บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย หารือเรื่องการสนับสนุนและจัดสรรงบประมาณให้กับกลุ่มอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) และกลุ่มอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (าปพร.) และเสนอคำถามเกี่ยวกับสิทธิและสวัสดิการของ อปพร. พร้อมยกร้องความจำเป็นในการยกย่องเชิดชูผู้อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน และสนับสนุนดูแลสวัสดิการของกลุ่มคนเหล่านี้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กระผมต้องขอขอบคุณท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เปึนอย่างยิ่งที่ท่านได้มีความห่วงใย พี่น้องประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่เปึนผู้อาสาทํางานให้กับ ส่วนรวม ทํางานให้กับราชการ ทํางานให้กับรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ นี้ รัฐบาลนี้ได้ให้ความสําคัญของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเปึนพี่น้องประชาชนที่อาสาในกลุ่มใด ๆ ก็ตาม กระผมต้องเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับว่า เรื่องที่รัฐบาลจะมีการจัดสรรดูแลให้กลุ่มอาสาสมัครกลุ่มแรกก็คือ พี่น้อง ชาว อสม. อย่างที่ท่านสุรวิทย์ได้พูดถึง พี่น้องคนกลุ่มนี้พวกเราทุกคนเข้าใจครับ เขาอยู่ในทุกพื้นที่ อยู่ในทุกหมู่บ้าน ที่ดูแลผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ ที่รวบรวมข้อมูลด้าน สาธารณสุขในทุกหมู่บ้านในทุกพื้นที่ อสม. ๑ คน เขาจะรับผิดชอบก็ไม่เกิน ๑๐-๑๕ หลังคาเรือน วันนี้ในประเทศไทยเรามีตัวเลขอยู่ประมาณ ๘๓๐,๐๐๐ คน นี่คือพี่น้องชาว อสม. ท่านประธานครับ ทุกรัฐบาลเข้ามาให้ความสําคัญตลอด บางพรรคการเมือง ประกาศชัดเจนว่า หากเปึนรัฐบาลจะจัดสรรให้เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท แต่เมื่อเปึนแล้ว อาจจะมีข้อจํากัดเรื่องงบประมาณ เรื่องการบริหารจัดการก็ยังไม่สามารถทําได้ แต่เมื่อ รัฐบาลนี้โดยการนําของพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเสร็จ ได้หารือกับบรรดาพรรคร่วมรัฐบาล และให้ความสําคัญกับพี่น้องชาว อสม. กลุ่มนี้โดยเฉพาะในงบประมาณกลางป้ งบเพิ่มเติมป้ ๒๕๕๒ นั้นก็ได้ตั้งงบประมาณไว้ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งพี่น้องชาว อสม. ๘๓๐,๐๐๐ คน ก็ได้รับเงินตอบแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัน อสม. ที่จะถึงนี้ก็จะมี เงินค่าตอบแทนเดือนหนึ่ง ๖๐๐ บาท แต่นั่นไม่ใช่หมายความว่าจะให้ ๖๐๐ บาทต่อเดือน ฟรีทุกคนครับ แต่พี่น้องชาว อสม. นั้นจะต้องมีบทบาทมีหน้าที่ในการดูแลพี่น้องประชาชน ในหมู่บ้านของตนเอง ไม่ว่าจะเปึนการดูแลผู้สูงอายุเรื่องของการวัดความดัน ดูแลเด็ก ดูแลคนพิการ เก็บข้อมูลด้านสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน เดือนหนึ่งพี่น้องชาว อสม. นั้น ต้องทํางานอย่างน้อย ๖ วัน