สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๑

แวมาฮาดี แวดาโอะ หารือเรื่องงบประมาณปี 2552 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเน้นย้ำว่าแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ต้องมีการแก้ไขปัญหา 4 ประการ ได้แก่ การศึกษา สุขภาพ รายได้ และความยุติธรรม โดยมีปัญหาที่เกี่ยวข้องหลายประการ เช่น อัตราการว่างงานที่สูง อาชีพที่ไม่มีการสนับสนุน และปัญหาการเข้าเมืองผิดกฎหมายของคนไทยในประเทศมาเลเซีย และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้

นายแวมาฮาดี แวดาโอะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดินครับ ประเด็นที่ผมอยากจะร่วมแสดงความคิดเห็นต่อ พ.ร.บ. งบประมาณ ประจําป้ ๒๕๕๒ นั้น จะเปึนเรื่องเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีปัญหา อยู่ในขณะนี้ครับ ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ที่รัฐบาลได้กําหนด คือยุทธศาสตร์การฟุ๋นฟู ความเชื่อมั่นของประเทศ และจะไปเจาะจงที่แผนงานที่ ๑.๒ คือเรื่องเกี่ยวกับ การแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ พอพูดถึงเรื่องปัญหาภาคใต้นั้นผมเชื่อเหลือเกินนะครับว่า พวกเราคงคํานึงถึงในเรื่องของ ความปลอดภัยเปึนหลัก ผมจึงอยากจะเรียนต่อท่านประธานว่า จริง ๆ แล้วในเรื่องปัญหา ภาคใต้นั้น มันมีก่อนที่จะเกิดความไม่สงบเสียอีกครับ เพราะความไม่สงบนั้นมันเริ่มขึ้น ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ หลังจากปล้นป๋น แต่ถ้าดูสถิติก่อนหน้านั้นนะครับ เราประสบปัญหาอยู่ ๔ อย่างด้วยกันครับ คือข้อที่ ๑ เรื่องการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการได้ยืนยันว่า ผลสัมฤทธิ์การศึกษาที่ต่ําที่สุดในประเทศไทย คืออยู่ใน ๓ จังหวัด ในเรื่องสุขภาพก็เช่นกันครับ กระทรวงสาธารณสุขก็ยืนยันเช่นกันนะครับว่า สภาพของสุขภาพประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้นเปึนพื้นที่ที่มีปัญหามากที่สุดในประเทศไทย ในเรื่องรายได้ครับ เปึนกลุ่มจังหวัดที่มีรายได้ต่ํา และที่สําคัญอีกอันหนึ่งก็คือในเรื่องความยุติธรรมนั้น ปรากฏว่าตัวเลขการละเมิดก็สูงที่สุดในประเทศไทยเช่นกัน เพราะฉะนั้นถ้าพูดถึง งบประมาณในการที่จะแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เราจะไปมุ่งในประเด็น เกี่ยวกับความปลอดภัยอย่างเดียวไม่ได้นะครับ การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ต้องแบ่งเปึน ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ ครับ

กลุ่มที่ ๑ ก็คือเกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชนในพื้นที่

และในส่วนที่ ๒ นั้นก็คือการพัฒนาแก้ไขปัญหา ๔ ประการที่ผมได้กล่าวถึง มาแล้วนะครับ

