สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ รวมถึงการเพิ่มงบประมาณสำหรับโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ และการแก้ไขปัญหาการทุจริตในโครงการชลประทานของกรมชลประทาน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องปุิยที่มีราคาสูงและเสนอแนวทางแก้ไขโดยการสนับสนุนการใช้ปุิยอินทรีย์และการซื้อปุิยราคาถูกจากประเทศต่าง ๆ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทย ในนามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมต้องตอบเรื่องที่ท่านสุวโรชได้เพิ่งอภิปรายจบลงในเรื่องของคํากล่าวที่บอกว่ารัฐบาล ชุดนี้ไม่มีความจงรักภักดี โดยท่านสุวโรชได้กรุณายกเอาเรื่องของโรงสกัดน้ํามันปาล์ม ที่ท่าแซะขึ้นมาเปึนประเด็นว่า ทั้ง ๆ ที่เปึนโครงการที่ทุกฝ์ายเห็นสอดคล้องกัน แล้วทาง ฝ์ายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ขอตั้งไว้ในงบประมาณ ตามแผนของกระทรวง แต่ไม่ได้รับการบรรจุก็เลยเปึนที่มาของคํากล่าว ผมอยากจะเรียน เรื่องนี้ครับว่า ไม่ว่ารัฐบาลชุดนี้หรือรัฐบาลชุดไหนนะครับ เรื่องความจงรักภักดีนี่เปึนสิ่งที่ ต้องอยู่เหนือเกล้าอยู่เหนือหัวของทุกคน เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นเปึนสถาบันที่ อยู่กับสังคมไทยและเปึนสถาบันที่ใครจะล่วงละเมิดไม่ได้ โครงการในพระราชดําริ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์น้อมรับมาดําเนินการในโครงการพระราชดําริทั้งหมด แต่วันนี้เราก็ต้องเห็นใจทางสํานักงบประมาณ เห็นใจทางกระทรวงการคลังในเรื่องของ รายได้ที่ในแต่ละป้ ๆ มันก็มีข้อจํากัด เรามีแผนงานของทุกกระทรวง ทบวง กรม ล้วนแล้วแต่มีความสลักสําคัญเหมือนกันทั้งสิ้น วันนี้ผมก็ไม่โทษทางสํานักงบประมาณ หรอกครับที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอแผนไปแล้วถูกปรับลด ผมคิดว่า โอกาสในการพิจารณาในวาระ ๒ วาระ ๓ และในชั้นของคณะกรรมาธิการนั้นยังมีโอกาส แล้วผมต้องกราบเรียนว่าเรื่องโรงสกัดน้ํามันปาล์มนั้นเปึนแนวนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ อยู่แล้วครับ วันนี้เรากําลังพูดกันถึงเรื่องพืชพลังงานทดแทน วันนี้โรงสกัดน้ํามันปาล์ม โรงทําไบโอดีเซล นั่นเปึนสิ่งที่รัฐบาลต้องตระหนัก แล้วต้องกราบเรียนเลยครับว่า เมื่อประมาณสัก ๒ เดือนเศษที่ผ่านมาราคาน้ํามันปาล์มตกลงเหลือเพียงกิโลกรัมละ ๒ บาทเศษ มีการป่ดถนนกัน ผมเองไปที่ภาคใต้ก็ได้รับทราบปัญหา ปัญหานั้นไม่ได้เกิด จากอะไรหรอกครับ เกิดจากโรงสกัดน้ํามันปาล์มมีจํากัด เมื่อน้ํามันปาล์มมันออกมามาก พร้อม ๆ กัน เกษตรกรนําปาล์มเข้าไปที่โรงสกัดน้ํามันปาล์ม แต่เนื่องจากโรงสกัด น้ํามันปาล์มมีจํากัดดังที่ได้กราบเรียนไปแล้ว จึงไม่สามารถที่จะรับซื้อได้ทันท่วงที แล้วก็เปึนโอกาสของโรงสกัดน้ํามันปาล์มที่ขาดสํานึกก็ถือโอกาสตรงนั้นล่ะครับ กดราคาเกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เห็นครับ จึงบอกว่าเรามีทางเดียวเท่านั้น