รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท หารือเรื่องการจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ไม่เป็นธรรม และเรียกร้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลและอนุรักษ์ทรัพยากรเหล่านี้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกาฬสินธุ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปึนกระทรวงที่ถ้าพูดถึงว่าในยุคสมัยนี้ เปึนกระทรวงที่มีความสําคัญนะคะ เพราะว่าจะต้องจัดการกับความเปลี่ยนแปลงของโลก ให้ทันกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ทุกวันนี้สถานการณ์โลกร้อนเปึนเรื่องที่ตื่นตัวกันมาก ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่างเช่น ป์าไม้ พื้นที่ป์าไม้ก็กําลังลดลง ป์าอนุรักษ์ ป์าสงวนก็กําลังเปลี่ยนแปลงไปนะคะ รวมทั้งสัตว์ป์าทั้งหลายแล้วก็ความหลากหลาย ทางชีวภาพด้วย ทรัพยากรน้ําไม่ว่าจะเปึนน้ําผิวดิน น้ําใต้ดินซึ่งหมายถึงในเชิงปริมาณ ก็คือน้ําน้อยแล้วก็ขาดแคลน แล้วถ้าพูดถึงคุณภาพก็คือน้ําอาจจะมีมลพิษ หรือว่าดินเค็ม ต่าง ๆ พวกนี้ รวมทั้งทรัพยากรทางธรณี ไม่ว่าจะเปึนดิน หิน แร่ รวมไปถึงแก๊ส หรือว่า รวมถึงน้ํามันด้วย สิ่งแวดล้อมของน้ํา อากาศ เสียงกําลังเปึนปัญหากับพี่น้องประชาชน ทรัพยากรชายฝัืง ทรัพยากรทะเล รวมถึงสัตว์น้ําหรือป์าชายเลนก็ตามเปึนสิ่งที่เราจะต้อง อนุรักษ์ จะต้องปัองกัน แล้วก็จะต้องฟุ๋นฟูเพื่ออนาคต เพื่อลูกหลานของเรา แต่ถ้าสมมุติว่า การจัดสรรทรัพยากรไม่เปึนธรรม เราจะเห็นว่าในปัจจุบันนี้เปึนปัญหาเรื่องการจัดสรร ทรัพยากรมาก ระหว่างคนที่อยู่กับทรัพยากรหมายถึงประชาชน แล้วก็คนที่อยู่ในเมือง หรือคนที่ทําภาคอุตสาหกรรม เพราะฉะนั้นการอนุรักษ์ปัองกันแล้วก็ฟุ๋นฟูทรัพยากรธรรมชาตินี่จะใช้แต่เฉพาะหน่วยราชการ เพียงหน่วยงานเดียวไม่ได้ เราเคยได้ยินคนเขาพูดเล่นอยู่บ่อย ๆ ว่ามีกรมป์าไม้ตั้งมาก็ตั้งนาน แต่ป์าไม้ก็ลดลงทุกป้ ๆ เพราะฉะนั้นการที่จะให้ดูแลสิ่งเหล่านี้จะต้องให้ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วม นโยบายของรัฐบาลพูดถึงชัดเจน พูดถึงนโยบายที่จะต้องออกให้สอดคล้อง กับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในหน้า ๔๓ พูดถึงว่ารัฐต้องดําเนินนโยบายด้านการมีส่วนรวม ของประชาชนในทุก ๆ ด้าน แล้วก็ลงท้ายว่าในการมีส่วนรวมนี้ต้องคํานึงถึงสัดส่วนของ หญิงชายที่ใกล้เคียงกัน แต่ถ้ามาดูในงบประมาณแล้วนี่ ไม่พูดถึงการมีส่วนรวมของ ประชาชนเลย ดิฉันต้องย้ําว่าไม่มีเลย เพราะว่าความเข้าใจในเรื่องของการมีส่วนร่วม อาจจะคลาดเคลื่อน เพราะการมีส่วนร่วมมันหมายถึงว่าต้องให้ประชาชนร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมตัดสินใจ แล้วก็ร่วมทํา ทําแล้วต้องร่วมรับประโยชน์ ซึ่งส่วนใหญ่ หน่วยราชการมักจะมองการมีส่วนร่วมเปึนการขอความร่วมมือ การให้ประชาชนเข้ามา ให้ความร่วมมือ ประชาชนซึ่งหมายถึงผู้มีส่วนได้เสียทั้งหลายไม่ว่าจะเปึนบุคคล เปึนชุมชนเปึนชุมชนท้องถิ่นและเปึนชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ในรัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดเจน ถ้าหน่วยงานไม่เข้าใจลักษณะของการตั้งงบประมาณจะไม่มีเรื่องอย่างนี้แต่จะมีเรื่องการ ขอความร่วมมือ นั่นก็คือตั้งอาสาสมัครขึ้นมา แล้วมีงบประมาณให้อาสาสมัครสําหรับให้ อาสาสมัครเข้ามาทํากิจกรรมที่กระทรวงหรือหน่วยงานเปึนคนกําหนดเอาไว้ ถ้าเปึนหลัก ของการมีส่วนร่วมประชาชนต้องคิดว่าตัวเองอยากได้อะไร อยากจะทําอะไร แต่ถ้าเปึน การขอความร่วมมือซึ่งหน่วยราชการทั่วไปถนัดก็คือคิดกิจกรรมเข้ามา