สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๑

เสมอกัน เที่ยงธรรม หารือเรื่องการอภิปรายพระราชบัญญัติงบประมาณประจําปี ๒๕๕๒ โดยมีการวิเคราะห์เกี่ยวกับงบประมาณที่ขาดดุล ๒๔๙,๐๐๐ ล้านบาท และมีความกังวลเกี่ยวกับวิกฤติเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และหารือเรื่องงบกลางของภัยแล้งและน้ำท่วมที่เพิ่มขึ้น 8,000 ล้านบาท โดยเสนอให้ใช้งบกลางเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและน้ำท่วม และขอให้ส่งต่อไปยังสํานักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องภารกิจของกรมชลประทานที่ถูกถ่ายโอนไปให้กรมทางหลวง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกรมทางหลวงชนบท และเรียกร้องการสนับสนุนให้เอกชนลงทุนในเรื่องของพลังงานทดแทน

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตใช้เวลาที่นี้แสดงความยินดีกับตัวท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีที่เมื่อเช้าได้ผ่านพ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ถือว่าเปึนด่านทดสอบด่านแรก ของคณะรัฐมนตรีภายใต้การนําของ ท่านสมัคร สุนทรเวช ที่ได้ผ่านการบริหารงานมา ๔ เดือนเศษ งานต่อไปนี่แหละครับคือการอภิปรายพระราชบัญญัติงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ น่าจะเปึนปราการด่านที่ ๒ เพื่อที่จะเปึนการพิสูจน์ให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ จะสามารถนําพาประเทศไทยของเรา รวมทั้งประชาชนชาวไทยของเราทุก ๆ คนผ่านพ้น วิกฤติเศรษฐกิจตรงนี้ไปได้หรือเปล่า ผมเชื่อว่าผู้อภิปรายทุก ๆ ท่านก็คงจะพูดถึง ตัวเงินงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ ก็คือประมาณ ๑.๘๓๕ ล้านล้านบาท ซึ่งตรงนี้ เปึนงบขาดดุลครับ ขาดดุลประมาณ ๒๔๙,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ถ้าเปรียบเทียบ ในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณแล้ว ก็จะเห็นได้ว่าเกือบจะชนเพดานครับ ในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณได้ระบุไว้ว่าการตั้งงบขาดดุลนี้ไม่สามารถตั้งเกิน ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีได้ แต่เงิน ๒๔๙,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ ตกเปึนประมาณ ๒.๔๓ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ซึ่งตรงนี้ก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลอะไรสําหรับรัฐบาลในชุดนี้ เพราะที่ดูจากเอกสารประกอบแล้วน่าจะมีศักยภาพเพียงพอที่จะสามารถจัดเก็บรายได้ มาได้นะครับ แต่สิ่งที่ผมจะกลัวก็คือว่าป้นี้ทุก ๆ คนก็บอกว่าข้าวยากหมากแพง เมื่อวาน เมื่อวันก่อนเพิ่งได้ยินข่าวมาจากทางโอเปก (OPEC) ว่าปลายป้นี้น้ํามันอาจจะขึ้นถึง ๑๗๐ เหรียญยูเอสดอลลาร์ต่อบาร์เรล เงินเฟัอจากการที่คาดการณ์ว่าน่าจะต่ํากว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ในป้ ๒๕๕๒ ก็ไม่น่าจะทําได้ ตรงนี้แหละครับเลยทําให้ผมเริ่มกังวล ผมดูจากเอกสารประกอบนะครับที่ผ่านมาในทุก ๆ ป้ ไล่มาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ จนถึงป้ ๒๕๕๐ รัฐบาลจัดเก็บรายได้เกินประมาณการทุก ๆ ป้ แต่ที่ผ่านมานี่นะครับ ที่ผมบอกว่า ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ เปึนเพราะอะไรครับ ถ้าท่านประธานจําได้วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศไทย เราจะเกิดขึ้นอยู่ช่วงประมาณ ป้ ๒๕๔๐ ถ้าย้อนกลับมาดู ๓ ป้ให้หลังนะครับ ป้ ๒๕๓๙ ป้ ๒๕๔๐และป้ ๒๕๔๑เปึน ๓ ป้ที่รัฐบาลจัดเก็บรายได้ได้ต่ํากว่าเปัา ซึ่งผมก็กลัวครับ กลัวว่า ป้ ๒๕๕๒ น่าจะเปึนป้ที่เข้าสู่วิกฤติเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง ก็กลัวว่ารัฐบาล จะไม่สามารถจัดเก็บรายได้ได้ตามเปัาและผลสุดท้ายที่ตามมาก็คืออะไรครับ ต้องเปึนเงินกู้ ซึ่งป้นี้ก็จะเปึนครั้งแรกที่เราจะต้องชดใช้เงินกู้เงินคงคลังประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ แล้วถ้าป้นี้เราสร้างหนี้ตรงนี้มาอีก มันก็คงจะต้องเปึนดินพอกหางหมูที่จะไป ในป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ นะครับ นี่ก็เปึนที่มาที่ไปของงบประมาณตรงส่วนนี้ สักนิดหนึ่ง ทีนี้ผมจะมาไล่เรียงตามหน่วยงานที่ผมพอจะพูดได้คร่าว ๆ

ลําดับแรกเลย งบกลางป้นี้ประมาณ ๒ แสนกว่าล้านบาท ผมคงไม่ลงไป ในดีเทล (Detail) ที่ว่ามีตัวไหนบ้าง แต่สิ่งที่ผมเปึนห่วงก็คืองบกลางในส่วนที่เปึน ตัวที่เรียกว่า งบฉุกเฉิน นะครับ ประมาณ ๔๘,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งมากขึ้นกว่าป้ที่แล้ว ๘,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๑ ตั้งไว้ตรงนี้ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ทีนี้ท่านประธานครับ ถ้าเกิดดูจากเรื่องของเงินเฟัอ ดูจากเรื่องของราคาน้ํามันดูจากเรื่องของสินค้าอุปโภค บริโภคต่าง ๆ แล้วผมก็กลัวว่า ๘,๐๐๐ ล้านบาทที่เพิ่มขึ้นมาจะไม่เพียงพอ เพราะว่าอะไรครับ ผมมีโอกาสได้คุยกับสํานักงบประมาณในฐานะที่ผมได้เปึนวิปรัฐบาล ก็เกิดการสงสัย เหมือนกันครับว่าเงินงบประมาณที่ตั้งไว้ในเรื่องของค่าก่อสร้างต่าง ๆ ของทุกกระทรวง ทบวง กรมนี่ เราตั้งไว้ ณ เวลานี้ผมก็ไม่ทราบว่าได้เผื่อค่าราคาวัสดุก่อสร้าง รวมทั้ง ค่าน้ํามันไว้มากน้อยแค่ไหน แล้วผมก็เกิดคําถามขึ้นมากับทางสํานักงบประมาณว่าแล้วถ้าเกิดมันไม่พอขึ้นมา จะทําอย่างไร สํานักงบประมาณบอกก็ต้องใช้งบกลางส่วนนี้ ลําดับแรกก็คือต้องให้ทางรัฐมนตรี เจ้าของกระทรวงอาจจะต้องตัดโครงการบางโครงการออก ขึ้นอยู่กับไพรออริตี้ของรัฐมนตรี ในกระทรวงนั้น ๆ แล้วถ้าเกิดไม่ตัดล่ะครับ ไม่ตัดก็ต้องไปใช้เงินงบกลางตรงนี้แหละครับ ๔๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่เงินตรงนี้เท่าที่ผมสังเกตมาได้ ทุก ๆ ป้จะต้องเปึนเงินที่ช่วยเหลือ เกษตรกรในเรื่องของภาวะภัยแล้งและภาวะน้ําท่วม ตรงนี้ก็ต้องโยงมาต่อครับ ป้นี้ จังหวัดสุพรรณบุรี หลาย ๆ ท่านอาจจะมองว่าเปึน ต้องขอประทานอภัย บางท่านอาจจะ เรียกว่า บรรหารบุรี เปึนจังหวัดที่รุ่งเรืองด้านการเกษตรกรรม ผมก็เปึน ส.ส. ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นี่ละครับ แต่ผมก็สามารถพูดกับสภาแห่งนี้ได้ว่า สุพรรณบุรีก็เจอภาวะภัยแล้งและน้ําท่วม เหมือนเช่นจังหวัดอื่น ๆ ทุกป้เหมือนกัน เงินภัยแล้งขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ ป้ ๒๕๕๑ ที่ผ่านมาจังหวัดสุพรรณบุรีได้ตั้งแต่ ๒๐๐ บาทเศษจนถึง ๑,๐๐๐ บาทเศษ อันนี้ผมมองเอาในเรท (Rate) ที่สูงสุดเลยนะครับคือประมาณ ๑,๐๐๐ บาทเศษต่อไร่ ณ เวลานี้น้ํามันดีเซลลิตรละเท่าไร ๔๒ บาท ถ้าพันธุ์ข้าวปลูกถังละประมาณ ๒๔๐ บาท ๑ ไร่ใช้แบบเกษตรกรรมแบบเศรษฐกิจพอเพียงผมตีแค่ ๒ ถัง ๔๘๐ บาท ปุิยยูเรีย สัก ๑ ลูก ๙๐๐ บาท ก็ปาเข้าไป ๑,๓๔๐ บาท ก่อนหน้านี้ต้องมีค่าตีดินเพื่อเตรียมทํา พื้นที่สําหรับทํานา ๒๐๐-๓๐๐ บาท ผมตีแค่ ๒๐๐ บาท ตกประมาณ ๑,๕๐๐ บาทเศษ แต่สิ่งที่เกษตรกรได้รับกลับคืนมา อันนี้ผมยังไม่รวมถึงการใส่ยาฆ่าแมลง ยังไม่รวมถึง การจ้างรถเกี่ยว ยังไม่รวมถึงต้องให้ปุิยในระยะถัดไปด้วยนี่นะครับ ก็จะทําให้เห็นว่า อย่างไรก็ไม่เพียงพอ แล้วผลสุดท้ายเดี๋ยวเกษตรกรก็อาจจะต้องออกมาเรียกร้องรัฐบาล เรียกร้องแล้วอย่างไรครับ ก็ท่านนายกรัฐมนตรีผ่านไปทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็คือใช้งบกลางก้อนนี้ แล้วถ้างบกลางก้อนนี้ก็ยังต้องเจียดไปอยู่กับเงินฉุกเฉินที่จะต้อง มาเพิ่มในเรื่องของค่าก่อสร้าง มันจะเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้ก็ต้องขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังสํานักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ ด้วยเวลาที่เหลือ ผมคงไม่สามารถพูดได้ครบทุกกระทรวง ทบวง กรมที่ผมจะต้องการนะครับ ลําดับถัดมา ครับท่านประธาน สิ่งที่ผมอยากต้องพูดเลยก็คือในเรื่องของเบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุ และผู้พิการ ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่โอนภาระหน้าที่นี้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะอะไรครับ อย่างแรกเลยเปึนเครื่องมือในการหาเสียง อย่างที่สองได้กันไม่ครบถ้วน ทําไมเราไม่ทํากันง่าย ๆ ครับ เราเอาทะเบียนราษฎรจากกระทรวงมหาดไทยขึ้นมา ในเมื่อเราตั้งเปัาอยู่แล้วว่าคนแก่ คนเกษียณ อายุเกิน ๖๐ ทุกคนจะต้องได้เงินเดือนละ ๕๐๐ บาทต่อคน ก็เอาฐานข้อมูลจากกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยมาลองดูสิครับ ใครครบ ๖๐ ป้บริบูรณ์ให้เขาสามารถนําบัตรประชาชนไปรับเงินเลย ไปรับที่ไหนครับ เรามีไปรษณีย์ ไปรษณีย์เรามีอยู่เยอะครับ ต้องใช้ให้เปึนประโยชน์มากกว่านี้ครับ ทุกวันนี้ ใช้แค่รับส่งจดหมาย รับส่งเงินธนาณัติ เราก็ใช้ส่วนนี้ได้ครับให้ผู้เฒ่าผู้แก่ เราไม่ต้องไป เป่ดบัญชีกับแบงก์ได้ครับ แล้ววิธีนี้ก็จะสามารถที่จะทําให้ลดการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ลดการชิงได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองระดับท้องถิ่นไปได้ ตรงนี้ก็เปึน อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะเสนอท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรี

ต่อไปครับ ภารกิจหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรมชลประทาน กรมชลประทานได้มีนโยบายใหม่มาคือว่า จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับถนนแล้ว ไม่ว่าจะเปึนถนนเลียบคลองชลประทาน ไม่ว่าจะเปึนคลองแบบไหนก็ตาม จะถ่ายโอน ภารกิจตรงนี้ให้กับไม่ว่าจะเปึนกรมทางหลวง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็ กรมทางหลวงชนบท แต่สิ่งที่ได้รับมาคืออะไรครับ เรื่องถ่ายโอนไม่มีปัญหาครับ ผมก็ได้ สอบถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งสังกัดพรรคชาติไทยเหมือนกัน ท่านยินดีบอกไม่ว่าจะเปึน ส.ส. จากพรรคไหน กรมชลประทานยินดีถ่ายโอนให้หมด แต่ปัญหาก็คือว่าพอถ่ายโอนแล้วนี่ครับ จะตกไปอยู่ไม่ว่าจะเปึนกรมทางหลวงหรือ ทางหลวงชนบท เราต้องไปต่อคิวใหม่ครับ เขาจะมีคิวอยู่แล้วว่า ป้ ๒๕๕๑ มีถนนกี่สาย ป้ ๒๕๕๒ มีกี่สาย ป้ ๒๕๕๓ มีกี่สาย อย่างเช่น ถนนเลียบคลองชลประทานที่จังหวัดสุพรรณบุรี จริง ๆ ก็น่าจะได้คิวก่อสร้าง ได้คิวเทลาดยาง ป้สองป้ที่จะถึงนี้แล้ว ถ้าเกิดสังกัด กรมชลประทาน แต่กรมชลประทานไม่มีงบส่วนนี้แล้วต้องถ่ายโอนไปสู่กรมทางหลวงชนบท ถ่ายโอน ไปแล้วเปึนอย่างไรต่อครับ ต้องไปต่อคิวใหม่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าป้ ๒๕๕๕ ป้ ๒๕๕๖ ป้ ๒๕๕๗ ตรงนี้จะได้หรือเปล่า ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าผมหมดเวลาแล้วแต่ผมก็ขอแถม ประมาณครึ่งนาทีนะครับ ผมอยากจะพูดถึงกระทรวงพลังงาน ทุกวันนี้รัฐบาลได้ส่งเสริม การใช้พลังงานทดแทน ส่งเสริมให้คนประหยัดพลังงาน แต่ผมได้ดูในเล่มสรุปงบประมาณ โดยสังเขปแล้วปรากฏว่างบอาร์แอนด์ดี (R&D) หรืองบในการวิจัยการใช้พลังงานทดแทน น้อยมากครับ อาจจะเรียกว่าแทบไม่มีเลยก็ได้ แล้วอย่างนี้เราจะไปพึ่งใครครับ เราจะต้อง ไปพึ่งเอกชนหรือครับ ให้บริษัทรถไม่ว่าจะเปึนค่ายรถจากยุโรป ค่ายรถจากญี่ปุ์นให้มา ลงเงินในส่วนของอาร์แอนด์ดีเพื่อพัฒนาขึ้นมา แล้ว ปตท. ละครับ ผมก็ไม่ทราบตอนนี้ แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะต้องเอา ปตท. ออกจากตลาดหุ้น แต่ผมก็อยากจะฝาก คําถามผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีว่าเราจะทําได้ไหมครับว่าการที่เราจะไปฟอร์ซ (Force) ให้ ปตท. ลงทุนในเรื่องของอาร์แอนด์ดี ในเรื่องของพลังงานทดแทนให้ได้มากกว่านี้ สุดท้ายนี้ครับท่านประธานครับ ผมก็ได้แต่หวังว่าสิ่งที่ผมได้อภิปรายผ่านท่านประธาน ไปยังคณะรัฐมนตรีน่าจะเกิดประโยชน์กับประเทศชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งปวงชนชาวไทย กราบขอบพระคุณครับ