แล้วท่านเหล่านั้นก็จะมีค่าตอบแทนเดือนละ ๖๐๐ บาท นี่คือสิ่งที่รัฐบาลนี้ได้เตรียมไว้ในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ท่านห่วงใยก็คือว่า บรรดาบุคคลที่มาอาสาสมัครหลาย ๆ กลุ่ม หลาย ๆ ชื่อที่ท่านเอ่ย ทั้งหมดนั้นรัฐบาลจะทําอย่างไร ทอดทิ้งเขาหรือ เปึนการเหลื่อมล้ําหรือเปล่า ไม่ใช่ครับ รัฐบาลเข้าใจและให้ความสําคัญกับพี่น้องกลุ่มนี้ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งชื่อบอก ชัดเจนว่าคือ ผู้มาอาสาทํางานให้กับประชาชน โดยเฉพาะ อปพร. ที่เปึนคําถามของ ท่านสุรวิทย์ ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ อปพร. นี้คือกลุ่มบุคคลที่มีความสําคัญยิ่งกลุ่มหนึ่ง เปึนกลุ่มบุคคลที่อาสาทํางานให้กับส่วนราชการ ช่วยเหลือประชาชน แล้วก็มีกฎหมาย รองรับชัดเจนก็คือ พระราชบัญญัติปัองกันภัยฝ์ายพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๐ แล้วก็มีระเบียบ ของกระทรวงมหาดไทย ป้ ๒๕๔๙ กําหนดบทบาทหน้าที่ของ อปพร. ชัดเจนที่สุด โดยเฉพาะบุคคลใดที่จะเปึน อปพร. ได้นั้นอายุต้องไม่ต่ํากว่า ๑๘ ป้ แล้วต้องผ่าน การฝ๊กอบรม อปพร. อย่างน้อย ๕ วัน จึงจะมีชื่อว่าเปึนบุคคลที่เปึน อปพร. ได้ จํานวน บุคคลเหล่านี้จะมีจํานวนไม่เกินร้อยละ ๒ ต่อพื้นที่ของท้องถิ่นแต่ละแห่ง วันนี้ท้องถิ่น ทั้งหมดมี ๗,๘๕๓ แห่ง ทุกท้องถิ่นจะมี อปพร. ทุกท้องถิ่น จํานวนจะขึ้นอยู่กับประชากร ในพื้นที่ไม่เกินร้อยละ ๒ ผ่านการฝ๊กอบรมเปึนที่เรียบร้อย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นของ อปพร. วันนี้ทั้งประเทศมีอยู่ประมาณ ๑ ล้าน ๑ แสนคน ท่านประธานที่เคารพครับ คนกลุ่มนี้คือ กลุ่มประชาชนในพื้นที่ หลังจากที่เขาเสร็จภารกิจหน้าที่การงาน บางคนเปึนชาวนา เปึนชาวไร่ เขาว่างเขาต้องการเอาเวลาว่างของเขามาทุ่มเททํางานให้กับราชการ มาทุ่มเท ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน มาฝ๊กหาความรู้เพื่อที่จะบริการประชาชน ฉะนั้น อปพร. เห็นชัดเจนครับ เวลาเรามีช่วงเทศกาลต่าง ๆ เราจะมีจุดตรวจ คนเหล่านี้ละครับจะเปึน ส่วนหนึ่งซึ่งมาทํางานร่วมกับ อสม. มาทํางานร่วมกับฝ์ายท้องถิ่น ฝ์ายอําเภอ ตั้งด่าน เต็มไปหมดเปึนพัน ๆ แห่งนี่คือบทบาทหน้าที่ของเขา หรือแม้แต่เวลาเกิดภัยต่าง ๆ คนเหล่านี้ละครับ ที่จะเปึนด่านหน้าออกไปทํางานในพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน
ท่านประธานครับ คําถามของท่านมีอยู่ว่า แล้วคนเหล่านี้จะได้เงิน ค่าตอบแทนจากรัฐบาลหรือไม่ ตรงนี้เปึนคําถามเช่นเดียวกันครับ กับบรรดาพี่น้อง ส.ส. ในสภา เพราะทุกคนอยู่พื้นที่จะรู้ดีว่า กลุ่มคนที่เปึน อปพร. นั้นเปึนส่วนหนึ่งของ ชีวิตคนในพื้นที่ ใครอยู่ในพื้นที่ อบต. ไหนก็จะมีชุดเหล่านี้ละครับประจําอยู่ บางท้องถิ่น มี ๔๐ คน บางท้องถิ่นใหญ่หน่อยมีเปึนร้อย ผมต้องเรียนครับ วันนี้ อปพร. นั้นเขาเปึนบุคคลที่ถูก กําหนดขึ้นมีกฎหมายรองรับ มีระเบียบของกระทรวงมหาดไทยรองรับอย่างชัดเจน สิทธิของเขา จะเกิดครับ
