สงวน พงษมณี หารือเรื่องสิทธิมนุษยชนผ่านรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

สงวน พงษมณี หารือเรื่องสิทธิมนุษยชนผ่านรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยเน้นย้ำความสำคัญของชาติพันธุ์หลากหลายและเรียกร้องให้รัฐแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิ เช่น กรณีชุมชนปะหลอง และชี้ให้เห็นข้อบกพร่องในรายงานดังกล่าว

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน

กราบเรียนท่านประธาน ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ผมลุกขึ้นมาขอโอกาสท่านประธาน เพื่อที่จะร่วมศึกษากับ ปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชนผ่านรายงานของทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณที่ว่าคณะกรรมการ ต้องเรียกว่าขอขอบพระคุณนะครับ เพราะท่านให้เกียรติกับสภา ท่านมาฟังเอง ผมนี่อยู่สภามาก็หลายป้ ก็เห็นแต่ท่านที่มากัน เต็มคณะ และก็ถือว่าเปึนการให้เกียรติซึ่งกันและกันอย่างยิ่ง สิ่งที่ผมพูดต่อไปนี้ เปึนความคิดความเห็นของคนที่สนใจมาตั้งแต่ต้น เรื่อง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในครั้งที่เปึน สสร. (สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ) ป้ ๒๕๔๐ เริ่มต้นผมไม่เคยเห็นด้วยให้มี เพราะผมไม่เข้าใจ จนกระทั่งผมได้สนทนาธรรม เรียกว่าสนทนาธรรมอย่างหลากหลายกับ สมาชิก สสร. ในขณะนั้น ผมก็เปึนคนหนึ่งที่มีส่วนผลักดันให้เกิด โดยเหตุผลเพราะว่า ผมเปึนคนชายขอบภาคเหนือ การละเมิดสิทธิมันมาก เห็นเปึนทางออกว่าองค์กรนี้จะช่วย ชาวบ้านได้ แต่ต่อมาท่านประธานครับ เมื่อเราศึกษางานต่อมาเรื่อย ๆ ยิ่งเห็นชัดว่า ปัญหาสิทธิมนุษยชนของประเทศเรามันเริ่มต้นตรงเรื่องสิ่งที่เรียกว่า ชาติพันธุ์มนุษย์ ปัญหาชาติพันธุ์มนุษย์ของเรามันเปึนปัญหาที่มีประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อน และดูเหมือนว่า มีผู้จงใจให้มันซับซ้อน ผมจะบอกท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ภาคเหนือโดยเฉพาะเชียงใหม่ในอําเภอเชียงดาว มีคนกลุ่มหนึ่ง จํานวนเปึนพันสองพันคน เรียกว่า ชนชาติปะหล่อง ผมเคยร่วมต่อสู้กับชนชาติปะหล่อง มาหลายป้แต่ไม่เคยได้รับชัยชนะ ฝากเรื่องนี้ให้ท่านดูแล มันมีหัวใจสําคัญตรงไหน ปะหล่องเขาเปึนคนนะครับ ไม่ใช่สัตว์ พูดภาษาไทย เกิดตรงนั้น วันหนึ่งกรรมการไป สอบสวนเขา ถามเขาว่าทําไมคุณอพยพมา เขาบอกพ่อเขาก็เกิดที่นี่ แม่เขาก็เกิดที่นี่ แล้วที่คุณไปทํามาหากินนั่นนะมันเปึนพม่า เขาถามกลับมาว่า พม่าหรือ เพราะเขาไม่รู้ วันนี้เขาอยู่อําเภอเชียงดาวเพราะเราไม่ได้ผลักดันเขา ลูกหลานเรียนหนังสือไม่มีสิทธิ อะไรเลย ปัญหาที่ผมพูดให้ท่านฟังมันลุกลามอย่างนี้ทุกขอบเขตชายแดน เราไม่เข้าใจ ชาติพันธุ์มนุษย์ของเราเองที่มีความหลากหลาย เกิดปัญหาต่อเนื่อง ท่านครับ วันนี้ชื่อ เขาพระวิหาร เถียงกันไม่จบว่าจะใช้ชื่อไหน เพราะอะไรครับ เพราะคนไทยไปเข้าใจว่า เขมรคือรัฐชาติเขมรเท่านั้น จริง ๆ แล้วคนเขมรนี่อยู่ลึกมาในเมืองไทยหลายจังหวัด เขาก็ใช้ภาษาอย่างนั้นแหละ เพราะเราต้องการมีเอกภาพเดียว ในเรื่องสิทธิมนุษยชนท่าน ต้องยืนหยัดให้เอกภาพของชาติอยู่บนความหลากหลายทางวัฒนธรรม ไม่อย่างนั้น จะแก้ปัญหาไม่ได้ ผมลงในรายละเอียดครับท่านประธาน ผมนี่อาจจะไม่เหมือนคนอื่น จะพูดแบบตรงไปตรงมา เอกสารฉบับนี้อ่านค่อนข้างยากท่านอาจารย์ครับ อ่านค่อนข้างยาก เมื่อเทียบกับรายงานของศาลปกครอง เขาจัดหมวดหมู่ไว้ดี อ่านค่อนข้างยากเมื่อเทียบ กับของ กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) กกต. เขานําเสนอดี ท่านเอามาเปรียบเทียบดู ฉบับนี้ผมอ่านดูแล้วมันเหมือนรายงานของเอ็นจีโอ มันมีความหลากหลายอย่างนั้นจริง ๆ บางส่วนหลายหน้าเหลือเกินพูดถึงกระบวนการจัดทํารัฐธรรมนูญว่าท่านมีส่วนร่วม อย่างไร ไม่ทราบว่าทํารายงานนี้มีวัตถุประสงค์อะไร แต่ส่วนที่อยู่ข้างหลังที่ต้องรายงาน อย่างละเอียดกลับต้องอ่านยากครับ เรื่องรายงานการใช้จ่ายเงิน จริง ๆ รัฐสภาจะต้องดู ตรงนี้ด้วย ท่านประธานครับ ผมอ่านไปอ่านมาไปเจอหน้า ๑๐๓ จะโดยจงใจหรือเปล่า หรือว่าเขียนในช่วงที่มีการปฏิวัติหรือเปล่าไม่ทราบ ท่านเขียนว่า ความล้มเหลว ทางการเมืองในช่วง ๑๐ ป้ที่ผ่านมาจึงไม่ใช่เพียงเพราะเหตุจากกฎหมายรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ เขียนอย่างนี้ใน พ.ศ. นี้ยังคงไว้ในหนังสือเล่มนี้ไม่ได้ ท่านต้องมีหน้าที่อธิบายว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มันทําให้เกิดความล้มเหลว ทางการเมืองอย่างไรด้วย เพราะท่านดํารงอยู่ในฐานะคณะกรรมการตามรัฐธรรมนูญ ท่านครับ มีหลายเรื่องผมสนใจอ่าน แต่ผมอ่านเรื่องอะไรจะยังไม่บอก แต่ผมจะบอกท่าน ว่ามันเหมือนกับบ้านผม ท่านอาจารย์ครับ เขื่อนภูมิพล นานแล้วนะครับ นานมาก ท่านครับ ย้ายคนออกเปึนอําเภอ ๆ ยุคนั้นไม่มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไม่มีเอ็นจีโอ ไปอยู่ที่ตําบลก้อทุ่ง อําเภอลี้ จังหวัดลําพูน ไปอยู่ที่อําเภอดอยเต่า ที่อําเภอลี้ ท่านเชื่อไหมครับ ตัดป์าสงวนให้เขาอยู่หลายพันไร่ วันนี้ยังออกเอกสารสิทธิ ไม่ได้ อ้างว่าอยู่ในเขตอนุรักษ์ เขาอยู่ ๔ หมู่บ้าน ๑ ตําบล ท่านลองติดตามดูครับ แต่ว่า บริษัทโรงเหล้าโรงหนึ่งนี่ออกเสร็จเรียบร้อย ๗๐๐ ไร่ ออกเปึน น.