รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท หารือเรื่องรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการดำเนินการแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย โดยเฉพาะการจัดการทรัพยากรและที่ดิน และการตั้งคณะกรรมการรับเรื่องที่ส่งมาจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องสิทธิความเสมอภาค และการสนับสนุนโครงการสิทธิมนุษยชนศึกษา รวมถึงการวิจัยเกี่ยวกับจังหวัดภาคใต้ และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติฉบับใหม่
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ สําหรับดิฉันพูดอย่างนี้เคารพท่านประธานจริง ๆ นะคะ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ค่ะ ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดิฉันก็อยากจะกราบเรียนว่าดิฉันชื่นชมนะคะ เพราะว่าท่านเปึนคณะกรรมการชุดแรกของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านริเริ่มเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย ท่านต้องฝ์าฟัน กับแนวความคิดของคนในสังคมซึ่งยังเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้างนะคะ แล้วบางครั้งก็อาจจะ ถือเอาสิทธิของตนเปึนหลัก ท่านจะเห็นว่าในบางกรณีบางคนก็อาจจะพูดเอาแต่ได้ บางคนอาจจะไม่เข้าใจหัวใจของประชาธิปไตย แม้จะอ้างว่าชุมนุมต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ก็ตาม หลายคนในสังคมไม่เข้าใจเรื่องศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ ไม่เข้าใจเรื่องหลักของ ความเสมอภาค ไม่เข้าใจของการไม่เลือกปฏิบัติหรือหลักสิทธิเสรีภาพก็ตามนะคะ เพราะฉะนั้นท่านต้องฟันฝ์ากับสิ่งเหล่านี้ เพราะสิ่งเหล่านี้เปึนภารกิจหลักของท่านเอง ท่านต้องฟันฝ์าทั้ง ๆ ที่อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรืองบประมาณ หรือบุคลากรในองค์กรของท่าน หรือความรู้ของคนในสังคมทั่วไป อยู่ในขีดจํากัดก็ตามนะคะ ดิฉันก็มองเห็นว่าสิ่งที่ท่านทํานี่นะคะ แต่เปึนที่น่ายินดีว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้เพิ่ม อํานาจหน้าที่ให้กับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดิฉันอาจจะเปึนส่วนหนึ่งที่ร่วม ผลักดันมาตั้งแต่แรกแล้วก็พยายามที่จะเข้าไปช่วยทํางานเท่าที่จะทําได้นี่นะคะ ก็เห็น ข้อจํากัดเยอะมากเลย เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็ได้เพิ่มอํานาจให้กับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการที่จะฟัองแทนประชาชนก็ได้ ในการที่จะ ยื่นเรื่องต่อศาลปกครอง ต่อศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ นี่ทําให้คิดว่าต่อไปนี้นี่นะคะ ข้อจํากัด ทางกายภาพเหล่านี้ก็อาจจะลดน้อยลง ทีนี้ถ้าสมมุติว่าดูนี่นะคะ ดิฉันอยากจะมีข้อเสนอ สักหน่อยหนึ่ง อ่านจากใบปะหน้าใบนําเสนอนี่นะคะ อาจจะเปึนข้อกําหนดก็ได้ว่า ให้ท่าน พิมพ์เอกสารตั้ง ๑,๓๐๐ เล่ม กรุณาแจกองค์กรต่าง ๆ แจกประชาชนให้ทั่วถึงด้วย เพราะ มันวนอยู่ในสภานี่หลายรอบมากเลยนะคะ น่าเสียดายมากเลย ส่งไปให้ที่บ้านแล้วยัง ต้องเอามากองเอาไว้ ๒ รอบนะคะ ก็กรุณาบริหารจัดการให้ดีด้วยนะคะ แล้วก็ในเอกสาร ในใบข้างหน้าที่ท่านพูดถึงจะมีรูปของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทั้ง ๑๑ ท่าน นี่นะคะ กรุณาวงเล็บหรือว่าหมายเหตุไว้ด้วย มีท่านใดบ้างที่ลาออกไป ท่านใดที่ถูกถอดถอน ออกไปนี่นะคะ คือจะได้เห็นว่าในปัจจุบันที่เหลืออยู่มีใครบ้าง แล้วก็อยากจะเรียนว่า ในการทํารายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี่นะคะ อย่างที่หลายคนพูด ถึงว่า คนกรุงเทพฯ ร้องเรียนมากที่สุดก็อย่างที่ท่าน ส.