ผ่องศรี ธาราภูมิ หารือเรื่องปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดและขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่โรงเรียนขาดคุณภาพและเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ เธอหารือเรื่องการผลิตนมที่มีปัญหาการผลิตนมส่วนเกินและราคานมที่สูงเกินไป ทำให้เกษตรกรไม่สามารถขายนมออกไปได้ และมีการลักลอบนำเข้านมผงเข้ามาในประเทศ เธอยังหารือเรื่องการชดเชยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำนมและตรวจสอบการช่วยเหลือเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงินชดเชย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์นะคะ ดิฉัน ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานนะคะที่ได้บรรจุกระทู้ของดิฉันเข้าในวาระการประชุม ในวันนี้นะคะ แม้ว่าดิฉันจะได้ยื่นกระทู้ตั้งแต่เดือนมกราคม และเวลาได้ล่วงเลยมา พอสมควร แต่ว่ากระทู้มาช้าก็ยังทันเวลานะคะ เพราะว่าวันนี้สถานการณ์วิกฤติของ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมก็เปึนข่าวปรากฏรายวันนะคะ เพราะฉะนั้นคําถามและคําตอบ ในวันนี้ก็จะเปึนความหวังที่พี่น้องเกษตรกรรอคอยนะคะ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ น้ํานมดิบล้นตลาด แล้วก็นมโรงเรียนขาดคุณภาพนะคะ
ดิฉันขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน กราบเรียนขอบพระคุณผ่านไปยัง ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี ท่าน พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ และท่านรัฐมนตรีธีระ วงศ์สมุทร ที่ได้กรุณามาเปึนผู้ตอบกระทู้แทน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในวันนี้นะคะ แต่ก็เปึนที่ น่าเสียดายอยู่นิดหนึ่งนะคะ เพราะว่าตามเดิมดิฉันทราบว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์นี่ก็จะมาร่วมตอบกระทู้ถามด้วย เพราะว่าในการแก้ไขปัญหาเรื่องของน้ํานมดิบล้นตลาดนี่นะคะ คงไม่สามารถทําได้ เพียงลําพังในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งเปึนผู้ผลิต เพราะว่ามันจะเกี่ยวข้อง กับการระบาย แต่อย่างไรก็ดี ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีได้มานั่งอยู่ ณ ที่นี่แล้วนะคะ ซึ่งดิฉันก็ทราบดีนะคะว่า ฯพณฯ ทั้งสองที่ดิฉันเคารพยิ่งได้ร่วมกับคณะรัฐมนตรี ทุกกระทรวงภายใต้การนําของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้สนใจติดตามปัญหาเรื่องนี้ มาโดยตลอด ตั้งแต่วันที่ทํางานวันแรกเลยนะคะ แถลงนโยบายก็ปัญหาเรื่องน้ํานมดิบนี่ ก็เข้าสู่ภาระของรัฐบาล แล้วก็ตั้งแต่ช่วงสิ้นป้ อันนี้ก็จึงคิดว่าวันนี้นี่เวลาที่จํากัดนี่ ไม่สามารถจะบรรยายถึงความซับซ้อนแล้วก็ปัญหาต่าง ๆ ได้ทุกเรื่อง ดิฉันขอใช้เวลาของ สภาแห่งนี้ที่จะมุ่งเน้นเรียนถามไปเฉพาะในกรณีของปัญหาน้ํานมดิบล้นตลาด ซึ่งเปึน ความทุกข์ของพี่น้องเกษตรกรนะคะ
