สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๑

สมัคร สุนทรเวช หารือเรื่องปุิยอินทรีย์ และเรียกร้องการสนับสนุนให้ใช้ปุิยอินทรีย์แทนที่ปุิยเคมี โดยวิจารณ์ผลกระทบของปุิยเคมีต่อสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของเกษตรกร

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ท่านประธานที่เคารพ ผม สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ผมก็รีบมา มาช้าไป ๕ นาที แต่ได้ฟังท่านผู้อภิปรายคือตั้งใจจะให้ได้เยอะ ๆ หน่อยแล้วก็จะตอบทีหนึ่ง คราวนี้ ยังไม่เยอะหรอกครับ แต่ว่าเมื่อคําอภิปรายพาดพิงถึงระบบพรรคต่อพรรคก็อยากจะเรียน ย้อนหลังตั้งแต่ตรงนี้ล่ะครับว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคการเมืองหัวหน้าพรรค ผูกพันอย่างไร ท่านสมาชิกผู้อภิปรายก็ทราบอยู่ พรรคการเมืองตัดสินใจร่วมงานอย่างไร ก็ทราบกันอยู่ ผมจะเรียนให้ทราบว่ามันไม่ใช่เรื่องอะไรอย่างไรอื่นเลยครับ มันต้องมี ความเข้าใจกันว่าคนเปึนหัวหน้ารัฐบาลคนที่ยืนอยู่นี่มันพอคบได้ทํางานด้วยกันได้ จึงได้ตัดสินใจทํางานด้วยกัน ในที่ประชุมขอให้ถามท่านรัฐมนตรีทั้งรัฐมนตรีสมศักดิ์ ทั้งรัฐมนตรีวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรี ๒ คนนี้เปึนผู้ที่ได้รับยกย่องมากไม่ว่าจะข้างใน คือถ้ายังนั่งทํางานกันอยู่ล่ะก็มันแน่นอนครับ เรื่องร้องทุกข์อันนี้ก็จะต้องไปสู่การพิจารณา ถัดไปก็เรื่องปุิยอินทรีย์ เรื่องปุิยไม่ใช่อินทรีย์หรอกครับ พรรคชาติไทยขอเงินมา ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทซื้อปุิย ผมนี่แหละเปึนคนวินิจฉัย แต่ถาม ครม. ทั้งหมด ครม. ทั้งหมดจะไม่มีความรู้ละเอียด ผมรู้ละเอียดแต่ทว่าโปรดดูนะครับ ดูการวินิจฉัย ของผม บอกรัฐมนตรีสมศักดิ์ว่าท่านรัฐมนตรีลองเอาไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วซื้อให้มัน เข้ามาได้เรียบร้อย ถ้ามันจริงอย่างนั้นเอาไปเลยที่เหลืออีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านรัฐมนตรี ก็ได้เงิน ๓๐๐ ล้านบาท ไปจัดการซื้อครับ ท่านตอบในสภานี่ชัดเจนเลยครับ ท่านดําเนินการหมด และคนบอก บอก ๙,๔๐๐ ติดต่อไม่ได้ ทําอะไรไม่ได้จนกระทั่งบัดนี้ ต้องลองใหม่ นี่ท่านกําลังลอง ท่านซื้อมาเลเซียเห็นไหมครับ ถ้าไปทั้ง ๓,๔๐๐ มันก็ไปขัด แต่ว่า ๓๐๐ ล้านบาท พอสมควรแก่เหตุ ตอนนี้กําลังฟังมาเลเซีย ถ้ามาเลเซียโอเค เราก็จะซื้อเติม แต่ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงท่านผู้อภิปรายคงไม่ทราบนะครับว่า ผมกับรัฐมนตรีสมศักดิ์นัดกันจะต้องไปที่จังหวัดหนึ่งภาคอีสาน เขาใช้ปุิยออร์แกนิค