สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

ผ่องศรี ธาราภูมิ หารือเรื่องปุิยราคาแพง และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้ โดยระบุว่าปุิยราคาแพงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาหลายสิบปีแล้ว และไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ผ่องศรี ธาราภูมิ แนะนำว่าภาครัฐควรให้ความสนใจและสนับสนุนแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหานี้ และควรจัดตั้งหน่วยงานที่จะดูแลและแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตใช้เวลาของสภาแห่งนี้มีส่วนร่วมอภิปรายในเรื่องปัญหาของเรื่องปุิยราคาแพง ดิฉันเองก็ขอรบกวนเวลาสั้น ๆ นะคะ แต่เนื่องจากว่าได้คลุกคลีกับพี่น้องเกษตรกร มายาวนาน แล้วก็จริง ๆ แล้วเรื่องปัญหาปุิยเปึนปัญหาที่เรื้อรังมาหลายสิบป้แล้ว ตั้งแต่ เรียนหนังสืออยู่ก็ได้ยินนะคะเรื่องปัญหาปุิยแพง แล้วก็ปัญหาที่ทุกท่านได้เรียนต่อสภานี้ ก็เปึนเสียงสะท้อนที่เปึนมาเหมือนเดิม ๆ นะคะ ก็เลยคิดว่า เอ๊ะ ผ่านมาหลายสิบป้แล้ว ประเทศเราก็ยังเผชิญหน้ากับปัญหานี้อยู่ ยังแก้ไม่ตกนะคะ เพราะว่าเปึนเรื่องที่เหมือนกับ เราจะยอมสยบกับปัญหาหรือเปล่า วันนี้ดิฉันก็นั่งฟังมาตลอดนะคะ ก็ประมวลว่าปัญหา ของเราถ้าคิดในทางพุทธศาสนาก็บอกว่าทุกข์ใช่ไหมคะ ทุกข์ก็คือทุกข์ของชาวนาก็คือ ปุิยราคาแพง สมุทัยก็คือสาเหตุแห่งทุกข์ สาเหตุนั้นคืออะไร พวกเราหลายท่านนะคะ สมาชิกก็สะท้อนนะคะว่ามีตั้งแต่เรื่องของการผูกขาด ซึ่งเราไม่มีแหล่งวัตถุดิบการผลิต ปุิยเคมีของตนเอง ต้องนําเข้า หรือว่าปัญหาอันเนื่องจากความไม่รู้ การขาดความรู้ ในการใช้ปุิย ใช้ผิดที่ ผิดเวลา ผิดวัย ใช้ในอัตราไม่เหมาะสม ซึ่งเปึนการเพิ่มต้นทุนให้กับ เกษตรกร ตลอดจนปัญหาอันเนื่องจากค่านิยมความเคยชินนะคะ รวมถึงปัญหาปุิยปลอม อันนั้นคือสิ่งที่หลายท่านได้สะท้อนมาแล้วนะคะ แล้วก็ยังมีเรื่องของการนําเสนอทางออก มากมาย แต่ดิฉันเองก็ยังคิดว่าทางออกเหล่านี้มันจะเปึนจริงได้หรือไม่ในยุคนี้ ซึ่งมี ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือท่านสมศักดิ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ ดิฉันก็มีความหวังร่วมกับทุกท่าน ก็ขออนุญาตให้ข้อมูลนะคะว่าที่เปึนเสียงสะท้อนของชาวนาแล้วกันนะคะ เพื่อเปึนข้อมูล ดิฉันเองก็ถามพี่น้องเกษตรกรว่าทํานามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง วันนี้ชาวนาที่ลพบุรีนะคะ ผลผลิตไม่ค่อยได้มาก ไร่หนึ่งก็ตกประมาณ ๘๐ ถังต่อไร่ แม้จะเปึนนาในเขตชลประทาน เกษตรกรต้องแบกรับทั้งค่าใช้จ่ายในการทํานา ตั้งแต่ค่าไถ ค่าตีดิน ค่าพันธุ์ข้าว ค่าวิดน้ํา เข้านา ค่าพันธุ์ ค่าสารเคมี ค่าปุิย รวมถึงตอนนี้ต้องเผชิญหน้าปัญหาข้าวดีด