แต่หลังจากที่ผมได้พิจารณาจากเอกสารทั้งหมดเกี่ยวกับงบประมาณ ประจําป้นี้ ปรากฏว่ารัฐบาลไม่ได้ให้น้ําหนักเกี่ยวกับการพัฒนาในเรื่อง ๔ ประการ ที่ผมได้กล่าวมาแล้วครับ ผมขออนุญาตจากท่านประธานเพื่อแสดงรูปที่ผมได้แกะตัวเลข งบประมาณทั้งหมดที่จะลงใน ๓ จังหวัด ทั้งหมด ๒๒,๐๐๐ ล้านบาทนั้นจะไปอยู่ที่ หน่วยงานใดบ้างครับ นี่คือรูปที่ปรากฏนะครับ จะเห็นได้ว่างบประมาณที่รวบรวมทั้งหมด ตั้งแต่ ๑.๒ ในแผนงานแก้ปัญหาความไม่สงบ ๒๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น แล้วก็ไปเอางบประมาณ ตัวเลขต่าง ๆ ที่แทรกอยู่ในกระทรวง ทบวง กรมทั้งหมด ๒๒,๐๐๐ ล้านบาทนั้นปรากฏว่า อยู่ในเรื่องของความมั่นคง ๘๙.๕ เปอร์เซ็นต์ รวมเปึนเงินประมาณ ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ในขณะที่ตัวเลขเกี่ยวกับการแก้ปัญหาและการพัฒนานั้นจะอยู่ในเรื่องของการส่งเสริมอาชีพ เพียง ๑ เปอร์เซ็นต์ครับ ในเรื่องการศึกษา ๕ เปอร์เซ็นต์ เรื่องสาธารณสุข ๒ เปอร์เซ็นต์ และในเรื่องความยุติธรรม ๐.๕ เปอร์เซ็นต์แต่พอมาดูในตัวเลขความมั่นคงนะครับ เริ่มตั้งแต่ของกองทัพ ๓ เหล่าทัพ และกองทัพไทยนั้นตัวเลขที่ออกมาคือ ๗,๘๐๐ ล้านบาทครับ จากตัวเลขทั้งหมด ๒๑,๐๐๐ ล้านบาท และในเรื่องของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ตัวเลขอยู่ที่ ๑,๘๐๐ ล้านบาท และกระทรวงมหาดไทยโดยกรมการปกครองและ สํานักงานปลัดกระทรวงนั้นได้ขอมา ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท สํานักข่าวกรองแห่งชาติอีก ๘๐ ล้านบาท ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยนั้นเปึนเรื่องของการดูแลกองกําลังอาสา คือ ชรบ. และ อส. อส. ประมาณ ๕๐๐ กว่าล้านบาท และ ชรบ. อีก ๔๐๐ กว่าล้านบาทครับ นอกเหนือไปจากนั้นในป้นี้มีความแตกต่างจากป้ที่แล้วครับ ถ้าเราพลิกไปดูในป้ที่แล้วนะครับ พ.ร.บ. งบประมาณป้ ๒๕๕๑ นั้นในงบกลางครับจะมีตัวเลขหนึ่งที่ปรากฏมาคือ ๗,๕๐๐ ล้านบาทซึ่งเปึนตัวเลขที่ระบุว่าเพื่อนําไปใช้ในการแก้ปัญหาความไม่สงบ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ในงบกลาง แต่ป้นี้ไม่มีครับ ลองท่านดูในหัวข้อที่ ๑ จะไม่มี แต่ป้นี้ที่ไม่ปรากฏนั้น จริง ๆ แล้วตัวเลขยังอยู่ครับ แต่ว่าจะย้ายไปอยู่ในสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ควบคุมดูแล กอ.รมน. เพราะในป้ที่แล้ว พ.ร.บ. ความมั่นคงยังไม่ออก เพราะฉะนั้น งบประมาณในส่วนนี้ที่ กอ.รมน. จะไปใช้นี่นะครับจะไปอยู่ในงบกลาง แต่ป้นี้จะเลื่อน ไปอยู่ที่ กอ.รมน. เพราะ พ.ร.บ. เกี่ยวกับความมั่นคงที่ระบุให้ผู้อํานวยการ กอ.รมน. คือแม่ทัพภาคที่ ๔ สามารถควบคุมดูแลการจัดการเกือบทั้งหมดเบ็ดเสร็จใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ แม้กระทั่ง ผอ.ศอ.บต. ก็ยังอยู่ในการควบคุมดูแลของ ผอ.กอ.รมน. คือแม่ทัพภาคที่ ๔ ตัวเลขนี้ ๗,๕๐๐ ล้านบาท แม้ว่ากองทัพพยายามที่จะไปใช้ในเรื่อง ของความมั่นคง มีเพียงนิดเดียวเท่านั้นที่มาแทรกในเรื่องของการพัฒนาประมาณ ๑,๗๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตก็คือว่าการจัดงบประมาณ ในแผนงานการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้ยุทธศาสตร์เพื่อฟุ๋นฟูความเชื่อมั่น ของประเทศนั้นไม่ได้ให้น้ําหนักเกี่ยวกับการส่งเสริมอาชีพ ไม่ได้ให้น้ําหนักเกี่ยวกับ การแก้ปัญหาการศึกษาที่รัฐบาลเองเปึนผู้สรุปว่าเปึนพื้นที่ที่มีปัญหามากที่สุด ไม่ได้ ให้น้ําหนักเกี่ยวกับการแก้ปัญหาสุขภาพ ไม่ได้ให้น้ําหนักเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะการให้เกิดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมที่ประชาชนเปึนที่พึ่ง และในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานก็ยังไม่ให้น้ําหนักเช่นกัน เพราะฉะนั้นตัวเลข ที่ออกมานะครับ โดยภาพรวม ๒๒,๐๐๐ ล้านบาทนั้น จะเปึนเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคง จะเปึนเรื่องเกี่ยวกับการปราบปรามเสีย ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท และเปึนเรื่องอื่น ๆ นั้น เพียง ๑๑.