คือปุิยอินทรีย์ เงิน ๗๐๐ ล้านบาทเพื่อดําเนินการนี่เปึนเรื่องราชการครับ แต่เรา ใช้เงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ เพื่อจะแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ใช้อะไรเลย ไม่ซื้อปุิยแจกทัศนคติ ในการใช้ปุิยเคมีให้ย้ายมาใช้ปุิยออร์แกนิค ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ครม. บอกโอเค ถามดูก่อนไปทําอะไรบ้าง ไม่ซื้ออะไรให้ใครเลยครับ โฆษณาอย่างเดียว เพราะฉะนั้น ๗๐๐ ล้านบาทเขาเริ่มต้น แต่งานนี้ไม่ใช่รัฐบาลทํา โรงงานปุิยแห่งชาติจะทําอย่างไร ตอนนี้จะพยายามไม่เรียกว่ารื้อฟุ๋น แต่ดูสิจะทําอย่างไร ผมนิยมแบบนี้ครับ ปุิยเคมีแพงขึ้น แบบบ้าเลือด ถามทําไมถึงแพง มันแพงเพราะน้ํามันขึ้น น้ํามันขึ้นทั้งเอ็น ทั้งพี ทั้งเค มันเปึนผลพลอยได้จากน้ํามันทั้งนั้น น้ํามันขึ้นทางนี้ขอขึ้นด้วย แต่ที่เราทักท้วงเขาบอกว่า มันขึ้นเกินเหตุ ราคาเขาถูกต้องที่ทักท้วงก็จริง มันต้องไปดูครับว่าการที่มันใส่ราคาสูง เกินกว่าเหตุนั่นคือควรจะไปดู เอกสารต้องถูกต้องแน่นอน แล้วแต่เขาดีแคลร์ (Declare) อย่างไร เขาดีแคลร์สูงเพื่อจะไม่เสียภาษี แต่มันกําไรอยู่ในราคาบวก เรื่องพรรค์อย่างนี้ ก็จะตามไปดู แต่ที่เหนือไปกว่านั้นก็คือว่าเราปล่อยให้ใช้ปุิยเคมีบ้าเลือดอย่างนี้ ไม่ได้หรอกครับ อย่างไรก็ไม่ได้ ผมมีเวลาดึก ๆ นั่งดูโทรทัศน์แล้วสารคดีมันออกดึก ๆ ครับ ดีกว่าเช้ามืด สารคดีออกเช้ามืด คนทําสารคดีเรื่องการเกษตรนี่ล่ะครับเปึนครูสอน นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันอย่างดียิ่ง เพราะข้อเท็จจริงนั้นกว่าจะออกอากาศได้เขาต้อง ถูกต้องแน่นอน เพราะฉะนั้นเรื่องปุิยอินทรีย์ลงไปจนกระทั่งถึงปุิยอนินทรีย์ มันยิ่งกว่า ออร์แกนิคอีกคือปุิยจุลินทรีย์ พรุ่งนี้เช้าก็จะคุยต่อเรื่องปุิยจุลินทรีย์ พรุ่งนี้พูดจา ประสาสมัครไม่มีการเมืองหรอกครับ พรุ่งนี้จะคุยเรื่องการพัฒนาการเกษตรซึ่งค้างอยู่ คราวที่แล้ว เรื่องอย่างนี้ก็ขอเรียนนะครับว่าเราทําเรื่องนี้ ๗๐๐ ล้านบาทดําเนินการ แต่วิธีการทําอย่างไร เขาบอก ๕ เสือผูกขาด เราบอกได้ต้องมี ๖ เสือ ตัว ๖ ตัว ๗ แต่ตัว ๖ ตัว ๗ นั้นซื้อปุิยเคมีเหมือนกัน ได้ใบอนุญาตเหมือนกันแต่เอามาเข้าโรงงานปุิยออร์แกนิค ปุิยออร์แกนิคของเราจะทําใส่เปึนถุง ของเขาก้าวหน้า บริษัทต่างประเทศเขามาผลิตอยู่ที่ เมืองกาญจน์ครับ เปึนเม็ดเปึนผลึกครับ ผสมเคมีส่วนหนึ่งซึ่งน้อยมาก ขนาดอี ๘๕ ทํานองนั้นเลยครับ มีเบนซินแค่ ๑๕ มีเอทานอล ๘๕ มีปุิยพื้นฐานประมาณ ๘๕ เติมเคมี ประมาณ ๑๕ ตัวเลขวันนั้นผมยังเสียใจพูดจาไปตะกุกตะกักกลางสภาขายหน้านิดหน่อย