สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๒

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เสนอคำตอบเรื่องนโยบายการให้นมฟรีแก่เด็กที่โรงเรียนอนุบาล โดยหารือเรื่องนมที่โรงเรียนประถมศึกษาดื่มไม่มีคุณภาพ และอธิบายว่าปัญหานี้เกิดจากระบบโซนนิ่ง จนเกิดการฮั้วในการประมูลนม ทำให้เหลือแต่โรงงานที่ผลิตนมไม่มีคุณภาพ เข้าไปแข่งขัน จนในที่สุดก็เลยกลายเป็นปัญหา จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ แถลงถึงกรณีนมโรงเรียนไม่มีตราฮาลาล และขอแก้ไขปัญหานี้ โดยขอให้ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาในรายละเอียด

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมขออนุญาตตอบคําถามเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นะครับ

ประเด็นแรก ก็คือ ท่านอภิปรายว่าไปโรงเรียนอนุบาลแล้วไม่ได้นม ขออนุญาตกราบเรียนว่า โดยนโยบายของรัฐบาลนั้นมีความชัดเจนมาตั้งแต่สมัยท่านอดีต นายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย นะครับ เราให้เด็กดื่มนมฟรีตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนกระทั่งถึง ชั้น ป. ๔ (ชั้นประถมศึกษาป้ที่ ๔) แล้วก็มาถึงขณะนี้โดยนโยบาย กราบเรียนท่านประธาน เลยครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีมติคณะรัฐมนตรีชัดเจนแล้วว่า ถัดจากนี้ไปเราจะขยายโอกาสให้เด็กได้ดื่มนมตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปจนกระทั่งถึงชั้น ป. ๕ (ชั้นประถมศึกษาป้ที่ ๕) แล้วก็ชั้น ป. ๖ (ชั้นประถมศึกษาป้ที่ ๖) ด้วยนะครับ โดยจะเริ่ม ในป้การศึกษาที่จะถึงนี้นะครับ อย่างไรก็ตามถ้าสมมุติว่ามีโรงเรียนอนุบาลแห่งไหน ประสบปัญหา ขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกได้กรุณาแจ้งมาที่ผม แล้วจะได้ลงไปช่วย แก้ปัญหาให้เปึนรายกรณีไป แต่ในทางนโยบายผมกราบเรียนว่านโยบายรัฐบาลนั้น ชัดเจน ต้องการให้เด็กดื่มนมฟรีตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปจนกระทั่งถึงชั้น ป. ๖ ในป้การศึกษา ที่จะถึงนี้

ประเด็นที่สอง ท่านบอกว่า โรงเรียนประถมศึกษาได้หางนม แปลว่าได้นม ที่ไม่มีคุณภาพ เรื่องนมไม่มีคุณภาพเปึนนโยบายสําคัญที่รัฐบาลชุดนี้ต้องการเข้ามามุ่ง แก้ปัญหาอย่างจริงจัง แล้วท่านประธานก็คงเห็นว่าในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เราได้ดําเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเปึนรูปธรรม โดยมีมติคณะรัฐมนตรีออกมาชัดเจนแล้ว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ปัญหาที่ผ่านมาที่ทําให้เราได้นมไม่มีคุณภาพก็เพราะเกิดจาก ระบบโซนนิ่งที่ดําเนินการมาตั้งแต่รัฐบาลยุคก่อน ๆ ที่ได้ดําเนินการมา ในที่สุดเมื่อ กําหนดโซนนิ่งก็ทําให้เกิดระบบการฮั้วในการประมูลนม เพราะเปึนการบังคับให้ บริษัทบางบริษัทที่ผลิตนมคุณภาพไม่สามารถเข้าไปแข่งขันได้ จนในที่สุดก็เหลือแต่ บริษัทโรงงานที่ผลิตนมไม่มีคุณภาพ ๑ กับไม่มีคุณภาพ ๒ ฮั้วกันเข้าไปแข่งขัน จนในที่สุด ทําให้หน่วยการปกครองท้องถิ่นไม่มีทางเลือก ต้องเลือกโรงงานใดโรงงานหนึ่งหรือ บริษัทใดบริษัทหนึ่ง ซึ่งถ้าไม่เลือกแย่ ๑ ก็ต้องเลือกแย่ ๒ ในที่สุดก็เลยกลายเปึนปัญหา ได้โรงงานและบริษัทผลิตนมที่ไม่มีคุณภาพ แล้วในที่สุดผลกรรมก็ตกกับนักเรียนเพราะ ระบบโซนนิ่งที่ได้กําหนดมาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่ผ่านมา เมื่อรัฐบาลชุดนี้เข้ามาจึงได้ แก้ปัญหาแล้วครับ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมายกเลิกระบบโซนนิ่ง และต่อไปนี้ เป่ดโอกาสให้มีการแข่งขันโดยเสรี เป่ดโอกาสให้หน่วยการปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถ ที่จะจัดซื้อนมจากโรงงานและบริษัทใดก็ได้ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กําหนด ซึ่งอันนี้ ในที่สุดก็จะช่วยให้นักเรียนได้ดื่มนมที่มีคุณภาพต่อไป อย่างไรก็ตามในเรื่องของ การตรวจสอบคุณภาพนมและปริมาณนมนั้น ผมได้มอบหมายให้ทางโรงเรียน สถานศึกษาทุกแห่งที่เข้าโครงการดื่มนมฟรีของรัฐบาลนั้น ได้ตรวจสอบทั้งในเชิงปริมาณ และคุณภาพ ถ้ามีความสงสัยว่าบริษัทใดจัดส่งนมไม่มีคุณภาพก็ขอให้ประสานงานกับ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาแล้วก็ประสานงานกับสาธารณสุขจังหวัด เพื่อลงไปตรวจ ในเรื่องคุณภาพและแก้ปัญหาต่อไป และใครกระทําความผิดก็จะต้องลงโทษโดยเคร่งครัด ตามกฎหมายต่อไป อันนี้ก็คือสิ่งที่จะขออนุญาตกราบเรียนให้ท่านประธานที่เคารพ ได้รับทราบ