๕ เปอร์เซ็นต์ คือเพียง ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง อันนี้คือ ประเด็นที่ ๑ ที่อยากจะตั้งข้อสังเกตครับ ท่านประธานครับ การกําหนดงบประมาณ ในลักษณะนี้ มันมีข้อสังเกตตรงที่ว่า เนื่องจากรัฐบาลได้กําหนดเขต ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้นั้น เปึนเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ หมายความว่า จะมีการดูแลด้านการพัฒนา ไม่ใช่เปึนเขตปกครองพิเศษ แต่เปึนเขตพัฒนาพิเศษ หมายความว่า จะทําให้ดีขึ้นครับ ตรงนั้นเราดีใจครับ ที่แสดงว่ารัฐบาลเข้าใจแล้วว่าจะต้องแก้ปัญหาอย่างไร หากเรามุ่งไป เพียงประเด็นในการปราบปรามผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องความไม่สงบนั้นอย่างเดียว หลังจาก ความไม่สงบเกิดขึ้นแล้ว ความด้อยการพัฒนาในพื้นที่ก็ยังมีอยู่ รัฐบาลจึงตั้ง คณะกรรมการชุดหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดน ภาคใต้ และมี ศอ.บต. เปึนหน่วยงานประสานงานในการที่จะกําหนดยุทธศาสตร์ทั้งหมด ล่าสุดเมื่อประมาณ ๒ เดือนที่แล้วครับ มีการประชุมที่กระทรวงมหาดไทย โดยคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ศอ.บต. เปึนผู้ประสานงาน ได้กําหนดยุทธศาสตร์ หลัก ๆ จาก ๕ จังหวัดดังนี้ครับ จังหวัดสตูลเปึนจังหวัดที่รัฐบาลได้กําหนดว่าจะให้เปึนโลจิสติกส์ เซนเตอร์ (Logistics center) คือศูนย์กลางในเรื่องของการขนส่ง ชัดเจน ในจังหวัดสงขลา รัฐบาลได้กําหนดให้เปึนพื้นที่เกี่ยวกับการกีฬาของภูมิภาค และเปึนพื้นที่เกี่ยวข้องกับ การศึกษานานาชาติ รวมทั้งเปึนศูนย์กลางตลาดยางพารา ในขณะที่จังหวัดปัตตานีนั้น คณะกรรมการก็ได้กําหนดอีกนะครับว่า เปึนศูนย์กลางอิสลามศึกษา และเปึนศูนย์กลาง เกี่ยวกับอาหารฮาลาลเพื่อปัอนตลาดฮาลาลทั่วโลกครับ ในขณะที่จังหวัดยะลานั้น เปึนศูนย์ตลาดผลไม้ และจังหวัดนราธิวาสเปึนพื้นที่ที่จะสนับสนุนให้เกิดการปลูกปาล์ม จํานวน ๑ แสนไร่ พร้อมกับจะเปึนพื้นที่ที่จะมีการผลิตไบโอดีเซลเพื่อเปึนพลังงานทดแทน ต่อไปนะครับ แต่ที่สําคัญกว่านั้นก็คือ ที่ผมจะไปนําเสนออีกครั้งหนึ่งในตอนท้ายก็คือ กําหนดว่าการพัฒนาจังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดคือรัฐกลันตัน ของประเทศมาเลเซียนั้น ให้มีการพัฒนาจังหวัดนราธิวาสให้สอดคล้องและรองรับ การพัฒนาเขตเฉพาะกิจชายฝัืงตะวันออกของประเทศมาเลเซียที่เราเรียกว่า อีเซอร์ (ECER) อีสท์ โคสท์ อิโคโนมิค รีเจียน (East Coast Economic Region) ตามภาพ ที่ปรากฏบนจอครับท่านประธาน แต่พอไปดูในงบประมาณทั้งหมดนะครับ ทั้ง ๆ ที่ คณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษเฉพาะกิจได้กําหนดชัดเจนว่า ภายใต้ยุทธศาสตร์นี้ จะต้องใช้งบประมาณภายใน ๕ ป้นี้คือ ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ผมได้เช็คไปแล้วนะครับ ทั้งหมดเกือบไม่มีแผนงานการใช้งบประมาณใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่มันสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ที่ทางคณะกรรมการได้กําหนดใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่ปรากฏในเรื่องของ นิคมอุตสาหกรรมฮาลาลแม้เพียงบาทเดียวครับ ในฉบับนี้ครับไม่มี พลิกดูแล้ว ในกระทรวงอุตสาหกรรมไม่มีในเรื่องของนิคมอุตสาหกรรม ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ก็มิได้มีการกําหนดพื้นที่เพื่อที่จะพัฒนาไปรองรับโครงการอีเซอร์ หรือ อีสท์ โคสท์ อิโคโนมิค รีเจียน หรือเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายฝัืงตะวันออกนะครับ ในจังหวัดยะลาก็ไม่มีข้อใด ที่ได้กําหนดแผนงานที่เกี่ยวข้องที่สอดคล้องกับโครงการที่ผมได้กล่าวมาแล้ว อันนั้นคือ ข้อสังเกตข้อที่ ๑

ข้อสังเกตข้อที่ ๒ รู้อยู่แล้วว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมันเกี่ยวข้อง กับหลายฝ์าย แต่ในนี้ปรากฏว่าบางกระทรวงที่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหานั้น ไม่ได้กําหนดงบประมาณเกี่ยวกับการแก้ปัญหาภาคใต้ภายใต้แผนงานการแก้ปัญหา ความไม่สงบ ภายใต้ยุทธศาสตร์ฟุ๋นฟูความเชื่อมั่นของประเทศ เช่น กระทรวง พม. ทั้ง ๆ ที่ เกี่ยวข้องผู้พิการก็มากมาย เด็กกําพร้าก็มีมาก และผู้ด้อยโอกาสก็มีมาก ปรากฏว่า งบประมาณในป้นี้ ๒๕๕๒ ก็ไม่ปรากฏในเรื่องเหล่านี้แต่ประการใด กระทรวงแรงงาน เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรง อัตราการว่างงานก็มีมากมายครับ บัณฑิตว่างงานก็มีมาก ประชาชนส่วนหนึ่งต้องหนีเพื่อเอาตัวรอดไปทํางานในมาเลเซีย ตัวเลขที่เรามีอยู่ในขณะนี้ คือ ๒๒๐,๐๐๐ กว่าคน แต่เปึนที่น่าเสียใจก็คือว่าประชาชนชาวไทยที่ไปทํางาน ในประเทศมาเลเซียนั้นเกือบทั้งหมด ๒๒๐,๐๐๐ กว่าคนนั้นเปึนแรงงานที่ผิดกฎหมาย เข้าเมืองผิดกฎหมาย มีเพียง ๑๔,๘๖๒ คนเท่านั้นที่มี เวิร์ค เปอร์มิต (Work permit) ที่มีใบอนุญาตเพื่อทํางานในประเทศมาเลเซีย แต่อีก ๒ แสนกว่าคนไม่มีครับ ปัญหานี้ มันเปึนปัญหาใหญ่ แต่ปรากฏว่าใน พ.ร.บ. งบประมาณฉบับนี้กระทรวงแรงงาน ไม่ได้กําหนดสิ่งเหล่านี้แต่ประการใด ทั้ง ๆ ที่มันมีความสําคัญและที่สําคัญยิ่งก็คือว่า มันเกี่ยวข้องกับความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย บัณฑิตว่างงานครับ ป้ที่แล้ว รัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ พลเอก สุรยุทธ์ ได้แก้ปัญหาส่วนหนึ่งโดยเอาบัณฑิต ว่างงานนั้นไปเปึนบัณฑิตอาสาอยู่ตําบลละ ๑ คนเพื่อไปเปึนตัวแทนของกระทรวงแรงงาน เพราะท่านเชื่อไหมว่ากระทรวงแรงงานที่ต้องดูแลคนที่อยู่ในวัยทํางาน ๓๐ กว่าล้านคนนั้น มีข้าราชการและเจ้าหน้าที่เพียง ๖,๐๐๐ กว่าคน เพราะฉะนั้นในระดับจังหวัดนั้นมีแรงงาน จังหวัด แต่ระดับอําเภอไม่มีเจ้าหน้าที่แรงงาน อย่าว่าแต่ระดับตําบลเลย ในป้ที่แล้ว รัฐบาลได้เห็นความสําคัญเหล่านี้ประกอบกับเพื่อเปึนแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหา การว่างงานนั้น จึงมีการจ้างงานบัณฑิตที่ว่างงานเพื่อไปเปึนบัณฑิตอาสาประสานงาน