สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๑

สุวโรช พะลัง หารือเรื่องปัญหาความยากจน โดยเฉพาะปัญหาที่ดินทํากินและปัญหาที่อยู่อาศัยของคนยากจน โดยขอให้รัฐบาลออกกฎและระเบียบเพื่อแก้ไขปัญหานี้ และแจ้งความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายและงบประมาณในการแก้ไขปัญหานี้

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาต หารือท่านประธานอย่างนี้ได้ไหมครับ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม วันนี้ที่ผมจะถามความจริงมีทั้งหมด ๔ กระทรวงครับ ไม่ใช่ ๓ กระทรวง ก็คือกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับ การกํากับดูแล พอช. หรือองค์การพัฒนาองค์กรชุมชน แล้วก็กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้กรุณาตอบต่อท่านประธานเพื่อให้ความกระจ่างในข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง กับป์าตรงนี้นะครับ ผมก็คงฝากผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อที่จะไปกราบเรียนในโอกาสต่อไป ซึ่งผมก็ได้ตามในเรื่องดังกล่าวนี้ ตลอดมา แม้กระทั่งเมื่อวานนี้ท่านประธานไม่ให้ผมหารือ ก็ได้ทําหนังสือผ่านท่านประธาน ในเรื่องดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องป์า เรื่องที่ทํากินเช่นเดียวกัน ซึ่งก็ไม่ทราบว่าท่านรองประธาน สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ซึ่งทําหน้าที่เปึนประธานเมื่อวานนี้ ท่านได้เกษียนเรื่องไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามที่ผมได้กราบเรียนไปในเอกสารนั้น หรือไม่เพียงใด ก็ขอฟังคําตอบในส่วนตรงนี้ด้วย ความทับซ้อนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกันอย่างมากมายไม่แพ้จังหวัดอื่น ๆ แล้วก็ปัญหา ดังกล่าวนี้ครับก็เปึนปัญหาที่ทับซ้อน แล้วก็เปึนปัญหาที่สลับซับซ้อนในกฎหมายหลายฉบับ ระเบียบหลายข้อ แล้วก็มีหน่วยงานที่กํากับดูแลหลายกระทรวงที่เกี่ยวเนื่องกัน เพราะฉะนั้น การที่จะบูรณาการในการนํานโยบายไปสู่การปฏิบัติของกระทรวงทั้ง ๓-๔ กระทรวง ที่ผมได้กราบเรียนในเบื้องต้น ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่อยากจะได้รับทราบสภาพของปัญหา ในการบูรณาการในการนํานโยบายไปสู่การปฏิบัติตามที่ได้แถลงนโยบายไว้ต่อ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๑๘ ที่ผ่านมาให้เห็นเปึนที่ประจักษ์ สภาพของปัญหาที่ผม ได้กราบเรียนต่อท่านประธานไป เรื่องปัญหาที่ทํากินซึ่งเปึนปัญหาใหญ่ของอาชีพหลัก ที่ทําเกษตรกรรม แล้วก็ต้องมีหน้าที่ในการรับรองสิทธิจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิของคนที่เข้าไปก่นสร้างปลูกพืชผลอาสินในที่ดินที่มีสภาพ ความเปึนป์า จนกระทั่งมีต้นผลอาสินสามารถที่จะเก็บผลผลิตได้ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องปาล์ม ก็สามารถแทงปาล์มออกมาขายเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว หรือถ้าเปึนยางพาราก็สามารถ กรีดยางมาหาเลี้ยงครอบครัว หรือถ้าเปึนผลหมากรากไม้ก็สามารถเก็บผลผลิตทางด้าน การเกษตรของผลหมากรากไม้เหล่านั้นมาหาเลี้ยงครอบครัวได้ แต่สภาพพื้นฐานจริง ๆ ก็คือสิทธิทํากินในที่ดินดังกล่าวเหล่านี้ยังอยู่ในสภาพที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ถูกต้อง ตามระเบียบของทางราชการที่ได้กําหนดเอาไว้ ซึ่งในส่วนตรงนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งที่เปึน ปัญหาของความยากจน ในรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณท่านก็ได้มีการมอบหมาย ให้ทางกระทรวงมหาดไทยได้เป่ดโอกาสให้คนที่มีปัญหาในเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตของ แต่ละท่านมาลงทะเบียนกันทั่วประเทศว่ามีปัญหาอะไรบ้างที่เปึนปัญหาของพี่น้อง ประชาชนที่อยากจะให้รัฐบาลได้รับรู้และเอาไปตั้งเปึนประเด็นในการแก้ไขปัญหา เหล่านั้นให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับก็ปรากฏว่ามีผู้มาจดทะเบียนทั่วประเทศ ทั้งหมด ๘,๒๕๘,๒๗๕ คน คิดเปึนร้อยละ ๑๓.๑๕ ของประชากรทั่วประเทศ มีการลําดับ รวบรวมสภาพของปัญหาด้วยกันทั้งหมด ๘ ข้อด้วยกัน ประเด็นของปัญหาที่เปึนประเด็น อันดับหนึ่งก็คือปัญหาที่ดินทํากิน และปัญหาที่อยู่อาศัยของคนยากจน คิดเปึนเปอร์เซ็นต์ แล้วทั้งหมดได้ ๔๓.๐๔ เปอร์เซ็นต์ คิดเปึนสภาพของปัญหาได้ทั้งหมด ๕,๘๖๐,๒๕๐ ปัญหา จากสภาพของปัญหาทั้งหมด ๑๒,๑๙๘,๓๓๓ ปัญหา ท่านประธานเชื่อไหมครับ ไม่น้อยกว่า ๓.๒ ล้านครอบครัว จากการสํารวจข้อมูลของมูลนิธิสถาบันที่ดินแห่งประเทศไทยได้ทําการ ออกไปสํารวจ แล้วก็ปรากฏว่าได้รับทราบมาครับว่าไม่น้อยกว่า ๓.๒ ล้านครอบครัวนั้น มีปัญหาในเรื่องของที่ดินทํากิน และปัญหาที่อยู่อาศัยของคนยากจน ในจํานวน ๓.๒ ล้านครอบครัวนี่ครับเปึนเรื่องของคนที่ไม่มีที่ดินทํากินเลย ๑.๓ ล้านครอบครัว มีที่ดิน อยู่บ้างแต่ไม่พอกินแม้จะเปึนรูปแบบเศรษฐกิจพอเพียง ๑.๖ ล้านครอบครัว ที่เหลือก็เปึน การขอเช่าที่ดินของรัฐและครอบครองที่ดินของรัฐอีก ๓ แสนครอบครัว ส่วนนอกเหนือ จากนั้นก็อยู่กันแบบตัวใครตัวมัน แล้วก็อยู่ในลักษณะที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากเจ้าหน้าที่ ของรัฐในแต่ละรูปแบบที่มีระเบียบหรือมีกฎหมายกํากับดูแลอยู่ นี่คือสภาพพื้นฐาน ของกระทู้ถามที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธานครับ ซึ่งในรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณในขณะนั้น หลังจากรับทราบสภาพปัญหาให้มีการระดมแจ้งความจํานง ในปัญหาต่าง ๆ แล้ว ก็ได้มีการออกกฎ ออกระเบียบ และมอบหมายให้กระทรวงต่าง ๆ ไปดําเนินการรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาความยากจน ในส่วนของข้อมูลที่ดินของ แต่ละจังหวัดก็เช่นเดียวกันครับ ได้มอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ซึ่งอยู่ภายใต้ การกํากับของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้สนับสนุนงบประมาณ ให้กับภาคเอกชน ลองไปสํารวจตรวจสอบดูสิว่าในแต่ละจังหวัดนี้มีสภาพของปัญหาที่ทํากิน มีสภาพของ ปัญหาในเรื่องสิทธิทํากินที่พี่น้องประชาชนยังอยู่ในแบบที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย มากน้อยเท่าไร ปรากฏว่าข้อมูลที่ดินของเกษตรกรในส่วนของจังหวัดชุมพรที่ไม่มี เอกสารสิทธิที่ทํากิน จัดทําโดยเครือข่ายป์าจังหวัดชุมพร โดยงบประมาณสนับสนุน จากองค์กรพัฒนาชุมชนหรือ พอช. ก็ไปรวบรวมสภาพปัญหาเหมือนกับจังหวัดอื่น ๆ เช่นเดียวกัน ประเด็นของปัญหาที่ผมอยากจะกราบเรียนในคําถามเบื้องต้นเหล่านี้ว่า หลังจากที่ท่านได้รับทราบสภาพปัญหาต่าง ๆ มาแล้วท่านได้บูรณาการให้กับกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ในกรอบอํานาจหน้าที่ของข้อเท็จจริงของสภาพปัญหาแต่ละเรื่องไป แล้วไปดําเนินการนี่ครับ ก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนคําถามในเบื้องต้นครับ