ส. ๓ (หนังสือคํารับรอง จากพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าได้ทําประโยชน์ในที่ดินแล้ว) ครับท่านไม่ใช่โฉนด ไม่ทําอะไรเลย แต่ชาวบ้านทํามาหากินออกไม่ได้ ติดขั้นตอนเยอะแยะ เขาร้องอย่างไรครับท่าน เขาร้องมาที่สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพราะเขาเห็นในรายการโทรทัศน์ ผู้หญิงแก่ ๆ โทรศัพท์ไปที่สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเขาไปร้องไปที่นั่น ท่านครับ ผมพูดเรื่องนี้ ได้ ๒ ประเด็นครับ ประเด็นหนึ่ง คนกลุ่มหนึ่งไม่เคยได้รับการดูแล อีกประเด็นหนึ่ง เห็นว่า การติดต่อของประชาชนในชนบทในชายขอบ เขามองไม่เห็นท่าน และเขาเข้าถึงท่าน ไม่ถูก คนกรุงเทพฯ เท่านั้นที่ร้องท่านได้เยอะ ๆ คนบ้านนอกไม่มี ที่อําเภอดอยเต่า ท่านจัดการเรื่องที่ดินค่อนข้างเปึนระบบ เปึนนิคม ๑ นิคม ๒ นิคม ๓ มีใบครับ พอจะถึงออกเปึนโฉนดปุ็บ ชาวบ้านออกประมาณ ๓๐๐ กว่าไร่อาจารย์ ออกเสร็จ ได้เอกสารสิทธิเสร็จจะเข้าไปทํากิน นายทุนร้องเลยครับ เขาร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ๒-๓ ท่าน ไม่เพียงไม่เปึนผลนะครับ พวกเขาถูกไล่ฆ่าหลายคน ละเมิดสิทธิชัดเจน ผมเปึน ฝ์ายรัฐบาลต่อสู้ให้กับชาวบ้านยังไม่สําเร็จ เล่าให้ท่านฟัง สักวันหนึ่งเอกสารอาจจะถึง ท่านช่วยรับเปึนภาระด้วย ผมสนใจเรื่องต่อไป ที่ผมพูดเรื่องนี้เพราะมันเกี่ยวกับที่ท่าน สนใจครับ เรื่องกฎหมายบางเรื่องที่ไม่เปึนธรรมกับบ้านกับเมือง ท่านน่าจะมีภาระหยิบ ขึ้นมาดูหน่อย วันนี้กฎหมายว่าด้วยการค้ําประกันรุกล้ําสิทธิชาวบ้านเหลือเกินท่าน นาย ก เปึนพ่อค้าขายรถจักรยานยนต์ นาย ข เปึนผู้ไปซื้อก็บอกว่าต้องหาคนค้ํามาหน่อย พอนาย ข ไม่ส่งเขาไม่ได้ฟัองนาย ข นะ ยึดรถนาย ข ไปแล้วขายถูก แล้วฟัองส่วนที่เหลือ ทั้งหมดกับผู้ค้ําประกัน ไม่มีฟัองล้มละลาย การค้ําประกันให้ผู้ค้ํานี่ท่าน ให้ผู้ค้ํารับโทษ มากกว่าผู้กู้ กฎหมายอย่างนี้ละเมิดสิทธิชาวบ้านมาก ชาวบ้านไม่มีสิทธิอ่านทุกตัวอักษร นะครับ วันนี้ผมร้องเรียนท่านผ่านท่านประธานไปยังท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมร้องเรียนท่านว่า ประเทศไทยต้องมีสัญญากลางขึ้นมาท่านประธานครับ ท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ ใช้ง่าย ๆ ต้องจี้ให้กระทรวงพาณิชย์มีสัญญากลาง เซ็นแล้วต้องเหมือนกันหมด วันนี้ซุกไว้ตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วเอาตัวที่อ่านเกือบไม่ออกมานี่ มาฟัองชาวบ้านหมดเลย ธนาคารกรุงเทพฟัองหมด ยึดทรัพย์เขาไปแล้วนี่ไปขายถูก ในกระบวนการขายทรัพย์ถูก ขายครั้งที่ ๑ ไม่ได้ขาย ครั้งที่ ๒ ไม่ได้ขาย ลด ๆ จนกระทั่ง เหลือครึ่งหนึ่งธนาคารซื้อไป ส่วนที่เหลือฟัองเอากับผู้ค้ําประกันอีก ทั้ง ๆ ที่เปึนทรัพย์ของ ผู้ค้ํา กฎหมายนี้ไม่เปึนธรรม ออกกฎหมายนี้ในสภาผมคิดว่าออกยาก เพราะธนาคารมัน แบคอัพ (Backup : ตัวแทน) อยู่ ผมต่อสู้มาหลายสิบป้ มาอยู่ในสภาหลายป้ ยื่นเข้าไป ทุกทีไม่ได้แก้ ถ้าท่านนําเรื่องนี้สู่สาธารณะนี่ผมคิดว่าจะเปึนคุณประโยชน์กับประเทศชาติ มากมาย ที่พูดต่อหน้าท่านประธานไปยังท่านเพราะว่าผมจะอาศัยท่านเปึนหลักให้กับ ชาวบ้านช่วยผมหน่อย กฎหมายหลายเรื่องสําคัญเหลือเกิน ผมคงไม่ใช้เวลามาก ท่านประธาน ไม่อยากจะพูดถึงเรื่องที่ผมเคยพูดซ้ําแล้วซ้ําอีก คือเรื่องการประท้วง ที่หน้ารัฐสภาบ้างอะไรบ้าง แต่มีคนชอบพูดเหลือเกิน อยากให้ท่านเอาคําแถลงการณ์ ของท่านในวันที่ ๑๓ ตุลาคม (วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๑) มาเป่ดเผยเหลือเกิน ท่านดู รัฐธรรมนูญมาตราถ้าผมจําไม่ผิดนะครับ มาตรา ๒๕๗ (๓) รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ (๓) (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๕๗ (๓) ) ถ้าผมจําไม่ ผิดนะครับ ทําไมครับ ในกฎหมายมาตรานี้เขาบอกว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติมีความรับผิดชอบร่วมกันกับทางศาลปกครอง เรื่องไหนที่จะต้องเพิกถอน ต้องบอกศาลปกครอง รัฐธรรมนูญยึดโยงว่าสิทธิการใช้อํานาจของฝ์ายปกครองอยากให้ ๒ องค์กรนี้มีปฏิสัมพันธ์กัน ถ้าท่านจะนําคําชี้ขาดหรือข้อสรุปของท่านในวันที่ ๑๓ ตุลาคม มาอ่านในสภานี่ผมขอบคุณครับ เพราะอะไรครับ เพราะมันขัดกับคําสั่งศาลปกครองกลาง ในวันที่ ๙ ตุลาคม (วันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๑) ครับ เรื่องเกิดวันที่ ๗ (วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑) วันที่ ๘ (วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๑) พันธมิตรไปร้องศาลปกครองกลาง ศาลปกครองกลางมีคําสั่งที่ ๑๖๐๕ ลงวันที่ ๙ ตุลาคม ท่านไปอ่าน ในศาลปกครองกลาง ในคําสั่งนั้นมีลักษณะ ๒ ด้าน อ่านแล้วผมเข้าใจมากขึ้น ผมไปอ่านคําสั่งที่ ๑๖๐๕ ลงวันที่ ๙ ตุลาคมของศาลปกครองกลาง แล้วไปอ่านข้อเขียนของผู้พิพากษาศาลปกครองสูงสุดท่านหนึ่ง ได้พูดถึงการวินิจฉัย ข้อกฎหมายว่าด้วยคุณสมบัติและข้อห้าม ผมอ่านแล้วผมเข้าใจมากขึ้นครับ ว่ากรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติกับศาลปกครองเวลาพิพากษาจะต้องพิพากษา ๒ ด้าน ด้านหนึ่ง ท่านต้องบอกว่าใครถูกละเมิดสิทธิ ผู้ถูกละเมิดสิทธิจะต้องมีหน้าที่ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่นด้วย ในคําสั่งที่ ๑๖๐๕ บอกว่าการล้ําสภาวันนั้นไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ เนื่องจาก มีแผงเหล็ก มีลวดหนาม มียางรถยนต์ มีน้ํามันราด เขาบอกว่าการกระทําอย่างนี้ทําให้ ผู้อื่นหวาดกลัว แล้วเขาก็บอกว่าตํารวจคุณทําอย่างนั้นก็ไม่ได้ เพราะ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ คุณไม่ได้ทํา นี่คือคําสั่งของศาลปกครองกลาง แล้วที่พูดว่าตรงนี้มีการตาย ไม่ใช่ ตายบน รถจี๊ป (Jeep) โน่นน่ะ ที่โน่นครับ หน้าพรรคชาติไทย อีกศพหนึ่งตายที่หน้าสถานีโน้น ไม่เกี่ยวกับตรงนี้ ถ้าหากว่าเอาเรื่องนี้มาเปึนเรื่องเดียวกัน เพื่อจะชี้ว่าตรงนั้นผิดตรงนี้ถูก ผมก็คงต้องขอใช้สิทธิเอาทั้ง ๒ เรื่องเสนอให้ฝ์ายวินิจฉัยอื่นมาพิจารณากระบวนการใช้ อํานาจของท่านเหมือนกัน ไม่ได้โกรธ ไม่ได้อะไร แต่ต้องการทราบว่าทั้ง ๒ คําสั่ง ทั้ง ๒ กระบวนการนี้ มันมีความแตกต่างและความเหมือนกันตรงไหน สถานการณ์วันนี้ครับ โลกเราเดือดร้อน ประเทศไทยเดือดร้อน หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมไม่อยากจะอาศัยสถานการณ์ ตรงนี้ไปทําลายใคร ไปสร้างใคร แต่ผมบอกท่านอย่างนี้นะครับ เมื่อท่านดําเนินการอย่างใด อย่างหนึ่ง อยากให้ท่านพูดให้ครบองค์ประกอบ ประเทศไทยมันเปึนวิบากกรรมครับ ท่านประธานครับ วิบากกรรมที่องค์กรทางความรู้ของเราจับคู่ผิด สิทธิต้องพูดคู่กับหน้าที่ นะครับ เสรีภาพจะต้องพูดคู่กับวินัย ไม่ใช่วันนี้นะครับ พูดแต่เรื่องเสรีภาพในการใช้สิทธิ แต่ไม่เคยพูดถึงการใช้สิทธิ แล้วก็มีหน้าที่ที่จะไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น หรือใช้เสรีภาพอย่างมี วินัย ท่านครับ การเดินขบวนเปึนกระบวนการทางการเมือง ผมอยากให้ท่านอ่าน คําพิพากษาหนึ่ง ที่จังหวัดลําพูนครับท่าน ในป้ ๒๕๔๓ ศาลจังหวัดลําพูนพิพากษาว่า การป่ดถนนที่อําเภอบ้านทา จังหวัดลําพูนนั้น เปึนการประท้วงตามสิทธิของรัฐธรรมนูญ แต่การป่ดถนนไม่ให้รถผ่านถือเปึนการละเมิดสิทธิผู้อื่น หากมีคนบาดเจ็บจากจังหวัด ลําปางจะไปโรงพยาบาลเชียงใหม่ ถ้าเขาบาดเจ็บผ่านไปไม่ได้เท่ากับคุณทําร้ายเขา ศาลตัดสินให้คนที่ป่ดถนนติดคุก ๒ ป้ท่าน ยึดรถทั้งหมดเลย ศาลจังหวัดลําพูน เพราะฉะนั้นการประท้วงที่ป่ดถนนแล้วใช้เครื่องกีดขวางจึงไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องชี้ตรงนี้ด้วย ไม่อย่างนั้นคนป่ดถนนทั่วประเทศ จะได้ใจ ทําอย่างนี้ป่ดถนนยึดถนนเปึนเรื่องถูกต้อง วันนี้ประท้วงนิดหน่อยป่ดถนน ทั่วประเทศ ถ้าคนตกงานแสนคนป่ดถนนทั่วประเทศ จังหวัดละหมื่นคน ภาคละหมื่นคน ประเทศนี้จะเอาอย่างไร จะไปอย่างไร ทําไมมันเกี่ยวกับเอกสารของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติไหม มันเปึนเรื่องของสิทธิ เปึนเรื่องของการใช้สิทธิ เปึนเรื่องของ การทําหน้าที่ วันนี้ผมเปึน ส.ส. ผมทําหน้าที่ในการแลกเปลี่ยนกับท่าน สําหรับผมเปึน ข้อสรุปที่ได้ศึกษามา แต่สําหรับท่านประธานและท่านผู้รับฟัง ท่านกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติเปึนเพียงข้อเสนอหนึ่งเท่านั้นเอง ผมไม่ได้ผูกขาดว่าผมเข้าใจถูกต้อง แต่ผมเสนอ ไปว่าในเมื่อจะพูดเรื่องสิทธิ เรื่องการละเมิดสิทธิ ก็ต้องพูดทั้งผู้ละเมิดสิทธิ และ ผู้ถูกละเมิดสิทธิต้องมีหน้าที่อย่างไรในกรณีนั้นด้วย ไม่อย่างนั้นมันจะไม่สมประโยชน์ ท่านประธานครับ ผมปวดหัวอยู่เรื่องหนึ่ง เมื่อวานองค์กรในรัฐสภา องค์กรของวุฒิสภา ต้องขออนุญาตเอ่ยถึงท่าน แต่ไม่ใช่ทางร้าย ท่านยื่นถอดถอนคณะกรรมการองค์กรตามรัฐธรรมนูญท่านหนึ่ง ผมไม่ต้องบอกท่านคงรู้แล้ว ผมก็ศึกษาว่ายื่นอย่างไร เปึนว่ากระบวนการทํางานนี้องค์กรตรวจสอบสามารถตรวจสอบ ถ่วงดุลได้ ไปอ่านรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ตกใจ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี่นะครับไม่ได้ให้ อํานาจฝ์ายบริหาร แต่กลับให้อํานาจฝ์ายนิติบัญญัติในบางเรื่องมากเกิน สามารถใช้ องค์กรนี้ไปร้องต่อ ไปยื่นถอดถอนได้หมด เขียนเข้มข้นมาก ฝ์ายบริหารไม่มีอํานาจ พอฝ์ายบริหารไม่มีอํานาจ ศาลและองค์กรสิทธิ องค์กรตามรัฐธรรมนูญอื่นอํานาจของท่าน ก็ไม่เปึนจริง ศาลสั่งปุ็บ ถ้าฝ์ายบริหารไม่มีอํานาจสั่งให้ข้าราชการปฏิบัติตามได้คําสั่งนั้น ก็ล้มเหลว คําสั่งนั้นก็ไม่มีอํานาจ คําสั่งนั้นก็ไม่มีประโยชน์ คําสั่งนั้นลดทอน ความน่าเชื่อถือของทุกองค์กรตามสังคม ในสังคมที่เขียนไว้ตามรัฐธรรมนูญ เพราะอะไรครับ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนให้ผู้บริหารมีอํานาจ ความแตกต่างของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กับป้ ๒๕๔๐ อยู่ที่ป้ ๒๕๔๐ เขียนให้ฝ์ายบริหารมีอํานาจ มีอํานาจแล้วก็ใช้ อํานาจได้อย่างมั่นคง มากเกินไปหรือเปล่า ถ้าบอกมากเกินถ่วงดุลหน่อย แต่อันนี้พอมา ฉบับนี้เขียนให้ไม่มีอํานาจเลย ต่อไปนี้ลําบาก พอสถาบันวุฒิสภามีอํานาจถอดถอน ไปเกี่ยวข้องต่อองค์กรอื่นไปหมดเลย มีอํานาจมาก แต่ว่าคนมีอํานาจสูงกว่า กลุ่มคน มีอํานาจสูงกว่า สภาคือใครครับ คือคณะกรรมการสรรหา