ในเรื่องเกี่ยวข้องของกระทรวงแรงงานทุก ๆ ตําบลป้นี้ เนื่องจากป้ที่แล้วรัฐบาลได้ใช้ งบกลางในการว่าจ้างและจะสิ้นสุดในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๑ คืออีก ๒ เดือนข้างหน้า แต่ป้นี้ปรากฏว่าก็ไม่ปรากฏงบประมาณเพื่อดําเนินการในเรื่องนี้ครับ อันนั้นคือกระทรวง แรงงาน ในเรื่องของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ไม่ได้ปรากฏเช่นกัน ทั้ง ๆ ที่เยาวชน น่าจะมีการส่งเสริม น่าจะมีการสนับสนุนให้บรรดาผู้ที่จบวิชาโคช (Coach) วิชาครูฝ๊กฟุตบอล ไม่ว่าบี ไลเซนส์ (B License) ซี ไลเซนส์ (C License) ก็แล้วแต่ครับ เพื่อสนับสนุนให้คนเหล่านี้ ไปทํากิจกรรมส่งเสริมการเล่นกีฬากับเยาวชนในพื้นที่ต่อไป แต่ใน พ.ร.บ. งบประมาณ ประจําป้ ๒๕๕๒ นั้นมิได้ปรากฏสิ่งเหล่านี้แต่ประการใด ในเรื่องของอาชีพ อาชีพหนึ่งที่ประชาชนในพื้นที่จํานวนไม่ต่ํากว่า ๕๐,๐๐๐ คนได้ประกอบอาชีพก็คือ เกี่ยวกับการผลิตเครื่องแต่งกาย ผ้าคลุมของมุสลิมส่งไปทั่วโลก แต่ในนี้ก็ไม่มีการกล่าวถึง เหล่านี้ จริง ๆ แล้วท่านประธานครับ ผมอยากจะเห็นกระทรวง พม. กระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอื่น ๆ นั้นต้องมีส่วน ในการร่วมมือในการแก้ปัญหาเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ปรากฏว่าภายใต้ยุทธศาสตร์ของการฟุ๋นฟูความมั่นคง ความเชื่อมั่นของประเทศ ในแผนงานของการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น กระทรวงที่ผม ได้กล่าวถึงแล้วนั้นและอีกหลาย ๆ กระทรวง ตลอดจนสถาบันหรือองค์กรที่หลาย ๆ องค์กร ก็ไม่ได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเหล่านี้แต่ประการใดครับ

ข้อสังเกตข้อที่ ๓ เกี่ยวกับงบประมาณที่ผมได้อ่านนั้น ก็คือการกําหนด งบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ตามที่กําหนดในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ซึ่งในเรื่องนี้ครับ ผมอยากจะพูดถึงเพื่อให้เกิดความเข้าใจในเรื่องอีก ๗ ป้ข้างหน้า จะเกิดอะไรขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะคนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น นอกจากแรงงานส่วนหนึ่งได้ทํางานในพื้นที่ แต่อีกส่วนหนึ่งไปทํางานในประเทศมาเลเซีย ตอนนี้ตัวเลข ๒ แสนคน แต่เนื่องจากรัฐบาลได้กําหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดนราธิวาส และอีก ๔ จังหวัดนั้น โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาส ให้สอดคล้องกับโครงการที่เรียกว่า อีเซอร์และเอ็นเซอร์ (NCER) ของประเทศมาเลเซีย ขออนุญาตจากท่านประธานเพื่อใช้ รูปประกอบในการอธิบายเพื่อให้เกิดความเข้าใจว่าวิธีการกําหนดงบประมาณของป้ ๒๕๕๒ นั้น ไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลได้กําหนดเองครับ รูปที่ปรากฏเปึนแผนที่ ชายแดนระหว่างไทย-มาเลเซีย ลูกศรชี้ครับ เริ่มตั้งแต่ขวามือครับ อันนั้นเปึนด่านตากใบ อันที่ ๒ คือด่านสุไหงโก-ลก ด่านที่ ๓ คือบูเก๊ะตาที่เพิ่งเป่ดไปใหม่ ๆ แล้วก็เบตงและ สะเดา ที่ผมอยากจะเรียนให้ท่านประธานนะครับ ก็คือว่ามาเลเซียได้กําหนดกับ ชายฝัืงตะวันออกที่รัฐกลันตัน ตรังกานูและปาหังเปึนเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจเช่นกัน