ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ หารือเรื่องการส่งเสริมการผลิตปุ๋ยใช้เองของเกษตรกร โดยเน้นการลดต้นทุนการผลิตและลดการนำเข้าปุ๋ยเคมี โดยแนะนำให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ผสมกับปุ๋ยเคมี และส่งเสริมให้เกษตรกรทำปุ๋ยใช้เอง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๒ ผู้แทนบ้านนอกนะครับ เรื่องขอเสนอญัตติด่วนให้พิจารณาเรื่องปุิยซึ่งมีเพื่อนสมาชิกได้ อภิปรายหลายท่าน เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้เกษตรกรทั่วประเทศที่กําลังประสบปัญหา เดือดร้อนจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น น้ํามันแพง ค่าแรงก็แพง แต่พืชเกษตรไม่เปึนราคา วันนี้เรื่องปุิยอาจจะเปึนปัญหาหนักแล้วก็เปึนปัญหาโลกแตก ซึ่งในอดีตบรรพบุรุษของเรา ซึ่งปู์ ย่า ตา ยาย ได้ทําการเกษตรโดยการใช้ปุิยอินทรีย์นําขี้ต่าง ๆ มาใส่นา ไม่ว่าจะเปึน ขี้เปึด ขี้ไก่ ขี้หมู ขี้วัว ขี้ควาย วันนี้ลูกหลานเราขี้เกียจมาใส่นามันถึงไม่งาม เริ่มใช้ปุิยเคมี ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๐ เปึนต้นมา แล้วก็ใช้มากขึ้น ๆ ทุก ๆ ป้ จนวันนี้ลูกหลานติดยาบ้า คนแก่ ก็ติดยาบ้าก็คือถ้าไม่ใส่ปุิยเคมีก็กลัวข้าวจะไม่งาม วันนี้จากการใส่ปุิยเคมี ถ้าป้ที่ ๑ ใส่ปุิย ไป ๑๐ ถุง ป้ที่ ๒ ต้องใส่ไป ๑๒ ถุง ป้ที่ ๓ ต้องใส่ไป ๑๔ ถุง และ ๑๖ ถุงไปเรื่อย ๆ ถ้าเรา กลับมาใช้ปุิยอินทรีย์ครับ เราจะใช้ปุิยอินทรีย์ลดลงทุกป้ครับ ถ้าป้นี้ใช้ ๑ ตัน ป้หน้า อาจจะใช้ ๘๐๐ กิโลกรัม ป้ต่อไปอาจจะใช้ ๖๐๐ กิโลกรัมและก็ ๔๐๐ กิโลกรัม ดินก็จะดี ขึ้น ข้าวก็จะงามนะครับ ซึ่งในปัจจุบันเราพบว่าการใช้ปุิยเคมีในแต่ละป้นั้นใช้ปุิยเคมี ในนาข้าวประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของการนําเข้าปุิยทั้งป้ทั้งประเทศ พืชไร่ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ไม้ดอก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ไม้ผล ๑๐ เปอร์เซ็นต์ และจากดูราคาปุิย ราคาปุิยก็จะเพิ่มขึ้นทุก ๆ ป้ ซึ่งจากป้ ๒๕๔๒ ปุิยยูเรีย ๔๖-๐-๐ ถุงหนึ่ง ๕๐ กิโลกรัม ๓๐๐ บาท ป้ ๒๕๔๘ ๖๐๐ บาท ป้ ๒๕๔๙ ๙๖๐ บาท และป้ ๒๕๕๑ ในขณะนี้เกือบ พันบาทแล้วครับ และปุิย ๑๖-๒๐-๐ ซึ่งเกษตรกรในภาคอีสานใช้มากที่สุด ก็ป้ ๒๕๔๐ ๓๕๐ บาท ป้ ๒๕๔๘ ๖๒๐ บาท ป้ ๒๕๕๑ ๙๔๐ บาท และโดยเฉพาะสูตร ๑๕-๑๕-๑๕ วันนี้กระสอบละประมาณ ๑,๑๐๐ บาท ชาวนาทําไร่ทํานายิ่งทํายิ่งจน แต่วันนี้ไม่รู้ว่าต้นทุนของการผลิตเท่าไร เพราะว่าฤดูทํานาก่อนทํานาก็ขอเงินลูกไปจ้าง ไถนา ขอเงินลูกไปจ้างถอนกล้า ขอเงินลูกไปจ้างดํานา ขอเงินลูกไปซื้อปุิย เมื่อขาย ผลผลิตได้เท่าไรนั่นคือกําไร ไม่ได้คิดต้นทุน