ฮอชาลี มาเหร็ม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๕ มีนาคม ๒๕๕๒

ฮอชาลี มาเหร็ม หารือประเด็นปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้วาระรับทราบผลการดำเนินงานของกระทรวงกลาโหม และระบุว่าจะนำเสนอประเด็นสำคัญจำนวน 2-3 ประเด็น

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สตูล

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในวาระรับทราบผลการดําเนินงานของกระทรวงกลาโหม ในเรื่องของปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นนะครับ ผมมีประเด็นสั้น ๆ ประมาณ ๒-๓ ประเด็นอยู่ในกรอบเวลาที่ กําหนดให้นะครับ ก็คือว่า

ประการแรก ผมเองก็เห็นว่าสถานการณ์ ณ ขณะนี้จํานวนครั้ง จํานวน ตัวเลขก็เริ่มลดลง ก็ขอแสดงความยินดีกับผู้ซึ่งทํางานหนักแล้วก็ได้เห็นผลของ ตัวเลขที่ลดลงนะครับ กระผมอยู่ในพื้นที่ก็ดีใจด้วย แต่ว่าการปฏิบัติการแต่ละครั้งนี่ กลุ่มฝ์ายตรงกันข้ามเขาก็มี ใช้คําว่า คุณภาพในการปฏิบัติการ ก็คือความรุนแรง มีการตัดคอ มีการทําอะไรที่ค่อนข้างจะรุนแรงมากขึ้น แม้ตัวเลขจะลดลง เพราะฉะนั้น ผมเองก็เคยได้รับทราบจากรัฐมนตรีบางท่านเคยพูดว่า ท่านไม่ดีใจกับจํานวนตัวเลขที่ ลดลง เพราะว่าการปฏิบัติการก็ยังคงอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่มีความสําคัญก็คือว่า ทําอย่างไรที่ จะให้ความคิดที่รุนแรงเหล่านั้นหมดไปจากความคิดของผู้ที่ก่อการ เพราะฉะนั้น มันจะต้องใช้วิธีการที่เขาเรียกว่า การเมืองนําการทหาร หรือว่าการปฏิบัติการทางด้าน มวลชนนําการทหาร ผมดีใจที่เห็นที่ผมเคยอภิปรายในสภาในเรื่องของการใช้สื่อของรัฐ ในการมาทําความเข้าใจในเรื่องของหลักเกณฑ์ หลักการ ศาสนาที่ถูกต้องให้กับเยาวชน ให้กับพี่น้องประชาชนนั้น มาตอนนี้ทาง ศอ.บต. แล้วก็ทาง กอ.รมน. ภาค ๔ นะครับก็ได้ ใช้สื่อทีวี เอ็นบีทีในพื้นที่ ดึงเอาอูลามะ (Ulama) ดึงเอาผู้นําศาสนาทุกระดับมาทํา ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ผมอยากจะให้ลักษณะอย่างนี้ได้มีการกระจายไปยัง สื่อวิทยุ ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมการดูแลของทั้งกองทัพบกกองทัพเรือ กองทัพอากาศ ท่านได้พยายามใช้ให้ผู้นําศาสนาให้เขาได้มีโอกาสได้มาทําความเข้าใจในหลักเกณฑ์ หลักศาสนาที่ถูกต้องให้กับคนในพื้นที่ และผมเชื่อว่าคงไม่นานความคิดเหล่านี้ก็จะค่อย ๆ หายไปนะครับ สถานการณ์ก็จะดีขึ้น แต่อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ผมขอให้ข้อเสนอแนะ ไปยังท่านผู้รับผิดชอบก็คือว่า ผมอยู่ในพื้นที่ใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จังหวดสตูลนั้น บ้านผมไม่เคยเกิดปัญหา แต่ผมเองก็เคยใช้ชีวิตอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมรับทราบดีว่าในเรื่องของการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มันเปึนเรื่องของ โครงสร้าง เปึนเรื่องที่มีความสําคัญ โครงสร้างเดิมที่มีมาตั้งแต่สมัย ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นั้นเปึนโครงสร้างที่วางเอาไว้อย่างสวยงามถูกต้องกับการแก้ไขปัญหาก็คือ ว่า ให้ทางฝ์ายท่านคือฝ์ายทหารนี่ดูแลในเรื่องของการปราบปราม ดูแลในเรื่องของ การกดดัน ส่วนฝ์ายพลเรือนนั้นโดยอาศัยศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดูแลในเรื่องของมวลชน เรื่องของการพัฒนา เรื่องการศึกษา แล้วก็ในเรื่องของ ฝ์ายการเมือง แล้วก็ต่อมาโครงสร้างเหล่านั้นได้ถูกยกเลิกไปในช่วงไม่กี่เดือนเหมือนกับที่ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายนั้นนะครับ แต่มา ณ ขณะนี้กระบวนการโครงสร้างทั้งหมด ถูกครอบคลุมไปด้วยกฎหมาย พ.ร.บ. ความมั่นคง ซึ่งมอบให้ กอ.รมน. ภาค ๔ เปึนผู้ดูแล ค่อนข้างจะเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ท่านครับ ผมเองในฐานะซึ่งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับการสะท้อนจากพี่น้องประชาชน ได้รับการสะท้อนจากผู้นําศาสนา ได้รับการสะท้อนจากนักวิชาการบอกว่า ทางฝ์ายทหาร นั้นประชาชนอุ่นใจ ถ้าหากว่าท่านนั้นอยู่ใกล้ แล้วก็ให้ความปลอดภัย แล้วก็ช่วยดูแลเรื่อง ความปลอดภัย แต่สําหรับในเรื่องของมวลชน ในเรื่องของการพัฒนา ในเรื่องของการทํา ที่จะให้ประชาชนเข้ามาอยู่กับรัฐนั้น ผู้ซึ่งทําหน้าที่ที่ดีที่สุดก็คือ ภาคพลเรือน ก็คือ ศอ.บต. ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง ณ ขณะนี้นั้น ศอ.บต. ก็เปึนเพียง องค์กรที่ลอยอยู่ แล้วก็เปึนเพียงแค่ติ่งหนึ่งซึ่งแขวนอยู่ในโครงสร้างเล็ก ๆ ของ กอ.รมน. ภาค ๔ ซึ่งดูแลควบคุมโดยแม่ทัพภาคที่ ๔ เพราะฉะนั้นทําอย่างไรที่จะให้รูปแบบเดิม แพทเทิร์น (Pattern : แบบ) เดิม แบบฟอร์มเดิมซึ่งเคยมีความสําเร็จในการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้กลับคืนมา ผมเองซึ่งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราก็ได้คุยกัน ในการที่จะเสนอกฎหมาย ศอ.บต. ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่าคงจะได้รับ ความร่วมมือจากฝ์ายทหารในการที่มาช่วยกันดูแลในกฎหมายตรงนี้ เพื่อที่จะให้ทาง ภาคพลเรือนนั้นเขาได้มีอิสระในการตั้งงบประมาณ มีอิสระในการจัดบุคลากร มีอิสระ ในการจัดโครงสร้าง แล้วก็มีอิสระในการทํางานโดยมีการเชื่อมประสานผ่าน พตท. ๔๓ ทํางานร่วมกัน นั่นคือสิ่งที่ผมซึ่งเปึนผู้แทนอยากจะเห็น