เรียกว่า อีเซอร์ อีสท์ โคสท์ อิโคโนมิค รีเจียน ในส่วนฝัืงตะวันตกคือภาคเหนือของ ประเทศมาเลเซียที่ประกอบไปด้วยรัฐป้นัง เคดาห์ แล้วก็ปะลิส ในส่วนนี้มาเลเซีย ได้กําหนดเปึนพื้นที่ที่เรียกว่าเอ็นเซอร์ (NCER) คือ นอร์ธ คอร์ริดอร์ อิโคโนมิค รีเจียน (North Corridor Economic Region) เปึนเขตพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ฝัืงภาคเหนือของประเทศมาเลเซียครับ โดยกําหนดยุทธศาสตร์ในการที่จะพัฒนา ๒ ฝัืงนี้ และจะมีการเชื่อมต่อระหว่างอีเซอร์กับเอ็นเซอร์ คือฝัืงซ้ายกับฝัืงขวาครับ โดยถนน ๔ เลน ระยะทางประมาณ ๒๐๐ กิโลเมตร กําหนดรถรางคู่ขนส่งสินค้า ดังที่ปรากฏ และได้กําหนดให้มีท่าเรือ ๓ ท่าด้วยกันครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายว่าเกี่ยวข้องอะไร กับการกําหนดงบประมาณป้นี้ที่ไม่สอดคล้องครับ ทั้ง ๆ ที่ยุทธศาสตร์ได้กําหนดถูกต้องแล้ว ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้นําเสนอเรื่องนี้ให้กับคณะกรรมการ คณะกรรมการ ได้บรรจุในยุทธศาสตร์เขตเศรษฐกิจพิเศษเฉพาะกิจ รูปเมื่อกี้ครับ อีกครั้งหนึ่ง อันนี้คือ ท่าเรือที่จะเกิดห่างจากชายแดนประเทศไทย ไปในเขตแดนมาเลเซียเพียง ๕๐ กิโลเมตร ท่าเรือฝัืงขวามือนะครับ เปึนท่าเรือที่จะเชื่อมต่อจากภูมิภาคนี้ไปยังญี่ปุ์น เกาหลี จีน และอเมริกาฝัืงตะวันออก ในขณะที่ซ้ายมือเมื่อกี้จะไปต่อที่อินเดีย แอฟริกา ตะวันออกกลาง เพราะฉะนั้น ๒ ฝัืงจะมีการเชื่อมต่อแล้วก็เชื่อมโยงกับสินค้าฮาลาลที่มาเลเซียได้กําหนดที่ เอ็นเซอร์เปึนศูนย์อาหารฮาลาลของโลกครับ ในขณะที่นิคมอุตสาหกรรมฮาลาล ที่เราพูดมาตลอด พูดถึงเรื่องภาคใต้ทุกคนก็พูดถึงอาหารฮาลาล อยากจะเปึน ตลาดอาหารโลก ตลาดฮาลาล แต่ความคืบหน้าของนิคมอุตสาหกรรมที่อําเภอปานาเระ จังหวัดปัตตานีไม่มีความคืบหน้าแต่ประการใด ตลอดจนใน พ.ร.บ. งบประมาณฉบับนี้ก็ไม่ได้กําหนดด้วยในเรื่องของนิคมอุตสาหกรรมฮาลาล เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตประเทศไทยต้องเตรียมตัวรองรับนะครับ นี่คือภาพ ที่ทางมาเลเซียไปพรีเซนท์ (Present) ทั่วโลกบอกว่าบริเวณนี้จะเกิดอุตสาหกรรมอาหาร จะเกิดอุตสาหกรรมการต่อเรือ มีคลังน้ํามันและป่โตรเคมีในรัฐตรังกานูครับ ภาพต่อไป จะเกิดการท่องเที่ยวชายฝัืงทะเลที่รัฐตรังกานู ป้ที่แล้วผมได้นําเสนอกับรัฐบาลบอกว่าตรังกานู ต้องการบัณฑิตจากประเทศไทยไม่ต่ํากว่า ๑๐,๐๐๐ คนครับ ไปทํางานในการท่องเที่ยว ของรัฐตรังกานูซึ่งเปึนพื้นที่ใหม่ ปรากฏว่าเราได้ตรวจสอบบัณฑิตทั้งหมด ๔,๘๐๐ กว่าคน คัดเลือกได้เพียง ๕ คน เหตุที่ไปทํางานไม่ได้ครับ เพราะไม่มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษเลย ทํางานไม่ได้ ผมก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นกระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝ้มือแรงงาน หรือสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ กระทรวงศึกษาธิการต้องมามีส่วนในการที่จะยกระดับ ด้านศักยภาพในการใช้ภาษาอังกฤษให้มากขึ้น ถ้าเราทําในวันนั้นเพียง ๖ เดือน เราสามารถที่จะหางานให้บัณฑิตที่ว่างงานเปึนหมื่นคนนั้นไปทํางานในประเทศมาเลเซีย มาเลเซียก็รอเราครับ แต่ในที่สุดไม่ทํา พอไม่ทําเปึนอย่างไรครับ วันนี้ผมไปดูเมื่อเดือนที่แล้ว ปรากฏว่ามาเลเซียก็ไปรับบัณฑิตมาจากประเทศฟ่ลิปป่นส์เสียแล้วนะครับ อันนี้คือ เหตุการณ์ที่เกิดในปัจจุบัน แต่ในอนาคตมันมากกว่านั้นครับ เพราะในโครงการเอ็นเซอร์ ของประเทศมาเลเซียนั้นจะมีการจ้างงานประมาณ ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน ในฝัืงอีเซอร์ จะมีการจ้างงานประมาณ ๕๖,๐๐๐ คน สาขาวิชาที่จะไปเกี่ยวข้องกับโครงการทั้งสองนั้น มันมีดังนี้ครับ คืออันที่ ๑ ด้านภาษา ๒. การท่องเที่ยว ๓. อาหาร ๔. ป่โตรเคมี และ ถัดไปก็คือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในป้ ๒๐๑๕ ครับ อาเซียน (ASEAN) ได้ตกลงกันว่าภายในป้ ๒๐๑๕ นั้น เราจะบรรลุในเรื่องของอาเซียน คอมมิวนิตี้ (ASEAN Community) มาเลเซียก็เลยเตรียมตัวนี้ไว้ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่าในยุทธศาสตร์ ที่กําหนดใน พ.ร.บ. งบประมาณฉบับนี้ ทั้งกระทรวงคมนาคมก็ไม่ได้กําหนดครับ ตามยุทธศาสตร์ที่ได้กําหนดไว้ ผมอยากจะเห็นอย่างนี้ ที่ด่านตากใบในขณะนี้ ยังไม่มีสะพาน ทั้ง ๆ ที่มันห่างไปจากโครงการนี้ที่ท่าเรือเพียง ๕๐ กิโลเมตร ที่ด่านสุไหงโก-ลก มีสะพานเพียงทางเดียว การจราจรแออัดครับ ถ้าเปึนไปได้อยากจะเห็นกระทรวงคมนาคม ต้องมีการพูดถึงในเรื่องของสะพานคู่ขนานที่บูเก๊ะตา อําเภอแว้ง ก็เช่นกันนะครับ เพราะในขณะนี้ทุกอย่างยังไม่เสร็จสิ้นครับ อันนั้นคือสิ่งที่เราอยากจะเห็นภายใต้ งบประมาณป้ ๒๕๕๒ ที่รัฐบาลได้นําเสนอต่อสภาแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพ อันนั้นคือ ข้อสังเกตคร่าว ๆ ที่เราอยากจะนําเสนอต่อสภาแห่งนี้ ส่วนข้อสังเกตอื่น ๆ ในเรื่องของ การพัฒนาอาชีพ ผมดีใจที่ป้นี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ทุกกรมทั้งกรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมวิชาการเกษตร ทั้งหมดได้รวมตัวกัน เพื่อมาช่วยเหลือในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฯพณฯ รัฐมนตรีก็ได้เดินทาง ไปครั้งหนึ่ง แล้วก็ได้กําหนดงบประมาณไป ๔๐๐ กว่าล้านบาท ใน ๖ กรม ที่เกี่ยวข้องกับ การเกษตรครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตอันหนึ่งก็คือว่า โดยเฉพาะกรมพัฒนาที่ดิน ให้ระวังนิดหนึ่ง เพราะท่านมีโครงการการแปลงนาร้างเปึนสวนปาล์มป้ที่แล้วก็ลงไปเยอะ ปรากฏว่าในบางพื้นที่เจ้าหน้าที่ได้ไปเลือกพื้นที่ที่ไม่ใช่เปึนนาร้าง แต่เปึนพื้นที่ที่พร้อมจะทํานา แต่ในที่สุดใช้รถขุดแล้วก็ยกร่องปลูกปาล์มไปส่วนใหญ่ ป้นี้ข้าวสารก็แพงปรากฏว่า พื้นที่ทํานานั้นได้ลดลง ผมคิดว่าไม่ต่ํากว่าครึ่งหนึ่งของพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเปึนสัญญาณที่อันตรายมากครับ ๒. โครงการนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลที่ปัตตานี ต้องให้ชัดเจนเพราะเปึนเมกะโปรเจกต์ ตกลงจะเดินต่อไหม ถ้าจะไม่เดินต่อ แล้วจะกําหนดพื้นที่อื่นไหมเพื่อที่จะให้เปึนนิคมอุตสาหกรรมขนาดเล็ก เพราะที่นั่น โครงการมันใหญ่ไป โครงการที่นั่นต้องเชื่อมโยงกับเส้นทาง ๔๑๐ ซึ่งจะต้องมีการทําลาย ทรัพยากรธรรมชาติมาก ต้องขุดอุโมงค์ประมาณ ๘๐๐-๙๐๐ เมตร เพื่อกําหนดเส้นทาง ในการลําเลียงอาหารฮาลาล ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ถึงไหนและในป้นี้ก็ยังไม่ได้กําหนดงบประมาณ แต่ประการใด