ส. บางท่านพูดนี่ค่ะ ๑. เพราะว่า คนกรุงเทพฯ อาจจะมีความรู้ รู้เรื่องเหล่านี้มากหรือว่าตื่นตัวมาก ๒. ก็คือความสะดวก คนกรุงเทพฯ อาจจะมาติดต่อมาร้องเรียนที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี่สะดวก ในสถิติของท่านบอกว่า คนมาร้องเรียนด้วยตนเองนี่มากกว่านะคะ นอกจากนั้นก็จะมี องค์กรอื่น ๆ ส่งต่อมาให้หรือว่ามาร้องเรียนแทนก็ตาม ดิฉันคิดว่าอาจจะสะท้อนให้เห็นว่า ท่านทํางานด้านส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและประสานงานเครือข่าย อาจจะทําได้ไม่มากพอ ก็ได้ เพราะว่าดิฉันไม่ค่อยเห็นบทบาทในการที่ท่านประสานงานกับองค์กรที่มาขึ้น ทะเบียนกับท่านแล้วก็ตาม ส่วนใหญ่จะเปึนลักษณะของการประสานงานเมื่อจะมีการไป สัมมนาตามหัวเมืองตามภาคใหญ่ ๆ เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติว่าท่านทํางานแล้วก็ มอบหมายองค์กรเอกชนทั้งหลายให้เข้าใจ แล้วก็ดูว่าถ้าจะรับเรื่องแทนท่าน จะช่วยท่าน รับเรื่องจะต้องทําอย่างไรบ้าง อาจจะทําให้เรื่องร้องเรียนจากต่างจังหวัดนี่เข้ามามากก็ได้ หรือถ้าร้องเรียนด้วยตนเองก็จะเปึนปัญหาอย่างที่พูดนี่นะคะ ทีนี้ข้อสังเกตอีกอันหนึ่ง ของดิฉันก็คือว่า ในสถิติของท่านอีกเหมือนกัน เนื้อหาที่มีผู้ร้องเรียนมากที่สุดนี่นะคะ คือสิทธิชุมชน แล้วก็การจัดการฐานทรัพยากรและที่ดิน ก็อยากจะเรียนถามว่า ที่มากนี่ เปึนเพราะว่ามันสะท้อนว่า ประชาชนมีปัญหาด้านนี้มากที่สุด หรือเพราะว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านที่ทํางานด้านนี้สนใจงานด้านนี้ แล้วก็อาจจะ แข็งขัน แล้วก็เลยทําให้เรื่องร้องเรียนเรื่องนี้มีมากนะคะ เพราะที่จริงแล้วในสถิติของท่าน ๗๖๔ เรื่องท่านบอกว่า เปอร์เซ็นต์สูงที่สุดคือเรื่องกระบวนการยุติธรรม แล้วก็สิทธิใน ทรัพย์สินหรือชีวิตและร่างกายแล้วก็สิทธิของแรงงาน แต่พอมาพูดถึงเนื้อหามันก็คงจะ โยง ๆ กันไป แต่ว่ามันเปึนเรื่องสิทธิชุมชนและการจัดการฐานทรัพยากรและที่ดินนะคะ คําถามก็คือ มันสะท้อนว่า ประชาชนมีปัญหาเรื่องนี้มากที่สุดใช่หรือไม่ แล้วข้อเสนอของ ท่านนี่นะคะ เกี่ยวกับการปรับปรุงกฎหมาย เมื่อสักครู่นี้ท่านดอกเตอร์ผุสดีพูดถึงว่า เวลาท่านพูดถึงกรณีนี่ท่านก็จะเอาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ รวมมา ซึ่งมันก็เยอะ แต่เวลาท่าน เสนอว่า ข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมายมีอยู่แค่ ๓ เรื่องแค่นั้นเอง
๑. เรื่องของการร่างรัฐธรรมนูญ
๒. การร่างพระราชบัญญัติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
๓. ร่างพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกักขังตามประมวลกฎหมาย อาญา
