ทศพล เพ็งส้ม หารือเรื่องงบประมาณกระทรวงยุติธรรมและเรียกร้องให้ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม พร้อมเสนอแนวทางการปฏิบัติงานที่จริงจังของส่วนราชการ รวมถึงการประหยัดงบประมาณในการปราบปรามยาเสพติด และการเตรียมตัวของกรมราชทัณฑ์ในการต้อนรับผู้ใหญ่ในเรือนจำ นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องเงินสนับสนุนกิจกรรมทางกระบวนการยุติธรรมของกระทรวงยุติธรรม และเรียกร้องให้ย้ายเรือนจำบางขวางและเรือนจำจังหวัดนนทบุรีออกนอกเขตชุมชน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิกนะครับที่ยังมีการอภิปรายกัน จนกระทั่งถึงเวลานี้ก็ประมาณตีหนึ่งกว่า ร่วมตีสองแล้วนะครับ ผมคิดว่าท่านประธาน ยอมรับว่าสุขภาพแข็งแรงจริง ๆ วันนี้ในฐานะที่ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้มี โอกาสที่จะมาพูดเกี่ยวกับงบประมาณของกระทรวงยุติธรรม ท่านประธานครับจะสังเกต ได้ว่าในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้น ในมาตรา ๘๑ นั้นได้กําหนด แนวนโยบายและภาระหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่มาตรา ๘๑ (๑) มีหน้าที่ดูแล ปฏิบัติและบังคับให้เปึนไปตามกฎหมายอย่างถูกต้อง และโดยเฉพาะทาง (๓) มีการจัดให้ มีกฎหมายเพื่อจัดตั้งองค์กรเพื่อมีการปฏิรูป แล้วก็นอกจากปฏิรูปองค์กรแล้วนะครับ ก็มี การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมด้วยครับ แล้วก็มีการสนับสนุนการดําเนินงานขององค์กร ภาคเอกชน ท่านประธานครับเท่านั้นยังไม่พอครับ แม้กระทั่งคําแถลงนโยบายของรัฐบาล เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ นั้น ในส่วนของข้อ ๘ เกี่ยวกับเรื่องนโยบายบริหาร การจัดการที่ดี ใน (๑) (๒) และ (๓) นั้น โดยเฉพาะต้องมีการจัดให้มีการปฏิรูปกฎหมาย เพื่อดําเนินการให้มีการจัดตั้งองค์กร องค์กรตามกฎหมายนั้น ตามรัฐธรรมนูญก็ดี แล้วก็ ตามคําแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีก็ดี จะต้องมีการจัดองค์กรเพื่อปฏิรูปกฎหมาย และองค์กรที่ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ท่านประธานครับแต่เมื่อมาดูพันธกิจหรือ ภาระหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมแล้วปรากฏว่าพันธกิจของกระทรวงยุติธรรมไม่ได้ กําหนดการจัดตั้งองค์กรหรือทํากฎหมายเพื่อไปจัดตั้งองค์กรเพื่อปฏิรูปกฎหมาย แล้วก็ จัดตั้งองค์กรเพื่อปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม หรือเขาเรียกย่อ ๆ ว่าการดําเนินกระบวน ยุติธรรมนั้นให้เปึนเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนสูงสุดครับ ท่านประธานครับ ในส่วนของ นโยบายนั้นถามว่าทําไมผมถึงทราบว่า กระทรวงยุติธรรมนั้นไม่ได้ดําเนินการจัดตาม รัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๘๑ แล้วก็ตามคําแถลง เพราะว่าเมื่อดูงบประมาณจาก สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมก็ดี หรือสํานักงานกิจการยุติธรรมก็ดี ปรากฏว่าไม่มี งบประมาณที่มาดําเนินการผลักดันเรื่องที่ผมกล่าวเมื่อสักครู่นี้นะครับ ท่านประธานลองดู มาตรา ๓๖๕ นะครับ มาตรา ๓๖๕ นั้นได้กําหนดไว้อย่างชัดเจนว่าวัตถุประสงค์เพื่อ สนับสนุนบริการจัดให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมและบริการแก่ประชาชนในงาน ยุติธรรมนั้น กระทรวงยุติธรรมใช้งบประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ปรากฏว่าไม่มี หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายที่มาปฏิรูป กฎหมายเลยนะครับ คือไม่มีการออกกฎหมายเพื่อมาปฏิรูปกฎหมาย ไม่มีการออก กฎหมายเพื่อจัดตั้งองค์กรมาปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เท่านั้นยังไม่พอครับ ทั้งสํานักงานปลัดก็ดี สํานักงานกิจการยุติธรรมก็ดีไม่มีตรงนี้
