สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๒

โสภณ ซารัมย์ บอกเรื่องการบินไทยวิกฤติทางการเมือง เศรษฐกิจ และการบิน โดยพูดถึงการแก้ไขปัญหาการบินไทย โดยการลดรายจ่ายและหารายได้เพิ่ม และหารือเรื่องการย้ายสนามบินดอนเมือง ซึ่งเรียกร้องให้ลดรายจ่ายและไม่ควรย้ายสนามบินดอนเมือง เนื่องจากมีผลกระทบต่อการบินไทย และการย้ายท่าอากาศยานดอนเมืองไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยอ้างว่าหากไม่ทำการย้ายท่าอากาศยาน จะไม่สามารถแข่งกับประเทศอื่นได้ และยังชี้ว่าสนามบินสุวรรณภูมิมีศักยภาพในการรองรับเที่ยวบินได้มากขึ้นโดยไม่ต้องสร้างรันเวย์ใหม่

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก่อนอื่นกระผมต้องขออนุญาต ท่านประธาน ก่อนที่จะตอบคําถามของท่านสมาชิกได้ลําดับเหตุการณ์เพื่อความเข้าใจ ในการตอบคําถาม

ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ผมจะมารับตําแหน่ง ท่านก็ทราบวิกฤติ การบิน วันที่ผมมารับตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ปรากฏว่าประเทศไทย เกิดวิกฤติการเมืองพร้อมกับวิกฤติเศรษฐกิจของโลก ซึ่งส่งผลกระทบให้ประเทศไทยได้รับ ผลกระทบ ในขณะเดียวกันประเทศไทยก็เกิดวิกฤติทางการบินเพราะมีการป่ดสนามบิน จึงเปึนเหตุให้การบินไทยในขณะนั้นและสนามบินสุวรรณภูมิขาดความเชื่อถือ การบินไทยเองก็ได้รับวิกฤติสภาพคล่อง ซึ่งไม่เคยมีในอดีต เมื่อผมมารับตําแหน่งจึงเปึน ภาระหนักที่ผมกํากับการบินไทยอยู่ ผมได้กราบเรียนต่อผู้บริหารของการบินไทยว่า วันนี้ ขณะที่ผมมารับตําแหน่ง ผมทราบว่าการบินไทยก็คือประเทศไทย ผมจะไม่ยอมให้มันล้ม ในขณะที่ผมกํากับอยู่ จึงเปึนเหตุให้ผมได้ให้ผู้บริหารของการบินไทยไปจัดทําเวิร์คชอป (Workshop : การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ) ผมได้ให้นโยบายอยู่ ๒ เรื่อง ที่จะสืบต่อนโยบาย ของรัฐบาลเก่าในอดีต ๑. จะแก้วิกฤติการบินไทยอย่างไร ๒. จะทําให้สุวรรณภูมิเปึนฮับ (Hub : จุดศูนย์กลาง) อีกหรือเปล่า เขาก็ไปทําเวิร์คชอปโดยให้เรื่องการแก้วิกฤติของ การบินไทยบอกว่า ๑. ต้องไปลดรายจ่าย ๒. ไปหารายได้เพิ่ม ฉะนั้นมาตรการที่ ท่านทั้งหลายได้ทราบอยู่ขณะนี้ก็คือการย้ายการบินไทยไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก็เปึนเพียง มาตรการหนึ่งเท่านั้นที่การบินไทยเสนอให้ไปลดรายจ่ายของเขา โดยย้ายจากดอนเมืองไปที่สุวรรณภูมิ เมื่อเสนอมาตรการจากการทําเวิร์คชอป มาหาผม ผมก็เอาผู้บริหารทั้งหมดมาซักถามถึงผลกระทบที่เกี่ยวข้อง ปรากฏการซักถาม ก็ได้ ผมจะลําดับอย่างนี้