มีเท่านั้นหรือนะคะ การปรับปรุงกฎหมาย ที่จริงที่ท่านบอกว่าการจัดการ ฐานทรัพยากรและที่ดินหรือว่าสิทธิชุมชน มันน่าจะมีอยู่ในตรงนี้มาก เพราะว่าหลายท่าน ก็อภิปรายนะคะว่า กฎหมายเปึนปัญหาสําคัญในการจัดการฐานทรัพยากรและที่ดิน แต่ในที่นี้ไม่เห็นมีข้อเสนอนะคะ แล้วก็ข้อเสนอแนะในเชิงนโยบายก็เหมือนกัน ส่วนใหญ่ แล้วจะไม่ได้มองเห็นเปึนภาพรวม แต่ท่านจะทําเปึนกรณีศึกษา ดิฉันพยายามทํา ความเข้าใจว่า เมื่อท่านเริ่มเปึนคณะกรรมการชุดแรกนี่ คงจะเริ่มต้นด้วยการศึกษากรณีต่าง ๆ มากมาย แต่ว่าในรายงานดิฉันยังคิดว่าถ้าเปึนข้อสรุป เช่น ปัญหาที่ดิน ท่านก็แบ่งอยู่ว่าเปึนที่ดิน ประเภทอะไรบ้าง ที่ราชพัสดุอะไร เพียงแต่ว่าถ้าอย่างนี้ไม่ต้องมีรายละเอียด เพียงแต่เล่า แค่ว่ากรณีอย่างนี้มันมีการละเมิดอย่างไรบ้าง แล้วก็เปึนข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ดิฉันว่า มันจะมองให้เห็นภาพรวม ไม่อย่างนั้นมันก็จะเปึนแต่ละกรณีศึกษา แล้วก็อยากจะเรียนถาม อีกเหมือนกันว่า ตามกฎหมายบอกว่าถ้าหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ได้ทําตามที่ท่าน เสนอแนะไปแล้ว ท่านต้องเสนอไปยังนายกรัฐมนตรี แล้วในทุกครั้ง ๒-๓ ครั้งที่เข้ามา นี่นะคะ ทั้งดิฉันเองแล้วก็ทั้งตัวแทนจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็เสนอให้ รัฐบาลตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อที่จะรับเรื่องที่ส่งมาจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติโดยตรง แล้วก็ดําเนินการให้บรรลุข้อเสนอทั้งหลาย ก็เรียนถามว่าท่านติดตาม หรือไม่ว่ารัฐบาลตั้งหรือยัง แล้วเรื่องที่เสนอมาถึงนายกรัฐมนตรี ท่านถือว่าเสร็จสิ้นภารกิจ ของท่านแล้ว หรือว่าท่านยังติดตามต่อ อย่างเช่น เรื่องของคุณดลพรนี่นะคะ เข้ามา ในสภามีทั้งเรื่องการดูแลรักษา หรือว่าเรื่องอื่น ๆ ด้วย ดูแลหรือเปล่า
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันเรียนท่านว่า ท่านต้องต่อสู้กับความไม่เข้าใจกับ เรื่องสิทธิความเสมอภาคทั้งหลาย ส่วนใหญ่ถ้าดูในเอกสารรายงาน ท่านก็จะทํา ท่านก็จะ มีว่าท่านไปทําโครงการสิทธิมนุษยชนศึกษาในระบบการศึกษา แล้วนอกระบบการศึกษา มีอะไรบ้าง ท่านมีสื่อวิทยุ โทรทัศน์ สื่อเอกสาร แต่ส่วนใหญ่เท่าที่ดิฉันดูเปึนรายการเฉพาะ ไม่ได้เปึนรายการประจํา เพราะฉะนั้นสิ่งที่สําคัญก็คือท่านต้องทําโครงการที่จะต้องให้ ความรู้กับประชาชนด้วย เท่าที่ผ่านมาก็ไม่มากนัก ก็ฝากเอาไว้สําหรับที่ท่านจะต้องเตรียม แล้วก็หามาตรการในการที่จะดําเนินการสิ่งที่เปึนข้อเสนอเหล่านี้ ก่อนที่ท่านจะพ้นวาระไป เสียจริง ๆ ไม่ใช่รักษาการ แล้วงานด้านการศึกษาวิจัยนี่ ท่านก็มีงานศึกษาวิจัยเรื่อง ๓ จังหวัดภาคใต้ แล้วเรื่องที่ดิน เรื่องป์า เท่าที่ดิฉันดูเปึนการรายงานว่าทําอะไรบ้าง และมี ข้อเสนอของรายงานการวิจัยนั้นอย่างไร แต่ก็เรียนถามว่าท่านได้โยงไปเข้ากับ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายหรือไม่อย่างไร เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนท่าน แล้วในขณะนี้ ก็เรียนถามว่ากฎหมายคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติฉบับใหม่ตอนนี้ไปถึง ไหนแล้ว แล้วสํานักงานเลขาธิการได้เตรียมการที่จะประชาสัมพันธ์ หรือว่าแจ้งให้ ผู้ที่สนใจทั้งหลายทราบขั้นตอน ทราบเวลาในการที่จะมาสมัครหรือว่ามาเข้าสู่ กระบวนการสรรหาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอย่างไรบ้าง ขอบพระคุณค่ะ