ส่วนกรณีที่เพื่อนสมาชิกบอกว่า นมไม่มีตราฮาลาลนั้น ก็ขออนุญาตที่จะ กราบเรียนกับท่านประธานว่า ถ้าพื้นที่ใดมีปัญหาในเรื่องนี้ ผมก็จะขออนุญาตกําชับเปึน นโยบายลงไปอีกครั้งหนึ่งว่าในเขตพื้นที่ที่มีประชากรมุสลิมและนักเรียนมุสลิมนั้น ควรที่จะได้มีการดําเนินการให้ความสําคัญกับเรื่องนี้เปึนกรณีพิเศษ นั่นก็คือว่า การจัดซื้อนมจะต้องเปึนนมที่มีตราฮาลาล อันนี้ก็คือสิ่งที่ขอกราบเรียนให้เพื่อนสมาชิก ได้รับความสบายใจ

ส่วนกรณีที่โรงเรียนในอําเภอเบตงไม่ได้นมมาเปึนเทอม อันนี้ก็มี บางโรงเรียนที่ผมได้ตรวจสอบไปก่อนหน้าที่ท่านจะถามผมนะครับ ปรากฏว่าปัญหา ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นในเทอมแรกของป้การศึกษาที่ผ่านมาก่อนที่พวกเราจะเข้ามาเปึน รัฐบาล ที่เปึนเช่นนั้นส่วนใหญ่ตรวจพบก็เพราะเหตุว่าไม่สามารถมีบริษัทใดไปประมูลได้ โดยอ้างว่าค่าใช้จ่ายในการขนส่งสูง แต่ว่าส่วนใหญ่ในภาคเรียนการศึกษาที่ ๒ และช่วง ไม่กี่เดือนที่ผ่านมานั้นก็ได้แก้ปัญหาคลี่คลายไปได้ตามสมควรนะครับในประเด็นนี้ แต่ถ้า ยังมีโรงเรียนใดที่ยังมีปัญหา ขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกได้แจ้งให้ผมได้รับทราบด้วย เพื่อจะได้แก้ปัญหาในรายละเอียดต่อไป