เหตุผล ผมถามว่าทําไมถึงย้าย เพราะว่าผมก็ทราบว่าดอนเมืองก็คือ สนามบินแรกที่คนไทยภูมิใจเหมือนกับคนไทยภูมิใจสนามบินสุวรรณภูมิ ณ ขณะนี้ ผมทราบดีครับ ฉะนั้นการที่ได้รับคําชี้แจงเรื่องแรก จําเปึนครับ บอกให้เขาไปลดรายจ่าย เขาก็ลดรายจ่าย เพราะเขาอธิบายบอกว่า วันนี้การประกอบธุรกิจการบินที่ดอนเมืองเขา ขาดทุน เขามีรายได้จากการทําธุรกิจการบินโดยตรงประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท ในขณะเดียวกันมีรายได้ที่เขาได้ต่อเดือน คือเดือนละ ๕๐ ล้านบาท ๑๒ คูณ ๕ ก็ ๖๐ ๖๐๐ ล้านบาท แต่เขามีรายจ่ายประมาณ ๖๐๐ กว่าล้านบาท ประมาณ ๖๔๐ กว่าล้านบาท โดยประมาณ อันนี้เปึนแรก ๆ เพราะผมให้เขาไปลดรายจ่ายแล้ว เขาก็ชี้แจงแบบนี้ ทีนี้ก็ถามต่อไปอีกว่า รายจ่ายขณะนี้ก็ไม่ควรที่จะมาเหตุผลที่จะต้องย้าย ก็ไปไล่ลําดับ ต่อไปอีกว่า

ประเด็นที่ ๑ วันนี้สนามบินดอนเมือง เมื่อประเทศไทยมีสนามบิน อยู่ ๒ สนามบิน อยู่ในระยะความห่างกัน ๑๘ กิโลเมตร การขึ้นการบินไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลี้ยวขวาไม่ได้ครับ เพราะมันไปเปึนจุดตัดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก็เลยการบินขึ้นลงแบบไม่ธรรมชาติ ใช้เวลาอีก ๔ นาที ช้ากว่าปกติ ๔ นาที กินเวลา ๔ นาที ใช้น้ํามันไป ๓๐,๐๐๐ คิดเฉพาะตัวนี้การบินไทยแบกรับอีกป้ละร้อยกว่าล้านบาท ยังไม่พอครับ เมื่อผลกระทบที่จากการจัดตารางการบินระหว่างที่เรามีสนามบินห่างกันแค่ ๑๘ กิโลเมตร ปรากฏว่าที่สุวรรณภูมิเวลาจะลงก็ต้องอ้อมอีกครับ เพราะจะมาเจอจุดตัด ฉะนั้นทั้งการจัดตารางการบินทั้งหลายที่ได้อธิบายว่า วันนี้กัปตันทั่วประเทศรู้แล้วว่า การบินที่ประเทศไทยไม่สามารถลงด้วยธรรมชาติเพราะมีจุดตัดเปึนจํานวนมาก เขาก็ อธิบายว่าทั้งการท่าอากาศยาน ถ้าการที่จะให้สนามบินสุวรรณภูมิเปึนฮับก็ต้อง อํานวยความสะดวกในเรื่องความปลอดภัย เราก็รับฟัง