ในเบื้องต้นดิฉันขอกราบเรียนว่า ดิฉันเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี ซึ่งเปึนจังหวัดที่มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ประกอบอาชีพเลี้ยงโคนมอยู่มาก เปึนอันดับ ๔ ของประเทศ รองจากจังหวัดสระบุรี จังหวัดราชบุรี แล้วก็จังหวัด นครราชสีมานะคะ ปัจจุบันมีโคนมอยู่ในพื้นที่ประมาณ ๕๘,๐๐๐ ตัวนะคะ แล้วก็มี ผลผลิตน้ํานมดิบนี่ที่ผลิตได้ต่อวันประมาณ ๓ แสนตันต่อวันนะคะ เฉพาะที่ลพบุรี มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมนี่ประมาณ ๒,๕๐๐ ครัวเรือน ดังนั้นความทุกข์ของพี่น้อง ดิฉัน ไม่สามารถที่จะนิ่งเฉยได้นะคะ เพราะว่าทุกเมื่อเชื่อวันที่ได้ลงไปในพื้นที่นั้นก็ได้รับฟัง แล้วก็รู้ว่าเขาเปึนทุกข์กันอย่างยิ่ง ดิฉันขอทําหน้าที่เปึนตัวแทนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ทั่วประเทศนะคะ ซึ่งปัจจุบันนี้มีอยู่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ครอบครัว หรือว่า ๒๐,๐๐๐ ฟาร์ม นะคะที่จะส่งเสียงสะท้อนในวันนี้ แล้วก็ดิฉันขอกราบเรียนว่า เพื่อให้พี่น้องประชาชน รวมถึงท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้รับทราบสถานการณ์ปัญหานี้ร่วมกันว่า เหตุใด พี่น้องเกษตรกรจึงต้องออกมาชุมนุมแล้วก็เทนมทิ้งรายวันนี่ หลายคนไม่เข้าใจนะคะว่า ทําไมต้องมาทําเช่นนั้น ดิฉันขออนุญาตในเบื้องต้นสรุปให้เห็นพัฒนาการของปัญหา ที่เกิดขึ้นในประเทศของเรานะคะ จริง ๆ แล้วปัญหาเรื่องนมล้นตลาดนี่ก็ไม่ต่างจาก พืชผลเกษตรอื่น ๆ เมื่อความต้องการกับผู้ผลิตนี่มันไม่สมดุลกันมันก็เกิดปัญหา แต่ว่า วิกฤติแบบนี้ก็เปึนวงรอบเปึนวัฏจักร แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้มันมีพัฒนาการมา ตั้งแต่ป้ที่แล้วนะคะ จะได้เห็นปัญหาร่วมกัน แล้วก็ช่วยกันคิดให้รอบคอบนะคะ
เมื่อกลางป้ ๒๕๕๑ ในขณะนั้นเกษตรกรมีปัญหาเรื่องต้นทุนการผลิต สูงมากเปึนช่วงที่มีภาวะน้ํามันราคาแพง วัตถุดิบอาหารสัตว์นี่มีราคาสูง ขณะนั้นราคา รับซื้อน้ํานมดิบหน้าโรงงานก็คือ ๑๔ บาท ๕๐ สตางค์ ต่อ ๑ กิโลกรัม ทําให้เกษตรกรก็มี ความเดือดร้อนเนื่องจากต้นทุนสูง รัฐบาลในขณะนั้นก็มีมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ปรับราคาน้ํานมดิบหน้าโรงงานจาก ๑๔ บาท ๕๐ สตางค์ เปึน ๑๘ บาท ต่อ ๑ กิโลกรัมนะคะ จากการปรับราคาดังกล่าว ก็เปึนช่วงจังหวะที่ภาวะเศรษฐกิจ ของโลกมีภาวะเศรษฐกิจถดถอย แล้วก็มีข่าวร้ายเรื่องของสารปนเปุ๋อนสารเมลามีน ที่ใน นมผงของประเทศจีนนะคะ ก็ส่งผลให้ภาวะความต้องการบริโภคนมนี่ลดลง ประกอบกับ เปึนช่วงย่างเข้าสู่ฤดูหนาวนะคะ ซึ่งวัวนมนี่ก็มีการผลิตน้ํานมสูงขึ้น ก็ทําให้ปริมาณน้ํานม มีมาก ประกอบกับเปึนช่วงที่นมผงมีราคาปรับตัวถูกลง