ผมพูดเรื่องนี้ทําไมครับ เพราะ ในหนังสือฉบับนี้ได้เขียนไว้ ดูเหมือนจะเปึนหน้า ๑๒ เมื่อสักครู่ผมอ่านดูเหมือนจะเปึน หน้า ๑๒ พูดถึงองค์กรคัดเลือก ท่านบอกว่า กสม. (คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ) ไม่เห็นด้วยกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญในประเด็นการลดจํานวน กสม. จาก ๑๑ คน เหลือ ๗ คน แล้วก็ไม่เห็นด้วยกับการที่บอกว่า ให้คน ๗ คนเลือกทุกอย่าง คือคน ๗ คน ท่านก็รู้ที่เปึนองค์กรเลือกตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๔๓ ว่าใครบ้างมีสิทธิเลือกท่าน ใครบ้างมีสิทธิเลือกวุฒิสมาชิก พอกรรมการเลือกสรรเข้ามา วุฒิสมาชิกไม่รับ เขายืนยัน ก็เปึนได้ หนักนะท่านนะ เพราะฉะนั้นผมไม่แปลกใจว่าวันนี้ทําไมองค์กรของท่านยังดํารงอยู่ ยังอยู่ได้ แต่ก็แปลกดีนะครับไม่มีใครท้วงติงเรื่องนี้เลย ไปดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๙ มาตรา ๒๙๙ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟังนิดหนึ่ง ท่านบอก อย่างนี้นะครับ ให้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติซึ่งดํารงตําแหน่งอยู่ในวันประกาศใช้ รัฐธรรมนูญนี้คงดํารงตําแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ แต่มันมีแต่ตัวนี้ครับ แต่ถ้าบุคคลดังกล่าวได้รับ แต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งยังไม่เกินหนึ่งป้นับถึงวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ มิให้นํา บทบัญญัติที่เกี่ยวกับการถือครองได้หนึ่งวาระมาบังคับใช้ นั่นแสดงว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ คาดการณ์ว่าเมื่อจบจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้แล้ว อีกไม่นานเท่าไรก็จะมี การเลือกตั้งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เลยมา ๒ ป้กว่าแล้วยังไม่มีการเลือกตั้ง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ถามว่าการดํารงอยู่ของท่านมันขัดหรือแย้งกับ รัฐธรรมนูญอย่างไร เพราะว่าถ้ามันขัดหรือแย้ง หรือขาดความพยายามในการที่จะให้มี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติใหม่ เท่ากับว่าท่านกําลังละเมิดสิทธิของคนทั้งประเทศ ผมพูดให้ท่านฟังไม่ได้รังเกียจท่านเลยนะครับ แต่ผมเปึนนักยุทธศาสตร์ทางการเมือง แล้วก็สนใจเรื่องนี้ติดตามอย่างต่อเนื่อง และอยากเห็นท่านเองซึ่งอยู่ในองค์กรนี้เปึนคนผลักดันเหมือนกับองค์กรตามรัฐธรรมนูญอื่น ซึ่งเปึนคนผลักดันทั้งกฎหมาย ผลักดันทั้งสํานักงาน ผลักดันทุกอย่าง ผมมีส่วนร่วม