ไม่ได้คิดกําไร กระผมขอเสนอแนะวิธี แก้ปัญหาเรื่องปุิยแพงนะครับ ก็คือลดการใช้ปุิยเคมีซึ่งวันนี้ไปพื้นที่เจอกับพี่น้องประชาชน ถามว่าทําไมข้าวถึงถูก ทําไมปุิยถึงแพง ผมก็ได้เสนอแนะชาวบ้านว่าวันนี้พี่น้องต้องทําปุิย ใช้เอง เมื่อถึงฤดูทํานาพ่อค้าก็จะถามว่าวันนี้พี่น้องไม่มาซื้อปุิยหรือ ไม่หรอกเพราะว่า มีปุิยแล้วพอเราไม่ซื้อปุิยก็จะลดลง ๆ ถ้าเราไปซื้อเขาอยู่ป้นี้ ๕๐๐ ป้หน้าก็ต้อง ๖๐๐ ป้ ต่อไปก็ ๗๐๐ ๘๐๐ ก็จะขึ้นไปเรื่อย ๆ
ข้อที่ ๒ รัฐบาลต้องส่งเสริมให้เกษตรกรจัดทําปุิยใช้เองนะครับ โดยลด ต้นทุนการผลิต
และข้อที่ ๓ แนะนําการใช้ปุิยแบบผสมผสาน ก็คือใช้ปุิยอินทรีย์บวกกับ ปุิยเคมีนะครับ ซึ่งในขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหมอดินทุกหมู่บ้าน แล้วก็ อยากจะให้ ฯพณฯ รัฐมนตรีมีเครื่องวัดแร่ธาตุหรือคุณภาพของดินว่า ดินอําเภอนี้ หมู่บ้านนี้มี พีเอช (pH) เท่าไร เราจะต้องเพิ่มอะไรเข้าไปบ้าง โดยแนะนําให้ใช้แม่ปุิย แล้วก็ให้จัดโซนนิ่งในการปลูกพืชผลการเกษตร ผมไม่อยากได้ยินว่าอย่างที่ภาคใต้สมัย ในอดีตพ่อแม่เขาพาปลูกลองกอง บอกว่าลองกองราคาดี พอปลูกลองกองไปเก็บ ผลลองกอง ลองกองกิโลกรัมละ ๓ บาท ก็พาลูกหลานตัดต้นลองกองทิ้งแล้วก็มาปลูก มังคุด เพราะมังคุดราคาดี ปลูกมังคุดไปก็จะได้เก็บมังคุด มังคุดก็กิโลกรัมละ ๓ บาท ก็พาลูกหลานตัดมังคุดปลูกยางพารา พอถึงปลูกยางพารากําลังจะได้กรีดยางครับ วันนี้ บอกว่าสู้ปาล์มน้ํามันไม่ได้ก็อยากจะให้ภาคใต้นี่ปลูกปาล์มน้ํามัน ปลูกสะตอ อีสานนี่ ปลูกข้าว ปลูกมัน ปลูกอ้อย ภาคกลางก็ปลูกข้าว ภาคเหนือก็ปลูกลําไย ปลูกลิ้นจี่ ปลูกหอม ปลูกกระเทียมไปแบ่งโซนนิ่งให้กับเกษตรกร ผมคิดว่าการแก้ปัญหาก็จะ แก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรก็จะดีขึ้น แล้วก็ผมขอฝากรัฐบาลนะครับ ว่าวิธีเสนอแนะ ที่จะทําให้ปุิยราคาถูกลงแล้วเกษตรกรก็จะอยู่ได้นะครับ ก็คือส่งเสริมการใช้ปุิยอินทรีย์ โดยวันนี้รัฐบาลต้องส่งเสริมให้ใช้มูลของสัตว์ต่าง ๆ แล้วโดยเฉพาะต้องส่งเสริมให้เกษตร ได้ทําปุิยใช้เอง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์วันนี้ครับ ต้องบูรณาการหลาย ๆ กรมรวมกันโดยนําเอาทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้นะครับ กรมวิชาการเกษตรต้องหาพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูง ให้เกษตรกรได้ทําการปลูก กรมปศุสัตว์ก็ส่งเสริมให้เกษตรกรได้เลี้ยงเปึด เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู เลี้ยงโค กระบือ เพื่อจะนํา มูลของโคมาทําปุิย กรมส่งเสริมการเกษตรก็ต้องบอกพี่น้องว่าเสร็จนาอย่าเผาฟางนะครับ ต้องไถกลบฟาง เพราะฟางเปึนปุิย เราได้ยินโดยเสมอและบ่อย