สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๒

สามารถ ราชพลสิทธิ์ หารือเรื่องการย้ายเที่ยวบินของการบินไทยจากสนามบินดอนเมืองไปสนามบินสุวรรณภูมิ และแสดงความห่วงใยต่อผลกระทบต่อประชาชนที่ยังต้องการใช้สนามบินดอนเมือง นอกจากนี้เขายังหารือเรื่องสนามบินสุวรรณภูมิที่ใกล้ถึงจุดอิ่มตัว และเรียกร้องให้รัฐบาลชะลอการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิระยะที่ ๒ และให้สนามบินดอนเมืองเป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่ ๒ นอกจากนี้เขายังหารือเรื่องการประชาพิจารณ์เกี่ยวกับนโยบายสนามบินเดียว ตามมาตรา ๕๗ ของรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องการชี้แจงเกี่ยวกับแผนประชาพิจารณ์ของกระทรวงคมนาคม

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ในวันที่ ๒๙ มีนาคมที่จะถึงนี้ บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) จะย้ายเที่ยวบินทั้งหมดที่ให้บริการอยู่ที่สนามบินดอนเมือง ไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยเหตุผลที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งของการบินไทยและ ของผู้โดยสาร ในส่วนของการบินไทยนั้นจะได้ไม่จําเปึนต้องมีสํานักงานทั้ง ๒ สนามบิน คงเหลือเพียงสํานักงานเดียวที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในส่วนของผู้โดยสารนั้น การบินไทยให้เหตุผลว่าจะทําให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเปลี่ยนเครื่องบิน นั่นก็คือผู้โดยสารไม่ต้องเดินทางเพื่อเปลี่ยนเครื่องบินระหว่างสนามบินดอนเมือง กับสนามบินสุวรรณภูมิ การกระทําเช่นนี้ของการบินไทยเปึนการสนับสนุนนโยบาย สนามบินเดียวหรือซิงเกิล แอร์พอร์ต (Single airport) ของกระทรวงคมนาคม แม้ว่าเรื่องนี้ คือเรื่องนโยบายสนามบินเดียว และเรื่องนโยบาย ๒ สนามบินหรือดูโอ แอร์พอร์ต (Duo airport) จะอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจก็ตาม แต่กระผมก็มี ความห่วงใยถึงผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนที่ยังต้องการใช้สนามบินดอนเมืองต่อไป นโยบายสนามบินเดียวหรือนโยบาย ๒ สนามบินเปึนนโยบายที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เปึนนโยบายการบินที่ไม่นิ่งสักที

ท่านประธานที่เคารพครับ เริ่มต้นในป้ พ.ศ. ๒๕๓๖ รัฐบาลในขณะนั้น มีนโยบายที่จะใช้ ๒ สนามบิน คือสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ มีการ จัดทําแผนแม่บทวางแผนพัฒนา ๒ สนามบิน เพื่อตอบสนองนโยบาย ๒ สนามบิน กล่าวคือสนามบินดอนเมืองทําหน้าที่รองรับเที่ยวบินภายในประเทศทั้งหมด รวมทั้ง เที่ยวบินระหว่างประเทศที่บินระยะทางสั้น ๆ ส่วนสนามบินสุวรรณภูมิทําหน้าที่รองรับ เที่ยวบินระหว่างประเทศที่บินระยะทางไกล ๆ

ต่อมาในป้ พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐบาลในขณะนั้นได้เปลี่ยนนโยบายจากนโยบาย ๒ สนามบินเปึนนโยบายสนามบินเดียว คือต้องการใช้เฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิเพียง สนามบินเดียวเท่านั้น ทําให้ต้องมีการเพิ่มขีดความสามารถของสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อให้สามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเปึน ๔๕ ล้านคนต่อป้ จากเดิมตามแผนแม่บท ที่สามารถรองรับได้ ๓๐ ล้านคนต่อป้ การเพิ่มขีดความสามารถของสนามบินสุวรรณภูมินั้น ได้มีการปรับแก้องค์ประกอบของสนามบินหลายอย่าง บางองค์ประกอบสามารถปรับแก้ ได้ทัน แต่บางองค์ประกอบไม่สามารถปรับแก้ได้ทัน ดังนั้นเมื่อมีการเป่ดใช้สนามบิน สุวรรณภูมิในวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๙ ได้ไม่นาน ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานา ต่อปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้โดยสารดังที่ทุกท่านได้ประสบกันมา นอกจากปัญหาที่เกิดขึ้นกับ ผู้โดยสารแล้ว ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณรอบ ๆ สนามบิน รวมทั้งสถาบันการศึกษา โดยเฉพาะด้านเหนือและด้านใต้ของรันเวย์ (Runway) ซึ่งเปึนทางขึ้นลงของเครื่องบิน ได้รับผลกระทบจากมลภาวะทางเสียงของเครื่องบินอย่างหนักหนาสาหัสน่าเห็นใจ ยิ่งนักครับท่านประธาน

ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากเป่ดใช้สนามบินสุวรรณภูมิได้ไม่นาน ก็มีเสียงสะท้อนจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปึนเสียง สะท้อนที่ทําให้สาธารณชนแปลกใจ นั่นก็คือสนามบินสุวรรณภูมิใกล้ถึงจุดอิ่มตัวแล้ว หรือปริมาณผู้โดยสารเกือบเต็มความจุของสนามบิน จําเปึนต้องเร่งก่อสร้างสนามบิน ระยะที่ ๒ ซึ่งต้องใช้วงเงินประมาณ ๗๘,๐๐๐ ล้านบาท ทอท. คงลืมศักยภาพของตัวเอง ที่เคยบริหารจัดการสนามบินดอนเมืองที่มีความจุเพียง ๒๕ ล้านคนต่อป้ ให้สามารถ รองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นเปึน ๓๙ ล้านคนต่อป้ โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากมายนัก ก่อนการย้ายไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ จุดวิกฤติของสนามบินสุวรรณภูมิที่มีการพูดถึง กันมาก ก็คือ รันเวย์หรือทางวิ่ง ทอท. บอกว่ารันเวย์ที่มีอยู่ ๒ เส้นในขณะนี้นั้นจะสามารถ รองรับการขึ้นลงเครื่องบินได้อีกไม่นาน เครื่องบินเกือบเต็มความจุของรันเวย์แล้ว เดิมทีนั้นท่านประธาน มีการวิเคราะห์ว่า รันเวย์จํานวน ๒ เส้นนี้จะสามารถรองรับ การขึ้นลงของเครื่องบินได้อีกนานหลายป้ เพราะรันเวย์ ๒ เส้นนี้มีระยะห่างกันถึง ๒.๒ กิโลเมตร เครื่องบินขนาดใหญ่สามารถขึ้นหรือลงพร้อม ๆ กันได้ ต่างกับสนามบินดอนเมืองที่แม้ว่า จะมีรันเวย์ ๒ เส้นก็ตาม แต่เครื่องบินขนาดใหญ่ไม่สามารถขึ้นหรือลงพร้อม ๆ กันได้ เพราะมีระยะห่างระหว่างรันเวย์แค่เพียง ๓๙๕ เมตรเท่านั้น ท่านประธานครับ เหตุที่ทําให้ ความจุของรันเวย์ที่สนามบินสุวรรณภูมิได้ถึงจุดอิ่มตัว ก็เพราะว่าในช่วงวางแผน การก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิมีการกําหนดให้เฉพาะเครื่องบินที่บินระยะทางไกล ๆ หรือเครื่องบินขนาดใหญ่ใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจะทําให้มีจํานวนการขึ้นลง ของเครื่องบินไม่มาก แต่พอเป่ดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ปรากฏว่าทุกสายการบินรวมทั้ง สายการบินต้นทุนต่ําซึ่งใช้เครื่องบินขนาดเล็กเปึนส่วนมากต้องใช้สนามบินสุวรรณภูมิ เพียงสนามบินเดียว เพราะสนามบินดอนเมืองถูกป่ดลงตามนโยบาย ๒ สนามบินของ รัฐบาลในขณะนั้นทําให้มีจํานวนการขึ้นลงของเครื่องบินมากเปึนผลให้ความจุของรันเวย์ ใกล้ถึงจุดอิ่มตัว ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเหตุนี้รัฐบาลท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม จึงเปลี่ยนนโยบายจากสนามบินเดียวเปึนนโยบาย ๒ สนามบิน โดยมีมติให้ใช้สนามบินดอนเมืองเปึนสนามบินนานาชาติแห่งที่ ๒ ของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ เพื่อชะลอการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิระยะที่ ๒ และเพื่อ อํานวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชน โดยการให้เที่ยวบินภายในประเทศบางส่วน ทั้งของสายการบินไทยและสายการบินต้นทุนต่ํากลับมาใช้สนามบินดอนเมืองเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๐การกลับมาใช้สนามบินดอนเมืองของบางเที่ยวบินนั้น เปึนผลให้ลด จํานวนการขึ้นลงของเครื่องบินบนรันเวย์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อจํานวนการขึ้นลงของ เครื่องบินลดลงผลกระทบทางเสียงต่อพี่น้องประชาชนรอบสนามบินย่อมลดตามด้วย นอกจากนี้ยังช่วยอํานวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงสุวรรณภูมิ ให้สิ้นเปลืองทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผู้โดยสารที่เปึนแฟนพันธุ์แท้ของสนามบิน ดอนเมืองดีใจได้ไม่นานครับ ก็ต้องทนทุกข์อีกครั้งหนึ่งเมื่อกระทรวงคมนาคมประกาศก้อง ว่าจะใช้นโยบายสนามบินเดียว คือ สนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนสนามบิน ดอนเมืองนั้นจะใช้เปึนศูนย์กลางการซ่อมเครื่องบินและให้เฉพาะเครื่องบินเช่าเหมาลํา เท่านั้นมาใช้บริการ เมื่อต้องการใช้เฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิเพียงสนามบินเดียว ก็จําเปึนต้องเร่งก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิระยะที่ ๒ การก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ระยะที่ ๒ นั้นประกอบด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ รวมทั้งการก่อสร้างรันเวย์เส้นที่ ๓ เพิ่มเติมด้วย ท่านประธานครับ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ไอเคโอ (ICAO : International Civil Aviation Organization) ได้ทําการศึกษาหาทางเลือกในการ ก่อสร้างรันเวย์ที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๙ ได้ผลสรุปว่า ทอท. หรือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) ควรเลือกที่จะใช้สนามบินดอนเมือง ควบคู่กับสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจําเปึนจะต้องก่อสร้างรันเวย์ที่สนามบินสุวรรณภูมิเพิ่ม อีกเพียง ๑–๒ เส้น คือ รันเวย์เส้นที่ ๓ และเส้นที่ ๔ แต่ถ้า ทอท. เลือกที่จะใช้สนามบิน สุวรรณภูมิเพียงสนามบินเดียว ทอท. ก็จําเปึนจะต้องก่อสร้างรันเวย์เพิ่มเติมเปึนเส้นที่ ๓ เส้นที่ ๔ เส้นที่ ๕ และเส้นที่ ๖ ตามความต้องการของปริมาณการจราจรทางอากาศ ในอนาคต ซึ่งจะต้องเวนคืนที่ดินเพิ่มเติมถึงไม่น้อยกว่า ๙,๐๐๐ ไร่ มีผู้คนเดือดร้อน อีกเปึนจํานวนมากทั้งความเดือดร้อนจากการเวนคืนที่ดินและความเดือดร้อนจากเสียงดัง ของเครื่องบิน ดังมาก ดังจนแสบแก้วหูครับท่านประธาน และแม้ว่าสนามบินสุวรรณภูมิ จะมีรันเวย์ถึง ๖ เส้นแล้วก็ตามองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ไอเคโอ ก็ยังเสนอแนะให้ใช้สนามบินดอนเมืองควบคู่ไปด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้ง ๆ ที่กระทรวงคมนาคมมีทางเลือกที่จะประหยัดงบประมาณได้ โดยการใช้สนามบินดอนเมืองควบคู่ไปด้วย แต่เหตุใดจึงเลือกใช้สนามบินสุวรรณภูมิเพียง สนามบินเดียว ซึ่งจําเปึนต้องมีการก่อสร้างเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของสนามบินเปึน ระยะ ๆ จะอ้างว่าเพื่อต้องการอํานวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนหรือผู้โดยสาร ที่ต้องเปลี่ยนเครื่องบินระหว่างสนามบินดอนเมืองกับสนามบินสุวรรณภูมิก็ฟังไม่ขึ้น เพราะสายการบินสามารถจัดเส้นทางการบินที่ผู้โดยสารต้องเปลี่ยนเครื่องไว้ที่สนามบิน สุวรรณภูมิได้ เหตุใดกระทรวงคมนาคมจึงไม่คิดถึงผู้โดยสารจํานวนมากที่ปรารถนาที่จะ ใช้สนามบินดอนเมืองต่อไป เหตุใดไม่คิดถึงการประหยัดงบประมาณที่จะต้องใช้ในการ เพิ่มขีดความสามารถของสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ เช่นเวลานี้

ท่านประธานที่เคารพครับ คําถามข้อที่ ๑ ของกระผมก็คือ มาตรา ๕๗ ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติไว้ว่า ผมขออ่านเฉพาะวรรคสุดท้ายนะครับ การวางแผนพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ การวางผังเมือง การกําหนดเขตการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และการออกกฎที่อาจมี ผลกระทบต่อส่วนได้เสียสําคัญของประชาชน ให้รัฐจัดให้มีกระบวนการรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึงก่อนดําเนินการ คําถามของกระผมก็คือ นโยบาย สนามบินเดียวเปึนนโยบายที่มีผลกระทบต่อประชาชนเปึนจํานวนมาก เหตุใดกระทรวง คมนาคมจึงไม่ทําประชาพิจารณ์ตามที่ได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๕๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงคมนาคมมีแผนที่จะทําประชาพิจารณ์เมื่อใด