ก็คือการเพิ่มโรงสกัดน้ํามันปาล์มให้มากขึ้นในเขตพื้นที่ภาคใต้ เรามองไปที่ท่าแซะ ชุมพร ซึ่งอยู่ในโครงการถึงได้สํารวจศึกษาเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่รอเงินงบประมาณ ก็สามารถดําเนินการได้ทันที เรามองไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพราะปัจจุบันเรามีที่กระบี่ สมบูรณ์แบบแล้ว เราก็คิดว่าถ้าหากมีอีกสัก ๒-๓ แห่งในพื้นที่ภาคใต้ก็จะสามารถรองรับ ปริมาณปาล์มได้เพียงพอ แล้วก็จะเปึนการแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน นั่นคือเรื่องของ น้ํามันปาล์ม ก็กราบเรียนท่านสุวโรชนะครับ แล้วก็ท่านผู้อภิปรายที่เพิ่งจบลงไปว่า เราอย่าเพิ่งไปสิ้นหวังนะครับ เรายังมีการพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการอีก ผมเชื่อว่า ทางสํานักงบประมาณก็ดี ทางรัฐบาลก็ดี คิดว่าถ้าหากมีเงินที่ถูกปรับลดจากการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการแล้ว การแปรญัตติลําดับต้น ๆ ล่ะครับที่เราจะพิจารณาในเรื่องนี้
ในประเด็นต่อมาคือ เรื่องโครงการระบายน้ําสนามบินสุวรรณภูมิ ได้มีสมาชิกอภิปรายกันหลายท่านคลางแคลงใจว่าทําไมในเมื่อวันนี้โครงการระบายน้ํา สนามบินสุวรรณภูมิถูกสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบว่ามีการทุจริต มีการตั้งราคา สูงกว่าปกติ แต่ทําไมยังตั้งงบประมาณในส่วนนี้เพิ่มเติมอีก ผมต้องกราบเรียนครับว่า เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบถึงความผิดปกติ ก็เปึนเรื่องที่จะต้อง ดําเนินการไปตามครรลองเมื่อพบสิ่งผิดปกติก็ต้องดําเนินการตรวจสอบ และพร้อม ๆ กัน ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องนี้ แต่ในขณะที่ สอบสวนและมีการตรวจสอบนั้น ผมต้องกราบเรียนว่าโครงการนี้จะหยุดต่อไปไม่ได้ เพราะถ้าหากว่าโครงการนี้หยุดเวลาเกิดน้ําหลาก สนามบินสุวรรณภูมิวันนี้เปึนหน้าตา ของประเทศครับ การขึ้นลงของเครื่องบินจะไม่สามารถทําได้เลย ยิ่งถ้าต้องเผชิญกับ ปัญหาเหมือนเมื่อป้ ๒๕๔๙ น้ําท่วมใหญ่ จะเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศ จะเกิดความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านการท่องเที่ยวและทุก ๆ ด้าน เพราะฉะนั้น ทางกรมชลประทาน ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงต้องดําเนินโครงการนี้ต่อไป ส่วนเรื่องความถูกความผิดนั้นก็ให้ดําเนินการกันไปตามระบบของทางราชการต่อไป มีคําถามว่ามีการขอเพิ่มเงินอีกจํานวน ๒,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปทําอะไรที่ไหน ผมต้อง กราบเรียนครับ ซึ่งจากการตรวจสอบของสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินได้พบว่า มีความผิดพลาดในเรื่องของแบบ ในเรื่องของการดําเนินการก่อสร้าง เนื่องจากพื้นดิน บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิมันเปึนพื้นดินที่มีความอ่อนตัวมาก เมื่อดําเนินการก่อสร้าง ไปแล้วก็ปรากฏว่าพอถึงเรื่องของการขุดคลองระบายน้ําตามแบบได้พบการเคลื่อนตัว บริเวณคันคลองและลาดคันคลองระบายน้ําไม่สามารถจะดําเนินการต่อได้ครับ จึงต้องมี การแก้ไขรูปแบบรายละเอียดรายการใหม่ตามความจําเปึน ซึ่งในเรื่องนี้ทุก ๆ ฝ์ายก็ได้ตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาว่าความเหมาะสมและการจะแก้ปัญหาได้เพื่อให้งานดําเนินการ ต่อไปไม่เกิดความเสียหายจะต้องใช้เงินเท่าไร ก็พบว่าในส่วนนี้เราต้องใช้เงินงบประมาณ อีกทั้งสิ้น ๑,๔๕๘ ล้านบาทเศษ
ในส่วนที่ ๒ เปึนเรื่องของรายการค่าที่ดิน ซึ่งรายการค่าที่ดินตามแผนเดิม จะต้องจ่ายจํานวน ๒,๖๑๐ ล้านบาทเศษ แต่ปรากฏว่าในการดําเนินการจริงต้องจ่ายถึง ๓,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เพราะในส่วนนี้ได้มีค่าอุทธรณ์ที่ดินเพิ่มขึ้นอีกจํานวน ๔๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการเพิ่มเงินอีกจํานวน ๒๒๑ ล้านบาทในส่วนของรายการที่ดิน
ในส่วนที่ ๓ ก็พบรายการที่เพิ่มขึ้นใหม่ ซึ่งไม่ได้กําหนดไว้ในกรอบวงเงินเดิม ที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไว้ตอนเป่ดโครงการ ไม่ว่าจะเปึนงบของบุคลากร งบดําเนินงาน งบค่าครุภัณฑ์ งบค่าก่อสร้างส่วนประกอบอื่น งบค่าควบคุมการจ้างเหมาทั้งหมดแล้ว ในส่วนนี้เปึนเงินอีก ๓๗๕ ล้านบาทเศษ เพราะฉะนั้นจึงรวมแล้วทั้งหมดประมาณ ๒,๑๐๐ ล้านบาท นี่คือที่มาที่ไปของการต้องเพิ่มเงิน และที่มาที่ไปของคําถามที่บอกว่า ก็ในเมื่อถูก สตง. ตรวจสอบ ทําไมโครงการนี้จึงต้องดําเนินการต่อ จึงกราบเรียนกับ เพื่อนสมาชิกเพื่อให้ทราบถึงโครงการสนามบินสุวรรณภูมิครับ
แล้วก็ถือโอกาสตรงนี้กราบเรียนต่อในเรื่องของชลประทานที่เพื่อนสมาชิก ได้ให้ความสนใจ ซึ่งผมต้องกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกทุกคนนะครับ เปึนกําลังใจ ให้กับทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกรมชลประทาน เพราะส่วนใหญ่เพื่อนสมาชิกจะอภิปรายให้กําลังใจถามว่า ทําไมตั้งงบประมาณน้อยจัง เพิ่มขึ้นมาได้เพียง ๒ ล้านบาทเท่านั้นเอง โครงการเรื่องเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ ชลประทานนั้น วันนี้เปึนเรื่องใหญ่ที่เพื่อนสมาชิกทุกคนเกือบจะพูดได้ว่าที่ลุกขึ้นมา อภิปรายกรมชลประทานนั้นพูดไปในทิศทางเดียวกันทั้งสิ้น ผมต้องกราบขอบพระคุณ เพื่อนสมาชิกที่ได้เข้าใจ ผมไม่ได้ตัดพ้อต่อทางสํานักงบประมาณเลยแม้แต่นิดเดียว ผมก็เข้าใจและเห็นใจเหมือนกับกรณีที่ได้กราบเรียนไปแล้วต่อกรณีเรื่องของโรงสกัด น้ํามันปาล์ม แต่นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่ครับ เปึนเรื่องที่เราต้องมาแก้ไขปัญหากันต่อไป ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีโครงการในเรื่องของระบบน้ําทั้งระบบ ซึ่งในส่วนนี้เงินจะไม่ได้ บรรจุไว้ในงบประมาณจะเปึนเงินนอกงบประมาณที่ได้มอบหมายให้ทางกระทรวงการคลัง ไปดําเนินการจัดหาเงินกู้มา ซึ่งเดี๋ยวผมจะกราบเรียนในรายละเอียดนะครับว่า ในรายละเอียดของโครงการ ชลประทานขนาดใหญ่ที่กรมชลประทานรับผิดชอบจํานวนทั้งหมด ๒ แสนกว่าล้านบาท เราไปดําเนินโครงการที่ไหนอย่างไรบ้าง ผมกราบเรียนครับว่าแผนการพัฒนาและเพิ่ม ประสิทธิภาพระบบชลประทาน เรามีอยู่ ๒ แผนงาน จํานวนทั้งหมด ๑,๑๒๘ โครงการ วงเงินทั้งหมด ๒๘๕,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เปึนโครงการชลประทานขนาดเล็กและ ขนาดกลาง ๑,๑๐๒ โครงการ จํานวน ๑,๑๐๒ โครงการนี้เรามีเปัาหมายครับ ตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๒ ถึงป้ ๒๕๕๗ วงเงินลงทุนในส่วนนี้เฉพาะชลประทานขนาดเล็กและขนาดกลาง จะใช้เงินงบประมาณ ๖๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถามบอกว่าเมื่อลงทุนขนาดนี้แล้วผลที่ ได้รับคืออะไร ผลที่ได้รับคือพื้นที่ชลประทานจะเพิ่มขึ้น ๑.๒๙ ล้านไร่ในป้ ๒๕๕๔ และจะเพิ่มเปึน ๑.๙๗ ล้านไร่ในป้ ๒๕๕๗ นั่นคือการเพิ่มน้ําต้นทุนถึง ๑,๕๒๓ ลูกบาศก์เมตร ต่อป้ครับ นอกจากโครงการขนาดเล็กแล้วเรายังมีโครงการขนาดใหญ่อีกจํานวน ๒๖ โครงการ ในวงเงินทั้งหมด ๒ แสนกว่าล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้โครงการจะเริ่มตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๒ ถึงป้ ๒๕๖๓ ทั้งหมดระยะ ๑๒ ป้ พื้นที่ชลประทานจะเพิ่มขึ้นอีก ๔.๔๕ ล้านไร่ ในป้ ๒๕๖๓ น้ําต้นทุนจะเพิ่มขึ้นถึง ๓,๐๘๒ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อป้ครับ เพื่อนสมาชิก ถามในรายละเอียดอีกว่าในรายละเอียดนั้นภาคเหนือได้เท่าไร ภาคใต้ได้เท่าไร ภาคกลาง ได้เท่าไร ภาคอีสานได้เท่าไร ผมก็เลยใช้ตัวเลขตรงนี้ใช้เวลาสั้น ๆ กราบเรียนต่อเพื่อนสมาชิก เพื่อที่จะได้เกิดความสบายใจว่าทุกภาคจะได้รับการดูแลจากรัฐบาลเสมอเหมือนกัน ภาคเหนือจะเปึนโครงการขนาดใหญ่ ๗ โครงการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๗ โครงการ ภาคกลาง ๑๐ โครงการ ภาคใต้ ๒ โครงการ ขนาดกลาง ภาคใต้ ๑๙ โครงการ ภาคกลาง ๓๐ โครงการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีปัญหาเรื่องน้ํามากที่สุด ๕๓ โครงการ และภาคเหนือ ๕๒ โครงการครับ ส่วนชลประทานขนาดเล็ก ภาคใต้ ๑๘๔ โครงการ ภาคกลาง ๒๗๔ โครงการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๒๙๒ โครงการ และภาคเหนือ ๑๙๘ โครงการ รวมสุทธิทั้งหมด ๑,๑๒๘ โครงการ โดยใช้วงเงินงบประมาณประมาณ ๒ แสนกว่าล้านบาท ซึ่งตรงนี้จะแก้ปัญหาระบบน้ําให้มีประสิทธิภาพทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วจะเพิ่มพื้นที่ชลประทานถึง ๔.๔ ล้านไร่ นี่คือเปัาหมายที่ทางรัฐบาลและทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะที่ผู้รับผิดชอบ กรมชลประทานเปึนผู้ดําเนินการในเรื่องนี้ครับ ส่วนป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ผมต้อง กราบเรียนเพื่อนสมาชิกภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ลุกขึ้นอภิปรายกันหลายท่านถามบอกว่า สําหรับโครงการชลประทานทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะได้รับงบเท่าไร ผมกราบเรียน ครับว่าทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือจากงบประมาณทั้งหมด ๓๕,๐๐๐ ล้านบาทเศษนั้น เราจัดไปลงภาคอีสานทั้งหมด ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของเงินงบประมาณ คือ ๕,๒๐๐ กว่าล้านบาท ผมต้องกราบเรียนครับว่า เราได้ให้ความสําคัญเพราะตระหนักว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของทาง ภาคอีสานนั้นเปึนพื้นที่ที่ระบบชลประทานไปไม่ถึง วันนี้พื้นที่ชลประทาน ๕๗ ล้านไร่เศษ โครงการชลประทานเข้าไปได้เพียง ๕ ล้านไร่ ยังไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับ เพราะฉะนั้น ทางรัฐบาลจึงได้ให้ความสําคัญในการที่จะสนับสนุนเรื่องระบบน้ํา ระบบชลประทาน เพื่อให้พื้นที่ที่กว้างใหญ่ไพศาลที่สุดสามารถสร้างผลผลิตทางการเกษตรเพื่อรับกับ วิกฤติปัญหาโลกให้ได้ เพราะฉะนั้นจึงอยากจะให้เพื่อนสมาชิก ได้สบายใจว่าในงบประมาณที่ปรากฏอยู่ในรูปเล่มงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ นั้น ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับงบ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วส่วนที่ เพื่อนสมาชิกได้ถามถึงโครงการเมกะโปรเจกต์ว่าไม่ได้ปรากฏอยู่ในงบประมาณนั้น ไปหลบซ่อนอยู่ที่ไหน ไม่ได้หลบซ่อนอยู่ที่ไหนหรอกครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมาย ให้ทางกระทรวงการคลังเปึนผู้ไปหาเงินกู้เพื่อที่จะดําเนินการโครงการให้บรรลุเปัาหมาย ให้ได้ ทุกคนตระหนักเหมือนกันครับว่า วันนี้ปัญหาวิกฤติอาหารโลกน่าจะเปึนโอกาส ที่ดีของประเทศไทย เพราะฉะนั้นระบบน้ําจึงเปึนเรื่องสําคัญที่ทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ที่ทางรัฐบาลนั้นจําเปึนต้องให้ความสําคัญและยอมใช้เงินงบประมาณ เปึนจํานวนมากเพื่อที่จะสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับระบบการเกษตรของเราต่อไป
เรื่องสุดท้ายที่ผมจะใช้เวลาที่จํากัดกราบเรียนต่อเพื่อนสมาชิกก็คือ เรื่องปุิยที่มีเพื่อนสมาชิกได้ให้ข้อสังเกตกันมากมายเหลือเกิน ผมใช้ระยะเวลาสั้น ๆ ที่มีอยู่จํากัดเพราะไม่อยากจะไปรบกวนเวลาของเพื่อนสมาชิกในการอภิปรายปุิย วันนี้มีแต่คนบ่นว่าปุิยราคาแพง ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตระหนักเรื่องนี้ตั้งแต่ เราเริ่มเข้ามาทําหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ตอนนั้นปุิยยังอยู่ที่ราคาตันละ ๑๐,๐๐๐ บาทเศษ ๆ ครับ เราก็พยายามในการที่จะรณรงค์บอกกับพี่น้องเกษตรกรว่า การไปพึ่งพาปุิยเคมีเพียงอย่างเดียวเปึนอันตรายอย่างยิ่ง เพราะปุิยนั้นไม่มีราคาที่จะ ปรับตัวอ่อนลง แต่ราคาผลผลิตทางการเกษตรนั้นจะอ่อนไหวตามหลักเศรษฐศาสตร์ ดีมานด์ กับซัพพลายมันมักจะสวนทางกันอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นจึงเฝัาเตือนและรณรงค์ บอกว่าวันนี้หันกลับมาสู่ความเปึนอินทรีย์เสีย ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พยายาม