อีกส่วนหนึ่งที่ผมจะบอกกับท่านประธานเพื่อผ่านไปยังคณะกรรมาธิการที่ จะจัดตั้งก็คือว่า ท่านต้องไปดูนะครับว่าปัจจุบันนี้ในส่วนของยาเสพติด ปรากฏว่ายังไม่มี การบังคับคดีกับผู้ที่ศาลพิพากษาให้ลงโทษแล้วมีเสียค่าปรับ เช่น ศาลสั่งจําคุก ๑ ป้ ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ ศาลสั่งมีค่าปรับด้วย ๑ ล้านบาทอย่างนี้นะครับ ปัจจุบันนี้เท่าที่สอบถามปรากฏว่าไม่มีหน่วยงานไหนที่ให้ความสําคัญ ถามว่าดูอย่างไร ท่านประธานครับ เนื่องจากสํานักงาน ป.ป.ส. คือหน่วยงานหนึ่งในกระทรวงยุติธรรม ปรากฏว่าสํานักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามยาเสพติดนั้นใช้เงินประมาณ ร่วม ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทนะครับท่านประธาน ปรากฏว่าเงินจริง ๆ ที่ใช้อยู่นั้นไปอยู่กับกลุ่มเพื่อปกปัองกลุ่มผู้มีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดไม่ให้เข้า ไปยุ่งเกี่ยวนั้นใช้เงินประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน เงิน ๑,๐๐๐ กว่าล้าน บาทสําหรับกิจกรรมเพื่อไม่ให้คนเข้าไปติดยาเสพติด แต่ท่านประธานครับ นโยบายหลัก ๆ ในส่วนที่สํานักงาน ป.ป.ส. เขาได้กําหนดไว้ ท่านประธานทราบครับเขามีแผนงานเดียว แผนงานที่ปัองกันแก้ไขยาเสพติดเร่งด่วนและปราบปรามผู้มีอิทธิพล ในส่วนนี้เองเขาได้ แยกออกเกี่ยวกับทําลายโครงสร้างเครือข่ายการผลิตและค้ายาเสพติด ๔๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ ๔๐๐ ล้านกว่าบาทตรงนี้เมื่อไปดูในเนื้องานแล้วใช้งบลงทุนเพียง ๑๗ ล้านบาทเท่านั้นเอง ก็ฝากท่านกรรมาธิการวิสามัญไว้ด้วย อีกเรื่องหนึ่งที่จะลืมเสีย ไม่ได้ ท่านประธานทราบไหมปัจจุบันนี้กรมราชทัณฑ์ได้มีการเพิ่มงบประมาณจากเดิม ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท เปึน ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาทเพิ่มขึ้น ๑,๓๐๐ กว่าล้าน ผมได้ไป ตรวจสอบดู ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เปึนไปได้ที่อาจจะต้องมีการปรับปรุงเรือนจําต้อนรับผู้ใหญ่ บางคนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเปึนไปได้ ใช้เงิน ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทต้อนรับผู้ใหญ่ ในกรมราชทัณฑ์นั้นผมว่าเตรียมตัวเกินไปสักนิดหนึ่ง
อีกเรื่องหนึ่ง ในส่วนของสํานักงานปลัดนั้นมีในโครงการของสภาทนายความนั้น ๖๕ ล้านบาท ๖๕ ล้านบาทท่านประธานอาจจะสงสัยว่าทําไมกระทรวงยุติธรรมถึงจัดให้ สภาทนายความไป ๖๕ ล้านบาท ไม่ใช่เงินค่าจ้างว่าความของ คตส. แต่เปึนเงินที่ กระทรวงยุติธรรมจัดเพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางกระบวนการยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือ ประชาชน เงินก้อนนี้ไม่ใช่เงินที่เอาไปให้ค่าทนาย แต่เปึนเงินช่วยเหลือประชาชนทาง กฎหมายที่เวลามาขอคําแนะนําจากสภาแล้วสภาก็มีค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายนี้เขาไม่เรียก ค่าทนายความ จําเปึนที่จะต้องบอก บางท่านอาจจะไม่เข้าใจว่าอะไรคือค่าทนายความ อะไรคือค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายก็คือค่าเดินทาง ค่ารถค่ารา ค่าเดินทาง แต่ค่าทนายความนั้น คือค่าตอบแทนวิชาชีพทนายความหลังจากที่คดีเสร็จแล้ว ฉะนั้นที่ขอฝากไปยังท่านรัฐมนตรีครับ อย่าลืมว่าไปดูกรมราชทัณฑ์สักนิดหนึ่งว่าทําไมเงินเพิ่มถึงพันกว่าล้านบาท ท่านประธานครับ เกี่ยวกับกรมราชทัณฑ์นั้นปรากฏว่ามีการจัดงบประมาณเพิ่มขึ้นมาก แทนที่จะมีการปรับ หรือจัดงบประมาณเพื่อจัดยุทธศาสตร์ให้ลดค่าใช้จ่ายลง ท่านประธานทราบไหมว่า ปัจจุบันนี้เปึนไปได้ไหมที่กรมราชทัณฑ์อาจจะแบ่งเรือนจําเปึนโซนนิ่ง โซนนิ่งก็คือว่า อาจจะภาคเหนือนั้น กลุ่มในเรือนจํานั้นอาจจะแต่ละเรือนจําสามารถที่จะผลิตอาหารได้เอง แล้วก็แชร์กันในส่วนของแต่ละภาค เช่น ภาคเหนือเรือนจําแต่ละจังหวัดอาจจะปลูกผักบ้าง เลี้ยงสัตว์บ้าง เพราะไม่อย่างนั้นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับผู้ต้องขังใช้ค่าใช้จ่ายสูงมาก
อีกเรื่องหนึ่งนิดเดียว ท่านประธาน ปัจจุบันนี้นนทบุรีมีเรือนจําอยู่ ๒ แห่ง คือเรือนจําบางขวาง แล้วก็เรือนจําจังหวัดนนทบุรีซึ่งอยู่ในใจกลางแหล่งชุมชน ก็ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนิดหนึ่ง ถ้าเปึนไปได้ช่วยย้ายออกไปทีครับ พอดีพี่น้องชาวจังหวัดนนทบุรีบอกว่าหลายสิบป้แล้วครับ ร่วม ๑๐๐ ป้แล้วสําหรับบางขวาง ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วย ช่วยย้ายเรือนจําทั้ง ๒ แห่ง ออกนอกเขต ชุมชนทีครับ ขอบคุณท่านประธานครับ