ส่วนกรณีที่ท่านบอกว่า จะกู้เงินมาเรียนก็เปึนการกู้เงินบาปเพราะระบบ ดอกเบี้ย ผมกราบเรียนกับท่านประธานให้ได้รับความสบายใจว่า ภายใต้นโยบายของ รัฐบาลชุดนี้มีนโยบายชัดเจนในเรื่องของกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ที่ต้องการที่จะช่วยให้นักเรียนที่เรียนจบในระดับการศึกษาภาคบังคับได้มีโอกาสกู้ยืมเงินเรียน ทั้งในระดับมัธยมปลาย ปวช. ๑ ๒ ๓ และระดับอุดมศึกษา และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สําหรับนักศึกษามุสลิม ขณะนี้รัฐบาลมีมติคณะรัฐมนตรีชัดเจนแล้วสั่งการให้ กยศ. (กองทุนให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา) ได้เร่งรัดดําเนินการเป่ดโอกาสให้เด็กนักเรียนมุสลิม ที่ต้องการกู้ยืมเงินเรียนเพื่อการศึกษา ไม่จําเปึนจะต้องไปกู้เฉพาะธนาคารกรุงไทยแล้วครับ เราจะเป่ดโอกาสให้ท่านสามารถกู้ยืมจากธนาคารอิสลามได้ด้วย ซึ่งขณะนี้กําลัง อยู่ในขั้นตอนการดําเนินการของ กยศ. และคณะรัฐมนตรีได้มีมติชัดเจนไปแล้ว ซึ่งเปึน หน้าที่ กยศ. กยศ. คือกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษานะครับจะต้องทําหน้าที่ ประสานงานให้เกิดผลทางปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีให้เกิดขึ้นโดยเร็ว อย่างน้อยก็เพื่อ คลายข้อข้องใจและข้อกังวลของเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ด้วยนะครับ

ส่วนกรณีที่ท่านบอกว่า ขอโอกาสเรียนต่อก็มีปัญหา ผมไม่ทราบว่าที่ผม ตอบนี้จะตรงประเด็นกับที่ท่านจะหยิบยกต่อไปหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องการ เป่ดโอกาสให้นักเรียนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีโอกาสศึกษาต่อนั้น เปึนนโยบาย สําคัญที่ผมได้มอบให้กับกระทรวงศึกษาธิการไปแล้วว่า ต่อไปนี้อย่างน้อยประการหนึ่ง ก็คือว่า เราจะเป่ดโอกาสให้เด็กในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีโอกาสเรียนต่อมากขึ้น และจะเป่ดให้มีโควตาสําหรับเด็กจังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนกรณีเฉพาะ ทั้งในระดับ อาชีวศึกษาและระดับอุดมศึกษาให้ได้มีโอกาสเรียนต่อมากขึ้นไม่ว่าเขาจะไปเรียนต่อ ในภูมิภาคใด เช่น มหาวิทยาลัยในภาคเหนือ มหาวิทยาลัยในภาคกลาง มหาวิทยาลัย ในกรุงเทพฯ ในภาคอื่น ๆ รวมทั้งแม้แต่ในภาคใต้ด้วยกันก็ตาม เราจะเป่ดโอกาส ให้เด็กเหล่านี้ได้มีโอกาสได้ไปเรียนต่อ ก็เมื่อได้ความรู้แล้วก็กลับไปพัฒนาท้องถิ่น ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อันนี้เปึนนโยบายที่ประกาศไปชัดเจน แล้วกําลังดําเนินการ ในทางปฏิบัติว่าจะมีมหาวิทยาลัยใดบ้าง จะมีสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษาใดบ้างที่จะ เป่ดโอกาสให้เด็กเหล่านี้ได้มีโควตาเรียนต่อเพิ่มเติมขึ้น แล้วก็จะประกาศให้ทราบต่อไป อันนี้ก็คือสิ่งที่ขออนุญาตเรียน

เพื่อนสมาชิกพูดเรื่องครูเมื่อสักครู่ ผมขออนุญาตให้เวลาตรงนี้เลยครับ กราบเรียนว่า ในเรื่องของครูจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีปัญหาอย่างน้อย ๒ ข้อ

ข้อ ๑ ก็คือเรื่องสวัสดิภาพ อันนี้คงเปึนเรื่องที่เกินกําลังของ กระทรวงศึกษาธิการแต่คงเปึนหน้าที่ของฝ์ายความมั่นคงที่จะต้องดําเนินการต่อไป ซึ่งขณะนี้ฝ์ายความมั่นคงก็กําลังดําเนินการอยู่ แต่ผมขออนุญาตไม่ชี้แจงตรงประเด็นนี้ แต่จะมีปัญหาอีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องสวัสดิการ ซึ่งเปึนหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะต้องเปึนผู้ดําเนินการ ในเรื่องสวัสดิการที่เราได้ทําไปแล้วในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ที่ผม เข้ามาในช่วง ๒ เดือนนั้นเราได้ทําไปหลายเรื่องทีเดียวครับ ยกตัวอย่าง เช่น

