สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ มกราคม ๒๕๕๒

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือเรื่องการสร้างเวทีสภาให้เป็นศักดิ์สิทธิ์ และเรียกร้องการร่วมรับผิดชอบในการรักษาความเป็นประชาธิปไตย ชินวรณ์ บุณยเกียรติ กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและกระบวนการรัฐสภา โดยชื่นชมท่านประธานสภาในการใช้อำนาจของท่าน และขอให้รัฐบาลแถลงนโยบายตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ ผมได้ยกมือขึ้นมาในช่วงที่เพื่อนสมาชิกได้ หารือกันหลายคน แต่ว่าก็รอโอกาสครับท่านประธานครับ ที่ผมต้องรอโอกาสใช้เวทีสภา วันนี้เปึนวันแรกของการเป่ดสมัยประชุมสามัญทั่วไป ก็เพราะว่าเพื่อนสมาชิกหลายคน ที่ได้ใช้เวทีในสภาแห่งนี้พูดกับท่านประธานสภา หลายคนย้ําเน้นว่าเราจะทําอย่างไรให้ เวทีสภาแห่งนี้เปึนเวทีแห่งการสร้างสรรค์ เราจะทําอย่างไรที่จะให้สภาแห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์ เราจะทําอย่างไรที่จะให้ระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะการปกครองในระบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนพระประมุขนั้นเปึนที่หวังพึ่งของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ ผมโดยส่วนตัวท่านประธานครับ ผมก็อยากเห็นสภาแห่งนี้เปึนพื้นที่ที่จะนําชาติบ้านเมือง ออกจากวิกฤติครับ วันนี้เพื่อนสมาชิกหลายคนได้พูดถึงการทําหน้าที่ของ ท่านประธานสภา ตามจริงผมคิดว่าผมคงไม่จําเปึนต้องพูดในวันนี้ เพราะวันนี้เรามีการ ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่เปึนการประชุมร่วมกันรัฐสภาครับ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมี เพื่อนสมาชิกได้หยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมา ผมในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนหนึ่งซึ่งต้องร่วมรับผิดชอบในฐานะเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ และต้อง ร่วมรับผิดชอบตระหนักสํานึกในความเปึนผู้แทนของปวงชนชาวไทยครับท่านประธาน ผมต้องขออนุญาตใช้เวลานี้กับท่านประธานสักเล็กน้อยนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ

ประเด็นแรกที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ผมต้องขอชื่นชม ท่านประธานสภาที่ได้ตัดสินใจให้กระบวนการรัฐสภาของเราได้ดําเนินการมาจนถึงวันนี้ แน่นอนที่สุดถ้าพูดถึงอํานาจหน้าที่ของท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ นั้นมี ความชัดเจนครับ ที่ท่านประธานสามารถที่จะดําเนินการในฐานะที่ท่านเปึนประธานของ สภาแห่งนี้ และแน่นอนไปมากกว่านั้นก็คือว่า วันนี้เราต้องยอมรับความเปึนจริงครับ ท่านประธาน ถึงแม้เพื่อนสมาชิกอาวุโส ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน ท่านเชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ท่านบอกว่ามีเพื่อนสมาชิกบางท่านอาจจะยังทําใจไม่ได้ แต่ผมคิดว่าในเรื่อง ของระบบรัฐสภาเปึนเรื่องปกติครับ วันหนึ่ง ๘ ป้ที่ผ่านพวกผมนั่งอยู่ทางฝ์ายข้างโน้น วันนี้พวกผมก็มานั่งทางฝ์ายข้างนี้ นี่คือเปึนเรื่องของระบบทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตย ถ้าเราจะทบทวนกัน ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่า ด้วยความ เคารพเพื่อนสมาชิกของทุกฝ์ายครับ เรามีการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ พวกผมได้ ๑๖๔ เสียง พวกผมก็เปึนฝ์ายค้าน หัวหน้าพรรค ของผมก็เปึนผู้นําฝ์ายค้านที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พวกเราก็ตระหนักสํานึก ว่าเราก็เปึนฝ์ายค้านในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมเองในช่วง ๔ – ๕ ป้ ที่ผ่านมา ได้ทําหน้าที่ทั้งอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีหลายกระทรวง ได้ทําหน้าที่ในการตรวจสอบ ได้ทําหน้าที่ในอภิปรายในสภาแห่งนี้ ตอนเช้านี้ผมมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนสมาชิกสภา หลายคนว่า ผมเคยเปึนเลขานุการรัฐมนตรีมา ๓ กระทรวง แต่ผมภาคภูมิใจมากที่ได้มี