ประการที่ ๑ ในกรณีที่ไม่เกิดภัยเลย แต่มีคําสั่งจากผู้บริหารท้องถิ่นให้ อปพร. ไปปฏิบัติหน้าที่ในที่ใดก็ตามเปึนเวลาเกินกว่า ๑๒ ชั่วโมง เขาจะมีสิทธิได้รับเงิน ค่าตอบแทน ค่าป์วยการ ค่าพาหนะต่าง ๆ วันละ ๑๘๐ บาท นี่คือสิทธิต้นตามกฎหมาย ตามระเบียบทุกอย่าง แต่ในกรณีที่เกิดภัยขึ้นมาแล้วทางจังหวัดประกาศเปึนภัยธรรมชาติ อย่างเช่น ภัยแล้ง ภัยหนาวต่าง ๆ และ อปพร. เหล่านั้นได้รับคําสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ที่มีภัยต่าง ๆ คนเหล่านี้ก็จะเกิดสิทธิโดยได้รับเงินดังกล่าวที่ผมเรียนครับ วันละ ๒๔๐ บาท นี่คือสิทธิของ อปพร. กลุ่มนี้ ในขณะเดียวกันครับรัฐบาลโดยเฉพาะ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเปึนกระทรวงที่ดูแลพี่น้อง อปพร. โดยตรง โดยกรมปัองกันและ บรรเทาสาธารณภัยจะเปึนผู้ดูแลรับผิดชอบ ให้การฝ๊กอบรม ให้ความรู้ต่าง ๆ ก็ได้ให้ บทบาทให้สิทธิของกลุ่มคนเหล่านี้ โดยมีสิทธิและสวัสดิการ ดังนี้ครับท่านประธาน
ประการที่ ๑ คนที่เปึน อปพร. ทั้งประเทศมีอยู่ประมาณ ๑ ล้าน ๑ แสนคน เขาได้รับเงินสงเคราะห์เมื่อเวลาบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ นี่คือสิ่งที่เขา ได้รับครับ
ประการที่ ๒ เขาได้รับการลดหย่อนอัตราค่าโดยสารรถไฟในอัตรา ร้อยละ ๒๐ นี่คือสิ่งที่เขาจะได้รับ
ประการที่ ๓ คนที่เปึน อปพร. ทั้งหมดนั้นจะได้รับชุดจากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นโดยที่เขาไม่ต้องออกเงินนะครับ นี่คือระเบียบของกระทรวงมหาดไทยชัดเจน
ประการที่ ๔ คนเหล่านี้จะได้รับการยกย่องเชิดชู โดยการเสนอขอ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเปึนที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์นี่เขาจะมีสิทธิได้
ส่วนประการที่ ๕ วันนี้จะมีมูลนิธิของ อปพร. จะมีกองทุนสําหรับดูแลเปึน สวัสดิการเบื้องต้นให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ ฉะนั้นผมต้องเรียนท่านประธานที่เคารพถึง ท่านสุรวิทย์ครับ คนเหล่านี้เปึนคนที่มีความสําคัญมาก ฉะนั้นเราจะต้องดูแลพี่น้องที่เปึน ผู้อาสา อปพร. ต่อไป ส่วนกลุ่มอื่น ๆ ไม่ว่าจะเปึนหมอดินก็ดี แม่บ้านก็ดีต่าง ๆ นั้น ผมขอ เรียนครับว่ารัฐบาลนี้ไม่เคยแบ่งชนชั้น แล้วไม่เคยมองว่าคนเหล่านี้เปึนคนอีกชั้นหนึ่ง คนที่เปึน อสม. อีกชั้นหนึ่ง วันนี้การบริหารประเทศต้องอยู่บนพื้นฐานแห่งความจริงครับ ถ้าเราสามารถใส่เงินให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ได้กลุ่มหนึ่ง เราต้องดูกลุ่มต่อไปว่าบทบาท หน้าที่เปึนอย่างไร สถานะการคลังของประเทศเปึนอย่างไร รายได้เปึนอย่างไร และผมขอ เรียนว่าสิ่งที่รัฐบาลนี้จะต้องทําต่อไปก็คือ จะต้องดูความเปึนจริงของประเทศ ดูฐานะ การเงินการคลัง ในอนาคตเราก็จะพิจารณากลุ่มคนเหล่านี้ที่จะมีสวัสดิการเพิ่มขึ้นอีก ก็ขอเรียนอย่างนี้ครับ