สนับสนุนในเรื่องของการใช้ปุิยอินทรีย์ การสนับสนุนในเรื่องของการทําปุิยหมัก ในเรื่องของการทําปุิยชีวภาพและพร้อม ๆ กันก็ให้ความรู้ในเรื่องของโครงการจะใช้ ปุิยอินทรีย์ผสมกับปุิยเคมีที่เขาเรียกกันว่า โครงการปุิยสั่งตัด เพราะเราจะเลิกเคมี ทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ผมก็รู้ว่าเปึนไปไม่ได้ ดินบ้านเรานั้นบางที่ขาดธาตุอาหาร ขาดความอุดมสมบูรณ์เนื่องจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเกษตรกรต้องการความเร็ว เข้าว่าเกี่ยวเสร็จไปเผาตอซังมันก็ทําลายหน้าดินหมด ทําลายความอุดมสมบูรณ์ ของดินหมด การจะฟุ๋นใช้วิธีทางอินทรีย์มันไม่ทันใจ จึงต้องใช้วิธีการทางเคมีนั่นคือ การเพิ่มต้นทุนการผลิตมากขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในระยะสั้นจึงพยายามทุกหนทางในเรื่องของปุิยเคมีที่จะติดต่อปุิยราคาถูกเอามาให้กับ พี่น้องเกษตรกรเพื่อแก้ปัญหา เราได้รับการอนุเคราะห์จากรัฐบาลจากคณะรัฐมนตรี จัดสรรเงินมาให้ ๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งในขณะนี้มีแต่ผู้คนถามบอกว่า ๓ เดือนเศษแล้ว ยังไม่เห็นสัญญาเลย ผมก็ต้องกราบเรียนครับว่าเปึนเรื่องยากมาก เงิน ๓๐๐ ล้านบาท ต่อการที่จะซื้อปุิยราคาถูก เพราะวันนี้กลุ่มของภาคเอกชนซื้อปุิยครั้งหนึ่งจํานวน ๑ ล้านตัน จํานวน ๘ แสนตัน แต่เราได้มา ๓๐๐ ล้านบาท ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ตัน แล้วเราจะไปซื้อราคาเดียวกันมันเปึนไปไม่ได้ ก็ต้องเจรจาขอร้องกันเปึนพิเศษว่านี่เปึน ความต้องการของรัฐขอความร่วมมือจากรัฐต่าง ๆ แต่วันนี้จากวิกฤติอาหารโลกทําให้ แต่ละประเทศที่ผลิตปุิยไม่ยอมในการที่จะขายปุิยราคามิตรภาพให้ ก็ขายในราคาสูง จึงทําให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องพบกับปัญหาอุปสรรคพอสมควร แต่ขณะนี้ กราบเรียนว่าทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้บรรลุข้อตกลงในการซื้อปุิยยูเรีย จากมาเลเซียโดยผ่านบริษัทผู้จําหน่ายในประเทศจํานวน ๑๒,๕๐๐ ตัน ในราคาตันละ ๕๐๐ ยูเอส หรือประมาณ ๑๖,๕๐๐ บาทต่อตัน ราคาซีไอเอส (CIS) ซึ่งเมื่อมารวมค่าขนส่ง ทั้งหมดแล้วปุิยจะถึงมือเกษตรกรในราคา ๑๘,๓๐๐ บาท ในขณะที่ปุิยราคาท้องตลาด วันนี้ ๒๖,๕๐๐ บาท ปุิย ๔๖-๐-๐ ในสัปดาห์หน้าเราจะมีการตรวจสอบคุณภาพปุิย และลงนามซื้อขายกันทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะเร่งกระจายปุิยในส่วนนี้ให้กับ พี่น้องเกษตรกรทันที
และประเด็นสุดท้ายที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณาถามเรื่อง กสย. วันนี้ที่ประชุม ของ กสย. ได้มีการปรับอัตราสงเคราะห์ในการปลูกยางแทน จากเดิมเราอนุเคราะห์กันไร่ละ ๙,๐๐๐ บาท ล่าสุดเพิ่มเปึน ๑๑,๐๐๐ บาท ทั้งนี้จะมีผล ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม เพราะฉะนั้นจึงถือโอกาสตรงนี้กราบเรียนต่อที่ประชุม ด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