ประการที่ ๑ ขณะนี้สําหรับครู เราได้ทําประกันชีวิตให้ครูจังหวัดชายแดน ภาคใต้เปึนเงินเพิ่มขึ้นถึง ๕ แสนบาท นี่ประการที่ ๑ ที่ได้ทําไปแล้ว

ประการที่ ๒ ก็คือว่า ในเรื่องสวัสดิการของพนักงานราชการ ที่พนักงาน ราชการที่เขาปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยเสี่ยงชีวิตอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาต้องการ ความเจริญก้าวหน้า ต้องการเปึนข้าราชการเขยิบฐานะจากพนักงานราชการขึ้นมาเปึน ข้าราชการ บัดนี้กระทรวงศึกษาธิการเป่ดโอกาสให้คนเหล่านั้นแล้วครับ เดิมถ้าสมมุติว่า มีข้าราชการเกษียณอายุ ๑๐๐ คน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เราเคยเป่ดโอกาสให้พนักงาน ราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้เขยิบฐานะขึ้นมาเปึนข้าราชการ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อ สัปดาห์ที่แล้วผมเปึนประธานในที่ประชุม มีมติอนุมัติเพิ่มโอกาสให้พนักงานราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เปึนครูเหล่านั้นนะครับ เพิ่มโอกาสที่เขาจะได้เขยิบฐานะมา ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็คือสิ่งที่เปึนความคืบหน้าที่ขออนุญาตเรียน ให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบ

อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องครูโรงเรียนเอกชน ที่ต้องกราบเรียนเรื่องครูโรงเรียน เอกชนก็เพราะว่า ในบรรดาสถานศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๑๐๐ โรงเรียน เปึนโรงเรียนเอกชน ๗๐ โรงเรียนครับ เพราะฉะนั้นครูจํานวนมากเปึนครูโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลาม สิ่งหนึ่งที่ผมขออนุญาตเรียนกับเพื่อนสมาชิกก็คือ โดยนโยบายของ รัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือเงินกรณีพิเศษรายละ ๒,๐๐๐ บาท กับผู้ทําประกันสังคมที่มี รายได้ต่ํากว่าเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาทนั้น ขณะนี้นโยบายรัฐบาลมีความประสงค์ต้องการ ขยายไปถึงครูโรงเรียนเอกชนด้วย และผมก็ได้ทําหนังสือถึงคณะรัฐมนตรีแล้ว กําลังรอ การพิจารณาของสํานักงบประมาณที่จะจัดสรรเงินให้ แต่โดยนโยบายท่านนายกรัฐมนตรี พูดชัดเจนกับผมแล้วครับว่า ให้แน่นอนสําหรับเงิน ๒,๐๐๐ บาท สําหรับครูโรงเรียน เอกชนที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน รวมทั้งครูโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา อิสลามในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

ประการสุดท้ายที่ขออนุญาตเรียนก็คือว่า มีครู กศน. (การศึกษานอก โรงเรียน) อยู่ประมาณ ๑,๐๐๐ คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งคนเหล่านี้ทํางานด้วย ความเหนื่อยยากลําบากเสี่ยงเปึนเสี่ยงตาย เขาได้เบี้ยพิเศษเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท ต่อไปนี้นโยบายรัฐบาลชัดเจนต้องการให้ขวัญ กําลังใจกับครู กศน. เหล่านั้นเพิ่มเติมขึ้น จะเพิ่มเงินให้จากเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท เปึน ๒,๕๐๐ บาท เมื่อวานซืนถกกันในที่ประชุม คณะรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการชัดเจนแล้วว่าจะให้ แล้วก็ขอให้ทาง สํานักงบประมาณได้ไปพิจารณาว่าจะเอาเงินมาจากก้อนไหน อย่างไร แต่นโยบาย ผมเรียนเพื่อนสมาชิกได้เกิดความสบายใจ แจ้งให้เพื่อน กศน. จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทราบได้เลยว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมมีเม็ดเงินโดยนโยบายบอกแล้วว่าจะเพิ่มเงินให้เขา จาก ๑,๐๐๐ บาท เปึนเดือนละ ๒,๕๐๐ บาท ขอบคุณครับท่านประธานครับ