สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๕ มีนาคม ๒๕๕๒

ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ หารือเรื่องปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเสนอแนวทางแก้ไข เช่น การให้ข้อมูลและข่าวสารแก่ประชาชน และการเปลี่ยนแปลงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหา นอกจากนี้เขายังพูดถึงปัญหาความไม่มั่นคงในชีวิต ประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเสนอแนะให้รัฐบาลพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจควบคู่กันเพื่อแก้ไขปัญหา

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ก่อนอื่นท่านประธานครับ ต้องขอแสดงความชื่นชม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมครับ ที่มารับหน้าที่เพียง ๒๐ วัน ท่านก็ได้ทําเรื่อง ญัตติด่วนเรื่องนี้เสนอต่อ ครม. คณะรัฐมนตรีชุดนี้ก็งานได้เพียง ๑ เดือน กับ ๑๐ วัน ก็มีการพิจารณาญัตติเรื่องนี้เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ จนนํามาสู่การพิจารณา ของสภาในวันนี้ อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนี้มีความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาของ พ่อแม่พี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องยอมรับความจริงครับว่า ปัญหา ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไขได้ง่าย ๆ ครับ เพราะปัญหาความรุนแรง นี้เกิดมา ๕ ป้แล้ว ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๕๑ ๕ ป้เต็ม รัฐบาลนี้ เข้ามารับงานเพียง ๑ เดือน ๒ เดือน แล้วจะทําให้ยุติเสร็จสิ้นเปึนไปไม่ได้ครับ แต่เรา สามารถทําให้ปัญหานั้นบรรเทาลง ค่อย ๆ บรรเทาลงค่อย ๆ เปึน ค่อย ๆ ไป จะทําให้ บ้านเมืองดีขึ้นครับ ผมมีข้อเสนอแนะแสดงความคิดเห็นบางประการครับ สั้น ๆ ครับ ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายไปก็มีความคิดเห็นหลากหลาย ผมคิดว่าวันนี้เรารับฟัง ได้หมดละครับ เพราะว่าปัญหาต่าง ๆ ได้มีการพัฒนาการ โดยเฉพาะผมคิดว่า ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ่อแม่พี่น้องใน ๓ จังหวัด มีการพัฒนาการด้านข้อมูล ข่าวสารสูงกว่าหน่วยงานอื่น ๆ มีการระเบิด มีการฆ่า มีการก่อเหตุรุนแรงทุกครั้ง เราจะ พบเห็นว่าพ่อแม่พี่น้องใน ๓ จังหวัดนี่จะจับกลุ่มนั่งร้านน้ําชา นั่งในวัด นั่งตามมัสยิด พูดคุยวิเคราะห์ปัญหาว่ามาอย่างไร ไปอย่างไร ในขณะที่เจ้าหน้าที่นี่ของบ้านเมือง ต้องยอมรับเหมือนกันครับว่า มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปตลอดครับ ครบ ๑ ป้ ๒ ป้ ก็เปลี่ยนกันไป เพราะเมื่อเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง ระดับเจ้าหน้าที่ก็ต้องไปเรียนรู้ ปัญหาใหม่ ๆ ในขณะที่พ่อแม่พี่น้องประชาชนที่เขาไม่ได้ไปไหนเลย เขาก็รับรู้สะสมปัญหา เพิ่มเปึนทวีคูณตลอดครับ ผมคิดว่าวันนี้ปัญหาที่สําคัญที่รัฐบาลหรือทางรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงกลาโหมพึ่งจะนําไปพิจารณาด้วยกัน ๓ ประการครับ

ประการที่ ๑ ท่านต้องสร้างความเชื่อมั่นก่อนครับ การสร้างความเชื่อมั่น ท่านต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าจะไม่เปึนผู้กระทําความผิด โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐเอง

ประการที่ ๒ ท่านต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดได้ว่าเจ้าหน้าที่สามารถปกปัองชีวิตและทรัพย์สินของพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้