ข้าวเด้ง แล้วก็ได้ผลผลิตน้อย สรุปแล้วมีค่าใช้จ่ายต่อไร่ประมาณไร่ละ ๓,๐๐๐–๔,๐๐๐ บาท แล้วก็เมื่อขายข้าวได้ตอนนี้ก็ได้ผลผลิตประมาณ ๘๐ ถังต่อไร่เท่านั้น คิดเปึนตัวเงินตอนนี้ เกวียนหนึ่งก็ ๗,๐๐๐–๘,๐๐๐ บาท ก็ได้แค่ประมาณ ๕,๐๐๐–๖,๐๐๐ บาทเท่านั้น คิดแล้วเมื่อหักค่าใช้จ่ายเหลือรายได้เงินเหลือคิดเปึนค่าใช้จ่ายเฉลี่ย นั่งหารตัวเลขกันแล้ว วันหนึ่งตกมีรายได้ ๑๔ บาทต่อวันต่อไร่ ถ้าคนหนึ่งทํานา ๑๐ ไร่ ก็คิดได้แค่วันหนึ่งมี รายได้เพียง ๑๔๐ บาท ซึ่งต่ํากว่าค่าแรงขั้นต่ํานะคะ เพราะฉะนั้นถามว่าแล้วพี่น้อง เกษตรกรเรานี่ ถ้าปล่อยให้เผชิญชะตากรรมอย่างนี้โดยไม่เข้ามาโอบอุ้มดูแลจะทําได้ อย่างไร ตอนนี้ในส่วนของนโยบายที่เราได้พูดถึงทางออกมากมาย ดิฉันก็อยากจะสะท้อน ว่าจริง ๆ แล้วทุนของพี่น้องเกษตรกรที่กล่าวไปนั้นมันยังมีทุนที่มองไม่เห็นที่แฝงอยู่ ซึ่งถ้า หากได้เอาใจใส่จริงจังก็สามารถลดต้นทุนให้กับพี่น้องเกษตรกรได้นะคะ ทุนที่มองไม่เห็น อันแรกเลย หลายท่านก็พูดไปแล้วเรื่องของการขาดความรู้ การใช้ปุิยอย่างไม่ถูกวิธี ไม่มีประสิทธิภาพ อันนี้ก็คิดว่าขณะนี้แม้ว่าทางภาคราชการ ไม่ว่าจะเปึนกรมการพัฒนา ที่ดิน หรือว่าหน่วยงานอื่นจะได้ดําเนินการอยู่ แต่ว่ายังไม่ทั่วถึง จริง ๆ แล้วความเข้าใจเรื่องดินหลายคนก็คิดว่าปลูกพืชก็ต้องใส่ปุิยลงไป ดิฉันก็คิดว่า ต้นไม้ก็เหมือนกับคนเราก็คือเมื่อบริโภคอาหารนั้นก็มีธาตุอาหารที่จําเปึนต่อ การเจริญเติบโต แต่บางอย่างนั้นก็ใส่ลงไปแล้วก็เกินความจําเปึนนะคะ ใส่มากเกินไป ก็อาจจะเปึนอันตรายต่อการเจริญเติบโตของพืชได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้เรื่องขององค์ความรู้ เรื่องการใช้ปุิยก็เปึนสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีก็ได้พูดไปแล้วว่าจะต้องดําเนินการอย่างจริงจัง จริง ๆ ก็ใช้สื่อต่าง ๆ ให้เปึนประโยชน์ ตอนนี้สื่อที่พี่น้องเกษตรกรเข้าถึงมากก็คือสื่อวิทยุ ซึ่งรายการต่าง ๆ ก็จะมีการให้ความรู้ แต่ทํานองเดียวกันสื่อวิทยุเองก็ต้องเรียนฝาก ท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี ตอนนี้ก็มีสื่อหลายอย่างที่อยากให้ช่วยตรวจสอบด้วย ที่ใช้เปึนสื่อโฆษณาสินค้าเกินความเปึนจริง โดยเฉพาะเช้า ๆ วิถีชีวิตของพี่น้องเกษตรกร ตอนเช้าก็จะตื่นแต่เช้าไปนาแล้วก็เป่ดวิทยุฟัง แล้วก็ฟังข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เพราะฉะนั้น ก็จะมีโฆษณาลดแลกแจกแถมแล้วอวดอ้างสรรพคุณ ปุิยสูตรอิทธิฤทธิ์อภินิหารต่าง ๆ ซึ่งอันนี้บางทีเกษตรกรฟังแล้วเขาเรียกว่าโฆษณาชวนเชื่อหลงเชื่อนะคะ แล้วก็เมื่อนําเอา ไปใช้ก็ไม่เกิดผลอย่างแท้จริง แล้วก็ไม่รู้จะไปร้องเรียนกับใครเพราะว่าถ้าเปึนสินค้าอื่น ๆ เมื่อผู้ซื้อไม่ได้รับความเปึนธรรม