ในเมื่อราคาน้ํานมดิบมีราคาสูง แต่นมผงราคาถูก ก็ทําให้ผู้ประกอบการ ผู้ที่ผลิตนมพร้อมดื่มต่าง ๆ ก็เลือกที่จะใช้นมผง ที่นําเข้ามาในประเทศแทนน้ํานมดิบที่ผลิตจากเกษตรกร ซึ่งการนําเข้านมผงนั้นก็จะมี โควตาที่เข้ามาโดยถูกต้องตามข้อตกลงการค้าเสรีนะคะ ไม่ว่าจะเปึน ดับเบิลยูทีโอ ( WTO : World Trade Organization : องค์การการค้าโลก) หรือว่า เอฟทีเอ (FTA : Free Trade Area เขตการค้าเสรี) นอกจากนั้นนมผงที่มีข้อมูลว่ามีการลักลอบนําเข้ามา โดยผิดกฎหมายด้วยนะคะ อันนี้ก็เปึนปัญหาที่หลายเรื่อง อันนี้ก็ส่งผลให้ยอด ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนม เมื่อต้นทุนน้ํานมดิบสูงนี่นะคะ เขาก็ไม่สามารถผลิตนม แล้วก็ขายออกไปได้ ขณะนี้ก็มีนมส่วนเกิน นมส่วนเกินที่เกษตรกรผลิตแล้วไม่สามารถส่งให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ ในแต่ละวันเกินอยู่ประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ ตันนะคะ นมนี้เมื่ออยู่ในตัวของ โค รีดออกมาจากเต้านี่ก็จะมีอุณหภูมิอยู่ประมาณ ๓๗ องศา เมื่อรีดออกมาแล้วก็จะต้อง เก็บไว้ในถังพักน้ํานมซึ่งจะมีอุณหภูมิประมาณ ๗ องศา ถ้าอยู่ในอุณหภูมิข้างนอกก็จะ เสียแล้วก็บูดเน่า ดังนั้นเกษตรกรเมื่อรีดนมมาจากตัวโคแล้วเก็บในถัง ส่วนที่เกิน ไม่สามารถส่งให้สหกรณ์ สหกรณ์ก็ไม่สามารถรับซื้อแล้วส่งไปที่หน่วยงานที่แปรรูปต่อไปได้ ก็จะทําให้เกษตรกรมีความจําเปึนต้องเอานมส่วนเกินนี้ออกมาทิ้งเปึนรายวัน นะคะ ซึ่งจะต้องหาวิธีการแก้ปัญหาต่อไป อันนี้ก็คือสถานการณ์ในช่วงต้นป้นะคะ รัฐบาล ภายใต้การนําของท่านอภิสิทธิ์ก็พยายามดําเนินการนะคะ ป้ใหม่ก็พยายามช้อนซื้อนม ออกจากตลาด นมถุงไปแจกก็ประมาณ ๖๐ ล้านบาท ก็แจกไปในช่วงป้ใหม่นะคะ ผ่านกระทรวงสาธารณสุข อันนั้นก็เปึนแค่ชั่วครู่ชั่วยามนะคะ ปัญหาก็ยังเกิดขึ้น เพราะว่า ขณะนี้หลังจากที่ ๑๘ บาทมันสูงเกินไป มติ ครม. คิดว่าเมื่อผู้ประกอบการนมดิบราคาสูง ไม่ซื้อ ไปใช้นมผง ก็เลยมีการปรับลดราคาลงมาเหลือ ๑๖ บาท ๕๐ สตางค์ โดยรัฐบาล จะรับผิดชอบจ่ายเงินชดเชยส่วนต่าง ๑ บาท ๕๐ สตางค์ ให้กับเกษตรกรนะคะ อันนี้ก็เปึน มติในเบื้องต้น ซึ่งบัดนี้เกษตรกรบางส่วนก็ยังไม่ได้รับเงินชดเชยในส่วนนี้
นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีอีกหลายมาตรการเท่าที่ดิฉันได้ดูนะคะ มีมติ ครม. หลายครั้ง อาทิ เช่น มติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ที่อนุมัติให้กระทรวงเกษตร (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) ยืมเงิน ๓๔๖ ล้านบาท จากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร เพื่อจ่ายชดเชยในส่วนต่างที่กล่าวแล้วนะคะ นอกจากนั้นก็มีมติขอความร่วมมือไปยัง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ปรับแผนการจัดซื้อนมโรงเรียนให้เพิ่มขยายจาก