ประการสุดท้าย เรื่องของอํานวยความยุติธรรม ในเรื่องของการแก้ไข ปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นรัฐบาลก็ได้เดินมาถูกต้อง แต่ในเรื่องของการ อํานวยความยุติธรรมนั้นผมอยู่ในพื้นที่ ผมเองก็ยังเห็นว่าทั้งในส่วนของผู้ซึ่งลงไปจาก กรุงเทพฯ ผมยกตัวอย่างว่า สถาบันนิติเวชวิทยา ของคุณหญิงหมอพรทิพย์ ลงไปจาก กรุงเทพฯ ไปทํางานในพื้นที่ มีรูปแบบในการทํางาน มีการตรวจ มีการเก็บ ดีเอ็นเอ (DNA : ชื่อย่อของสารพันธุกรรม มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า กรดดีออกซีไรโบนิวคลีอิก : (Deoxyribonuleic Acid) ซึ่งบรรจุข้อมูลทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตชนิดนั้นไว้) ผู้ซึ่งอยู่ใน ข่ายที่สงสัยเอาไว้เปึนจํานวนมากทีเดียว แต่ทําอย่างไรที่จะให้ข้อมูลตรงนั้นจากสถาบัน นิติเวชของคุณหญิงกับตํารวจในพื้นที่ ซึ่งเขาดูแลในเรื่องของการพิสูจน์หลักฐานนี่ได้ สามารถที่จะให้การยอมรับซึ่งกันและกันได้ สามารถที่จะเชื่อมข้อมูลกันได้ไม่เปึนการแบบว่ายืนทํางานกันคนละด้าน ทํางานกันแบบไร้ เอกภาพ ทําอย่างไรถึงจะให้หน่วยงาน ซึ่งจะอํานวยความยุติธรรม ในการยืนยันว่าคนไหน บริสุทธิ์ คนไหนซึ่งเปึนแนวร่วม คนไหนซึ่งเปึนผู้ก่อการ ซึ่งตรวจพิสูจน์ได้ด้วยกระบวนการ ทางด้านวิทยาศาสตร์นั้น ให้เราสามารถจะมีเอกภาพในการทํางาน นั่นคือสิ่งที่ในพื้นที่ ใน ๓ จังหวัดเราต้องการเห็นนะครับ ในเรื่องของความเปึนเอกภาพตรงนี้

แล้วก็สุดท้ายนะครับ ก็ในเรื่องของปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ก็อยากจะให้เปึนปัญหาภายในของเราเอง ภายในประเทศ ไม่อยากจะให้มีการโยงไปถึง โรฮิงยา ไม่อยากจะให้โยงไปถึงมุสลิมเขมร ซึ่งมาเรียนท่องจําอัลกุรอาน ใน ๓ จังหวัด ไม่อยากจะให้โยงไปถึงข้างนอก ถ้าหากว่าจะมีการโยงก็ขอให้มีหลักฐาน มีข้อมูลที่พิสูจน์ชัดเจนได้ว่าพวกเขาเหล่านั้นมามีส่วนร่วมในพื้นที่ตรงนี้ อยากจะให้ ปัญหานี้เปึนปัญหาของเรา ซึ่งเราสามารถจะดูแลจัดการเองได้ ผมเองก็เปึนผู้แทนในพื้นที่ ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ ยินดีที่จะให้ข้อมูล แล้วก็ยินดีที่จะให้ข้อเสนอแนะดี ๆ ให้กับ ทางรัฐบาลเพื่อนําไปแก้ปัญหาต่อไป ขอบคุณครับ