาพใหญ่ แต่มีความเจ็บปวดขมขื่นไม่แตกต่างกัน ที่แนวชายเขาทางฝัืงตะวันตก ไม่ว่าจะเปึนจังหวัดเพชรบุรี หรือจังหวัดราชบุรี มีพี่น้องชนกลุ่มน้อย พี่น้องกะเหรี่ยง พี่น้องกะหร่าง ซึ่งก็ถือสัญชาติไทยทั้งสิ้น เขาอยู่ในป์าตรงนั้นมาเปึนเวลานานจนประมาณ ไม่ได้ ตั้งแต่บรรพบุรุษของบรรพบุรุษนะครับ วันหนึ่งก็มีพระราชบัญญัติป์าสงวนแห่งชาติ วันหนึ่งก็มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติปรากฏขึ้น ในที่สุดพี่น้องประชาชนซึ่งอยู่ในป์า และดํารงชีวิตเปึนหนึ่งเปึนเนื้อเดียวกันกับป์าไม้ ปลูกไร่เลื่อนลอยอยู่กับป์า ทํามาหากิน อยู่ตรงนั้นแล้วก็รักษาป์าไปด้วย เพราะถ้าไม่มีป์าชีวิตของเขาก็ดํารงอยู่ไม่ได้ วันหนึ่ง ก็กลายเปึนคนที่บุกรุกป์า ถูกจับกุมคุมขัง ติดคุก ติดตะราง ถูกปรับเปึนเงินหลักพัน หลักหมื่น ผมเองในฐานะคนที่อยู่ในพื้นที่ก็ไปประกันตัวคนเหล่านี้อยู่บ่อยครั้ง พอเจอหน้า เขาก็พูดอยู่ตลอดเวลา เขาไม่เข้าใจว่าเขาบุกป์าตรงไหน เขาอยู่ตรงนี้มานานตั้งแต่รุ่นไหน ก็ไม่ทราบ วันหนึ่งกฎหมายไปบุกรุกเขา คนเหล่านี้ถ้าเขาบอกว่าเขาไม่เข้าใจ เขาไม่เข้าใจ จริง ๆ ครับ และเราคนที่มาจากชาวบ้านก็ต้องไปประกันตัว หาทนายไปต่อสู้คดี สําหรับเศรษฐีหมื่นล้านบาท แสนล้านบาท อาจจะพูดว่าบกพร่องสุจริต รับฟังได้ แต่คนเหล่านี้เขาใช้ประโยคคําพูดเหล่านี้ไม่ได้ และปลายทางของเขาก็คือคุก ก็คือตะราง คนซึ่งบุกป์าเข้าไปดํารงชีวิตอย่างกลมกลืนสอดประสานตามวัฒนธรรมของเขา ตามวิถีชีวิตของเขาที่ยาวนานเปึนร้อยป้เขาไม่ได้สิทธิ แต่คนที่บุกป์าและถางป์า อย่างถาวรนาน ๆ ไปก็ได้ ส.ป.ก. ๔-๐๑ มันไม่เปึนธรรมครับ ฉะนั้นรัฐบาลเองจะต้องเร่ง เข้าไปจัดสรรที่ดินที่เพียงพอต่อการดํารงชีวิตให้พี่น้องชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ ไม่ว่าจะที่หมู่บ้านห้วยแห้ง ที่บ้านลิ้นช้าง ที่อําเภอหนองหญ้าปล้อง หรือที่จังหวัดราชบุรี ให้เขาสามารถที่จะอยู่ในฐานะของคนไทยซึ่งเปึนเจ้าของแผ่นดินโดยแท้จริง แล้วเราจะ หาทางออกปัญหานี้ได้อย่างไร ผมได้เห็นนโยบายของคณะรัฐมนตรีซึ่งมีท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ เปึนประเด็น ที่สําคัญและผมเห็นคําตอบอยู่ในนั้น นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงบอกว่า คุ้มครองและรักษาพื้นที่ที่เหมาะสมกับการทําเกษตรกรรมที่ได้มีการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานด้านชลประทานแล้วเพื่อเปึนฐานการผลิตทางการเกษตรในระยะยาว ฟุ๋นฟู คุณภาพดิน จัดหาที่ดินทํากินให้แก่เกษตรกรยากจนในรูปแบบของธนาคารที่ดิน และ เร่งรัดการออกเอกสารสิทธิให้แก่เกษตรกรยากจนและชุมชนที่ทํากินอยู่ในที่ดินของรัฐ ที่ไม่มีสภาพมาแล้ว ในรูปของโฉนดชุมชน รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรในรูป ของนิคมการเกษตร ๓ ประเด็นนี้ล่ะครับที่จะทําให้อุดมคติแห่งการปฏิรูปที่ดินตั้งแต่ ป้ ๒๕๑๘ ปรากฏเปึนจริง ผมจึงกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ วิสามัญนําเสนอไปยังรัฐบาลในโอกาสต่อไป ท่านจะต้องเร่งดําเนินการอยู่ ๓-๔ ประการ ในเบื้องต้น