ป. ๔ (ประถมศึกษาป้ที่ ๔) ไปถึง ป. ๖ นะคะ แต่ว่าในทางปฏิบัติก็ยังไม่เกิดผลนะคะ นอกจากนั้นก็ยังมีการรณรงค์ให้มีการบริโภคนม แต่ว่าสถานการณ์เรื่องของนม เปึนเครื่องดื่มที่มีส่วนแบ่งการตลาด ขณะนี้มีเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่ประชาชนมีทางเลือก มากมายนะคะ ไม่ว่าจะเปึนนมถั่วเหลือง ชาเขียว หรือน้ําผลไม้พร้อมดื่ม ก็ทําให้ปริมาณ คนบริโภคนมไม่ได้กระเตื้องขึ้นนะคะ นอกจากนั้นแล้วรัฐบาลยังมอบให้ อ.ส.ค. (องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย) เปึนกลไกของรัฐบาล ในการรับซื้อน้ํานมดิบที่ล้นตลาดนะคะ โดยขยายวงเงินกู้หรือว่าเสริมสภาพคล่องให้กับ อ.ส.ค. อันนี้ก็เปึนที่มาของปัญหาต่อนะคะ ซึ่งท่านรัฐมนตรีธีระก็รับบทหนัก เพราะว่าท่าน ได้รับมอบหมายให้ดูแลในเรื่องนี้ แต่ว่าดิฉันก็ยังมีคําถามที่พี่น้องเกษตรกรฝากมานะคะ ซึ่งจะขอถามในช่วงต่อไปว่า การที่ให้ อ.ส.ค. ได้รับภาระในการรับซื้อน้ํานมดิบ จากสหกรณ์ต่าง ๆ นั้นเปึนการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่นะคะ อันนี้ก็มี ข้อมูลที่อยากจะเรียนเสริมให้เห็นภาพอีกนิดหนึ่งว่า จริง ๆ แล้วถ้าเราบริหารจัดการน้ํานม ได้ดี จากตัวเลขของสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตรมีตัวเลขที่บ่งชี้ว่า ความต้องการน้ํานม ดิบในประเทศของเราประมาณ ๙๗๐,๐๐๐ กว่าตันต่อป้นะคะ ที่คนไทยต้องการบริโภค แต่ขณะนี้ปริมาณน้ํานมดิบที่ผลิตได้ในประเทศมีอยู่ประมาณ ๗ แสนกว่าตันต่อป้เท่านั้น ที่จริงแล้วความต้องการกับปริมาณน้ํานมดิบที่ผลิตได้นี่ยังเพิ่มได้อีกนะคะ แต่ว่าเนื่องจาก ปัญหาดังกล่าวก็มีนมผงเข้ามาทดแทน และขณะนี้นมดิบที่มีเกินอยู่ก็ประมาณ ๓๐๐ ตัน ต่อวัน
ในเบื้องต้นนี้ดิฉันก็ขอกราบเรียนถามเปึนคําถามแรกผ่านท่านประธาน ไปยัง ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีธีระ วงศ์สมุทร ว่าตามมาตรการที่ รัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชย ๑ บาท ๕๐ สตางค์ ให้กับพี่น้องเกษตรกรอันเนื่องมาจาก การปรับราคาน้ํานมจาก ๑๘ บาท เหลือ ๑๖ บาท ๕๐ สตางค์นั้น รัฐบาลมีมาตรการ อย่างไรในการตรวจสอบเร่งรัดการจ่ายเงินชดเชยช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งบัดนี้ สมาชิกสหกรณ์จํานวนมากที่อยู่ในแต่ละจังหวัดก็ยังไม่ได้รับการติดต่อ ไม่ได้รับรู้ ข้อมูลข่าวสาร และยังไม่ได้รับเงินชดเชยในเรื่องนี้ นอกจากนั้นแล้วก็ขอเรียนถามด้วยว่า จะทําอย่างไรที่จะทําให้มติ ครม. เรื่องต่าง ๆ ที่ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาน้ํานมดิบ รวมถึง สินค้าเกษตรอื่น ๆ มีผลในทางปฏิบัติได้อย่างจริงจังและรวดเร็ว โปร่งใสและเปึนธรรม ไม่เปึนเพียงมติที่อยู่ใน ครม. เท่านั้นนะคะ ขอกราบเรียนถามคําถามที่ ๑ ค่ะ