ปุิยที่เขาขายของออร์แกนิคนี่นะครับ ข้างนอกขายอยู่ ๑๐,๘๐๐ บาท เจ้าของโรงงาน บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีลองบอกสิครับ ถ้าสหกรณ์ใดจะซื้อให้ผมขนทีละ ๑ คัน ถาม ๑ คันคุณหนักเท่าไร ๑๕ ตัน ซื้อ ๑๕ ตัน ขาย ๘,๐๐๐ บาท เห็นไหมครับ เอาเพียง ราคาขายส่งมาช่วย บริษัทไม่เสียหาย คนกลางก็ว่าอะไรไม่ได้ บริษัทเต็มใจ นี่เปึนหนทาง ออกครับ ถูกไป ๒,๘๐๐ บาท ซื้อข้างนอก ๑๐,๘๐๐ บาท เพียงแต่ว่าแล้วชาวนาที่ไหน จะซื้อ ๑๕ ตัน ก็ชาวนา ๑๕ คน ซื้อคนละตัน สหกรณ์จัดการรวบรวมมาก็ไปลงที่สหกรณ์ ชาวนาก็เอารถอีแต๋นมาขนไป วิธีอย่างนี้ต่างหากแทนที่จะจ่าย ๑๐,๘๐๐ บาท ก็จ่ายเพียง ๘,๐๐๐ บาท นี่แหละออร์แกนิค เราเปึนอินเตอร์ออร์แกนิค (Inter-organic) เพราะเขาทํา ผลิตเปึนเม็ด เขาขายทั่วโลกครับ ของเรามันขายได้น้อย เพราะคนไทยเกิดไม่นิยม สาดใส่ ลงไปแล้วแต่ใส่ปุิยเคมีวันนี้อีก ๒ วันมันเขียว แต่ของเรานั้นเมื่อก่อนเขาบอกสาดไปแล้ว ต้อง ๑๐ วัน เดี๋ยวนี้สาดไปแล้ว ๗ วันถึงเขียว แต่ว่าปุิยเคมีทําลายดิน ดูสารคดี ๒-๓ วันเขาดูเรื่องการปลูกพริก ใส่ทีแรกเม็ดโต ๆ พอป้ที่ ๕ เท่านั้นเองเม็ดเล็กเม็ดกุดหมดเลย ตรงกันข้ามใช้ปุิยออร์แกนิคมันเจริญงอกงาม แล้วดินดี เขาพยายามทุกอย่าง ผมทั้งสนับสนุนชีวภาพที่เขามาทํานี่ก็สนับสนุน ออร์แกนิคก็สนับสนุน วันนี้ขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้มีเกียรติของพรรคชาติไทย ที่ได้เป่ดประตูให้ผมได้เล่าให้ฟังว่า งานการเมืองพรรคร่วมรัฐบาลทําไมไปจงเกลียดจงชัง ผมก็ต้องเข้าใจด้วยในพื้นที่ต่อสู้กันมา แต่มาเปึนอย่างนี้ไม่ได้ครับ คนที่พื้นที่จะเอา การต่อสู้เพื่อช่วงชิง สําหรับผมเปึนายกรัฐมนตรีไม่ได้เลย ที่เล่าให้ฟังนี่รัฐมนตรีสมศักดิ์ ก็พรรคชาติไทย รัฐมนตรีวีระศักดิ์ก็พรรคชาติไทย ผมทํางานใกล้ชิด ถ้าไม่ใกล้ชิด จะไม่รู้เลย เวลาเราทํางานกันมีคนต่อว่าในสภา เขาอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีสมศักดิ์อยู่คนเดียวลุกขึ้นอธิบายชี้แจงบอกเขาอยู่รอบ ๆ นี้ ซึ่งเปึนความจริง เดี๋ยวก็ประชุม ๆ ตัดการประชุมจากที่กระทรวงก็เอามาไว้ในนี้ เสร็จแล้วก็ขึ้นมานั่ง งานการเมืองนั้นความสัมพันธ์ระหว่างพรรคการเมืองอย่าห่วงเลยครับ ผมห่วงแต่เพียงว่า บรรดาผู้สื่อข่าวอะไรทั้งหลายพยายามจะทําให้แตกให้แยก ฟังตอนเช้านพดลจะต้อง ถูกปลด มิ่งขวัญจะต้องถูกปลด ร่อแร่แล้วต่าง ๆ นั้น นายสมัครถูกพรรคร่วมรัฐบาล บีบบังคับให้ตัดสินใจ เหลวทั้งเพครับ ลองดูสิว่าถ้าไม่มีความเปลี่ยนแปลงจะเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าจะเปลี่ยนแปลงเพราะว่าผมจะต้องเห็นเวลาจะต้องเปลี่ยนแปลง