ผุสดี ตามไท ขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแยกสถิติเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามปีและประเภท เพื่อเปรียบเทียบและแก้ไขปัญหา โดยเธอยังขอให้คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหา โดยใช้เงินทุนที่มีข้อจำกัด
ขอบพระคุณค่ะท่านประธานคะ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบ สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขออนุญาตใช้เวลาเพื่อจะอภิปรายโดยตั้งข้อสังเกตกับ รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ก่อนอื่นก็ต้องขออนุญาต อย่างนี้ค่ะท่านประธานคะ ต้องขออนุญาตชื่นชม แล้วก็ขอบพระคุณที่คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้พยายามทํางานในอํานาจหน้าที่ในเรื่องที่ยากที่สุดเลย ในปัจจุบัน นั่นก็คือเรื่องของสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะในประเด็นที่ท่านรายงานไว้ในนี้ คือเรื่องของการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ซึ่งปรากฏอยู่ในส่วนที่ ๒ ของรายงาน ตั้งแต่หน้า ๒๕ ไปนี่นะคะ จะขออนุญาตตั้งข้อสังเกต อย่างนี้ ท่านรายงานว่าสถิตินี่นะคะ เฉพาะในป้ ๒๕๕๐ ที่ท่านรับเรื่องมา มีอยู่ ๗๖๔ เรื่อง กทม. นี่สูงที่สุดเลย ๑๗๐ เรื่อง คิดเปึนร้อยละก็ประมาณ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เมื่อ แบ่งแยกเปึนประเภทแล้วก็พบว่าเปึนประเภทที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมสูงที่สุดถึง ๑๗๕ เรื่อง ประมาณสักร้อยละ ๒๓ ทีนี้พอถึงหน้า ๓๒ นะคะ เวลาท่านจะอธิบายจริง ๆ ถึงการแก้ไขปัญหา ท่านประธานคะ ทางรายงานนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนก็กลับไป รวมเสียตั้งแต่แรก ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๕ บอกว่าเสร็จไปแล้ว ๖๐๗ เรื่อง ดิฉันก็อยากจะ ขออนุญาตเรียนถามว่า แล้วเฉพาะในป้ ๒๕๕๐ ที่ได้รับร้องเรียนมานั้นท่านก็ได้ทําเสร็จไป แล้วกี่เรื่อง แล้วก็เรื่องกระบวนการยุติธรรมนี้เปึนเรื่องที่น่าเปึนห่วง เพราะเปึนสถิติที่สูง ที่สุด แต่ดิฉันก็อยากจะขออนุญาตกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการ ว่าแล้วได้ดําเนินการอะไรบ้าง ในเฉพาะที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม เพราะต้องยอมรับ ว่าความไม่สบายใจและความเหลื่อมล้ําทั้งหลายทั้งปวงนี้มันมีสาเหตุแน่นอนเลยค่ะ จากเรื่องของกระบวนการยุติธรรมนี่เปึนเรื่องใหญ่ ก็เลยขออนุญาตท่านประธาน เสนอไปด้วยเลยว่าในรายงานนี้ควรจะมีการแยกสถิติเปึนรายป้นะคะ แล้วก็แบ่งแยกเปึน ประเภทอย่างที่ท่านแบ่งไว้ว่าเปึนเรื่องของกระบวนการยุติธรรมเท่าไร ละเมิดทรัพย์สิน เท่าไร เรื่องของละเมิดทางการเมืองเท่าไร เพื่อจะได้เปึนการเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนว่า ในแต่ละป้นั้น ในแต่ละประเภท กรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้นเปึนอย่างไรบ้าง สูงขึ้น แล้วก็จัดการกันไปได้แล้วอย่างไร อันนี้เวลาที่ไปรวมกันเบ็ดเสร็จอย่างนี้จะทําให้มันเจือจางไป และมองไม่เห็นชัดเจนนะคะในรายงานเฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นในป้ ๒๕๕๐ แล้วก็ มีอีกนิดเดียวค่ะที่อยากจะขออนุญาตเสนอแนะท่านก็คือว่า อันที่คิดว่าน่าจะเปึนหน้าที่ ที่สําคัญของท่านแต่ดูเหมือนว่าท่านอาจจะไม่มีเวลาเพราะว่าจะต้องไปคอยแก้ไขปัญหานี้ แล้วก็เปึนรายกรณี ๆ ไปซึ่งเกิดขึ้นในทุกท้องที่ บทบาทนั้นก็คือในเรื่องของการรณรงค์ เชิงบวกแล้วก็สร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นในสาธารณะให้มากที่สุด เพราะเรื่องนี้คือหัวใจ ปัญหาใด ๆ ที่ท่านแก้แล้วไปเจออุปสรรคแล้วก็หลาย ๆ ท่านที่อยู่ทั้งในสภาแห่งนี้ และเปึนตัวแทนขององค์กรพัฒนาเอกชนก็ดี ใครก็ดี ที่พยายามทําเรื่องนี้กัน ที่ค้นพบ มาอย่างหนึ่ง ก็คือเรื่องของทัศนคติ ในเรื่องของการเคารพคุณค่าและศักดิ์ศรีของ ความเปึนมนุษย์อย่างเสมอกัน ดิฉันคิดว่ายังมองไม่เห็นภาพชัดเจน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ การที่จะกระตุ้นให้ทางกระทรวงศึกษาธิการจะนําเอาไปบูรณาการเพื่อที่จะต้องหล่อหลอม ทัศนคติอย่างนี้ตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะถ้ามาทํากันตอนปลาย ๆ แล้วก็คงจะยากอยู่ และรวมไปถึงการใช้สื่อ โดยเฉพาะการใช้สื่อของภาครัฐที่ควรจะต้องโหมโรงสร้าง ความเข้าใจในเรื่องนี้ให้ได้มาก ถ้าหากว่าสาธารณะได้เข้าใจและรับรู้อย่างนี้ก็จะช่วย ทําให้การแก้ไขปัญหาของท่านนั้นเบาบางลง และในท้ายที่สุดจริง ๆ แล้วเรื่องที่ร้องเรียน มาถึงท่านนั้นก็อาจจะน้อยลงไปด้วยนะคะ กลุ่มคนที่ท่านอาจจะต้องช่วยกันมากที่สุดเลย นี่นะคะ ดิฉันไม่แน่ใจว่าทางคณะกรรมการนั้นจะใช้วิธีอย่างไร ก็คือในเรื่องของข้าราชการ เพราะต้องยอมรับว่าข้าราชการนั้นคือเปึนกลไกภาครัฐที่จะต้องคอยดูแลให้บริการ กับประชาชน แต่การกลับปรากฏว่าจริง ๆ เรื่องร้องเรียนนี่จํานวนมากทีเดียว ไม่น้อยเลย ที่ไปเกี่ยวพันกับเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเจ้าหน้าที่ภาครัฐเอง จะเปึนด้วย กลไก จะเปึนด้วยเรื่องระเบียบ จะเปึนด้วยเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ทั้งหมดนั้นมาจากเรื่องของ ความไม่เข้าใจ แล้วก็การที่ไม่ได้มีโอกาสเรียนรู้ ก็เลยอยากจะขออนุญาตท่านประธาน ฝากไปยังทางคณะกรรมการให้ได้เร่งบทบาทตรงนี้อย่างมากที่สุดนะคะ
ในประเด็นสุดท้ายที่อยากจะพูดถึงก็คือว่า ท่านมีข้อเสนอแนะในเรื่อง ของกองทุน ดิฉันเห็นด้วยเปึนอย่างมากเลย ถ้าเปึนไปได้นะคะเนื่องจากว่าคณะกรรมการ ชุดนี้นอกเหนือจากจะต้องเปึนเรื่องของการรณรงค์เชิงบวกแล้ว ก็ต้องเรียกว่า ตะเกียกตะกายเลยล่ะค่ะ แก้ไขปัญหาโดยที่มีข้อจํากัดในเรื่องของเงินทุนไม่ทราบจะ ไปเอามาจากไหน ส่วนใหญ่ก็จะเปึนค่าใช้จ่ายที่ใช้ในเรื่องปกติที่ท่านเดินทางกันไปมา แต่พอถึงในเรื่องของการเยียวยาเบื้องต้นในบางกรณีและหลายกรณีนั้นคณะกรรมการก็ ไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ ก็จะต้องใช้พละกําลังทุกรูปแบบในการที่จะประสานงาน เพื่อจะให้องค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้เข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งก็หลายกรณียังไม่สามารถ ดําเนินการได้เพราะอํานาจมีอยู่แค่นั้น ทรัพยากรก็มีจํากัด เพราะฉะนั้นดิฉันก็ขออนุญาต ฝากท่านประธานไปถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