แล้วก็ตั้ง อาสาสมัคร มีหลายกระทรวงเดี๋ยวนี้เอาแบบอย่างกัน แล้วก็บอกว่านี่ประชาชนมีส่วนร่วม จริง ๆ แล้วถ้าอย่างนี้ถือว่าไม่ใช่นะคะ บางทีถ้าประชาชนคิดขึ้นมาแล้วอยากได้อะไร อาจจะถูกหน่วยราชการมองว่าก่อความวุ่นวาย คิดอะไรมากมายได้คืบอยากเอาศอก จะถูกข้อหาต่าง ๆ เพราะฉะนั้นที่จริงแล้วการที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมถือว่า เปึนประชาธิปไตยทางตรง จะเห็นว่าถ้าการให้ประชาชนมีส่วนร่วมถ้าไม่เข้าใจมันก็จะ สะท้อนออกมาที่โครงการต่าง ๆ ของรัฐ จากแผนงานของรัฐและจากนโยบาย อย่างเช่น ถ้าสมมุติว่าในเอกสารงบประมาณบอกว่ามีแผนกระทรวง มีแผนความหลากหลายทาง ชีวภาพให้ได้รับการปกครองดูแลใช้ประโยชน์ให้เกิดมูลค่าเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและเปึนธรรม ปรากฏว่าหลายหน่วยงานในกระทรวงนี้ที่ทํามีสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี มีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง มีกรมอุทยาน สัตว์ป์า และพันธุ์พืช สํานักงานนโยบาย และแผนที่มีแผนนี้ แต่ทุกกรม ทุกหน่วยงานที่มีกิจกรรม มีงบประมาณ ไม่นับงบประมาณ ที่เปึนค่าวัสดุครุภัณฑ์ ค่างบประจํา ก็จะเปึนเรื่องของข้อมูลของความหลากหลายทั้งสิ้น ไม่ได้พูดถึงเรื่องของการที่จะดูแลที่จะปกปัองอย่างไร และประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม อย่างไร งบประมาณจํานวนไม่น้อยหมดไปในเชิงของเทคนิค ซึ่งยิ่งถ้าเทคนิคมีมากเท่าไร เทคนิคชั้นสูงเท่าไร ไปตรวจวัดน้ําวัดอะไรนี่ประชาชนจะไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ บางทีก็อาจจะ มีการตั้งศูนย์ข่าวเตือนภัย สมมุติอย่างนี้นะคะ ตั้งศูนย์ขึ้นมาแล้วอาจจะบอก บอกแล้ว ให้ประชาชนเปึนคนเฝัา แล้วก็บอกว่านั่นคือการมีส่วนร่วม ดิฉันอยากจะเน้นเรื่อง การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ก็อยากจะกราบเรียนถ้างบประมาณส่วนใหญ่ ๑. ก็คือจะไปลง ในด้านเทคนิค การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งการทํากิจกรรมใด ๆ ก็ตามถ้ากระทบ กับสิ่งแวดล้อมจะต้องบอกประชาชน จะต้องฟังความเห็นของประชาชนมีงบประมาณ น้อยมากเลย ของสํานักนโยบายและแผน ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบแล้วก็ดูแล ก็มีงบประมาณ อยู่ ๖ ล้านบาท เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านว่า ดิฉันจะมีข้อเสนอแนะ รีบเสนอแนะเลยค่ะ อยากจะเสนอแนะว่าให้พัฒนาเจ้าหน้าที่ให้มีความเข้าใจในกระบวนการมีส่วนร่วมว่า ต่างจากความร่วมมือ ซึ่งมีเทคนิคที่เตรียมศึกษากันเอาไว้มากมาย อยากจะเสนอให้เปึนเจ้าภาพในการจัดทํา กฎหมายการมีส่วนร่วมตามมาตรา ๖๗ ในรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะให้เปึนพื้นฐาน แล้วก็เปึน กฎหมายแม่บทเลยนะคะ แล้วก็ให้เปึนเจ้าภาพทํากฎหมายทรัพยากรน้ํา กฎหมาย ทรัพยากรจัดการชายฝัืง กฎหมายป์าชุมชน แล้วก็กฎหมายสิ่งแวดล้อมนะค่ะ จัดตั้ง องค์กรอิสระที่จะต้องมาดูแลผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๗ ถ้าทําอย่างเข้าใจ ดิฉันคิดว่างบประมาณอาจจะน้อยไป แต่ถ้ายังทําเหมือนกับที่กําหนด ไว้ในเอกสารงบประมาณก็คงจะต้องตัดงบประมาณออกเพราะว่าการทํางาน การดูแล รักษาทรัพยากรธรรมชาตินะคะ เจตนาดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องให้ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วม งบประมาณต้องลงไปสู่ชุมชน สร้างความรู้แล้วก็สร้างความเข้มแข็งให้กับ ประชาชนทรัพยากรทั้งหลายถึงจะได้อยู่กับประชาชนแล้วก็ได้รับการดูแล แล้วก็ได้สร้าง ความเปึนธรรมให้กับสังคม ขอบพระคุณค่ะ