ในเรื่องของข่าวกรองครับ สิ่งที่ต้องระวังป้ที่แล้วท่านขอเงินมา ๔๐ ล้านบาท ป้นี้ขอ ๘๐ ล้านบาท ถ้าท่านทํางานอย่างมีประสิทธิภาพ โอเค (OK) ไม่มีปัญหา แต่ที่เกรง ก็คือว่าข่าวกรองจะเปึนข่าวกลวงครับ เพราะมีเกิดกรณีหลาย ๆ ครั้งที่ประชาชนในพื้นที่ มีความขัดแย้งในเรื่องอื่น รวมทั้งการเมืองท้องถิ่น แต่ฝ์ายที่ทํางานกับข่าวกรองนั้น ไปรายงานว่าคู่ต่อสู้นั้นเปึนผู้ที่อยู่ร่วมในขบวนการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทําให้เกิดความไม่สงบมากขึ้นครับ

ในเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการครับ โดยเฉพาะกรมอาชีวะท่านขอมา ๑๐๐ ล้านบาท แต่เราอยากจะเห็นท่านไปสนับสนุนการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับโครงการอีเซอร์ ที่จะเกิดครับ ถ้าเปึนไปได้นะครับ ท่านจะต้องเน้นเรื่องภาษา เรื่องค้าชายแดน เรื่องกฎหมาย เรื่องอาหารและที่สําคัญยิ่งคือ เรื่องอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งในนี้ก็ไม่ได้กําหนด สถาบันวิจัยเครื่องประดับและอัญมณีก็ไม่ได้กําหนดในเรื่องการร่วมมือในการพัฒนาครั้งนี้ ถ้าเปึนไปได้อยากจะให้สถาบันอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาตินั้นได้ไปตั้งศูนย์ฝ๊กอบรม คนที่นั่นเพื่อปัอนตลาดในประเทศและต่างประเทศต่อไป โดยเฉพาะประเทศมาเลเซียและ ประเทศดูไบนั้นต้องการแรงงานเครื่องประดับและอัญมณีเปึนจํานวนมากครับ

สุดท้ายครับ อีก ๓๐ วินาที ก็คือ การเยียวยา การเยียวยานั้นมีประชาชน ที่ได้รับผลกระทบอีกมากครับ ยังไม่ได้รับการเยียวยา เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องกําหนดงบประมาณให้เพียงพอ แต่เท่าที่ดูนั้นก็ไม่น่าจะพอ รวมทั้งการชดเชยของผู้ที่ ได้รับผลกระทบของกระทรวงยุติธรรมนั้นตัวเลขมีมาก แต่ว่าการของบประมาณนั้น ไม่น่าจะเพียงพอครับ อันนี้คือทั้งหมดครับที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานเพื่อเปึนข้อมูล ในการที่จะให้คณะกรรมาธิการพิจารณาในการพิจารณา พ.ร.บ. งบประมาณประจําป้ป้นี้ครับ สรุปโดยรวมก็คืองบประมาณ ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านได้กําหนดใน พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้น ท่านให้น้ําหนักเกี่ยวกับความมั่นคงเสียเกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่ไปเกี่ยวข้องการพัฒนา การศึกษา สุขภาพ รายได้และความยุติธรรม จึงอยากจะให้มี การทําอย่างไรก็ได้ให้กรรมาธิการไปพิจารณาส่วนข้อมูลเหล่านี้เพื่อประโยชน์ในการที่จะ แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปครับ

สุดท้ายครับ เนื่องจากคนพื้นที่เปึนมุสลิมเปึนส่วนใหญ่ เขามีปรัชญา ในการดําเนินชีวิต ข้อ ๑ สุดท้ายนะครับ หลักการในการกําหนดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลนั้น มี ๖ ข้อ ข้อที่ ๒ ได้กําหนดว่าการขจัดความทุกข์ยากลําบากนั้นและความเจ็บปวด จะต้องมาก่อนการจัดการหาความสะดวกสบายครับ ขอบพระคุณมากครับ