โอกาสได้ยืนพูดในสภาแห่งนี้ ในฐานะที่เราเปึนตัวแทนของปวงชนชาวไทย ท่านประธานครับ เมื่อเหตุการณ์ทาง การเมืองเปลี่ยนแปลงไป การเมืองที่ผ่านมาไม่สามารถที่จะเดินหน้าไปได้ ผมไม่อยากพูด ถึงว่าเหตุผลประการใด แต่วันนี้เมื่อรัฐบาลที่เกิดขึ้นมาใหม่ตามกระบวนการของกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ผมคิดว่านั่นคือรัฐบาลที่ชอบธรรม ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับการโปรดเกล้าฯ ได้มีกระบวนการในการเลือกในสภาแห่งนี้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๓ ก็เปึนที่ยอมรับกัน และแน่นอนครับ ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็ได้มีบทบัญญัติ ไว้ชัดเจนว่าให้เพื่อนสมาชิกทั้งหลายนี่ครับใช้เอกสิทธิ์โดยส่วนตัวปราศจากการครอบงํา มีอิสระในการตัดสินใจที่จะเลือกตัวบุคคลขึ้นมาเปึนนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นเมื่อ นายกรัฐมนตรีมาโดยความชอบธรรม มาโดยกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าก็ชอบที่ ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องดําเนินการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญต่อไป นั่นก็คือว่า ทําหนังสือมาถึงท่านประธานสภาเพื่อที่จะขอเป่ดประชุมรัฐสภาในการแถลงนโยบายต่อ รัฐสภาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๖ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่า ผมและเพื่อนสมาชิกเราต่างคนต่างทราบสถานการณ์ในทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา เปึนอย่างดีครับ ผมเปึนส่วนหนึ่งครับท่านประธาน ที่พยายามจะให้การดําเนินการ ตามที่ท่านประธานได้ใช้อํานาจของท่านประธานสภาในฐานะประธานรัฐสภาเรียกประชุม รัฐสภา ในวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ และวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ ความพยายาม เหล่านี้เกิดจากทุกภาคส่วนครับ เพราะเราอยากเห็นว่ากระบวนการดําเนินการในการที่จะ บริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลนั้นทําอย่างไรให้เกิดความสมบูรณ์ตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๗๖ ได้มีบทบัญญัติไว้ชัดเจนครับ ท่านประธานครับว่า ภายหลังจากการรับหน้าที่แล้วภายในสิบห้าวันคณะรัฐมนตรีต้อง แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อคํานวณระยะเวลาจากการที่คณะรัฐมนตรีได้เข้ารับหน้าที่ ก็คือวันที่ ๒๓ ธันวาคม เพราะฉะนั้นวันที่ ๕ มกราคม จึงเปึนวันสุดท้ายที่คณะรัฐมนตรี จะต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเปึนเช่นนี้ ผมจึงกราบเรียน ว่าการที่ท่านประธานรัฐสภาได้ใช้อํานาจของท่านในการเรียกประชุมวันที่ ๒๙-๓๐ นั้นจึง ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญทุกประการ เมื่อมีการเรียกประชุมสมาชิกรัฐสภาทุกฝ์าย ทราบพร้อมกันหมดครับ ผมในฐานะเปึนส่วนหนึ่งที่ต้องประสานงานก็ได้กราบเรียนทั้ง ฝ์ายวุฒิสภา ได้กราบเรียนทั้งฝ์ายพรรคร่วมฝ์ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลว่าเราต้องมาทํา หน้าที่ในฐานะสมาชิกรัฐสภาเพื่อให้การแถลงนโยบายแล้วเสร็จ และถ้าหากเปึนไปตามที่ ท่านประธานรัฐสภาได้กําหนดเอาไว้ก็ถือว่าจะเปึนการสร้างความเชื่อมั่นให้กับ ประเทศชาติบ้านเมืองของเรา เท่ากับว่าการแถลงนโยบายนั้นเปึนการมอบของขวัญให้กับ พี่น้องประชาชนคนไทยว่า วันนี้การเมืองในระบอบประชาธิปไตยของเรานั้นสามารถ เดินหน้าไปได้ สิ่งเหล่านี้ผมไม่กล้าท่านประธานครับ ที่จะพูดเอาเองและชื่นชม ท่านประธานโดยปราศจากข้อมูลที่แท้จริง แต่ต้องยอมรับความเปึนจริงว่าสิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นจากความคิดของพี่น้องประชาชนที่ได้มีการสํารวจความคิดเห็นทั่วประเทศว่า พี่น้องประชาชนมีความสุขเพิ่มขึ้นครับ ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่าการตัดสินใจภายใต้ สถานการณ์พิเศษในการที่จะต้องเลื่อนสถานที่ประชุมนั้นไม่ใช่ว่าใคร ๆ ก็จะคิดเลื่อน นะครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าโดยหลักการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ เมื่อได้มีการตรวจสอบชัดเจนแล้วพบว่า ถ้าเกิดสถานการณ์สําคัญเปึนพิเศษ ท่านประธานสามารถใช้อํานาจของท่านประธานสภาตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ได้อยู่แล้ว แต่ว่า อย่างไรก็ตาม เราก็อยากจะให้ได้มีการอภิปรายในที่ประชุมแห่งนี้ การเจรจาก็เกิดขึ้น จากทุกฝ์าย ความพยายามก็เกิดขึ้นจากทุกฝ์าย วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ นั้นมีเพื่อน ผู้ชุมนุมมาชุมนุมอยู่หน้าสภา ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ไม่มีใครอยากเห็น ละครับความรุนแรง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากฝ์ายใด ที่สําคัญคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนที่ทํา การสอบสวนการประชุมเพื่อแถลงนโยบายเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ป้ ๒๕๕๑ นั้น ได้มีข้อเสนอแนะไว้ชัดเจนท่านประธานครับ ว่าถ้าหากยังมีการปัองกันไม่ให้เกิด ความรุนแรงนั้น เราสามารถที่จะทําได้โดยการเลื่อนสถานที่ประชุม แล้วที่สําคัญไปมากกว่านั้น ท่านประธานครับ ถ้าจะเปรียบเทียบกับการประชุมคณะรัฐมนตรี เราก็เห็นได้อย่างชัดเจน ว่าคณะรัฐมนตรีสามารถไปประชุมบนรถไฟก็ได้ ไปประชุมที่เชียงใหม่ก็ได้ ไปประชุมที่ ขอนแก่นก็ได้ ถ้าผู้เชิญประชุมมีอํานาจในการเชิญประชุมและองค์ประชุมซึ่งเปึนระบอบ และสาระสําคัญของการประชุมนั้นพร้อมก็สามารถที่จะดําเนินการการประชุมได้ วันนี้ สิ่งเหล่านี้ชัดเจน ผมไม่กล้าที่จะชี้ผิดถูกครับท่านประธานครับ ท่านประธานได้กราบเรียน ต่อที่ประชุมนี้แล้วว่ามีเพื่อนสมาชิกบางท่านได้ไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยเรื่องนี้ ซึ่งท่านประธานก็ยอมรับว่าให้ดําเนินการไปเพื่อจะได้เปึนบรรทัดฐานต่อไป และผมเชื่อมั่น ว่าการกระทําเพื่อเปึนบรรทัดฐานและหาทางออกที่ดีงามดังกล่าวนี้ เปึนเรื่องที่ควรจะ ชื่นชมมากกว่าเปึนเรื่องที่ควรจะตําหนิ ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ว่าสองคนยล ตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม อีกคนตาแหลมคม มองเห็นดาวอยู่พราวพราย อันนี้ เปึนเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย ผมไม่กล้าที่จะลงโทษหรือตําหนิใครครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าวันนี้เมื่อการเมืองมีความชัดเจน ระบบรัฐสภาของเราสามารถ เดินไปได้ เพื่อนฝ์ายค้านของผมหลายคนก็สนิทสนมกัน ผมเคยเปึนวิป(Whip : ผู้คุมเสียง สมาชิกพรรคการเมืองในสภา) ฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ผมเคยกราบเรียนว่าเรามาร่วมกันใช้ พื้นที่รัฐสภาเพื่อให้หาทางออกวิกฤติของชาติได้ วันนี้เมื่อเราต่างเปึนสมาชิกรัฐสภา เราก็อยากให้สภาแห่งนี้ได้เดินหน้าไปในการทําหน้าที่ในทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตย และเราอยากเห็นสิ่งเหล่านี้ว่าเพื่อนสมาชิกในฐานะเปึนผู้แทนสภาแห่งนี้ได้ นําปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมากราบเรียนต่อท่านประธานสภา และที่ ผมดีใจมากกว่านั้นวันนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้วางกฎไว้ชัดเจนนะครับว่า ให้รัฐมนตรี ทุกคนนั้นให้ความสําคัญต่อรัฐสภา ต้องมารับฟังความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกในสภา แห่งนี้ ต้องมาตอบกระทู้ถาม ต้องมาตอบญัตติ สิ่งเหล่านี้นะครับท่านประธานในฐานะที่ เปึนประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติ ผมคิดว่าท่านดําเนินการและทรงไว้ซึ่งการที่จะต้องปฏิบัติ หน้าที่ให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญและเปึนไปตามข้อบังคับ ผมเพียงแต่ขอความร่วมมือกับ เพื่อนสมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้นะครับ ว่าเรามาช่วยผดุงและรังสรรค์ให้สภาแห่งนี้เปึนที่หวัง พึ่งของพี่น้องประชาชน นั่นคือสิ่งที่พวกเราต้องการ มีอะไรที่เรามีความคิดเห็นที่แตกต่าง เราเคารพซึ่งกันและกัน นั่นคือระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