ซื้อเกินจริงแล้วก็ถูกอวดอ้างสรรพคุณก็อาจจะไป ร้องเรียนกับสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภคได้ แต่ว่าพี่น้องเกษตรกรเองก็ยังไม่รู้ว่าจะไป ร้องกับใคร นอกจากนั้นแล้วต้นไม้เองที่เปึนผู้บริโภคโดยตรงก็พูดไม่ได้ เพราะฉะนั้น เกษตรกรเมื่อได้ใส่ปุิยต้นทุนตรงนี้ลงไปแล้วสารเคมีต่าง ๆ ก็อาจจะไม่ได้คิดถึงว่า ทําอย่างไรจะให้ได้สารเคมีที่มีคุณภาพ ทีนี้ส่วนทุนที่มองไม่เห็นอีกอันหนึ่งก็คือ พวกของปุิยที่ไม่ได้มาตรฐาน ปุิยปลอม ซึ่งมาพร้อมกับปุิยแพง เมื่อวานนี้หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ขออนุญาตอ้างถึงในคอลัมน์หลังสู้ฟัาหน้าสู้ดิน ได้ระบุชัดเจนว่าอันตรายของ ปุิยปลอมนั้นอันตรายยิ่งกว่าปุิยแพง เพราะว่าคนที่หากินกับพี่น้องเกษตรกร อย่างไร้คุณธรรม เพราะว่าซ้ําเติมปุิยก็แพงอยู่แล้ว แล้วก็ยิ่งหายากเพราะว่าขาดตลาด ก็มีพ่อค้าที่ไร้คุณธรรมแต่ไม่ได้ว่าทุกรายนะคะ บางคนก็มีคุณธรรมแต่คนที่หา ผลกําไรนั้นก็ใช้หากินกับเกษตรกร อันนี้ก็คิดว่าเรื่องของคนที่เปึนทุกข์สาหัสของพี่น้อง เกษตรกรเลยค่ะ เรื่องของปุิยปลอมนี้ก็คงจะต้องฝากตรวจสอบนะคะ แล้วก็คิดว่าภายใต้ รัฐบาลนี้คงจะไม่ซ้ํารอยประวัติศาสตร์รัฐบาลที่ผ่านมา เพราะว่าถ้าเปึนภาคเอกชน ทําปุิยปลอมให้กับพี่น้องเกษตรกรนั้นก็ยังพอฟังได้ว่าเขาหวังค้ากําไร แต่ถ้าเปึนภาครัฐ มีการทุจริตแล้วก็มีการผลิตปุิยปลอมให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวนา ชาวไร่เหมือนที่ผ่านมา ในอดีตนั้นจะยิ่งเปึนเรื่องที่รับไม่ได้เลยนะคะ เพราะว่าเกษตรกรบอกว่าจะรับได้อย่างไร ในเมื่อรัฐที่เขาเปึนที่พึ่งที่หวังของพี่น้องเกษตรกรยังทําเสียเอง ก็คิดว่าในรัฐบาลนี้ ก็คงจะไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นนะคะ นอกจากนั้นแล้วสุดท้ายนะคะ ดิฉันก็ใช้เวลามาพอสมควร ก็คิดว่าถ้าจะทําเรื่องนี้ให้เกิดผลอย่างจริงจังน่าจะต้องหามรรคแล้วค่ะ เพราะเมื่อกี้นี้ ได้พูดกันแล้วว่าทุกข์ สมุทัย นิโรธ การดับทุกข์ก็ต้องแก้ปัญหาไปที่สาเหตุนะคะ ส่วนวิธีการที่จะให้เกิดผลจะลดการนําเข้า การผูกขาดหันมาส่งเสริมให้เกษตรกรพึ่งตนเอง ลดการใช้ปุิยและสารเคมีโดยไม่จําเปึน และให้เกิดผลประโยชน์ที่มีประสิทธิภาพนั้น ก็คิดว่าจําเปึนจะต้องมีการคิดอย่างลึกซึ้งและวิเคราะห์อย่างรอบด้าน ดังนั้นกรรมาธิการ วิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาการแก้ปัญหาเรื่องปุิย ราคาปุิย หรือการใช้ปุิยนี่อาจจะ มีประโยชน์นะคะ น่าจะเกิดขึ้นแล้วเพื่อจะค้นหามรรค หาทางออกร่วมกันเพื่อให้การแก้ไข ปัญหาเรื่องปุิยของพี่น้องเกษตรกรนั้นได้เกิดผลอย่างจริงจัง ดิฉันก็ขอสนับสนุน ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในเรื่องนี้ ขอขอบคุณค่ะ