๑. ท่านจะต้องเร่งตรวจสอบผู้ที่ถือครองเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. ๔-๐๑ ว่า ปัจจุบันนี้เกษตรกรที่แท้จริงที่คุณสมบัติครบถ้วนถือครองอยู่เท่าไร คนที่คุณสมบัติ ไม่ครบถ้วนไม่มีสิทธิถือที่ดินของรัฐ
๒. เพื่อปัองกันปัญหาระบบฉ้อฉลในกระบวนการของรัฐที่ได้เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของข้าราชการในพื้นที่ ท่านต้องให้สิทธิของพี่น้องประชาชน เข้าไปมีส่วนร่วมในการตรวจสอบตามที่เรียกกันว่า สิทธิชุมชน หรือการที่จะตรา พระราชบัญญัติสิทธิชุมชนที่เกิดขึ้น พี่น้องประชาชนเจ้าของแผ่นดินจะต้องมีส่วน ในการสํารวจ ในการจัดหา ในการกําหนดขนาดแปลงพื้นที่ ในการประกาศพื้นที่ปฏิรูป การจัดสรรพื้นที่และร่วมบริหารองค์กรพัฒนาที่ดินที่ยั่งยืน ถ้าพี่น้องประชาชนซึ่งได้รับ สิทธิตรงนี้จะขายอุดมการณ์ จะทุจริต เขาก็ต้องรับภาระความเสี่ยงนั้นไว้เสียเอง ไม่ใช่ ใครบางคนไปทุจริต แล้วพี่น้องประชาชนต้องรับภาระความเสี่ยงและหายนะไว้ทั้งหมด
๓. รัฐบาลต้องเร่งรัดผลักดันการตั้งธนาคารที่ดิน จะต้องใช้งบประมาณ ไปซื้อที่ดินซึ่งรกร้างว่างเปล่า ที่ดินของรัฐซึ่งไม่ได้ใช้ประโยชน์ ที่ดินซึ่งนายทุนเอาไปปัืน จนกลายเปึน เอ็นพีแอล (NPL : หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้) เปึนล้านล้านไร่ แล้วไม่ได้ใช้ ประโยชน์ รัฐบาลต้องซื้อที่เหล่านี้ ต่อรองซื้อมาในราคาต่ํา แล้วให้พี่น้องประชาชนไม่มี ที่ทํากิน ไปเช่าซื้อผ่อนระยะ ๑๐ ป้ ๑๕ ป้ ที่เรียกว่า ธนาคารที่ดิน แล้วได้สิทธิ สิทธิ ซึ่งเรียกว่า โฉนดชุมชน สิ่งเหล่านี้ที่รัฐบาลต้องทําครับ และถ้ารัฐบาลจะดําเนินนโยบาย การเก็บภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้าก็ต้องทําในลําดับถัดไป
แน่นอนครับ ถ้ารัฐบาลประกาศสงครามหรือแนวทางการปฏิรูปที่ดิน ในแนวทางที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธาน รัฐบาลเจอศึกหนักแน่ครับ หนักกว่าการต่อสู้ กับคนใส่เสื้อต่างสีแน่นอนครับ แต่ก็ต้องทํา รัฐบาลจะอยู่ได้หรือไม่ได้ก็ต้องทํา ถ้ารัฐบาล ที่มาจากชาวบ้าน รัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตยเหมือนรัฐบาลคณะนี้ไม่ทําตรงนี้แล้วเรา จะรอให้ใครมาทํา ผมจึงฝากประเด็นเหล่านี้ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อนําเสนอต่อรัฐบาลต่อไป ขอขอบคุณครับ