ๆ ครั้งว่าทํานาปรังมีแต่ ซังกับหนี้ ทํานาป้มีแต่หนี้กับซัง และกรมพัฒนาดินเรามีหมอดินก็ต้องให้หมอดิน นี่แหละครับ ไปช่วยดูแลนะครับว่าในดินนั้นมีธาตุอะไรบ้าง ขาดธาตุอะไรบ้าง แล้วก็ กรมส่งเสริมสหกรณ์เปึนกรมที่มีงบประมาณในการส่งเสริมกลุ่มอาชีพ เราก็ส่งเสริมให้ เกษตรกรได้จัดทําปุิยใช้เอง โดยวันนี้นะครับ ถ้าเกษตรกรมีวัวสักตัว ๒ ตัว โดยเฉพาะวันนี้ ต้องนําโครงการโคล้านครอบครัวกลับมา ถ้ามีโคล้านตัว มูลของโควันหนึ่งครับ เขาจะ ขี้ออกมานี่ประมาณ ๒-๓ กิโลกรัมใน ๑ ป้เราจะมีมูลโคประมาณ ๑ ตันต่อตัว ถ้า ๑ ล้าน ตัวก็มี ๑ ล้านตัน ถ้าเราส่งเสริมให้เกษตรกรทําปุิยใช้เองเราก็จะลดการนําเข้า ปุิยเคมีประมาณป้ละ ๑ ล้านตัน ลดการนําเข้าปุิยเคมีป้ละ ๑ ล้านตัน ก็มีมูลค่า หลายล้านบาท แล้วเสร็จแล้วนะครับ ก็อยากจะส่งเสริมให้ทางเกษตรได้จัดทําแปลงสาธิต ว่าเมื่อเราปรับปรุงบํารุงดินเสร็จแล้วทุกกรมมารวมกันแล้ว แล้วก็เอาพันธุ์ข้าวที่ดีมา ส่งเสริมว่าทําแบบนี้จะได้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้นนะครับ และให้เกษตรกรได้ใช้ปุิยแบบ ผสมผสาน ก็คือเมื่อหมอดินได้ไปตรวจดูดินเกษตรกรแล้วว่าเอ็นพีเคเปึนอย่างไรเราก็เอา หัวปุิย มาผสมกับปุิยอินทรีย์ และให้เกษตรได้ใช้เอง เกษตรกรได้ทําเองนะครับ อย่างเช่นในอดีต ของรัฐบาลของ ฯพณฯ นายก ทักษิณ ชินวัตร ก็ได้ส่งเสริมให้กับเกษตรกรได้ทําปุิยอินทรีย์ ใช้เอง ซึ่งวันนี้เรามีข้าวปลอดสารพิษ ซึ่งทําแล้วขายได้ราคาดี ลดต้นทุนการผลิตนะครับ ลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร แล้วสุดท้ายครับ ต้องแก้ปัญหาเรื่องปุิยปลอม ซึ่งท่าน นคร มาฉิม ก็ได้เสนอไว้เมื่อกี้นี้นะครับว่า ปุิยปลอมมีหลายอย่างครับ วันนี้เกษตรรู้แต่ สูตรปุิย วันนี้พ่อค้าหัวใสครับ เอาปุิยไม่ตรงตามสูตรใส่กระสอบแล้วขายให้กับเกษตรกร บางทีในกระสอบเปึนปุิย ๑๖-๘-๘ แต่กระสอบปุิยอาจจะเขียนว่า ๑๕-๑๕-๑๕ พอนําไป ใส่ข้าว ไปใส่พืชผลการเกษตรก็จะทําให้พืชผลการเกษตรไม่งามนะครับ เราต้องมี มาตรการในการที่จะต้องดําเนินคดีทางกฎหมาย ทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และวันนี้เมื่อ รัฐบาลมีแนวทางในการส่งเสริมปุิยอินทรีย์ครับ วันนี้ก็มีปุิยอินทรีย์หลากหลายยี่ห้อ มากมายครับ ไม่มีใบรับรองครับ แล้วไปหลอกขายให้กับเกษตรกรแถวบ้านผม กระสอบละ ๓๐๐ บาท เอาไปใส่นาครับ ไม่ละลายครับ ไม่รู้เอาอะไรใส่บ้าง วันนี้ครับอยู่ ในใต้ถุนบ้านพี่น้องในเขตเลือกตั้งของผมครับ บ้านละ ๒ กระสอบ ๓ กระสอบ ๔ กระสอบ เอาไปแจก ฤดูเก็บเกี่ยวครับ เอามาทําไมครับ ไม่ได้ประโยชน์ เสียงบประมาณของรัฐบาล ผมจะฝากให้ท่านรัฐมนตรีได้ติดตามตรวจสอบปุิยครับ ก็กราบขอขอบพระคุณครับ