รัฐมนตรีคนนี้ จะพิจารณา ๆ ก็เอาเสียทีเดียวเลยก็จัดการปรับปรุงคนที่ยังไม่ได้เติมให้เต็ม ก็เปึนหน้าที่ ของคนเปึนนายกรัฐมนตรี แต่มาอ่านข่าวพาดหัววันนี้ยุให้รําตําให้รั่วเหมือนกับ พรรคร่วมรัฐบาลบังคับ บังคับก็ต้องให้ทํา ตกลงโหวตให้ โหวตให้เปลี่ยนทั้งนั้น ลองดูสิครับ ถ้าผมไม่เปลี่ยนเกิดอะไรขึ้น ผมจะเล่าให้ฟังจะได้เลิกตอแยกัน ให้เข้าใจ กันเสียเลย เวลานี้บรรทัดฐานที่พูดไว้บอกว่า สมาชิกสภาทั้งพรรคจะไม่โหวต พรรคประชาธิปัตย์บอกโอเคเปึนบรรทัดฐาน โอเคครับเขาก็เปึนบรรทัดฐาน ทําไมละครับ เพราะเวลานี้ผมมี ๓๑๖ ถูกตัดไปเสีย ๑๐ ยังปฏิบัติไม่ได้ เหลือ ๓๐๖ ในจํานวนสมาชิก ทั้งหมดหารแล้วต้องได้ ๒๓๖ ผมมี ๓๐๖ เพราะฉะนั้นผมตัดของผมไปเลย ๒๒ เสียง เหลือ ๒๘๐ เท่านั้นละ ๒๘๐ แปลว่าโหวตผมก็ได้ ๒๘๐ เต็มตามตรงนั้นเลย ๒๗๙ ก็มีคนหนึ่งเขาไม่ชอบเขาก็ออกไป อีกคนบอกแอคซิเดนท์ (Accident) คุณนพดลได้ ๒๗๘ นอกนั้น ๒๗๙ แต้มเดียวผมเปึนคนทํานายอยู่ข้างหลังไม่ใช่โหร บอกพรุ่งนี้คอยดู พวกสื่อสารมวลชนต้องโขยกต้องโขยงแต้มเดียว นี่แอคซิเดนท์แต้มเดียว ถ้า ๑๐ แต้มแล้ว นพดลต้องผูกคอตาย เพราะบรรดาสื่อสารมวลชนทั้งหลายจะต้องโขยก แต่ไม่สําเร็จหรอก เพราะเหตุว่าที่ผมคุยกันนั้นเขาเรียกว่าเปึนการแสดงความคารวะก่อนจะโหวต พรรคผม ไม่ประชุม ผมประชุมกัน ๖ พรรคบอกตกลงอย่างนี้ เขาตกลงครับ ผมจะบอกให้ฟัง ถ้าท่านคิดเลข ไม่ใช่สมาชิกที่เป่ดอภิปราย ขอเล่าสถานการณ์ให้ฟังว่ามันไม่ใช่เรื่องเขามา บีบบังคับอะไรหรอก มันเรื่องว่าถ้าจะอยู่บริหารด้วยกันนั้นต้องเอาตัวเลขมาดู ผมจะ ยกตัวอย่างให้ดูนะครับ ถ้าพรรคการเมืองหนึ่งได้ ๒๕๐ พรรคเดียว ๒๕๐ อีกพรรคการเมืองหนึ่งได้ ๒๓๐ ๒๕๐ ก็เปึนรัฐบาล ๒๓๐ เปึนฝ์ายค้าน เป่ดอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อไร ๒๓๐ ยื่น ๒๕๐ พออภิปรายเสร็จปัูบ ๒๕๐ มาตรฐานที่พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันช่วยยืนยันหน่อย ครม. มี ๓๕ คน นายกรัฐมนตรีด้วยเปึน ๓๖ ต้องเอา ๒๕๐ ลบด้วย ๓๖ เหลือ ๒๑๔ ๒๑๔ แล้วฝ์ายค้านเท่าไร ฝ์ายค้านมี ๒๓๐ ยื่นปัูบฝ์ายค้านชนะทันที แล้วฝ์ายค้าน ตั้งรัฐบาลแล้วอยู่ได้ไหม จะยื่นกลับไปกลับมา นี่ล่ะครับเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนไว้ อย่างนี้ นี่เปึนข้อพิสูจน์เห็นกลางสภาเลยว่าเขียนรัฐธรรมนูญไว้อย่างนี้ ต่อไปชนะกัน ๒๐ แต้ม เปึนรัฐบาลไม่ได้ เพราะรัฐมนตรีมี ๓๕ มาตรฐานที่พูดไว้เมื่อวานเพราะเราไม่ต้องการ การตอแย พรรคประชาธิปัตย์บอกรับรองเปึนมาตรฐาน โอเคเรารับรอง ไม่เปึนปัญหา