๑. รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนจัดเปึนวาระแห่งชาติ ซึ่งในขณะที่ผมถามนี้ ยังไม่ได้มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแห่งนี้ในเรื่องที่ดินทํากินให้ชัดเจนภายใต้กรอบ การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป่ดกว้างรับฟังปัญหาจากประชาชน เปึนสําคัญ ประกอบกับการรวบรวมข้อเท็จจริงจากการสรุปเปึนรูปเล่มของสถาบันพัฒนา องค์กรชุมชนหรือ พอช. ที่ได้อ้างอิงเปึนยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาความยากจนนี้ อยากจะทราบว่ารัฐบาลชุดนี้ได้ให้ความจริงจังในเรื่องดังกล่าวนี้อย่างไร หรือไม่ พร้อมทั้ง ขอกรอบเวลาและงบประมาณในการแก้ไขปัญหาที่ดินทํากินอย่างเปึนขั้นตอน ทั้งนี้ เพื่อที่จะหยุดยั้งการบุกรุกทําลายป์าที่ยังเหลืออยู่อย่างจริงจัง

ในคําถามข้อ ๒ ของคําถามข้อแรก อยากจะขอให้ทางรัฐบาลนี้นํารูปแบบ ตามข้อ ๑ มาปฏิบัติจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยากจะขอทําในพื้นที่นําร่องที่จังหวัดชุมพร ตามข้อมูลที่ดินของเกษตรกรจังหวัดชุมพรที่ไม่มีสิทธิ ไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินทํากิน ซึ่งจัดทําโดยเครือข่ายป์าจังหวัดชุมพร โดยการสนับสนุนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน พอช. นี้ให้เกิดความต่อเนื่องเปึนจริงเปึนจังนี้ได้หรือไม่ อย่างไร ในคําถามข้อที่ ๑ ครับ