ประเด็นที่ ๒ ที่ต้องรับฟังอีก การท่าอากาศยานดอนเมือง มีพนักงานอยู่ ๕๐๐ คน ถ้าเราให้เขาลด เขาเอาพนักงานเหล่านี้ไปที่ดอนเมือง เขาก็ลดค่าใช้จ่าย ลด โอที (OT : Overtime : ทํางานนอกเวลา) ลดอะไรของเขาได้ ฉะนั้นผมจึงกราบเรียน อันนี้เฉพาะผลกระทบสิ่งที่ท่านถามผม ผมจะต้องอธิบายเพราะท่านพูดถึงท่านไม่ถาม ผมต้องอธิบาย วันนี้ท่านบอกว่า ถ้าย้ายไปที่สุวรรณภูมิจะไปสร้างเฟส (Phase) ๒ รันเวย์อีก ๑ ๒ ๓ เปึนเงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทอะไรทั้งหลาย ผมขออธิบายไปพร้อมกันครับ เพราะผู้คน ที่ฟังอยู่จะได้เข้าใจ ท่านที่เคารพครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมเรียนท่านตรง ๆ ว่า ถ้าท่านไม่ใช้วิกฤติของประเทศและวิกฤติการบินของประเทศอยู่ในขณะนี้ที่จะมาปรับปรุง เราไม่สามารถแข่งกับประเทศอื่นได้ ผมก็ได้ซักถามต่อไปว่า สนามบินสุวรรณภูมิ มีมาตรการรองรับในการย้ายครั้งนี้หรือไม่ เขาบอกว่าสนามบินสุวรรณภูมิขณะนี้ไม่ได้ สร้างอะไรเลยเดี๋ยวนี้ อยู่อีกสิบป้นะครับ เพราะสนามบินสุวรรณภูมิขณะนี้มีเที่ยวบินแค่ ๔๘ เที่ยวบิน แล้วสนามบินสุวรรณภูมิสามารถรับได้อีก ๗๖ เที่ยวบินโดยไม่ต้องสร้างอะไรเลย เฟส ๒ ที่จะขึ้น ผมเรียนท่านนะครับว่า ที่ท่านพูดว่าทําไมต้องไปขยายรันเวย์ที่ ๓ รันเวย์ที่ ๓ นี่ถึงไม่ย้ายการบินไทยไปอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ รันเวย์ที่ ๓ ก็ต้องสร้างอยู่ดี เพราะอะไรครับ เพราะมันจําเปึนต้องป่ดรันเวย์ใดรันเวย์หนึ่งซ่อม เมื่อจําเปึนป่ดรันเวย์ หนึ่งซ่อมก็ต้องสร้างรันเวย์ที่ ๓ และขณะเดียวกันเรามีอยู่ ๒ รันเวย์ เขาเรียกว่าการระบายการจราจรเพื่อรองรับภาระที่รันเวย์แบกรับ ถึงไม่ย้ายไปก็ต้องทํา ฉะนั้นวันนี้แค่สนามบินสุวรรณภูมิย้ายขึ้นรันเวย์ที่ ๓ ก็สามารถรองรับไปอีก ๑๐ ป้ ๒๐ ป้

อีกประการหนึ่งที่ต้องกราบเรียนท่านซึ่งเปึนธุรกิจการบินไทยเขาอธิบาย และตอบ ต้องยอมเขาก็คือ วันนี้ผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิเขามีอยู่ประมาณ ๔ แสนคน บินภายในประเทศ ขณะเดียวกันอยู่ที่ดอนเมือง ๑ แสนคนปลาย ๆ ถึง ๒ แสนคน เรามา แข่งกันอยู่ ๓ แอร์ไลน์ (Airline) ก็คือ การบินไทย นกแอร์ วันทูโก ขณะเดียวกันผู้โดยสาร ที่อยู่สนามบินสุวรรณภูมิ แอร์เอเชียครองส่วนใหญ่ เราสู้แอร์เอเชียไม่ได้เขาก็อยากไป ที่ตลาดใหญ่ แล้วเขาก็ชี้แจงว่าอัตราการใช้เครื่องปรากฏว่าที่ดอนเมืองมีความจุประมาณ ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ต่อเที่ยว ในขณะเดียวกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ต่อเที่ยว ฉะนั้นเรื่องที่ผมลําดับให้ท่านแบบสั้น ๆ ที่มองเห็นพอเปึนรูปธรรมว่าการบินเขา ได้ประโยชน์ เขาลดรายจ่ายเขา เขาเสนอมาในภาวะที่เลือดเขาเกือบทุกหยดจะหมดแล้ว ผมเองต้องไปเด๊าะกับพนักงานการบินไทยบอกว่า คุณจะต้องลดสิทธิพิเศษทุกอย่าง คุณต้องทําแผนฟุ๋นฟูมา ฉะนั้นการย้ายการบินไทยจากดอนเมืองไปที่สุวรรณภูมิไม่ใช่เรื่อง ซิงเกิล แอร์พอร์ต ไม่ใช่สนามบินเดียว ไม่ใช่นโยบายของกระทรวงคมนาคม เปึนเรื่อง ข้อเสนอของการบินไทยเพื่อที่จะลดรายจ่ายของเขาและขณะที่ไปสิ่งแวดล้อมทั้งหมด ได้ประโยชน์ทั้งการบินไทย ก็จําเปึนนะครับ ก็จําเปึนให้เขาย้าย ฉะนั้นจึงไม่มีอะไรแปลก เพราะฉะนั้นในวันที่ ๒๙ ไม่ใช่เรื่องที่แปลก ผมไม่ได้ถือว่าเปึนนโยบายสําคัญอะไร จึงต้อง กราบเรียนท่านสมาชิกด้วยความเคารพอย่างนี้ครับ