ในการร่างกฎหมายหลายฉบับเกี่ยวกับองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าวันนี้เมื่อมีโอกาส ได้พบกับท่านในสภาแห่งนี้ก็จะต้องพูดผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติทั้งหลายว่าท่านช่วยเปึนเจ้าภาพหาทางจัดการให้มีองค์กรตาม รัฐธรรมนูญเกิดขึ้น มันติดขัดตรงไหนว่ากัน แต่อยากให้ท่านเริ่มต้น ผมนับถือ ท่านประธานมากในฐานะเปึนอาจารย์ผม ผมไม่อยากให้ใครมาตําหนิและ ในขณะเดียวกันผมมองท่านมองอย่าง ๒ ด้าน ผมโต้แย้งที่ท่านทําผมโต้แย้งโดยเอกสาร และที่ผมบอกว่าถ้าท่านนําเอกสารเกี่ยวกับการวินิจฉัย หรือว่าข้อสรุปของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติเกี่ยวกับการล้อมสภาในวันที่ ๗ มานําเสนอเหมือนที่ผมได้อ่าน ในทางหนังสือพิมพ์ ผมก็จะใช้สิทธิในการนําเอกสารชิ้นนั้นมาเปรียบเทียบวิเคราะห์กับ คําสั่งของศาลปกครองกลางเพื่อจะดําเนินการอย่างที่ผมคิด คือให้องค์กรอื่นได้ตัดสินว่า ใครควรจะดําเนินการอะไร ผมพูดมาทั้งหมดเพียงอยากจะร่วมศึกษากับเพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้ ผมเปึนคนไม่เหมือนคนอื่นอยู่อย่างหนึ่ง บางครั้งผมอยากจะพูด ผมพูด แต่หลายคนไม่เข้าใจความหมาย ท่านประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติครับ ผมเคยลุกขึ้นมาแล้วบอกว่า สวัสดีท่านประธาน หลายครั้ง ผมใช้ ๒ ครั้ง เพราะอะไรครับ เพราะในขณะนั้นผมเห็นว่าถ้าผมจะพูดว่า กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผมไม่เห็นใครเคารพท่านประธานเลย สั่งอะไรก็ไม่ได้ มันน่าจะพูดว่า สวัสดี เสียเลยจะดีกว่า ผมเปึนคนอย่างนี้ วันนี้ผมพูดกับท่านประธานเพื่อผ่านไปยังประธาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมเคารพท่านทั้งทางส่วนตัวและทางหลักการ ทางวิชาการ แต่ผมติงท่านว่าช่วยกรุณานําเสนอสิ่งที่เปึน ๒ ด้านต่อสาธารณะ ท่านจะเปึนองค์กรเดียวที่อยู่ยาวมาแล้วยังคง ผมเห็นท่านอาจารย์ทั้ง ๒-๓ ท่าน ท่านเปึน ผู้เริ่มต้นคิดกฎหมายฉบับนี้แล้วเข้ามาเปึนกรรมการ แล้วท่านดูแลอย่างต่อเนื่อง ถ้ากรรมการใหม่จะเกิดขึ้นผมอยากให้ท่านมีส่วนในการกํากับดูแล ในการเขียนกฎหมาย เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมอยากเห็นจริง ๆ ครับ ผมไม่อยากเห็นคนที่ไม่เข้าใจ ผมไม่อยากเห็นว่า จะแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ต้องครับ ให้นักการเมืองไปร่วมแต่เขียนให้นักการเมืองใช้ ไม่ใช่ จะแก้กฎหมายเหล่านี้ ผมก็อยากจะให้ท่านมีส่วนร่วม นี่แหละครับ คือสิ่งที่ผมต้องการ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