สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๒

พงศ์เวช เวชชาชีวะ หารือเกี่ยวกับปัญหาการผลไม้ของเกษตรกรในภาคตะวันออก และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ พงศ์เวช เวชชาชีวะ ยังหารือเกี่ยวกับการบริหารหน่วยงานที่มีความท้าทาย และการบริหารจัดการงบประมาณในการช่วยเหลือเกษตรกร นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผลการแก้ปัญหาความตกต่ำของผลไม้

นายพงศ์เวช เวชชาชีวะ จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพงศ์เวช เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดจันทบุรี กระผมได้ทํากระทู้ถาม ถึงท่านประธานในเรื่องการแก้ไขปัญหาผลไม้ของเกษตรกรในภาคตะวันออก ในเบื้องต้นนั้น กระผมเข้าใจว่ากระทรวงพาณิชย์เปึนหลักในการแก้ไขปัญหาเรื่องผลไม้ ในช่วงกระผมทํา กระทู้ถามขึ้นไป ตอนหลังทราบมาว่าเปึนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปึนประธานในการแก้ไขปัญหาผลไม้นะครับ ด้วยคําสั่งของท่านนายกรัฐมนตรี ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปึนประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ พ.ศ. ๒๕๕๐ วันนี้ก็เปึนการดี นะครับที่ทั้ง ๒ กระทรวงซึ่งล้วนแล้วเกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะในเรื่องผลไม้ วันนี้กระผมต้องการทราบถึงการทํางาน ต้องยอมรับนะครับว่า ที่ผ่านมานั้น พี่น้องชาวสวนผลไม้ได้ถูกรัฐบาลหลอกมาโดยตลอด เมื่อป้ที่แล้วรัฐบาลของท่านสมัคร สุนทรเวช ตอนนั้นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เปึนผู้ดูแล พวกเราด้วยความห่วงใยกับปัญหาของเกษตรกร เราจึงได้นําเรียนปัญหากับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดย ส.ส. ภาคตะวันออกและภาคใต้ของ พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเปึนฝ์ายค้านในสมัยนั้นนะครับ ซึ่งพวกเราทั้งหมดพยายามนําเรียน ถึงสถานการณ์ว่ามันจะหนัก ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ก็ได้บอกพวกเราว่าท่านจะดูแลอย่างดี ท่านรักชาติ ให้พวกเราไปบอกพี่น้อง เกษตรกรด้วยว่าอย่าไปโค่นต้นไม้ ผลไม้กําลังจะเปึนทอง รู้ไหมประเทศญี่ปุ์นขายมังคุด ลูกหนึ่งเท่าไร ๑๐๐ กว่าบาทนะครับ เพราะฉะนั้นพวกเราไปบอกชาวสวนว่าอย่าโค่น ท่านมีสนามบินอู่ตะเภา ท่านรู้จักห้างระดับใหญ่ ๆ มีสาขาอยู่ ๔,๐๐๐ กว่าสาขาทั่วโลก ท่านพร้อมจะขนผลไม้ไปจําหน่ายให้ ท่านได้พูดเปึนอย่างดิบดี สร้างความมั่นใจ ให้พวกเรานะครับ แต่สถานการณ์ก็กลับเลวร้ายลงมาเรื่อย ๆ จนสถานการณ์ต้องมีการตั้ง กระทู้ถามโดยท่าน ส.ส. ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา นะครับ มีการร่วมกันอภิปรายเพื่อแก้ไข ปัญหาผลไม้ของ ส.ส. ฝ์ายค้าน ในนามของพรรคประชาธิปัตย์ในสมัยนั้น ก็ไม่ได้เกิดผล อะไรขึ้นมานะครับ หลังจากอภิปรายมีม็อบ (Mob : ฝูงชน) แล้ว ท่านได้เรียกประชุม ที่ทําเนียบ รัฐบาลก็มีท่าน ส.