ประการถัดมาครับ ท่านต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ดําเนินการมา ถูกทางถูกวิธี การดําเนินการทั้งหมดที่ผมกล่าวถึงนี่ เพราะไม่มีเรื่องอื่นเลยที่จะสามารถ สร้างความเชื่อมั่นให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนเชื่อว่าเขาจะดํารงชีวิตและอยู่ได้ ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน การที่ท่านจะสร้างความเชื่อมั่นทั้งหลาย ผมคิดว่า มีแนวทาง ๒ แนวครับ แนวที่ ๑ ก็คือเราคิดว่าตั้งสมมุติฐานก่อนว่าอาจจะไม่สามารถ สงบได้ในเร็ววัน แนวทางที่ ๒ สามารถสงบได้ในระยะเวลาอันสั้น ถ้าไม่สามารถสงบได้ ในระยะเวลาอันสั้นนี่ท่านจะทําอย่างไรครับ ท่านต้องคิดต่อครับ พ่อแม่พี่น้องประชาชน ใน ๓ จังหวัดนี่ ๕ ป้เต็มแล้วครับ ที่ได้รับผลกระทบทางด้านความมั่นคงในชีวิตและ ทรัพย์สิน และได้รับผลกระทบทางด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ปัจจุบันนี้ได้รับผลกระทบด้านความมั่นคงทางสาธารณสุข ด้านสาธารณสุขเมื่อสักครู่ มีเพื่อนผู้แทนท่านหนึ่งได้อภิปรายเปึนความจริงครับ มีโรคเกิดขึ้นเรียกว่าโรคชิคุนกุนยา เกิดมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ป้ ๒๕๕๑ ครับ มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร มันเกิดขึ้นมา เพราะ เขาเรียกกันว่าเปึนโรคยุงลาย เปึนโรคไข้ปวดข้อยุงลายไม่ใช่ไข้เลือดออกครับ นําโดยพาหะที่นําก็จะเปึนยุงเขาเรียกยุงลายบ้านกับยุงลายป์าสามารถแพร่เชื้อได้ แต่ส่วนใหญ่จะเปึนยุงลายป์าเสียมากกว่า ความมั่นคงทางสาธารณสุข เพราะงบประมาณทางสาธารณสุขไม่มีครับ บุคลากรทางสาธารณสุขขาดแคลนครับ เครื่องไม้เครื่องมือการที่จะไปกําจัดยุงลายขาดแคลนครับ แล้วต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ เพราะพื้นที่ล่อแหลม เจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ย่อมมีผลกระทบ ย่อมมี ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเปึนเรื่องปกติครับ ทีนี้ถ้าสมมุติว่าเราตั้งสมมุติฐาน แบบเมื่อสักครู่ผมพูดถึง ถ้าเราคิดว่าไม่สามารถสงบได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่จากสถานการณ์จะดีขึ้น เราก็ต้องทําสิ่งที่เรียกว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกับการ พัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กันไป ใน ๕ ป้มานี้ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เกือบไม่มี การก่อสร้างเลยครับ ถนนหนทางขาดแคลนมโหฬารเลยครับ ถนนหนทาง ๔ ช่องจราจร จากตัวเมืองยะลาไปเบตงไม่มี จากตัวเมืองยะลาผ่านอําเภอยะรัง เข้าสู่จังหวัดปัตตานี ไม่มี ถนนหนทาง ๔ ช่องจราจรจากยะลาเข้าสู่อําเภอรามันไปเชื่อมต่อกับ จังหวัดนราธิวาส ไม่มีถ้าเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นอย่าว่าแต่ประชาชนเลยครับ เจ้าหน้าที่ก็ไม่มีถนนจะวิ่ง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าผมเสนอแนะท่านก็คือท่านต้อง เดินคู่ขนานครับ ระหว่างการพัฒนาเมือง การพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการแก้ไขปัญหา ด้านความมั่นคงครับ ขอบคุณครับ