ส. ธวัชชัย อนามพงษ์ อยู่ ๑ คนที่ไปร่วมด้วย แล้วก็ได้ เรียนถามในที่ประชุม ซึ่งวันนั้นมีทั้งห้างโมเดิร์นเทรด (Modern trade) มากันมากมาย มีโรงงานเงาะกระปิองมามากมาย ท่านธวัชชัย อนามพงษ์ ก็ได้ถามว่าทางห้างโมเดิร์นเทรด นั้นจะช่วยรับซื้อผลไม้เพิ่มอีก ๓ เท่าได้ไหม ตอบว่าได้ แต่ตะกร้าไม่มีนะครับ ท่านธวัชชัย ก็ถามต่ออีกว่า โรงงานเงาะกระปิอง ขอให้ซื้อเพิ่มอีก ๓ เท่าได้ไหม ก็ตอบว่าได้ แต่สังกะสี ไม่มี สรุปครับอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ท่านไม่ได้ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรเลย เปึนผลให้มีม็อบเกิดขึ้นที่จังหวัดจันทบุรี องค์การบริหาร ส่วนท้องถิ่นต้องควักกระเปิาตัวเองร้อยกว่าล้านบาทมาแก้สถานการณ์เร่งด่วน แต่การแก้ อย่างเร่งด่วนท่านประธานก็ทราบนะครับว่า ไม่ได้สัมฤทธิผลมากมายนัก เพียงแต่ ผ่อนคลาย สรุปแล้วเสียทั้งเงินแล้วก็แก้ไขได้นิดเดียว ไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่เสียไป ในป้นี้ ผมก็เปึนห่วงนะครับ จึงได้นําเรียนเปึนกระทู้ถามเพื่อเตรียมความพร้อมของ รัฐบาลนะครับ ก็เลยได้ตั้งกระทู้ถามในวันนี้มา ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนบรรยากาศ ครับว่าพี่น้องเกษตรกรบ้านผมภาคตะวันออกนั้นมีความขมขื่นมาโดยตลอด ไม่มีใคร เหลียวแลนะครับ ครั้งนี้ผมขออนุญาตหวังกับรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และท่านรัฐมนตรีว่าการทั้ง ๒ กระทรวง ที่จะช่วยบรรเทาและแก้ไขปัญหา ผลไม้ของภาคตะวันออกให้หมดไป จริง ๆ แล้วผลไม้ภาคตะวันออกนั้น ถามว่าแก้ยากไหม ผมว่าไม่ยาก เพราะอะไรครับ ทุเรียนได้สมญานามจากต่างประเทศว่า คิง ออฟ ฟรุ๊ต (King of Fruit) มังคุดได้สมญานามจากต่างประเทศว่า ควีน ออฟ ฟรุ๊ต (Queen of Fruit) ถ้าไม่ใช่เปึนผลไม้พิเศษมีความดึงดูดใจของรสชาติหรืออะไรต่าง ๆ ของต่างประเทศแล้ว คงไม่ได้สมญานามอย่างนี้ละครับ เงาะก็เปึนผลไม้ที่หลายคนชื่นชอบครับ แต่ที่มันล้มเหลวเพราะว่าขาดความเอาใจใส่ดูแล ขาดการเหลียวแล ขาดการช่วยอย่างจริงจัง ต้องรอให้มีม็อบก่อน ถ้าไม่มีม็อบไม่มี การช่วยเหลือ งบประมาณมาทีหลังผลไม้หมดแล้ว แล้วก็หน้าบานกันว่าได้ช่วยเหลือแล้ว หน้าบานกันใหญ่นะครับ วันนี้ผมได้มาดูแนวทางของคณะกรรมการพัฒนาและบริหาร จัดการผลไม้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งผมได้มาดูมีทั้งหมด ๖ แนวทาง ๒๒ วิธีการ ประกอบด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๑๕ หน่วยงาน แล้วผมได้ดูแต่ละข้อนะครับ อย่างแนวทางที่ ๑ การบริหารจัดการข้อมูลซึ่งมีอยู่ ๒ วิธีการ ๒. การพัฒนาคุณภาพ ควบคุมคุณภาพมี ๔ หัวข้อหรือ ๔ วิธีการ ๔. เพิ่มประสิทธิภาพและช่องทางกระจายผลผลิตภายในประเทศ นะครับ อันนี้มี ๕ วิธีการ ๓. ขยายการส่งออกมี ๓ วิธีการ ๕. ส่งเสริมการแปรรูปมีอยู่ ๒ วิธีการ ๖. กระตุ้นการบริโภคมี ๓ วิธีการ มาตรการที่ ๗ มาตรการรองรับกรณีฉุกเฉินมี ๓ วิธีการ ผมได้ดูแล้วคิดว่าคณะทํางานซึ่งมีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ที่ได้วางแผนนั้นมีผู้ที่เกี่ยวข้องคือ ผู้แทนเกษตรกร ผู้แทนสถาบันเกษตรกร ผู้แทน ภาคเอกชนและผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเปึนคณะกรรมการรวมทั้งสิ้น ๒๕ คน ผมถือว่า ๖ แนวทาง ๒๒ วิธีการ ๑๕ หน่วยงานนั้นเปึนแนวทางที่ถูกต้อง และคิดว่าจะแก้ไขปัญหา ได้ถ้าปฏิบัติอย่างเข้มข้นเอาจริงเอาจัง ผมคิดว่าน่าจะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวสวนผลไม้ ได้นะครับ ผมจึงต้องขออนุญาตตั้งคําถามในข้อห่วงใยอยู่ ๒ ประเด็นก็คือ

๑. ในการบริหารคนหรือบริหารหน่วยงานที่รับผิดชอบนะครับ ซึ่งทั้งหมดมี ๑๕ หน่วยงาน เปึนสิ่งที่ยากในการบริหารคน

๒. ในเรื่องงบประมาณซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากท้องถิ่นที่ต้องตั้งไว้ช่วยตนเอง และส่วนที่ ๒ ต้องมาจากส่วนกลางซึ่งผมดูในรายละเอียดแล้วค่อนข้างจะเน้นจาก คชก. (คณะกรรมการช่วยเหลือเกษตรกร) เพราะฉะนั้น ๒ สิ่งนี้จะทําให้มาตรการ ๖ แนวทาง ๒๒ วิธีการ ๑๕ หน่วยงานที่ท่านวางไว้เปึนทฤษฎีที่สวยหรูนี้มันไม่สําเร็จ ถ้าข้อห่วงใย ทั้ง ๒ ประการของผมที่ผมได้กล่าว คือเรื่องการบริหารคน บริหารหน่วยงานและ งบประมาณ อันนี้คือหัวใจหลักที่ท่านต้องให้ความสําคัญและเปึนข้อห่วงใยของกระผม นะครับ ซึ่งพอมาในข้อห่วงใยของผมนั้นผมก็เกิดปัญหาในจังหวัดจันทบุรี เพราะว่า ๑๕ หน่วยงานนั้นซึ่งประกอบไปด้วยกรม กองต่าง ๆ แล้วก็มีหน่วยงานในจังหวัดจันทบุรี คือในเรื่องของท้องถิ่นหรือ อปท. (องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) นะครับ ผมก็เลยอยากจะ นําเรียนตัวอย่างซึ่งเกิดขึ้นจริงให้ท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานการแก้ไขได้รับทราบว่า ได้มีการประชุมของจังหวัดจันทบุรี โดยท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ท่านพงศธร สัจจชลพันธ์ เปึนประธานนะครับ วันนั้นได้เชิญหลายหน่วยงานทั้งทางภาคราชการ ภาคท้องถิ่นที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร วันนั้นท่านประธานของผมนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านรัฐมนตรีธีระ วงศ์สมุทร ผมคิดว่าท่านอาจจะโดนลองยาแล้วนะครับเพราะว่ารองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด จันทบุรี ชื่อนายอิสิวุฒิ ตั้งเกียรติ ได้พูดในที่ประชุมว่า ผมจะบอกให้นะ ป้นี้ผมจะไม่ตั้ง งบประมาณช่วย ให้ ส.ส. ๓ คนจัดการกันเองนะครับ ซึ่งผมมานั่งมองแนวทางของ ท่านนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นก็เปึนหน่วยงานที่ถนนท่าน ซึ่งท่านก็ร้องขอและไป อยู่ในแผนงานอย่างน้อยก็ในหมวดที่ ๓ เพิ่มประสิทธิภาพและช่องทางการกระจาย ผลผลิตภายในประเทศ และช่องทางที่ ๖ ก็คือ มาตรการรองรับกรณีฉุกเฉิน ในข้อ ๒ จังหวัดหรือท้องถิ่นต้องเตรียมวงเงินเพื่อสนับสนุนการแก้ไขบางส่วน แล้วหนังสือของ กระทรวงมหาดไทยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ได้เขียนมาหลายฉบับ ไม่ว่าจะเปึน ข้อบัญญัติขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เรื่องกิจการซื้อขายผลผลิตทางการเกษตร พ.ศ. ๒๕๔๘ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมเทศบาลให้ถือปฏิบัติตามนัยหนังสือกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๘๐๘.๒/๔๔๖๙๐ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๙ มีหนังสือกระทรวงมหาดไทยจํานวนมากมายหลายฉบับ ไม่ว่าจะเปึน ที่ มท ๐๘๐๒.๒/ว ๒๖๑๑ ลงวันที่ ๔ สิงหาคม มีหลายฉบับ ผมไม่ให้เสียเวลานะครับ อันนี้ผมก็อยากจะถาม ถึงแนวทางของท่านนะครับ ซึ่งมีหน่วยงานที่ร้องขอแล้วก็ผมคาดว่า ๑๕ หน่วยงานนั้น อาจจะมีลักษณะแบบนี้ก็ได้ ในการทํางานแบบย่อหย่อนไม่เต็มกําลัง ผมต้อง กราบขอบพระคุณองค์การบริหารส่วนตําบล องค์การเทศบาลของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งงบประมาณนี้น้อยนิดเองครับ แต่ทุกคนพร้อมใจที่จะตั้งงบประมาณส่วนท้องถิ่น เพื่อช่วยมาตรการตรงนี้ตามนโยบายของท่านประธาน ผมต้องกราบขอบพระคุณ ผมไม่เข้าใจว่า ๑. ท่านประธานโดนลองของหรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรีไม่รัก ชาวสวน เพราะเปึนข้อบัญญัติแล้วก็เปึนปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลหลายสมัยไม่มีใครแก้ได้ นะครับ เพราะว่าขาดความพร้อมเพรียง ขาดความร่วมแรงร่วมใจกันนี่ ผมเชื่อว่าแก้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมขอเข้าคําถามเลยนะครับ

ท่านมีหลักในการบริหารจัดการกับหน่วยงานที่ท่านมอบหมายให้ทําหน้าที่ ในแต่ละด้านอย่างไร เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ํา และถ้า หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งทําไม่เต็มที่ หรือไม่ทําตามที่ท่านมอบหมายภารกิจไว้ให้ ท่านจะดําเนินการอย่างไรในฐานะท่านเปึนประธานในการแก้ไขปัญหาผลไม้ ขอบคุณครับ